Tag Archives: เบตง

ธารโต-อัยเยอร์เวง

5 เม.ย.

ทีมงานแจ้งว่าเส้นทางก่อนจะถึงอัยเยอร์เวงที่เปิดดูในแผนที่คดเคี้ยวดังงูเลื้อย ชวนเมา ถ้านั่งรถคงสลบหลับไม่ได้มองวิวข้างทางแน่ๆ แต่วันนี้เราปั่นจักรยานมา ทางเลี้ยวคดและลงเนินแบบนี้ สนุกสิ ลงมาแล้วอยากขนจักรยานใส่รถวนอีกรอบ 


เคยชอบหลงรักเส้นทางเลาะริมฝั่งโขง มาวันนี้เจอที่นี่แอบปันใจ ยกให้เป็นเส้นทางที่นักปั่นต้องมาเยือน ข้างๆไม่ได้เป็นภูเขาหินแบบเลียบโขง แต่เป็นภูเขาใบไม้เปลี่ยนสี อีกข้างบางช่วงเห็นแม่น้ำปัตตานี ยืนยันอีกทีที่นี่เมืองไทย ว้าวๆ ปั่นแล้วชุ่มชื่นปอด สูดอากาศเฮือกใหญ่ คนอยู่แถวนี้สุขภาพดีไม่แปลกใจ มีลำธารน้ำใสให้ว่ายเล่น มีถ้ำเย็นๆให้หลบยามร้อน ช่วงใบไม้ร่วงนี่สวยสุดๆ จนต้องหยิบมือถือออกเก็บภาพ ที่ชอบและกินหลายถุงมาก แอบตุนอีก 2 ด้วยนะ กล้วยหินฉาบ จำได้ตอนไปเดินในงานแสดงสินค้าของดีนี่ราคาสูงกว่ากล้วยฉาบทั่วไปมากนะ แต่ที่นี่จะว่าถูกกว่าก็ใช่เลย หนึ่งในสมาชิกปั่น น้องพน คุณแม่ของน้องเป็นคนคิดสูตร ทุกวันนี้ก็ขายส่งทั่วไทย ใครอยากสั่งก็บอกได้ แล้วจะตกใจขายราคานี้มีกำไรเหลือไหม กล้วยหิน ที่นี่เอาไว้เลี้ยงนก คนปลูกกันเยอะ เอามาต้มก็อร่อยนะ แต่แปรรูปก็อยู่ได้นานหน่อย มีหลายยี่ห้อ หลายสูตร ทั้งหวานและเค็ม เลือกได้ตามชอบ



จอดๆ ปั่นไปแล้วต้องจอด ไม่ได้ยางรั่วนะ แต่เป็นเพราะวิว สะพานพาดผ่านสายน้ำท่ามกลางความเขียวของภูเขา ในที่สุดก็มาถึงอัยเยอร์เวง


เช้าวันใหม่ที่ปกติยากจะตื่น ว้าวๆ สวยจังเลย คุ้มค่าการตื่นตี 3 ขึ้นมาถึงยอดเขาตี 4 อากาศเย็นๆ ไม่ถึงกับหนาว สักพักใหญ่เริ่มเห็นไฟสว่างเป็นจุดๆเมื่อก้มหน้ามองลงไป ไฟบ้านคนนี่เอง ตื่นกันเช้ามากๆ พอตี 5 พระอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบฟ้า ภาพหมอกด้านหน้าเริ่มเห็นชัดเจน เปลี่ยนความมืดของทองฟ้าเป็นสีแดงอมส้ม อากาศค่อยๆอุ่นขึ้น นักท่องเที่ยวที่มาชมทะเลหมอกเริ่มมากขึ้น ทำเลดีๆริมขอบถูกจับจอง ปีนขึ้นไปยืนด้านบนก็มี เสียงรัวชัตเตอร์ เซลฟี่ วีฟี่ 



ถ่ายจุดสูงสุดแล้วต้องเป็นภาพจุดที่สองจุดที่สามกันต่อ หรือแม้กระทั่งก้อนหิน ป้ายชื่อสถานที่ ยังต้องต่อคิว คนเยอะจริงๆ ถึงขนาดทางขึ้นลงรถติด จอดกันหลายสิบคัน บางครั้งอาจต้องเดินกันหลายร้อยเมตร มีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะมาเลเซียมาเป็นคันรถตู้ บ้างก็บิดมอเตอร์ไซด์มาเอง คึกคักมาก เงินสะพัดสู่ชุมชนคนท้องที่ที่มาขายอาหาร ข้าวยำ โรตี แตออ ชาชัก ที่นั่งถูกจองเต็ม 



หลังชมทะเลหมอกลงมายังมีสะพานไม้ ซ่อนตัวแบบเจ้าถิ่นยังไม่รู้จักทางเข้า สะพานแตปูซู อายุยี่สิบกว่าปี มีหักผุเชือกขาดบ้าง คนพื้นที่ใช้สัญจร ทีแรกคิดว่าไว้เดินได้อย่างเดียวแต่ก็เห็นมอเตอร์ไซด์สวนไปมา ข้างล่างเป็นแม่น้ำสามารถเล่นล่องแก่งด้วยห่วงยาง หรือเรือแคนนู ที่น่าสนใจและอยากไปมากๆ ย้อนทางน้ำขึ้นไปป่า ฮาราบารา ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ต้องไปค้างคืน น้องๆในพื้นที่เล่าว่าสนุกมากๆ น้ำใสมากๆ ย้ำมาว่าพี่ต้องไปให้ได้นะ​

นอกจากนี้ยังมีอีก 8 สถานที่เที่ยวในอัยเยอร์เวง ที่เรายังต้องกลับมาเก็บให้ครบ ที่นี่ดูจะเหมาะกับการเที่ยวตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนแนะนำให้เที่ยวชมแสงสีที่เบตง ถ้าปั่นจักรยานก็ใช้พลังเยอะพอสมควร ต้องขึ้นลงเนิน ระยะทาง 30++ กม. ได้ รู้แต่ว่าติดใจต้องกลับมาอีก แล้วไม่ถึง 3 วัน เราก็กลับมายืนดูทะเลหมอกที่นี่อีกครั้ง ครั้งที่สองก็ไม่เหมือนครั้งแรก ธรรมชาติไม่มีซ้ำเปลี่ยนตลอด หลงรักทะเลหมอกที่นี่เข้าแล้ว น้องลีบอกว่ามีอีกที่ ฆูนูซีลีปัต ทะเลหมอก 360 องศา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องกลับมาที่นี่อีก ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

ตามหาหมอกถึงสวดดอกไม้ #4

31 มี.ค.

nanjan

nanjan

เสียงโทรศัพท์ปลุกดังเช้านี้ตั้งสองเครื่องคนละเสียง ยังไงก็ต้องตื่นนะเพราะเรามีนัดกับหมอกที่สนามกีฬาเอาไว้ตีห้าครึ่ง เปิดดูหน้าต่างยังมืดอยู่นะ ไม่มีข้ออ้างแล้วละต้องรีบล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำแล้วออกปั่น เช้าๆอากาศดีมากนะเย็นสบาย เราปั่นตรงไปจอดที่อุโมงค์อีกครั้ง ดูเงียบสงบดีจังเป็นบรรยากาศที่น่าออกกำลังกายที่สุด อุโมงค์ที่สะอาดเพราะทุกเช้ามีคนมากวาด ทำงานตอนเช้าแบบนี้น่าจะมีความสุขมากกับอากาศ

