Tag Archives: ปั่นจักรยาน

รสชาติของความหลง

8 เม.ย.

หลายคนอาจชอบเส้นทางนั้นแล้วไปซ้ำๆ ส่วนเรานั้นชอบไม่ซ้ำ หาที่ใหม่ไปเรื่อยๆ หากต้องเริ่มจุด A ไปจุด B แบบครั้งนี้ไปหาหมอแล้วกลับบ้าน ขาไปที่ต้องรักษาเวลาก็ใช้ทางที่เร็วสุด ส่วนขากลับลืมไปได้เลยว่าจะซ้ำทางเดิม

ก่อนเริ่มปั่นเราชอบตั้งโจทย์ให้ตัวเองก่อน เช่น ขอชุมชนล้วนๆนะ ขอเกาะทางรถไฟ ขอเลาะริมคลอง หรือ ปักแลนด์มาร์คต้องผ่านให้ครบ หรือ ตามหาต้นไม้ใหญ่ พอมีโจทย์แบบนี้ละ ทำให้มีรสชาติ ต้องพยายามหาทางเชื่อมต่อให้ได้ 

ต่อให้ดูเหมือนมีสัญญานเตือนว่าทางนี้ไปต่อไม่ได้ก็ตาม ขอเห็นด้วยตาว่าสุดทางไปต่อไม่ได้นี่หน้าตาเป็นอย่างไร เห็นแล้วก็สบายใจ จะย้อนทางเข้าอีกครั้งก็ไม่รู้สึกว่าไกลขึ้น เช่นกันกับการหลงทาง ทำให้รู้จักอีกเส้นทาง

หลายครั้งรู้สึกเกรงใจเวลาว่าไปกับเพื่อนๆ เขาพาออกถนนแอบรู้สึก ทำไมไม่เลี้ยวเข้าซอยนี้ละ ได้แต่เก็บไว้ในใจ เรียนรู้ทางใหม่ที่เพื่อนพาไป บางครั้งก็ออกนอกเส้นทางกลุ่มซะงั้น เจอกันปลายทางนะ ถ้ากติกาไม่เข้ม รู้แหละว่าไม่ควรทำ แต่พอปั่นบนถนนรถเยอะแล้วมันไม่ใช่เลย 


หลังๆมาใน กทม. เราเลยลุยเดี่ยว สำรวจทางเอง ทางไม่รู้จัก ไม่เคยไปมันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นยิ่งนัก มีความสดให้ค้นหา ทำความรู้จัก และชอบไปวันธรรมดานี่สิ วันที่ทุกคนไปทำงาน มันเงียบดีนะ คนใช้ทางก็น้อย บางที่ไม่มีเพื่อนร่วมทางเลย ส่วนวันหยุดเพื่อนๆตื่นเช้าไปปั่นกัน ส่วนเราก็นอนตื่น สายพักร่าง ก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน ทำไมชอบย้อนแย้งกับคนส่วนใหญ่ 

เห็นแดดก็ไม่อยากออกจากบ้าน แต่พอได้ออกเท่านั้นละ ปั่นลืมว่ามีแสงแดดไปเลย เมื่อสายตาอยู่ในแว่นกันแดด ร่างถูกคลุมด้วยผ้ามิดชิด มีเพียงปลายนิ้ว 5 นิ้วที่รับแสงโดยตรง นอกจากสถานที่ไม่คุ้นทำให้ปั่นไม่เลิกลาแล้ว ความลื่นของจักรยานก็มีส่วน วันไหนล้างโซ่ หยอดน้ำมัน ตั้งเกียร์เป๊ะๆ กดบันไดแล้วมันรู้สึกพุ่งไหล ความรู้สึกนี้ก็ชวนให้ไม่อยากจอดเช่นกัน 


ขอบคุณ inerbike studio เมื่อไรสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกไปก็พาเข้าไป เซตกลับให้เหมือนเดิมทุกครั้ง ที่มากกว่านั้นพอปั่นแล้วรู้สึก เหมือนจักรยานคันใหม่เลย พุ่งกว่าเคย เกียร์เป๊ะกว่าก่อนเข้า service 


