Tag Archives: birdy

รสชาติของความหลง

8 เม.ย.

หลายคนอาจชอบเส้นทางนั้นแล้วไปซ้ำๆ ส่วนเรานั้นชอบไม่ซ้ำ หาที่ใหม่ไปเรื่อยๆ หากต้องเริ่มจุด A ไปจุด B แบบครั้งนี้ไปหาหมอแล้วกลับบ้าน ขาไปที่ต้องรักษาเวลาก็ใช้ทางที่เร็วสุด ส่วนขากลับลืมไปได้เลยว่าจะซ้ำทางเดิม

ก่อนเริ่มปั่นเราชอบตั้งโจทย์ให้ตัวเองก่อน เช่น ขอชุมชนล้วนๆนะ ขอเกาะทางรถไฟ ขอเลาะริมคลอง หรือ ปักแลนด์มาร์คต้องผ่านให้ครบ หรือ ตามหาต้นไม้ใหญ่ พอมีโจทย์แบบนี้ละ ทำให้มีรสชาติ ต้องพยายามหาทางเชื่อมต่อให้ได้ 

ต่อให้ดูเหมือนมีสัญญานเตือนว่าทางนี้ไปต่อไม่ได้ก็ตาม ขอเห็นด้วยตาว่าสุดทางไปต่อไม่ได้นี่หน้าตาเป็นอย่างไร เห็นแล้วก็สบายใจ จะย้อนทางเข้าอีกครั้งก็ไม่รู้สึกว่าไกลขึ้น เช่นกันกับการหลงทาง ทำให้รู้จักอีกเส้นทาง

หลายครั้งรู้สึกเกรงใจเวลาว่าไปกับเพื่อนๆ เขาพาออกถนนแอบรู้สึก ทำไมไม่เลี้ยวเข้าซอยนี้ละ ได้แต่เก็บไว้ในใจ เรียนรู้ทางใหม่ที่เพื่อนพาไป บางครั้งก็ออกนอกเส้นทางกลุ่มซะงั้น เจอกันปลายทางนะ ถ้ากติกาไม่เข้ม รู้แหละว่าไม่ควรทำ แต่พอปั่นบนถนนรถเยอะแล้วมันไม่ใช่เลย 


หลังๆมาใน กทม. เราเลยลุยเดี่ยว สำรวจทางเอง ทางไม่รู้จัก ไม่เคยไปมันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นยิ่งนัก มีความสดให้ค้นหา ทำความรู้จัก และชอบไปวันธรรมดานี่สิ วันที่ทุกคนไปทำงาน มันเงียบดีนะ คนใช้ทางก็น้อย บางที่ไม่มีเพื่อนร่วมทางเลย ส่วนวันหยุดเพื่อนๆตื่นเช้าไปปั่นกัน ส่วนเราก็นอนตื่น สายพักร่าง ก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน ทำไมชอบย้อนแย้งกับคนส่วนใหญ่ 

เห็นแดดก็ไม่อยากออกจากบ้าน แต่พอได้ออกเท่านั้นละ ปั่นลืมว่ามีแสงแดดไปเลย เมื่อสายตาอยู่ในแว่นกันแดด ร่างถูกคลุมด้วยผ้ามิดชิด มีเพียงปลายนิ้ว 5 นิ้วที่รับแสงโดยตรง นอกจากสถานที่ไม่คุ้นทำให้ปั่นไม่เลิกลาแล้ว ความลื่นของจักรยานก็มีส่วน วันไหนล้างโซ่ หยอดน้ำมัน ตั้งเกียร์เป๊ะๆ กดบันไดแล้วมันรู้สึกพุ่งไหล ความรู้สึกนี้ก็ชวนให้ไม่อยากจอดเช่นกัน 


ขอบคุณ inerbike studio เมื่อไรสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกไปก็พาเข้าไป เซตกลับให้เหมือนเดิมทุกครั้ง ที่มากกว่านั้นพอปั่นแล้วรู้สึก เหมือนจักรยานคันใหม่เลย พุ่งกว่าเคย เกียร์เป๊ะกว่าก่อนเข้า service 