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

เราลองใช้อีกเส้นทางที่ยังไม่เคยผ่านแต่มั่นใจว่าทะลุถึงกันได้ คือทางลอดอุโมงค์ออกมาแล้วเลี้ยวซ้ายที่วันแรกไม่กล้าขึ้นไปนั่นแหละ ปั่นทางนี้สบายกว่าเนินสูงน้อยกว่าก็ไปเจอสนามกีฬาเหมือนกัน วันนี้พอมีหมอกจางๆ ให้ได้เห็นบ้าง แต่ว่าเสียงเพลงต่างภาษาชวนแจนแจนให้หลงไหลปั่นไปตามจนแนนหาไม่เจอแจนแจนหายไปไหนนะ รออยู่ที่เดิมสักพักก็กลับมาบอกว่ามาดูทางนี้สิ มองลงไปดูข้างล่างเห็นอาม่า อาแปะ อาอี๊ กำลังออกกำลังกายกัน ความพิเศษอยู่ตรงสถานที่โอ้โหบรรยากาศและวิวรอบข้างน่ารักเหมือนอยู่ต่างประเทศมีแต่เสียงซาวด์แทร็คภาษาจีน ไม่รอช้ารีบพาเจ้าจิ๋วดิ่งลงไปหา เข้าไปใกล้ๆ จนไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ทำเนียนไปขอเต้นด้วย สนุกนะเพลงประกอบ ท่ายากมากมายเต้นตามไม่ทันสักที อี๊ผู้นำเต้นสวยดี เป็นอะไรที่น่ารักสุดๆ เคยเห็นแต่เด็กๆซ้อมเต้น คราวนี้เห็นผู้ใหญ่ซ้อมเต้น

nanjan

nanjan

nanjan

แจนแจนก็อดใจไม่ได้อยากรำพัด เราเลยใช้วิธีแลกเปลี่ยนกันไหนๆ อาอี๊ อาเจ็ก ก็อยากลองเจ้าจิ๋วอยู่แล้วถึงขนาดจะขอซื้อต่อแต่เราขายไม่ได้ มันไม่ใช่ของเรานะเรายืมมา แล้วที่เบตงจะเอามาขายไหมอันนี้ก็ไม่ทราบแล้วแต่ร้านจักรยานจะติดต่อมาไหม อี๊บอกว่าขอที่ติดต่อกรุงเทพก็ได้เดี๋ยวให้ลูกสาวที่อยู่ที่นี่ไปซื้อให้ โอ้โหอยากได้ขนาดนี้เลยนะ อี๊บอกว่าจะเอามาใช้เป็นจักรยานชมรมเล็กๆน่ารักแล้วก็ปั่นดีด้วย ราคากับคุณภาพที่เราบอกคร่าวๆไปคิดว่าจะตกใจแต่อี๊บอกว่าได้นะไม่ติดอะไร

nanjan

อี๊ๆที่นี่น่ารักมากบอกว่าให้เราไปเที่ยวบ้านบอกพิกัดมาเรียบร้อย แต่วันนี้เรามีเวลาน้อยในเมืองคงไม่ได้ไปไว้คราวหน้ามาเบตงค่อยแวะไปหานะคะ ต้องรีบแล้วแจนแจนบอกคุณแม่น้องเหมยโทรมาบอกว่ารอเราอยู่ที่ร้านติ่มซำ ร้านนี้ขายหมดเร็วมากหลังแปดโมงไปคิดว่าร้านยังไม่เปิด เขาปิดเร็วไปป่าว เจ็ดโมงแล้วเราต้องรีบไปทางไม่ไกลดิ่งลงเนินยาวๆ เบรคเอี๊ยดก็ถึงร้านและแล้วเราก็ไหลลงเร็วจนเลยต้องออกแรงขึ้นเนินกันอีกรอบ

nanjan

คนเยอะจริงๆด้วยถ้าแม่ไม่มาจองก็ไม่ต้องนั่งแน่ๆ แม่กับพ่อสั่งไปนิดหน่อยแล้วที่เหลือเราเลือกตามสบายนะ เกรงใจก็เกรงใจอยากลองก็อยากลองเอาแค่อย่างละเข่งก่อนตอนมาเสริฟ์แทบตกใจ ทั้งหมดแค่ยี่สิบเข่งแค่นั้นเอง มองหน้าแจนแจนแล้วคิดหนักว่าจะกินหมดไหม เพราะมีก๋วยเตี๋ยวหลอดที่แม่สั่งไว้ให้อีกคนละจาน ชอบมากก๋วยเตี๋ยวหลอดอร่อย ดูเหมือนมีแค่เส้นกับซี่อิ๊วแต่อร่อยเกินคาดนะ ตายแน่ๆ ดีใจเป็นที่สุดพ่อบอกเดี๋ยวน้องชายเหมยจะตามมาด้วย คิดว่าชายหนุ่มจะมาช่วยกินที่ไหนได้ต้องพยายามแล้วพยายามอีก แจนแจนก็ไม่ช่วยเพราะมีแต่เนื้อหมูกินไปได้ แม่ยังถามว่าเอาซาลาเปาอีกไหมเอามาแบ่งกัน เวลานั้นจะขยายร่างแล้วค่ะตัวจะแตกแล้ว กินไปเยอะมากๆ จนต้องบอกแม่ว่าแม่ช่วยหน่อยสิค่ะ เหลือก็รู้สึกผิดเสียดายของด้วย พยายามจนหมดดีนะมีพ่อช่วยกันกิน ขอบคุณมากนะคะคุณพ่อคุณแม่และน้องเหมย

มีสายเข้าระหว่างกำลังเริ่มกินอาหารแย่แล้วแนนแนน อะไรหรอแจนแจน รถตู้เขาบอกว่ามาถึงแล้วนี่เพิ่งเจ็ดโมงกว่าเองนะไหนบอกว่าจะมารับสิบเอ็ดโมงไง นั่นสิเพราะเขาติดต่อไม่ได้เลยพลาดการสื่อสารแน่ๆเลย ไม่เป็นไรนะน้องเหมยให้ยืมคันเก่งบิดไปได้ แจนแจนรีบถามข้อมูลจากแม่ว่าเราจะไปกันเองได้ไหม ก็ได้อยู่แต่ทางเป็นเนินขึ้นเขาตลอดยิ่งกว่าไปบ่อน้ำร้อนอีกนะเจ้าจิ๋วไม่สามารถ จำเป็นต้องยอมเพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราไปเก็บของแล้วเอาจักรยานไปฝากร้านกาแฟที่เป็นญาติเหมย ขอบคุณนะคะ

nanjan

nanjan

เรามาถึงนี่เราก็ปั่นผ่านกันหลายทีแต่ยังไม่ถ่ายรูปสักทีตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของจริงที่ยังส่งจดหมายได้ ตู้วันแรกที่ไปเจอนั่นเป็นแค่เหมือนอนุเสาวรีย์ส่งไม่ได้นะ แจนแจนบอกว่าไหนทำท่าหมีกอดต้นไผ่สิ มาเที่ยวให้สนุกต้องทำตัวสนุกๆ

nanjan

nanjan

ยังมีอีกอย่างที่เรายังไม่ได้แวะไปดูคือ taxi เบตง ที่นี่มีเอกลักษณ์เป็นแท็กซี่ที่ไม่ใช่ใครจะเรียก แต่เป็นบริการคิดรายคน วันนั้นเราถามอยู่ที่ 120 บ. จุดหมายไปยะลา จะออกก็ต่อเมื่อนั่งครบหกคน น่าลองใช้บริการมากนะเป็น taxi ที่ได้เพื่อนร่วมทาง

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

ยังไม่รีบเดินทางแจนแจนยังอยากไปนั่งดื่มชา เราก็เลยไปปั่นที่เดิมอีกแต่เปลี่ยนร้าน เรามองจากร้านข้ามไปเห็นโบสถ์สีส้มพอดี ถูกใจมากมายบอกแจนแจนว่าไปถ่ายรูปกัน และแจนแจนก็พาไปถ่ายรูปกับรถสองแถวเบตงอีกด้วยสีเหลืองแจ่มๆ จากนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนพาหนะเดินทางเอาจักรยานไปฝากบ้านอากู๋ของเหมย แจนแจนให้ข้อเสนอว่าเอาไปคันเดียวไหมขนไป เวลานั้นไม่ดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าทางเป็นยังไงขนไปจะลำบากไหมได้ปั่นไหม

nanjan

nanjan

nanjan

เมื่อคืนนี้แจนแจนก็ซักกาเกงให้ตอนนี้แดดยังไม่ออกก็ยังไม่แห้ง เป็นทัวร์ริ่งสมบูรณ์แบบตากผ้าไปด้วยที่เป้สพายหลัง ใส่หมวกจักรยานซ้อนท้ายแจนแจน บิดอย่างเดียวไปตามทางที่เราไปบ่อน้ำร้อน แต่เดี๋ยวก่อนแจนแจนบอกว่าเราควรไปไหว้เจ้าที่ หรือคนที่นี่นับถือเป็นศาลหลักเมือง เท่าที่แจนแจนถามทางมาเขาบอกว่าอยู่ในโรงเรียนแจนแจนก็เลยพาไปโรงเรียนจีนนั้นอีกครั้งไปไหว้ รอบแรกก็ไม่ได้ไหว้คราวนี้ก็เลยตั้งใจไหว้ พอดูชื่อที่ติดป้ายก็ไม่ใช่นินะแล้วโรงเรียนไหนกัน ถามอีกทีถึงรู้ว่าเรามาผิดที่จริงๆด้วย ที่จริงก็ถูกแล้วอยู่ในโรงเรียนแต่ไม่ใช่โรงเรียนนี้ วนหาซอยนั้นซอยนู้นในที่สุดก็เจอ กำลังมีเจ้าหน้าที่มาล้างศาลพอดี ศาลดูเล็กๆเกินคาด