แผนที่คืออีกหนึ่งสิ่ง เปิดดูแล้วมีเรื่องสนุกทุกครั้ง ทางนี้ฉันยังไม่เคยไปนิ ต้องหาโอกาสซะแล้ว และครั้งนี้เอง เปิดเจอแผนที่เดินเรือคลองพระโขนง ฟังไม่ผิดนะ แผนที่เดินเรือ ^^ จะลองนั่งเรือสำรวจทางดูว่า สองฝั่งคลองมีแผ่นปูนสามารถปั่นได้ตลอดทางไหม 


คลองพระโขงอยู่ตรงไหนนะ น่าจะใกล้ BTS พระโขนง แล้วไปสุดที่ไหนนะ ตลาดศรีเอี่ยมคือตรงไหน เคยเห็นชื่อนี้บนรถสองแถว แต่ยังไม่เคยไป ตัวช่วยที่ใช้ประจำคือ google map คนเดิน + คนท้องที่ แล้วออกปั่น จุดหมายตั้งไว้เป็นแค่ให้ถึงแบบช่วยให้รู้ทิศตอนตั้งคำถาม แต่รสชาติที่สัมผัสได้อยู่ระหว่างทางนี่แหละ รสหลงนี่อร่อยมากนะ 


ทฤษฏีที่ชอบใช้ คือ ไปไหนก็ได้ที่นี่กรุงเทพบ้านเรา ที่นี่เมืองไทยของเรา และที่นี่โลกของเรา มิตรภาพมีอยู่ทุกที่ โลกมันกลม เดี๋ยวมันก็วนมาทางเดิม ในความเป็นจริงก็แบบที่เราเชื่อนี่ละ เจอมิตรภาพน่ารักทุกรุ่นทุกวัยทุกอาชีพทุกครั้ง แค่เอ่ยออกไป น้องครับ พี่คะ ลุงคะ ป้าขา 


เส้นทางนี้ก็เช่นกัน มีสะพานให้ข้ามก็ไม่ข้าม เมื่อเห็นว่าใต้สะพานผ่านตรงไปได้ แปลกดี ในความคิดมีสะพานก็ต้องมีคลองสิ แต่ทำไมเราเห็นเป็นทาง จึงตัดสินใจปั่นตรงไป แล้วก็เจอเจ้าหน้าที่เก็บขยะทางน้ำ : พี่คะ ทางปูนนี้ยาวไหมคะ ? ยาวเลย ไปได้ไกลนะ คือคำตอบ ขอบคุณแล้วลุยเลย ทั้งๆที่คลองเดิมที่ตั้งใจคือคลองพระโขนง แต่ป้ายคลองที่นี่ คลองประเวชบุรีรมย์ 


จากที่เราปั่นชวนคิดถึงว่าไทยพุทธ-มุสลิม เราก็อยู่ด้วยทุกที่แบบนี้ทั่วไทยนิน่า ตอนเด็กๆที่โรงเรียนเราก็มีเพื่อนมุสลิมนะ เรียนแค่ 2 ปี แยกย้ายไม่เจอกันอีกเลย ตอนเรียนพาณิชย์ก็มี ตอนทำงานก็มี ไปใต้ที่ผ่านมายิ่งได้เพื่อนมุสลิมเพิ่มขึ้นเยอะ 


ยิ่งพอปั่นเส้นทางนี้แล้ว พาคิดถึงบรรยากาศที่เคยปั่นด้วยกัน เพราะขวามือเป็นมัสยิดตลอด ส่วนซ้ายมือก็เป็นวัด ที่น่ารักคือมีสะพานข้ามคลอง สองฝั่งเชื่อมถึงกัน น่ารักดี มองเห็นไม่แค่สะพาน แต่เป็นการเชื่อมมิตรภาพ ความรู้สึกเหมือนแค่ชอบคนละอย่าง แต่เราก็เป็น เพื่อนกัน ไปเที่ยวด้วยกันได้ ถึงเวลากินก็สั่งในแบบที่ชอบ อิ่มแล้วก็ไปต่อ 