แผนที่คืออีกหนึ่งสิ่ง เปิดดูแล้วมีเรื่องสนุกทุกครั้ง ทางนี้ฉันยังไม่เคยไปนิ ต้องหาโอกาสซะแล้ว และครั้งนี้เอง เปิดเจอแผนที่เดินเรือคลองพระโขนง ฟังไม่ผิดนะ แผนที่เดินเรือ ^^ จะลองนั่งเรือสำรวจทางดูว่า สองฝั่งคลองมีแผ่นปูนสามารถปั่นได้ตลอดทางไหม 


คลองพระโขงอยู่ตรงไหนนะ น่าจะใกล้ BTS พระโขนง แล้วไปสุดที่ไหนนะ ตลาดศรีเอี่ยมคือตรงไหน เคยเห็นชื่อนี้บนรถสองแถว แต่ยังไม่เคยไป ตัวช่วยที่ใช้ประจำคือ google map คนเดิน + คนท้องที่ แล้วออกปั่น จุดหมายตั้งไว้เป็นแค่ให้ถึงแบบช่วยให้รู้ทิศตอนตั้งคำถาม แต่รสชาติที่สัมผัสได้อยู่ระหว่างทางนี่แหละ รสหลงนี่อร่อยมากนะ 


ทฤษฏีที่ชอบใช้ คือ ไปไหนก็ได้ที่นี่กรุงเทพบ้านเรา ที่นี่เมืองไทยของเรา และที่นี่โลกของเรา มิตรภาพมีอยู่ทุกที่ โลกมันกลม เดี๋ยวมันก็วนมาทางเดิม ในความเป็นจริงก็แบบที่เราเชื่อนี่ละ เจอมิตรภาพน่ารักทุกรุ่นทุกวัยทุกอาชีพทุกครั้ง แค่เอ่ยออกไป น้องครับ พี่คะ ลุงคะ ป้าขา 


เส้นทางนี้ก็เช่นกัน มีสะพานให้ข้ามก็ไม่ข้าม เมื่อเห็นว่าใต้สะพานผ่านตรงไปได้ แปลกดี ในความคิดมีสะพานก็ต้องมีคลองสิ แต่ทำไมเราเห็นเป็นทาง จึงตัดสินใจปั่นตรงไป แล้วก็เจอเจ้าหน้าที่เก็บขยะทางน้ำ : พี่คะ ทางปูนนี้ยาวไหมคะ ? ยาวเลย ไปได้ไกลนะ คือคำตอบ ขอบคุณแล้วลุยเลย ทั้งๆที่คลองเดิมที่ตั้งใจคือคลองพระโขนง แต่ป้ายคลองที่นี่ คลองประเวชบุรีรมย์ 


จากที่เราปั่นชวนคิดถึงว่าไทยพุทธ-มุสลิม เราก็อยู่ด้วยทุกที่แบบนี้ทั่วไทยนิน่า ตอนเด็กๆที่โรงเรียนเราก็มีเพื่อนมุสลิมนะ เรียนแค่ 2 ปี แยกย้ายไม่เจอกันอีกเลย ตอนเรียนพาณิชย์ก็มี ตอนทำงานก็มี ไปใต้ที่ผ่านมายิ่งได้เพื่อนมุสลิมเพิ่มขึ้นเยอะ 


ยิ่งพอปั่นเส้นทางนี้แล้ว พาคิดถึงบรรยากาศที่เคยปั่นด้วยกัน เพราะขวามือเป็นมัสยิดตลอด ส่วนซ้ายมือก็เป็นวัด ที่น่ารักคือมีสะพานข้ามคลอง สองฝั่งเชื่อมถึงกัน น่ารักดี มองเห็นไม่แค่สะพาน แต่เป็นการเชื่อมมิตรภาพ ความรู้สึกเหมือนแค่ชอบคนละอย่าง แต่เราก็เป็น เพื่อนกัน ไปเที่ยวด้วยกันได้ ถึงเวลากินก็สั่งในแบบที่ชอบ อิ่มแล้วก็ไปต่อ 


เส้นทางฝั่งขวาที่ผ่านมัสยิดทางปูนเท่าที่ปั่นดูจะใหม่กว่าหรือเพิ่งปรับปรุง มีราวเหล็กกั้นตลอดทาง ต่างจากฝั่งซ้ายที่ดูสภาพผ่านการใช้งานมานานและบางช่วงก็ไม่มีราวกั้น ทางแคบกว่า ทางปูนจะผ่านชุมชน พอเป็นบ้านเดี่ยวหลังโตมีรั้วกั้น ทางปูนก็หายจากไป อาจเพราะเขาไม่จำเป็นต้องใช้คลองเป็นทางสัญจร เลยไม่อยากให้คนสัญจรต้องผ่านบ้านตัวเองด้วย และเด่นชัดมากขึ้นคือมีทางปูนริมคลอง แต่ไม่มีทางเข้า นอกจากเจ้าบ้านจะเปิดให้ผ่าน 