nanjan

nanjan

แล้วแจนแจนก็บ่นหิวข้าว เมื่อเช้าแทบไม่ได้กินอะไรเลย แต่แนนยังอิ่มมาก นั่นสิลืมไปว่าแจนแจนกินได้แค่ปลา งั้นไปหาขอที่แจนแจนอยากกินละกันนะ มื้อเที่ยงแจนแจนขอเป็นแกงใต้ กินอย่างเอร็ดอร่อยหมดอย่างรวดเร็ว และบอกว่ามันต้องแบบนี้สิถึงจะเหมือนลงมาภาคใต้ ตามสบายนะเผ็ดๆแบบนี้กินไม่ไหวด้วย

nanjan

nanjan

ไปกินเฉาก๊วยกันไหม ไปสิอากาศแบบนี้ได้ของหวานเย็นๆ มีความสุขมากนะ วันนี้จะพาแวะ และแล้วก็ได้ลองเฉาก๊วยร้อนๆ กับน้ำแข็งเย็นๆ ที่นี่ทำออกจะหวานน้อยไปมากๆแจนแจนแบบว่าอยากขอเพิ่มน้ำเชื่อม กินหมดชามไม่เหลือเนื้อและน้ำ ที่จริงแล้วยังชอบเฉาก๊วยบางรักมากกว่า แต่มาแล้วก็ต้องมาลองนะ

nanjan

nanjan

จากนี้ไปมุ่งหน้าสวนดอกไม้ โอ้โหจะสุกกันไหมนะร้อนจริงๆ เราไปกันยามเย็นกว่านี้ได้ไหมนะ ทางก็ไม่รู้จักและยังเป็นเนินเขาอีกยังไงเราก็ต้องไปตอนที่สว่างแบบนี้แหละเพื่อความปลอดภัย ไปถึงแยกตรงไปมีอุโมงค์ปิยะมิตร และทางซ้ายไปสวนดอกไม้ ในใจคิดว่าการมีของพะรุงพะรังเที่ยวไม่สนุกแน่ แจนแจนพาไปเก็บของก่อนแล้วกันนะระยะทางสิบเก้ากิโลนั้นดูไม่ไกลเลย แต่พอเห็นถนนแล้วคิดถึงเสือภูเขาที่สุดน่าจะไต่ขึ้นสนุก แจนแจนบอกว่าบิดไม่ขึ้น เป็นครั้งแรกที่บิดขึ้นเขา ถามว่ากลัวไหมเมื่อได้ยิน ไม่กลัวหรอกแค่บิดเป็นก็เก่งแล้วแนนปั่นเป็นอย่างเดียวนะ ที่ไม่กลัวเพราะคิดว่าไม่ไหวก็ลงเข็นแค่นั้นเอง ไม่ก็ไหลกลับทางเดิมไปเริ่มต้นที่พื้นเรียบๆ กำลังใจแจนแจนมาเพิ่มทันทีเหมือนเห็นอีกคันสวนลงมาเป็นคนมีอายุด้วยนะ เอ้าไปต่อแต่คราวนี้ไม่ไปจริงๆนะ ต้องลงก่อนแล้วช่วยดันเปลี่ยนเกียร์ให้เบาลงได้แล้วก็ค่อยขึ้นไปซ้อนแจนแจนใหม่

แย่แล้วเข็มกระดิดต่ำมากมายไหนพ่อบอกว่าเต็มแล้วไง แจนแจนไม่ต้องกลัวหรอกในชุมชนน่ามีจะตั้งขวดแบ่งขาย เข้าไปในชุมชนหาเติมเอาก็ได้ นี่เราเหมือนมาเมืองจีนจริงๆ ทางเล็กๆ สองข้างปลูกผักชาวบ้านใส่ชุดเสื้อผ้าห่อมหนาแน่นแบบว่าร้อนแล้วยังใส่แขนยาวเหมือนอากาศหนาวแบบนั้น และสำเนียงภาษาก็ใช่เลย เติมแล้วอุ่นใจหน่อยอีกนิดหน่อยก็จะถึงสวนดอกไม้ แจนแจนสู้ๆนะ เขาซ้อนอยู่ข้างหลังเป็นกำลังใจ บิดต่อไปอีกนิดก็ถึง ความเร็วน่าจะอยู่ที่ไม่เกินสิบห้า สองคนหนักมากหรือว่าไม่มีแรงส่งนะ ในที่สุดก็มาถึงสวนดอกไม้เมืองหนาว

ร้อนที่สุด สุดจะร้อน แบบว่าถอดแว่นตาออกไม่ได้แสบตา ดูเป็นเหมือนอาอี๊อาม่ามาเที่ยวสวนดอกไม้กันเพราะไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่ดูน่าตื่นเต้นให้วัยรุ่นได้พจนภัย ไปติดต่อห้องพักที่โทรมาจองไว้ จะโพสอะไรต่อจากนี้ไม่ได้แล้วขาดการสื่อสารแบบไม่รู้ว่าเราหายไปไหนกันสองคน ดีแทกของแนนหายไปตั้งแต่ขึ้นเนินแรกแล้ว ส่วนเอไอเอสของแจนก็หลับๆตื่นๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมแจนแจนสื่อสารกับคนทางนี้ไม่รู้เรื่อง สักพักใหญ่ก็มีรถขนนักเรียนมุสลิมมาเที่ยว อารมณ์เหมือนมาดูงานการปลูกพืชมากกว่าแต่ก็ไม่ใช่เขามาเที่ยวจริงๆ

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

ทีแรกกะว่าจะมานอนแบบว่าไม่อินกับต้นไม้ดอกไม้กลางแดดเลยนะ แต่พอเดินเข้าไปดูใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆทีละต้นทำเอาสนุก ต้นเล็กๆทุกต้นมีดอกสีสวยๆเกินคาดบางต้นก็ขึ้นตามพื้นทางเดินเหมือนวัชพืชหรือว่าเมล็ดหล่นแล้วโตขึ้นมานะหลากสีสันสวยดี เดินไปทีละแถวดูทีละซุ้ม แจนแจนบอกถ้าแม่มาต้องชอบแน่ๆ นั่นสิน่าจะเหมาะ พอได้เดินเข้าไปในสวนดอกไม้ก็คิดถึงดอยตุงทันที อะไรแบบนั้นเลย แต่ที่นี่เล็กกว่ามากๆ ก็เดินเที่ยวไปตามทางรอแดดร่มๆ แล้วค่อยปีนขึ้นข้างบน ถ้าคนชอบดอกไม้คงชอบที่นี่นะ

nanjan

nanjan

ยิ่งดึกยิ่งมีคนมามากขึ้นคณะทัวร์ต่างชาติเริ่มทยอยมา เจ้าของที่นี่บอกว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียมาเยอะมากเลย เท่าที่เห็นก็จริงด้วยมีทั้งจีนและแขก ถ้าเป็นแบบนี้แล้วในห้องพักถือว่าสะอาดมากนะ ห้องพักไม่มีกลิ่นอับไม่มีมด แต่ห้องพักที่เราพักที่เบตงมดเยอะถามพนักงานเขาบอกว่าคนก่อนหน้ามาพักกินอะไรในห้องพักมดเลยมากัน มันควรจะต้องไม่มีมดสินะถูกต้องแล้ว อาหารเย็นจะกินอะไรต้องสั่งไว้ก่อนนะ เจ้าของที่พักมาเคาะประตูถาม ทางที่พักแนะนำไก่ท้องถิ่น และมะระผัดไข่ ตามนี้ก็ได้ค่ะ

nanjan

ขอนอนต่อก่อนนะไม่รู้จะทำอะไรเลยเจ้าจิ๋วก็ไม่ได้เอามามือถือก็ใช้งานไม่ได้ อาบน้ำสิแจนแจนบอกเพราะเดี๋ยวยิ่งดึกยิ่งหนาวนะ นั่นสิเริ่มเย็นๆแล้วนะ น้ำร้อนก็อุ่นที่นี่ใช้ระบบแก๊สเปิดทีร้อนแทบลวกสุก น้ำเย็นก็หนาวไปหรือต้องรอเย็นกว่านี้ค่อยอาบน้ำนะ ได้เวลาไปกินข้าวแล้ว ทัวร์เริ่มมาลงกันอีกแล้วคราวนี้เป็นชาวจีนเสียงดังโช้งเช้งมากทำเอาต้องรีบกินแล้วรีบกลับห้อง แล้วเราก็ได้ยินเสียงร้องเพลงคาราโอเกะกันทั้งคืน เจ้าของที่พักมาชวนเราไปเดินป่าตอนเช้าเก็บสมุนไพรกับเขาด้วย แต่ว่าเราไม่อยากตื่นเช้า แจนแจนบอกว่าอยากจะขึ้นไปดูหมอกมากกว่า