เส้นทางฝั่งขวาที่ผ่านมัสยิดทางปูนเท่าที่ปั่นดูจะใหม่กว่าหรือเพิ่งปรับปรุง มีราวเหล็กกั้นตลอดทาง ต่างจากฝั่งซ้ายที่ดูสภาพผ่านการใช้งานมานานและบางช่วงก็ไม่มีราวกั้น ทางแคบกว่า ทางปูนจะผ่านชุมชน พอเป็นบ้านเดี่ยวหลังโตมีรั้วกั้น ทางปูนก็หายจากไป อาจเพราะเขาไม่จำเป็นต้องใช้คลองเป็นทางสัญจร เลยไม่อยากให้คนสัญจรต้องผ่านบ้านตัวเองด้วย และเด่นชัดมากขึ้นคือมีทางปูนริมคลอง แต่ไม่มีทางเข้า นอกจากเจ้าบ้านจะเปิดให้ผ่าน 


เส้นทางนี้เลยจบที่อ่อนนุช 25 ที่แรกคิดว่าจะถึง BTS พระโขนง 

 

Advertisements

เมื่อก้าวเท้าลงจากรถไฟ

28 ก.ย.

 จบทริปไปประจวบมาได้ 4 วันแล้ว 5 วันก่อนหน้ามันช่างเป็นช่วงเวลาที่เร็วเหลือเกิน รู้สึกยังไม่พอกับการเดินทาง 
7.00 น. ของวันที่ 20 แอบชิ่งกลับมาก่อน เพราะนัดกับพี่แนนไว้ แถมยังไม่ได้จัดกระเป๋า ปฏิบัติการเก็บนู้นนี่อย่างเร็ว สุดท้ายออกไปถึงบ้านพี่เค้าก็ประมาณ 08.37 ปั่นอย่างร้อนและเหนื่อยมาก พอถึงพี่เค้ามัวแต่หาที่พัก ยัง ยังไม่อาบน้ำ คนอื่นเค้ารีบมา รอกินข้าวจนเวลาล่วงไป 10โมง ก่อนไปขึ้นรถไฟ เราไปเดินดูงานนิทรรศการ ฝนตกลงมาไม่ขาดสาย โชคดีที่เดินเล่นอยู่ในงาน ไม่เปียกฝน ได้เวลาเคลื่อนตัวออกจาก มธ. ถึงสถานีรถไฟธนบุรี โอ๊ย…. O~O ฝนตกต้องรีบอีกละ ใจเต้นรัว กลัวทำอะไรเปิ่นๆ คนบนรถไฟก้อยังจะแซวอีก ººº เก็บจักรยานเสร็จ 13.05 รถไฟจะออกละ นี่นั่งคิดเลย จะไหวมั้ยไม่ไหวมั้งมันไกลอะ เส้นทางมันไกลมาก (ความคิดคนไม่เคยปั่นระยะยาว) และประเด็นเลยคือ เส้นทางเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เปลี่ยนตามอารมณ์และทางที่อยากปั่นไปดู เริ่มชินค่ะบอกเลย


เฮ้อ…. นั่งรถไฟจนเมื่อย ง่วง แต่ไม่หลับ มันร้อน มันนอนไม่สบาย ทางไกล อยากมองวิว มันทำให้คิดไรได้เยอะแยะ เหมือนตอนทำงานเราไม่มีโอกาสได้นั่งทบทวนครุ่นคิด พอมีโอกาส ก็เลยค่อยๆปล่อยความคิด คิดไรไปเรื่อยๆ ฝนตกหนักเมื่อเส่นทางเริ่มไปถึงราชบุรี ตกตลอดทาง หนักบ้าง เบาบ้าง จนถึงปราณ ใจเต้นรัวพอบอกว่าอีกสองสถานีจะถึง ใจเต้นเพราะต้องเตรียมขนของลง ไม่รู้เพราะอะไรสายตาที่มองเรามันเยอะมั้ง อิอิ เปล่าหรอกกลัวรถออกแล้วขนไม่ทันต่างหาก เสียงประกาศ “สถานีรถไฟปราณบุรี” ฝนยังตกแต่ก็พอมองเห็นป้าย


 เย้!!!! ถึงแล้ว เมื่อก้าวเท้าลงจากรถไป ทริปครั้งนี้ก้อได้เริ่มขึ้น ^0^!!

เนื้องเรื่องโดย “แตงไทย” ผู้ร่วมทริป

ไปปั่นกาญจน์กันเถอะ

27 มิ.ย.