เส้นทางนี้เลยจบที่อ่อนนุช 25 ที่แรกคิดว่าจะถึง BTS พระโขนง 

 

Route 12 เป็นไง

13 มี.ค.
  • “ไปเพชรบูรณ์ไหมแนน ?” เมื่อพี่น้ำเอ่ยปากชวน

“ไปค่ะ” ยังไม่เคยไป อยากเห็นที่เขาลำลือกัน เขาค้อ ทะเลหมอก


รถตู้ออกจากสวนลุม 2 ทุ่มกว่า มาถึงที่พักตี 1 กว่า หนาวจัง นี่เดือนมีนาคมนะ กว่าจะอาบน้ำนอนก็เกือบตี 2 นัดล้อหมุน ปล่อยตัว จุด start 8 โมง ระยะทางห่างจากที่พัก 2 กม. ปั่นไปตามทางที่ชื่อ route 12


เท่าที่เห็นระหว่างทางมองผ่านกระจกรถตู้ ทางสวยมาก ขึ้นแล้วลง เนินสูงต้ำสลับตลอดทาง แผนการก่อกำเนิดทันทีที่รู้ตัวว่านอนไม่อิ่ม 40 กม. ปั่นขึ้นเนินแบบนี้ ไม่รอดแน่ๆ


ความลับของแผนออกนอกเส้นทางถูกปิดไว้ นาฬิกาปลุกตอน 7 โมงเช้า แทบไม่อยากลุกจากที่นอน 7.30 ตื่นมาแปรงฟัน แล้วกลับไปนอนหลับตา อีกสิบนาทีลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุด ให้ข้ออ้างตัวเองว่าก่อนนอนก็อาบแล้ว ออกไปปั่นก็เหงื่อออก กลับมาค่อยอาบ


เกือบ 8 โมง เข็นจักรยานออกไปหน้าห้องพัก โชคดีที่เป็นเนินพอดี ได้เวลาสนุกแล้วสิ ไหลลงส่งขึ้นอีกเนินถึงริมถนนใหญ่พอดี ปั่นย้อนทางขึ้นไปจุดเริ่มต้น ผ่านร้านข้าว ผ่านเจ้าหน้าที่คุมเส้นทางบนเนิน ทักทายคุยกัน พี่บอกอีก 2 กม. แต่ตอนนี้ 8 โมงกว่า เขาปล่อยตัวกันมาแล้ว ปั่นต่อไปเห็นเนินข้างหน้าก็เปลี่ยนใจ บังคับแฮนด์จักรยานหักเลี้ยวกลับมาจอดพักที่ร้านข้าว กะว่ากินอิ่มก่อนแล้วค่อยปั่นไปจุดเริ่มต้น


แม่ครัวไปจ่ายตลาดอีก 10 นาที ถึงกลับมา จะเปลี่ยนร้านก็ลังเล รอแล้วกัน เอาเป็นว่ารอดักถ่ายรูปตรงนี้ ไม่ต้องไปที่จุดเริ่มต้น แล้วค่อยปั่นตามไป ตรงไหนน่าสนใจหรือมุมสวยพร้อมจอดทันที ระหว่างรออาหารก็ได้ถามพี่เจ้าที่ถิ่นว่าแถวนี้มีที่เที่ยวอะไรบ้าง เสียงตอบสถานที่เที่ยวร่ายยาว แต่ที่ดูน่าจะไปถึงและกลับมาทัน 11 โมง คืนห้อง และพี่ย้ำว่าเป็นวัดที่สวยที่สุด ระยะทางจากที่เราอยู่ไปแค่ 5 กม. เอง


อิ่มแล้วมุ่งหน้าย้อนเส้นทางการแข่งขัน ข้ามถนนไปอีกฝั่ง ปั่นตามทางรถดีกว่า ไม่ควรผ่านจุด start เดี๋ยวจะโดนทักว่ามาผิดทาง เนินแล้วเนินอีก ความเร็วที่ใช้วัดได้เป็นหอยทากคลาน ผ่านร้านกาแฟและที่พักเยอะมากๆ ตลอดทางพาคิดว่าช่วงต้นปีอากาศเย็น นักท่องเที่ยวคงล้น