ทีแรกยังคิดว่าใครจะมาแต่ที่นี่ไม่รู้ทำการตลาดโปรโมทสถานที่เที่ยวยังไงนักท่องเที่ยวถึงได้เต็มมากขนาดนี้ ถ้าไม่จองห้องพักไว้เราไม่ได้พักแน่ ฝีมือมากๆนะแผนการตลาด

นอนไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าหนาวมากๆ ผ้าห่มที่ให้มาก็เป็นแค่ถุงนอน

ยังไม่ทันตั้งตัว #2

30 มี.ค.

nanjan

ครบไหมแจนแจน กระเป๋าสองใบ กล่องจักรยานสองกล่อง เดี๋ยวเขาไปเรียก taxi มาในซอยดีกว่าไม่ต้องขนเดินแบกไปหนัก แค่เดินออกจากบ้านก็สะดุดล้มบันได อะไรเนี่ยเดินทุกวันไม่เคยล้ม แท็กซี่ก็น่ารักมาช่วยเราขน นั่งยิ้มๆ กันไปในรถดีใจจะได้ไปเที่ยวกับแจนแจนอีกแล้ว ตอนเช้าถนนโล่งๆ ยังจะขึ้นทางด่วนอีก เปลืองจริงๆ ทีแรกคิดว่าจะปั่นไปกันแล้วแบกเป้ แต่แจนแจนไม่อนุมัติ เราต้องเดินทางแต่เช้านะ นั่นสิล้อก็เล็กมากด้วย

nanjan

ถึงสนามบินก่อนเวลามากมาย แจนแจนไปขอสก๊ตเทปที่ออฟฟิศมาแปะกล่องอีกทีดีกว่าเพื่อความหนาแน่น แล้วเราค่อยโหลดของและไปกินข้าว เข้าแบบนี้แนแนนหิวแล้วหรอ วันนี้กินข้าวเช้าจังนะ หิวแล้วละ ตื่นมาก็หิวเลย แจนแจนเคยทำงานที่นี่นินะรู้ทางไปที่กินพนักงานนิ เช้าแบบนี้เปิดหรือยังนะ ข้าวไข่ดาวราดน้ำพะโล้ ตั้งสามสิบแหนะ ไมแพงจัง ไข่ดาวเขียวว่า 10 บาท ข้าวเปล่าก็ 10 บาท น้ำพะโล้เปล่าๆ เต้าหู้ก็ไม่ได้ตั้ง 10 บาท เอ้าน่ากินกินไปนะแจนแจนบอกว่ามันก็กำไรตรงนี้แหละ โห แบบนี้กินอย่างอื่นดีกว่า

nanjan

nanjan

เข้าไปข้างเดินเล่นกัน อีกตั้งนานกว่าเครื่องจะออกนะ มีอะไรเดินเล่นไหม มีแต่ของที่ไม่อยากได้ โอ้โหมีเสื้อผ้าตัวละร้อยขายเป็นกองด้วย ช็อกกันได้ทุกที่เลยเนอะ ไปเดินเล่นถามสายการบินอื่นสิเอาจักรยานขึ้นได้ไหม จนได้เวลาขึ้นเครื่อง คนเยอะแยะแน่นๆ เต็มๆ ทุกที่นั่ง มองดูวิวก่อนเครื่องบินขึ้น พอจากนั้นก็หลับ ตื่นอีกทีตอนเครื่องลง เปิดเครื่องมือถือมีสายเข้าไม่ได้รับ พี่อาคเณย์โทรมา

nanjan

กำลังเข้าไปเอากระเป๋าแล้วค่ะ พี่รออยู่ที่ทางออกแล้วนะ แจนแจนพี่เขามาถึงก่อนตั้งนานแล้วนะ น่ารักมากมาย ได้รับของก็รีบเข็นไปหาขนของขึ้นรถมา แล้วนั่งคุยไปตลอดทาง ทริปนี้แนนแค่อยากมาเจอพี่อาคเณย์ที่หาดใหญ่ เพราะตามดูผลงานใน Facebook ตลอดว่าพี่เขาผลักดันเรื่องจักรยานอยู่ที่นี่ก็เลยบอกพี่อาคเณย์คนเดียวว่าจะไปหาที่หาดใหญ่ และอยากฝากกล่องจักรยานด้วย ช่วยระหว่างก่อนเดินทางพี่อาคเณย์ก็โทรมาบอกข้อมูลเป็นระยะว่าต้องเดินทางยังไง จนในที่สุดก็หารถมารับเราสองคนจนได้ ขอบคุณมากค่ะ

nanjan

เดี๋ยวเราไปกินข้าวแล้วนั่งคุยวางแผนเดินทางกันนะ ได้แต่ตอบพี่ไปว่าค่ะ แล้วแจนแจนก็บอกให้พาไปที่ท่ารถตู้ก่อนดูว่ามีรถออกเวลาไหนบ้าง ไปจองไว้ก่อนก็ดี พอลงไปติดต่อรถตู้ เจ้าของอู่บอกว่ารถกำลังจะออก เอ้าออกไปแล้วจะไปไหมยังเหลือที่ว่างอีกหลายที่ถ้าไปจะโทรตามกลับมา มองหน้ากันไปมาแล้วบอกว่าไปค่ะ เพราะอีกรอบก็บ่ายไปถึงก็เย็น ไม่รู้จะอันตรายไปไหมถ้าไปถึงเวลานั้น สรุปแล้วยังไม่ทันได้รู้จักพี่อาคเณย์และพี่ๆ ที่มารับเราก็ต้องโบกมือลา พร้อมฝากกล่องจักรยานไว้ หิวก็หิวแต่ก็ต้องขึ้นรถไปเลย แจนแจนบอกว่าไปถึงเราจะได้กินไก่เบตง

nanjan

nanjan

ระหว่างทางเราเห็นถนน โอ้ถ้าปั่นมาคงสุกแน่ๆ เลย ไม่มีอะไรเลย ถนนเหมือนโลกพระจันทร์ด้วย ต้อง mtb เท่านั้น ดูน่ากลัวแบบเปลี่ยวๆ นานๆ จะมีบ้าน หรือเป็นทางพิเศษที่รถตู้ใช้นะ ดีนะคนน้อย ทั้งคันรวมคนขับก็มีกัน 5 คนเอง อากาศถ่ายเทสบายไม่มีทีท่าเมารถ สองชั่วโมงผ่านไปกำลังจะถึงด่านผ่านแดน ดีนะเป็นรถตู้ท้องถิ่นขับประจำเลยชินเส้นทางมาก เพราะถ้ามากันเองคงคิดว่าหลงทางแล้ว นี่ชายแดนบ้านเราประเทศไทย โอ้โห เหมือนในหนังที่ผู้ร้ายกำลังจะหนีข้ามแดน ดูน่ากลัวมากมาย คนขับรถแนะนำให้เราไปติดต่อทำเรื่องผ่านแดน นี่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนะ โน่นทางโน้นถ้าสร้างเสร็จก็ดูดีขึ้นเยอะ ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ดูน่าสงสาร