ไปปั่นกาญจนบุรีกันเถอะ ถ้าชอบความเขียว ชอบธรรมชาติ ขอแนะนำนะคะ

ทริปนี้ที่ได้กลับไปกาญจน์อีกครั้งต้องขอบคุณอาศรมศิลป์ที่ชวนไปสำรวจทางค่ะ เหมือนได้กลับบ้านแบบนั้นเลย เพราะเริ่มหลงไหลกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้งก็เพราะจังหวัดนี้แหละ

1

2

3

การเดินทางถ้าให้ได้รสชาติก็ต้องมาด้วยรถไฟนะคะ ช้าหน่อยแต่ได้บรรยากาศเมืองกาญจน์ดีค่ะ ตอนนี้ทางการรถไฟมีบริการตู้โดยสารจักรยานแล้วนะคะ ทริปนี้ก็เลยได้ลองใช้บริการตู้ขนจักรยานของการรถไฟ ข้อดีของการนั่งรถไฟ คือ เดินไปมาคุยกับเพื่อนๆได้ แค่นี้ก็สนุกแล้วค่ะ มีแค่นิดหน่อยเองค่ะที่การรถไฟต้องปรับปรุง คืออยากให้มีทางลาดเข็นจักรยานขึ้นลง และสายล็อกที่แน่นหนาเวลายกขึ้นแร็ควาง ส่วนเรื่องรถไฟเลท ถ้าแก้ได้ก็สุดยอดเลยค่ะ

เก็บของเข้าที่พักแล้วตามแนนกับแจนไปปั่นได้เลยค่ะ เส้นทางที่แนะนำเน้นสำหรับมือใหม่ ขาอ่อน ปั่นชิวล์ กินลม ชมเมืองกาญจน์นะคะ ส่วนขาแรงเปิด google map แล้วยิงเลยค่ะ จะเขื่อนหรือ สังขละ ก็ตามแต่กำลังขา

จุดที่นักท่องโลกแบกเป้ชอบมาพัก คือ โค้งปะปา เปรียบได้กับ ถ.ข้าวสาร ในกรุงเทพค่ะ บรรยากาศเดียวกันเลย ผับ บาร์ ร้านอาหาร เกสต์เฮาสต์เพียบ แค่ปั่นจากจุดเริ่มสะพานข้ามแม่น้ำแควนะคะ ซอยตามถนนเส้นนี้จะเป็นชื่อประเทศ น่าจะเพื่อรำลึกถึงทหารนานาชาติที่เคยมาสู้รบเมื่อครั้งสงคราม เราไม่ต้องเลี้ยวไปซอยไหนนะคะ ตรงอย่างเดียวจนเห็นโค้งประปา ปั่นไปตามทางถึงแยกแล้วเลี้ยวขวาค่ะ

12

13

9

10

11

ช่วงประมาณหลังสุสานสัมพันธมิตร เราจะเจอ Bicycle Cafe’ ค่ะ เป็นร้านที่จุดประกายวัยรุ่นเมืองกาญจน์ให้มาปั่นจักรยานกัน งานนี้ต้องขอบคุณพี่ไก่ เจ้าของร้านผู้ปลุกปั่นและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ แวะนั่งคุยเล่นดื่มน้ำ สอบถามเส้นทาง ช่วยดูจักรยาน หรือระหว่างทางต้องการช่างไป service พี่ไก่และทีมงานก็ยินดีค่ะ และที่นี่เราได้เจอน้องเป้ นักปั่นเจ้าถิ่นค่ะที่มารอร่วมทริป จากนั้นแนนก็เลยชวนเป้ไปด้วยกัน

23

a1

25

19

ตั้งใจไว้ว่าจุดหมายแรกต้องขอมาไหว้ศาลหลักเมืองฝากเนื้อฝากตัวให้ท่านช่วยคุ้มครองความปลอดภัยก่อนค่ะ แถวนี้ีมีมุมน่าถ่ายรูปเยอะเลย ตั้งแต่กำแพงเมืองเก่า ที่ทำการไปรษณีย์หลังเก่า