ตามป้ายไปใกล้ถึงแล้ว


“วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เห็นทางเข้าก็สนุกแล้วสิ ลงเนินอย่างชัน ส่งไปอีกเนิน ทางในซอยขรุขระ จะปล่อยไหลอย่างเดียวก็ต้องจับแฮนด์ทรงตัวให้ดี ล้มครั้งที่แล้วสอนไว้จนขึ้นใจว่ามาต่างถิ่นทางไม่คุ้นอย่าซ่า เบรคปล่อยๆชลอความเร็ว กดบันไดเลื้อเป็นงูส่งตัวเองขึ้นเนิน เพราะจุดแรกที่ถึงประตูทางวัดเข้มงวดมาก เดินได้ต้องชุดสุภาพเท่านั้น ห้ามเสียงดัง จักรยานจอดข้างนอก




เปลี่ยนใจไปต่อดีกว่า อีกไม่ไกลหลังจากถามพี่เจ้าถิ่นว่าอยากจะพาจักรยานขึ้นไปถ่ายรูปด้วย มองไปดูสวยดี ที่เห็นองค์พระและพระธาตุทอดตัวบนยอดเขา และเสียดายธรรมชาติตามไปด้วย พื้นดินที่มีต้นไม้ถูกไถหน้าดินเรียบรองรับเป็นที่จอดรถขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวเยอะมาก ร้านขายของก็เยอะมาก ยิ่งใกล้วัดขยะริมทางก็เยอะมาก กล่องโฟมทั้งนั้น ครั้งหน้าไปสถานที่ท่องเที่ยวน่าพกถุงขยะไปด้วย


  
ขากลับรวดเร็วมากเพราะลงเขา มาเจอทางแยกที่มีป้ายบอก ออกถนนใหญ่ได้ไม่ชัน เป็นทางเล็กผ่านหมู่บ้าน เห็นลุงป้า ตายาย นั่งนิ่งรับลมอยู่บนแคร่ในรั้วบ้านแทบทุกหลัง ได้แต่ทักทายสวัสดีค่ะเสียงดัง แล้วรอยยิ้มก็ส่งกลับมาก ป้ายประกาศขายที่มีให้เห็นเป็นระยะ คนในอยากออกคนนอกอยากอยากเข้าหรือเปล่าเมื่อคลื่นนักท่องเที่ยวเข้ามา
  
ปั่นกลับที่พักผ่านจุด Finish นักปั่นขาแรงใช้เวลาชั่วโมงนิดๆเข้าเส้นชัยกันแล้ว เจอพี่น้ำก่อนกลับถามว่าได้ปั่นไหม เพราะเมื่อเช้าที่จัดงานไม่เจอกันเลย ตอบเสียงดังไปว่า ได้ปั่นค่ะ ปั่นย้อนทางที่พี่จัดงานแข่ง ว่าแต่ route 12 เป็นไง ไว้กลับไปเราคุยกัน พี่น้ำทิ้งท้าย


ระยะทางไม่ไกลจริงๆด้วย ไปกลับเพิ่งจะ 13 กม.


ขอบคุณพี่น้ำที่ชวนไป เพชรบูรณ์ ค่ะ

ขอบคุณที่เขียนถึง

14 ม.ค.

มันง่ายมากเวลาที่เราทำเพจหรือสื่อที่จะโปรโมทเรื่องราวของคนอื่น หรือสิ่งที่คนอื่นทำ มีสื่ออยู่ในมือที่ปลุกปั้นทำขึ้นมาหลายปีทุ่มเทเวลาเก็บข้อมูลแทบทุกโพสต้องเห็นกับตาหรือแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ แต่นั่นละมันทำใจยากมากเวลาจะลงเรื่องของตัวเอง โปรโมทให้ตัวเอง กว่าจะลงได้ต้องทำใจ และมั่นใจว่าสิ่งที่ลงไปส่วนรวมได้อะไรจากที่เราทำไหม 

ขอบคุณทุกสื่อที่ลงเรื่องของแนนให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และวันนี้ก็มีอีก ขอบใจ “แขก”มากนะคะ ที่คิดถึง ไว้ไปปั่นท่องโลกกว้างกันอีกนะ

ไปอ่านเรื่องของแนนได้ใน postoday นะ