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

สวัสดีค่ะ ปกติคนมาเยอะไหมคะ ไม่เยอะเลยวันละไม่กี่คนเอง เข้าใจทันทีเลยว่าทำไมถึงต้องอยู่ตู้คอนเทนเนอร์ ถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ไม่ได้นะ แจนแจนโดนดุ เปล่าถ่ายสักหน่อย เรียบร้อยแล้วขึ้นรถตู้ข้ามแดนไปมาเลเซีย โอ้โห แค่ทางเข้าเมื่อกี้กับตรงนี้ผิดเหมือนประเทศเขาพัฒนาไปไกลโพ้นมาก บ้านเราต้องตามอีกสักสิบๆ ปี เป็นยี่สิบปี เรียบกริบกว้างมากดูดี ตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองไอ้เราก็เชยมากตามหาแผ่นกระดาษจะเขียนขอผ่านแดน เขาบอกว่าเอานิ้วสแกนตรงนี้นะ วางนิ้วชี่้ลงไปเดี๋ยวเครื่องจะอ่านค่าเก็บไว้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กระเป๋าก็เอามาสแกนก่อน นี่ชายแดนเขานะ ทางไทยบอกว่ามีคนผ่านไม่กี่คน ทางนี้ก็น่าจะเช่นกันเพราะติดกันแต่เขาทำอะไรไปไกลกว่ามากๆ โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

nanjan

จากตรงนี้ถนนดูน่าปั่นมากๆ แบบว่าอยากเอาจักรยานปั่นตั้งแต่ด่านไปเลย สองข้างทางมีแต่ต้นปาล์มเขียวๆ ดูสดชื่น ถ้าเอาหมอบมายิงคงสนุก พอเห็นถนนก็คิดวางแผนอยากจะมาปั่นที่มาเลเซียนะ ไปปีนังดีไหม มีวันคาร์ฟรีโซนด้วย คิดไปเรื่อยๆก่อนนะ ยังมีเวลาไปอีกหลายทริป ในใจอยากเที่ยวไทยให้ทั่วก่อน เริ่มเข้าเขตบ้านคนเป็นชุมชนถนนก็เปลี่ยนไป ธรรมดามากขึ้นแต่ยังดีกว่าริมชายแดนประเทศไทยอยู่ดี รถตู้จอดเติมน้ำมัน ไหนๆ ขอลงไปดูหน่อยสิราคาเขาถูกว่าแค่ไหน จริงๆ ด้วยนะ ปกติปั่นจักรยานก็ไม่ค่อยสนใจราคาน้ำมันเลย ไม่เคยโดนผลกระทบ ห้าปีแล้วที่ไม่ได้จ่ายเงินเติมน้ำมัน ไปดูในมินิมาร์ทสิมีอะไรขายบ้างหิวแล้วละ เดินดูขนมไปจบลงที่ลูกเกดเคลือบช็อกโกแล๊ต เดินยิ้มมาแบ่งแจนแจน

nanjan

nanjan

กินเยอะไม่ได้นะ ยังเจ็บคอไม่หาย ปกติไม่เคย ไม่เคยเลยนะ ที่ซื้อช็อกโกแล๊ตห่อเล็กๆแบบนี้มาแล้วต้องรัดยางเก็บไว้กินวันต่อไป วันนี้เป็นครั้งแรก นั่งรถต่อไปอีกชั่วโมงถึงด่านออกประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าด่านเบตงของไทย โอ้โห ตรงนี้สวยกว่าเมื่อกี้เยอะมาก ค่อยดูเทียบเท่าประเทศเพื่อนบ้านสักหน่อย แต่ไม่มีคนเลยเนอะ มีแค่เราสี่คนอีกตามเคย เพราะคนขับรถตู้เขาทำบัตรผ่านแดนพิเศษไม่ต้องมาต่อคิวแบบเรา ใช้ได้อาทิตย์หนึ่งต่อทีหนึ่ง วันหนึ่งเข้าออกไทยมาเลสี่รอบ ไปสองกลับสอง คือขับไปส่งเราที่เบตง แล้วก็รับคนจากเบตงกลับหาดใหญ่ ขับแบบนี้ทุกวันจนหลับตาก็บอกทางได้

nanjan

nanjan

อีกหนึ่งชั่วโมงจากนี้เราก็ถึงคนขับรถตู้บอก ดีใจจะได้ลงจากรถแล้ว ดีนะที่ไม่เมา จอดตรงหอนาฬิกานะคะเสียงแจนแจนบอกคนขับรถ ทิ้งเราลงตรงนี้ไปต่อทางไหนไม่รู้แล้ว แจนแจนรีบเดินไปถามคนแถวนั้นว่าโรงแรมที่เราพักอยู่ตรงไหน ส่วนแนนกำลังใส่บันไดให้เจ้าจิ๋ว กำลังจะกางจักรยานแจนบอกว่าเข็นไปเลยนะไม่ต้องกางข้างหน้าก็ที่พักแล้ว เราก็เข็นจักรยานกับแบกเป้เดินไปตามทางฟุตบาทน่าจะร้อยเมตรเองนะจากหอนาฬิกาก็ถึงที่พัก โห แจนแจนหาเก่งมากกลางเมืองเลยใก้ลมาก รีบเก็บของแล้วเราไปกินข้าวกันเถอะ หิวมากๆ แล้ว

nanjan

nanjan

โรงแรมมีลิฟท์ถึงชั้น 5 เองนะ เราพักชั้นหกลดไป 100 บาท ก็เลยต้องแบกจักรยานกับเป้เดินขึ้นบันไดหนึ่งชั้น ก็โอเคนะสามารถอยู่ ห้องก็ใช้ได้ ไม่มีผีหลอกก็ผ่านละ วางกระเป๋าแล้วกางเจ้าจิ๋ว ยกลงมา พอพ้นประตูโรงแรมเราก็มุ่งหน้าไปร้านไก่เบตง อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้แจนแจนไปถามทางและนำทางให้ ร้อนที่สุด สุดจะร้อน เห็นแดดแล้วกลัว แต่เมื่อมาเที่ยวแล้วจะเสียเวลาอยู่นิ่งไม่ได้ที่สำคัญหิวด้วย เข้าร้านนี้แหละน้องเหมยแนะนำมา ทีเด็ดอยู่ที่ผักน้ำ ไก่เบตง อย่างอื่นไม่สั่งเพราะแจนแจนกินไม่ได้ ทริปนี้พิเศษมากนะแจนแจนขอกินไก่ ปกติแจนแจนกินได้แต่ปลา

nanjan

nanjan

nanjan

มาแล้วไก่กับผักน้ำ ข้าวยกมาเป็นโถ เราก็ตกใจสิมาสองคนให้มาทั้งโถ ก็เลยบอกว่าเอาแค่สองจานเขาบอกว่ากินไปเถอะเราคิดเป็นจาน ถ้าเติมจะคิดเงินเพิ่ม ทางร้านเป็นคนตักให้ สำหรับสองคนกับข้าวสองอย่างพอดีๆ เพราะอยากไปลองอย่างอื่นกันต่อด้วยโดยเฉพาะขนม อิ่มพอดีสี่โมง แต่แดดยังเหมือนตอนเที่ยง แจนแจนเราไปอุโมงค์กันเมื่อกี้ตอนปั่นผ่านหอนาฬิกามาทางซ้ายมือเห็นมีอุโมงค์ ได้สิไปหมีนำนะ โอเค ตามมานะ แล้วแจนแจนก็แซงขึ้นหน้าไป ไหนว่าเข่าเจ็บไงทำไมมีแรกเยอะจังปั่นขึ้นเนินแซงหน้ากันเลยนะ จะรีบไปถ่ายรูปให้ไง

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

ดูเป็นนักท่องเที่ยวกันมากๆ เพราะเล่นจอดเจ้าจิ๋วสองคันหนัาอุโมงค์แบบไม่กลัวรถเพื่อถ่ายรูป แล้วก็ปั่นเข้าไปในอุโมงค์ ตื่นเต้นข้างในจะยาวแค่ไหนนะ เย็นดีจังเลยเนอะ ไปแบบไม่รู้ทางว่าจะออกไปเจอกันไร แล้วไปทางไหนต่อก็ไม่รู้ รู้แต่สนุก แค่มีคนไปด้วยหนึ่งคนก็อุ่นใจ ออกอุโมงค์แล้วเจอป้าย สุดชายแดนสยาม ทริปนี้เน้นปั่นถ่ายรูป จอดถ่ายรูปเก็บภาพ ใก้ลๆ กันมีไก่เบตงสองตัวใหญ่ ปั้นไว้เป็นอนุสรณ์ แจนแจนบอกให้ไหว้ ไหว้ด้วยหรอ ใช่เรากินไก่ก็ต้องไหว้ขอขมาสิ อย่างนั้นเลยนะ ฟังดูน่าเชื่อถือทำตามก็ได้ ขอบคุณนะคุณไก่เบตง เนื้อเพื่อนๆอร่อยมากเลย