a2

5

6

และแล้วเส้นทางก็เปลี่ยนทันทีเมื่อแจนไปเจอป้าย “หาดทรายชุกโดน” แนนจะกะไปท่าเรือชุกโดน อยากรู้ว่าข้ามแล้วจะไปไหนต่อ สรุปแล้วไม่ไปต่อละคะ อยากโดดลงเล่นน้ำกับเด็กๆทีเดียว อ๊ายย มีสไลเดอร์ด้วย มีดึ๋งๆ ด้วย อยากเล่นจัง มองไปไกลๆก็เห็นภูเขา มองไปข้างๆ ก็มีเรือเป็ดในปั่นเหมือนในสวนลุม แต่ที่นี่แม่น้ำจริงๆ ที่ดูปลอดภัยมากๆ มีกั้นพื้นที่ไม่ให้เด็กๆว่ายไปลึกเกิน เห็นแล้วรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดีจัง โดกับธรรมชาติไม่ใช่สระว่ายน้ำ อยากบอกว่าชีวิตเด็กๆดีกว่ากรุงเทพฯ อีกนะ อากาศก็ดี ที่เล่นก็เยอะ แนนกลัวจะเปียก แต่แจนนี่สิอดใจไม่ได้กางเกงก็ถกไม่ได้ แต่ใจไปแล้วเลยทิ้งจักรยานถอดรองเท้าถุงเท้าลุยน้ำไปเลยเข่า แจนบอกว่าปั่นไปเดี๋ยวก็แห้ง น้องเป้บอกว่าผมเคยเล่นตอนเด็กๆ สนุกดี แสดงว่ามีมานานมากๆแล้วสินะ

a3

a4

26

ต้องขอบอกว่าวัดเราก็แค่ปั่นผ่านจอดแวะถ่ายรูปนะ เพราะพวกเราถูกสีเขียวของธรรมชาติดึงดูด แบบว่าจอดดูต้นไม้ใหญ่ ดูทุ่งนา ดูสวน ดูชีวิตผู้คน สังเกตรายละเอียดรอบๆที่ปั่นผ่าน

29

21

a6

a7

เรามาปั่นต่อที่เส้นทางเลาะริมแม่น้ำ ผ่านสะพานสองแควที่สั้นมากๆ  มีร้านเหล้าบาร์เยอะมากและบริการแพก็เยอะ มองมุมสูงจากสะพานสมเด็จพระสังฆราชจะเห็นชัดเจนมากๆ ว่าเยอะขนาดสองฝั่งน้ำ ข้ามสะพานลงมาดีกว่ามาดูสวนสาธารณะที่คนกาญจน์ออกกำลังกายกัน กว้างใหญ่แบบเครื่องบินลงได้เลย แจนเห็นแม่น้ำกว้างใหญ่บอกว่าทำไมที่นี่ไม่ทำสนามบอลลอยน้ำเหมือนเกาะปันหยีนะ

a8

a5

รู้สึกชื่อสนามกีฬาที่นี่เท่กว่าที่ไหนๆ สนามกีฬาสมเด็จพระญาณสังวร เราจะไปไหนก็ต่อนะ อ๋อ เป้าหมายของเราไปวัดถ้ำเขาปูน ดูท่าทางไม่น่าไกลนะ ตลอดทางนึกถึงสนามเขียวสุวรรณภูมิเลย ถ้าได้ร่มรื่นแบบนี้ละก็สุดยอด ยังบอกน้องเป้ว่า ชาวกรุงคงอิจฉานะมีเส้นทางปั่นเรียบและร่มรื่นแบบนี้ เก็บรักษาดูแลต้นไม้ใหญ่ให้ดีนะ อย่ายอมให้ใครมาตัดทำลาย

a9

24

จะว่าไปไฮไลท์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนก็ได้นะ เราเจอฝูงวัวกำลังกลับไร่ มอ มอ เสียง กรุบกรับๆ ดังมาจากกระดิ่งที่ห้อยคอ น่ารักจัง เป็นกระดิ่งไม้ น่าเอามาติดจักรยานบ้างจัง  มีกลัวที่ไหน แจนบอกว่ากล้าไปปั่นไปใกล้ๆ ถ่ายรูปให้สวยมาก ได้ๆ เริ่มจากปั่นไปใกล้ๆ เจ้าของวัวก่อน ทักทายสวัสดี เจ้าของบอกว่าตัวหน้าสุดนี้ไม่ยอมให้ใครในฝูงแซงนะ มีขวิด แล้วจักรยานสีแดงคันนี้มันจะแสบตาไล่มาขวิดไหม แนนลองชลอเพื่อจะขอถ่ายรูปใกล้ๆ ไม่ทันไรวัวก็วิ่งมาไล่ทัน เราแยกกันตรงแยกเข้าสวนพอดี คิดว่าจะไปด้วยกันถึงวัดซะอีก