มีทางเนินขึ้นไปอีกด้วยแต่ไม่กล้าปั่นไปดูมีต้นไม้เงียบๆ ไม่รู้ออกไปไหน อีกทางเห็นเหมือนมีคลองลองไปทางนี้ดูนะ ดูเหมือนริมคลองไม่ใช่สินี่แม่น้ำ หรอแม่น้ำดูเล็กจัง แถวนั้นเหมือนจะมีตลาดนัดขายของ เอาไว้เย็นๆ เราปั่นมากันอีกทีนะ แล้วน่าไปที่ไหนอีกละแจนแจน มาที่นี่เขาบอกว่ามีสนามกีฬาที่สวยมาก เป็นการสร้างเลียนแบบสนามกีฬากลางหุบเขาของมาเลเซียนะ แล้วไปทางไหนละทีนี้ ลองใช้ตัวช่วยแผนที่ในมือถือหาทางไปดีกว่า พิมพ์ไปแล้วก็บอกหาไม่เจอ ดีนะมีภาพถ่ายทางอากาศ รู้พิกันว่่าเราอยู่ตรงไหนแล้ววางแผนเอาเองว่าเราต้องปั่นไปทางไหน

nanjan

nanjan

nanjan

จากแผนที่เราเหมือนต้องย้อนอุโมค์ออกไปทางซ้ายนะ ไปลุยอิ่มแล้วไปไหนก็ได้ เห็นเนินแล้วถ้าปั่นขึ้นได้ปวดเข่าหรือไม่ก็หงายหลังก่อน เก็บกำลังเอาไว้เที่ยวหลายๆวันจึงเลือกเข็นขึ้นเนินกัน จุดหมายก็ส่วนจุดหมายระหว่างทางน่าสนใจเราก็แวะ แจนแจนดูนั้นสิตึกสวยดี เปลี่ยนทิศทางกันทันทีเลี้ยวไปตามสิ่งที่น่าสนใจ มีเด็กๆอยู่ข้างบนด้วย อยากจะขึ้นบ้างขึ้นทางไหน ตะโกนเรียกน้องถามว่าพี่จะขึ้นทางไหน น้องบอกทางนั้นแต่เรายังสงสัย น้องๆก็น่ารักมากมายเดี๋ยวหนูลงไปรับ คุยกันเพลินจนลืมว่าต้องขึ้นไป หมดเวลาแล้วพี่ที่นี่เขาปิดสี่โมง แล้วน้องๆ จะไปไหนกันต่อ ผมก็ไปนั่งตรงบันไดร้อยขั้น โอ้โห ชื่อฟังดูน่าสนใจมาก พาพี่ไปด้วยสิ ตรงนี้เองพี่น้องชี้ไป เดินไปดูใก้ลๆ ว้าว เห็นวิวเบตงชัดเจนสวยจัง ถ้าพี่ได้ขึ้นไปข้างบนที่ผมอยู่เมื่อกี้จะเห็นทั้งหมดสวยกว่านี้อีก

nanjan

nanjan

nanjan

เราคุยกันไปคุยกันมาแป๊บเดียวน้องก็ถามพี่มี facebook ไหม น้องถามว่าพี่มาจากไหน บอกไปว่ามาจากกรุงเทพ ร้องเสียงดังทันทีว่าอยากไปมาก อารมณ์เหมือนเราตอนนั้นได้ยินใครบอกว่ามาจากโคเปนโอเก้น แล้วอยากไปบ้างอย่างนั้นเลย ก็บอกน้องว่ามาสิเดี๋ยวพี่พาปั่นเที่ยว ขอผมเก็บเงินก่อนนะ ได้สิ แล้วเดี๋ยวเราไปไหนต่อ ไปปั่นกับพี่ไหมพี่จะไปสนามกีฬาเสร็จแล้วจะไปหาอะไรกินกัน เพื่อนผมต้องไปทำงานต่อครับไปด้วยไม่ได้ เอาไว้วันอื่นก็ได้พี่อยู่ที่นี่หลายวัน ลองจักรยานไหมละ ลองปั่นดูสิ ผมกลัวทำของพี่พังครับ ตามใจนะลองได้ไม่พังหรอก

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

เราสองคนเข็นจักรยานขึ้นเนินกันต่อตามคำแนะนำของน้องๆ ว่าให้ไปทางไหน แล้วเราก็ไปเจอน้องๆ บนนั้นอีกทีเพราะทางเข้าอยู่ตรงนี้น้องก็จอดรถไว้ข้างบน ดูดีนะมีสนามเด็กเล่นของเล่นเยอะด้วย ขอเล่นก็ดูดี จุดหมายเราอยู่ที่สนามกีฬา โน่นไงเห็นทางเข้าไปแล้วมองลงไปสีสวยมาก สนามดูเล็กกระทัดลัด มีเด็กๆ ซ้อมบอลกันอยู่ เป็นสนามที่ดูคุ้มค่าเพราะข้างๆ ก็มีคนมาวิ่งออกกำลัง เราอยากเอาจักรยานไปปั่นข้างในบ้าง ไหลลงไปดูแล้วนะ ฟิวส์….. สนุกเลยไหลลงลืมคิดถึงตอนขึ้นนะว่าต้องเหนื่อยเข็น ขอปั่นหนึ่งรอบสนามดูบรรยากาศ น่ารักมากมายนะ เด็กๆชี้มาที่จักรยานไม่ฟังโคชสอนแล้ว ล้อเล็กนิดเดียวเอง แจนแจนล้อแดงหมดแล้ว ถ่ายรูปอัถจรรย์สวยจังเลยเนอะ มันดูมีเรื่องราวมากมายกับลายธงชาติไทยที่ทำเป็นลายไว้ ตรงนั้นก็สวยนะแจนแจนถ่ายรูปไว้ยังเป็นลายกราฟฟิกตี้แบบเด็กๆ สวยแบบนี้เองที่ป๊าบอกว่ามาเบตงต้องมาสนามกีฬาให้ได้นะ

nanjan

ลองปั่นขึ้นเนินดูสิ ก็ปั่นได้อยู่นะออกแรงเพิ่มนิดหน่อย ใช้พลังงานสักหน่อยเดี๋ยวเราก็ไปกินข้าวกันแล้ว ที่จริงก็ยังไม่หิวแต่ฟ้ามืดแล้วที่ทางก็ไม่คุ้นควรต้องเข้าที่พัก เราย้อยกล้บทางเดิมเมื่อกี้เข็นขึ้นตอนนี้ว่าจะเข็นลงเพราะเนินดูชันเกิน 45 องศา กลัวกลิ้งมากมายแต่พอเห็นแจนแจนลงไปได้ก็เอาบ้าง ลองบีบเบรคเจ้าจิ๋วดูว่าจอดไหม โอ้โหแน่นๆ สามารถอยู่เบรคสนิทไม่ไหล ทีนี่ละปล่อยพลังเต็มที่ไม่มียั้งไหลลงมาด้วยความเร็วแซงหน้าแจนแจนถึงถนนข้างหน้าในเวลาไม่ถึงนาที สนุกจริงๆ

nanjan

nanjan

เราปั่นตรงไปเลยนะแจนแจนลองดูสิจะไปไหน ตรงอย่างเดียวก่อนนะ ตรงไปแบบไม่เร่งความเร็วก็ได้เห็นอะไรสะดุดตา แจนแจนมีร้านจักรยานด้วย จอดดูดีกว่า โอ้โห เจ้าของร้านผู้หญิงมุสลิมด้วย ที่นี่ปั่นกันเยอะไหมคะ ก็เยอะนะ ถ้ามาเร็วกว่านี้ก็ไปทริปทันอยู่นะ เขาเพิ่งออกไปกันเองมีนัดปั่นกันที่หอนาฬิกาแทบทุกวันหกโมงเย็น ไปไหนกันกัน ไปบ่อน้ำร้อนกันวันนี้ เราก็กะจะไปกันแต่ไม่ใช่วันนี้ เราคงตามเขาไม่ทันเอาคันนี้มาล้อเล็กนิดเดียว เดินดูข้างในร้านตามสบายนะ มีจักรยานเสือภูเขาเสือหมอบและอุปกรณ์ครบ หิวมากแล้วแจนแจนไปหาร้านน้ำนั่งดีกว่า แจนแจนก็ถามพี่เจ้าของร้านไปว่ามีร้านชาแบบใส่กระป๋องนมขายไหม มีนะมีแทบทุกร้านแต่ต้องเป็นตอนเช้าชี้ไปฝั่งตรงข้ามย้อนลงไปอีก เวลานี้ต้องไปหน้าโรงแรมสิบสามชั้น ย้อยทางเดิมไม่ใช่แน่ๆ ขอตรงไปก่อนนะ

nanjan

แจนแจนเมื่อกี้เห็นร้านกล้วยปิ้ง เอาไหมละ อยากกินแต่ไม่อยากย้อน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมากินก็ได้ ข้างหน้ามีตู้ไปรษณย์พอดีเห็นตอนติดไฟแดง นี่หรือเปล่าตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดที่แจนแจนเคยเอารูปให้ดู ใช่ๆ แวะก่อนไหม ลืมหิวน้ำไปแล้วหรอ ถ่ายก่อนนะไหนๆ ก็มาแล้ว ระหว่างปล่อยให้แจนแจนไปถ่ายรูปก็มีผู้หญิงคนหนึ่งดูมีอายุเข้ามาทักทาย เธอโพกผ้าด้วยเราดูไม่ออกว่าเธอชอบปั่นจักรยานเลย เธอมาแนะนำตัวว่าเธอก็ปั่นประจำเพิ่งจะไปแข่งกลับมา เวลานั้นต้องขอโทษมากๆ หิวน้ำใจไม่อยากจะแลกบทสนทนาอยากให้แจนแจนถ่ายรูปเสร็จเร็วๆ แล้วไปร้านน้ำ ก็ลืมนึกไปว่าซื้อน้ำเปล่าดิ่มให้หายหิวก่อนก็ได้

nanjan

nanjan

ตรงไปข้ามสะพานมีป้ายบอกไปยะลาแล้วนะ ลองเลี้ยวขวาดีกว่า ระหว่างทางไม่มีร้านชาเลยสงสัยว่าเราต้องไปร้านชาที่เจ้าของร้านจักรยานแนะนำแล้วละ หิวน้ำสุดๆ ในกระติกก็ไม่เหลือสักหยดแล้ว เจอร้านชา แจนแจนยังมีตัวเลือกให้อีกว่าจะเอาร้านอาแป๊ะ หรือจะเอาร้านแอร์เย็นๆ มาเที่ยวทั้งทีมันต้องธรรมชาติลองของโบราณสิ โอ้โหแทบแย่ เราย้ายทีนั่นจนต้องออกมานั่งหน้าร้าน กลิ่นยาสูบอะไรเนี่ย บุหรี่ก็ด้วย รับไม่ได้เลย แต่นั่งร้านแบบนี้ก็ต้องทำใจหน่อย ออกไปนั่งหน้าร้านก็ได้ แจนแจนร้อนจะแย่แล้วหิวน้ำก็หิวขอสั่งเย็นๆนะ โรตีก็อยากกิน เจ็บคอไหมเป็นคำถามที่แจนแจนคอยสกัด ไม่เจ็บนะแค่ไอ

nanjan

ในที่สุดก็ได้ชาเย็นชื่นใจดูดแว๊บเดียวหมดแก้วกับโรตีกรอบๆ อีกหลายชิ้น อิ่มแล้วแจนแจนปั่นแซงหน้าพาไปจอดร้านขายยาจัดการซื้อยาแก้ไอให้หนึ่งแผง กินด้วยนะจะได้หายสักทีครั้งนี้ไอนานไปละ แล้วแจนแจนก็ถามเจ้าของร้านขายยาว่ามีของกินอร่อยๆ ขายตรงไหน เจ้าของร้านก็น่ารักออกมาหน้าบ้านชี้ทางให้คือซอยข้างๆร้านที่เราปั่นผ่าน ปล่อยเจ้าจิ๋วไหลลงเข้าซอยไปคิดว่ามาเยาวราชของน่ากินเยอะมากแต่ก็ไม่หิว ดูแล้วมีร้านขายของหวาน ถั่วเขียวต้มร้อนๆ ข้าวเหนียวดำ แจนแจนไม่รีรอสั่งมาลองทันที แนนยังเลือกไม่ได้เพราะอยากชิมทุกหม้อแต่ท้องก็อิ่ม เข็นเจ้าจิ๋วเข้าไปจอดในร้านผ่านโต๊ะที่สั่งบะหมีผัดไว้แต่ไม่มีคนนั่งอยู่ โอ้โห แจนแจนเห็นอะไรไหม น่ากินมากๆ เลยนะ โต๊ะนู้น ทันทีเลยแจนแจนรีบไปบันทึกภาพเก็บก่อนเจ้าของจานนั้นจะมานั่งโต๊ะ

nanjan

เราสั่งเหมือนเขาสักจานมาแบ่งกันกินไหมแจนแจน ได้สิ ไปสั่งแต่ไม่เอาเหมือนเพราะจานนั้นคือหมี่ผัดพริกแกง ขอเป็นหมี่ผัดซี่อิ๊วแทนนะ หมี่เหลืองเส้นกลมแบบนี้แถวบ้านจะมีขายแต่ตอนกินเจ ที่นี่ขายเส้นหมี่เหลืองเป็นเส้นปกติ ส่วนเส้นหมี่สีขาวมีอีกชื่อเรียก ในที่สุดก็กินกันหมด แล้วยังปั่นไปดูว่ามีอะไรกินอีกทั้งๆที่ท้องจะแตกแล้ว ปั่นเที่ยวย่อยอาหารสักหน่อย ผ่านตลาดผ่านหลายอย่างแต่ดูเมืองเงียบมากๆ เหมือนว่ามีแต่ร้านอาหารที่มีคน ร้านขายเสื้อผ้าก็เงียบๆ เราปั่นกันไปหลายทิศทางพอเจอนเนินสูงๆ ก็เลี้ยวเปลี่ยนทาง ไม่ต้องกลัวหลงเลยนะเพราะแค่ถามว่าหอนาฬิกาอยู่ไหนทุกคนก็ตอบและชี้ทางบอกเราได้ แต่เรื่องทางแล้วปั่นจักรยานแนนจำได้อยู่ มุดจนระบบจำทางดีใช้ทาง แจนแจนเรียกแนวว่านาวิเกเตอร์

nanjan

nanjan

นำทางกลับโรงแรมได้สบายมากซอยไหนทะลุไหนก็จำได้ นกเต็มสายไฟ อี๋…………พวกเราเริ่มกลัวนกตั้งแต่ที่คอนโดแจนแจนโดนพิราบบุกมาทำรังวางไข่ทำต้นไม้ตายปล่อยหลักฐานไว้เหม็นไปหมดเราเลยอี๋……………กับนกที่เห็น แต่แจนแจนก็ยังจอดเก็บภาพซึ่งน่ากลัวมากว่าจะได้ของฝากกลับโรงแรม ขอหลบก่อนนะ ไปดูอุโมงค์ดีกว่าตอนค่ำน่าจะเปิดไฟสวยนะ

กลับเข้าที่พักแค่เข็นจักรยานเข้าประตู เจ้าหน้าที่พนักงานต้อนรับก็มามุงดูจักรยาน ขอถ่ายรูป เชิญตามสบายค่ะ เท่าไรเราไม่บอกราคานะ บอกแต่ว่ายืมมาปั่น ครึ่งวันแรกในเบตงก็สนุกแล้ว ^^

ไปเบตงกันไหม #1

30 มี.ค.

แนน : อยากไปปั่นไกลๆ ไปไหนดีนะ
แจน : ไปเบตงกันไหม
แนน : ไป

แล้วเบตงเป็นยังไงนะเคยได้ยินแต่หนังโอเคเบตง ดูก็ไม่เคยดูอยู่ตรงไหนก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่เคยไป ที่ไหนไม่เคยไปก็อยากไปทุกที่ ทั้งหมดในทริปนี้ต้องยกแจนแจนแล้วล่ะ รอปั่นอย่างเดียว ^^

แจนเริ่มหาข้อมูล ทั้งการเดินทางและที่เที่ยว ทำการบ้านอย่างเข้มข้นอยู่คนเดียว เอาเปรียบเป็นที่สุด ไม่นะแนนแนนไม่ว่างต้องปั่นจักรยาน อุอุ เป็นข้ออ้างที่พอฟังขึ้น แจนบอกว่าน้องที่ทำงานบ้านเขาอยู่เบตง ไปได้ปลอดภัย หรอ เรื่องนั้นไม่ได้คิดถึงเลยละแค่มีแจนไปด้วยก็พอแล้ว ที่จริงอยากปั่นสามจังหวัดชายแดนใต้สักครั้งเลยนะ เห็นคนที่จังหวัดเขาก็ยังปั่นตามปกติ และมีหลายคนบอกว่าสถานที่ในสามจังหวัดนั้นที่เที่ยวสวยมากๆ อยากไปนะ

แจนบอกว่าทริปนี้เราจะไปเครื่องนะ จองตั๋วไปแล้วจะไปสัก พ.ค. นะ แต่ดันไปกดจองจ่ายเงินเรียนร้อยของเดือน มี.ค. สำหรับแนนแล้วไม่เป็นไรไปเดือนไหนตอนไหนก็ได้เพราะลาออกมาเป็นปีเพื่อจะปั่นจักรยานอยู่แล้ว ส่วนแจนต้องไปลางานกับออฟฟิศ ระหว่างช่วยก่อนถึงวันจะเดินทางเป็นเดือน แจนแจนขยันมากรับแทนเวรทำงานเพื่อนๆ ทุกคนสะสมมาได้ 5 วัน เอาไว้ไปปั่นแบบไม่ต้องลานะให้เพื่อนแทนเวร

แล้วเราจะเอาจักรยานไปยังไงถ้าไปเครื่อง เป็นปัญหาที่แจนปวดหัวมาก ก็ไม่ต้องเอาไปสิง่ายดีไปซื้อคันใหม่ที่นั่นเลยเอาแบบแม่บ้านก็ได้ปั่นแล้วก็ทิ้งไว้ที่นั่นเลย เข้าท่าดีนะ เท่าที่หาข้อมูลตามหาร้านจักรยาน ถามคนนั้นคนนี้ก็แล้วเขาบอกว่าไม่มีร้านจักรยานที่นั่น เราไม่เที่ยวตัวเปล่าก็ไม่เอานะ ยังไงต้องมีจักรยานด้วย สำหรับแนนแล้วนั่งรถไปไม่มีจักรยานก็รู้สึกไม่อยากเดินทางละเพราะเมารถ เดี๋ยวหาวิธีก่อน เอาคันใหญ่ไปก็ไม่ได้นะ เพราะเราต้องต่อรถตู้จากหาดใหญ่ไปเบตงอีก 4 ชั่วโมง โหยยยยย โหดร้ายมากนั่งรถนานจัง

จำได้ว่ามีจักรยานคันจิ๋วชื่อ carry me จะลองไปยืมดูนะ ลองโทรไปเล่าความฝันให้ทาง interbike ฟังว่าเราอยากเดินทางด้วยจักรยานแต่ติดอะไรบ้าง และอยากได้ carry me ช่วยนำพา พี่ปีเตอร์น่ารักมากๆ ตอบตกลงทันที แต่ทริปนี้อยากไปสองคนขอสองคันได้ไหมคะ จักรยานเเดมโม่ให้ทดลองใช้มีอยู่คันเดียว แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวแกะกล่องคันใหม่ให้อีกคันไปยืม โอ้โห มีให้เลือกสีด้วย ถ้าเลือกได้ขอสีส้มนะคะ

ไปรับจักรยานล่วงหน้ามาก่อนสามอาทิตย์เพื่อทดลองใช้ให้คุ้นชินก่อนการเดินทาง ทดสองดูว่าจะปั่นไกลๆ ได้ไหม ลองเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเจ้าจิ๋วนี่ไม่ธรรมดานะ ทำความเร็วได้ ปั่นแล้วเหมือนคันใหญ่ แค่ล้อเล็กที่ต้องระวังพื้นสูงต่ำที่ต้องจอดยกแค่นั้น แจนบอกว่าเบตงเราคงใช้แค่ในเมือง เจ้าจิ๋วนี่สามารถอยู่แล้ว

สรุปแล้วค่าตัวโปรโมชั่นที่เราได้ ราคาพอๆกับค่าจักรยานที่เราต้องจ่ายเพิ่ม เพราะทางสายการบินไม่สนใจว่าน้ำหนักที่เรามีคนละยี่สิบโลสำหรับขนกระเป๋าเขานับจักรยานเป็นอุปกรณ์กีฬา ซึ่งเราก็กลัวว่าถึงจะคันเล็กแต่ถ้าวันจริงไม่ผ่านนี่เราต้องจ่ายค่าน้ำหนักเป็นสองเท่าเลยนะ เพื่อความสนุกสนานในการเดินทางเรายอมจ่ายเพิ่มนะ ยังไงก็อยากไปแบบได้ปั่น ตกลงตามนี้ จ่ายเงินละคะแจนขอคำยืนยัน เรื่องเครื่องบินเป็นอันเรียบร้อย

ต่อไปเป็นเรื่องรถตู้เราจะไปทางไหนมีไปได้สองทาง ทางไทยผ่านนั่นละหลายจุดที่ลงข่าวว่าอันตรายหนักหนามีระเบิดกาลเวลา อีกทางก็มาเลเซีย ถ้าไปทางนี้ต้องมี passport ในใจลึกๆเริ่มแอบกลัวระเบิดแต่ก็อยากไปอยู่ไปทางมาเลก็แล้วกันนะ ข้อมูลคร่าวที่รู้คือทางไทยมีรถตู้ทุกชั่วโมง ส่วนมาเล มีแค่สองรอบต่อไปนอกจากว่าคนจะเยอะถึงจะเพิ่มรถ

แจนบอกว่ายังไงก็ต้องแพ็กจักรยานให้เรียบร้อยนะ เขาไม่ให้เข็นขึ้นไปทั้งคัน ได้ไม่มีปัญหาน่าจะมีกระเป๋าใส่ แย่ละเจ้าจิ๋วไม่มีกระเป๋านะ แต่เราใส่กล่องไปก็ได้ ติดต่อกับทาง interbike ขอกล่องอีกรอบ ก่อนเดินทาง 2 วัน โชคดีมากๆ เจอพี่อู๊ดใจดีอาสาพาไปขนกล่องมาให้ ขอบคุณนะคะ ทีแรกคิดว่าจะขนใส่แร็คจักรยานปั่นกลับมาเพราะดูแล้วกล่องก็ไม่ใหญ่

ก่อนวันเดินทางหนึ่งวันแนนไปปั่นทริปวัดใจที่ราชบุรีมาแทบสลบเลยนะ 60 km. เพราะไม่ได้ปั่นตากแดดแบบทำความเร็วมานาน เสร็จแล้วก็ต่อสัมภาษณ์ที่ร้าน แจนถามว่าไหวหรอพรุ่งนี้เดินทางแล้วนะ สบายมากจะหลับแล้ว

เราเที่ยวเล่นทำงานกันเพลินจนคืนก่อนเดินทางเพิ่งจัดกระเป๋า รวมของสองคนใส่ในเป้ใบเดียวเอาไปแต่กางเกงขาสั้นประหยัดพื้นที่ เสื้อผ้าทุกตัวก็ม้วนกันจนเล็กแล้วเอายางรัดอีกรอบ ไม่เป็นไรนะถ้าไม่พอใส่ก็ซักเอา แนนจัดกระเป๋าเรียบร้อย แจนเตรียมกล้อง จากนั้นมาช่วยกันแพ็กจักรยาน เจ้าจิ๋วสองคัน คันหนึ่งใส่บันไดเหล็กไว้ลงกล่องไม่ได้ สวยอีกคันได้มาใหม่พับได้ลงกระพอดี ทำเอาต้องหเครื่องมือถอดบันได ดีนะที่มีอุปกรณ์ติดบ้านไว้ ทริปนี้เราต้องพกที่ถอดบันไดไปด้วย น้ำหนักที่ซื้อไว้ 25 กิโล แจนลองยกกล่องแล้วตกใจเกินแน่เลย ไม่เกินนะจักรยาเพิ่งจะ 8 กิโลเอง เพื่อความสบายใจไปเอาเครื่องชั่งน้ำหนักมาชั่ง แจนอุ้มกล่องไว้นะ จริงด้วย 10.5 กิโลเอง โอ้โห แค่กล่องทำไมหนักขนาดนี้เนี่ย

ทุกอย่างพร้อมแล้วไปนอนได้แล้ว เราต้องตื่นตีสี่นะ รับทราบแจนแจน แล้วเขาจะตื่นไหม เราต้องขึ้นเครื่องกี่โมงหรอแจนแจน เครื่องออกหกครึ่งเราต้องไป check in ก่อน ทริปนี้เราไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองนะ ไหนจะต้องรอ taxi อีก ไม่ต้องห่วงแจนแจนเดี๋ยวเขาโทรนัด taxi ได้ ขอหาเบอร์ก่อนนะ นัดล่วงหน้าได้ด้วยหรอแจนถาม น่าจะได้แหละเดี๋ยวลองโทรดู

อยากให้มารับตอนตี 4 ครึ่งค่ะ เดินทางไปดอนเมือง เราก็แจ้งรายละเอียดไป ตั้งโทรศัพท์ปลุกไว้ตีสี ยังไม่ทันไร taxi ก็โทรมาบอกว่าถึงแล้ว โหยยยย เดี๋ยวเขารีบไปแปรงฟันก่อนนะ น้ำยังไม่ต้องอาบหรอกนะ เมื่อกี้เพิ่งนอนเอง แจนแจนบอก อี๋………….555 ยังหอมอยู่เลย เดี๋ยว taxi รอนาน