22

ก่อนจะถึงวัดเราเจอเนินแล้ว ทางขึ้นวัดปรับเกียร์เบาๆ หมุนขาไปเบาๆ ไม่นานก็ถึง ตัววัดดูยังไม่น่าสนใจสำหรับเรา เพราะอยากรู้ว่าสุดทางมีอะไร ถึงจะเจ้าถิ่นจะว่าไม่มีอะไร แนนบอกแจนว่าขอไปดูจุดสูงสุดของทางก่อนว่าเห็นอะไร ถ้าไม่มีอะไรเราค่อยไปต่อ และแล้วก็พบความงามแบบว่าต้องบอกต่อ เป็นวิวโค้งน้ำที่สวยมาก ปั่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นคงจะฟินสุดๆ น้องเป้ยังบอกว่าผมเกินมายี่สิบกว่าปีเพิ่งรู้จักที่นี่วันนี้ ไว้ต้องพาเพื่อนมาดูบ้าง

30

28

18

 

c9

ขากลับไหลลงจากเนินที่ปั่นขึ้นไปชมวิว แล้วก็มาหยุดตรงนี้ดูน่าจะสนใจมาก เพราะชื่อวัดบอกว่ามันน่ามีอะไรมากกว่านี้ ใช่แล้ว เราจะไปเที่ยวถ้ำกันต่อ ค่าเข้าพระบอกว่าช่วยบำรุงวัด ยี่สิบบาท เดินเข้าไปหน่อยก็ลงบันได แค่นั้นก็ได้กลิ่นขี้ค้างคาวแล้ว เข้าไปก็ลงสัยว่าทางเข้าเล็กนิดเดียวเอง พระองค์ใหญ่มากมาตั้งประดิษฐานอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มีเด็กๆที่เป็นคนท้องที่บอกว่า มาสร้างในนี้พี่ นั่นสินะ น้องสองคนน่าจะอยู่ประถมแค่นั้น อาสานำทางให้ บอกว่าผมไม่คิดเงิน เราเลยได้ไกด์นำทาง ถ้ามั่วเองกับแจนอาจจะยังไม่ได้ออกมา ข้างในถ้ำเดินแล้วสนุกดี อาจเพราะเราชอบปั่นทางแคบๆ คราวนี้ได้เดินทางแคบๆ มุดบ้าง หัวหลบบ้าง แล้วก็คิดว่าใครนะช่างขุด แต่มันน่าจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้มากกว่า

b1

ที่จริงๆก็ิอยากไปต่อแต่เวลาไม่พอ ขากลับเราได้เจอวัดเจ้าแม่กวงอิมด้วย แจนขอแวะเพื่อไปสักการะให้ฐานะลูกศิษย์ โชคดีได้เป็นที่หลบฝนให้พวกเราไปด้วย

40

b2

b3

39

ได้เวลาที่เราต้องกลับไปที่พักตามนัดรายงานเส้นทางปั่นกับทีมงานแล้ว แนนบอกน้องเป้ว่าทางไม่ซ้ำกับที่เราปั่นมานะ น้องเป้จัดหัด ถนนสายเล็กๆ โล่งๆ สองข้างเป็นสวนผัก แนนเลยได้ลองทดสอบทรงตัวด้วยการปล่อยมือปั่น ได้ 5 วินาที ฟิ่วๆ ปั่นกันไปลมพัดกระทบหน้าเย็นสบาย แจนบอกว่านี่ปั่นมาจะจบทริปแล้วยังไม่มีเหงื่อเลยนะวันนี้ นั่นสิอากาศดีมากไม่เจอแต่โหดๆ เจอแค่ฟ้าครึ้ม

b7

b8

 

b9

b6

b5

และแล้วแจนก็หักเลี้ยวลงข้างทางแบบตั้งใจ เพราะโดนสีเขียวถึงดูดเท่านั้นเอง แนนก็สนุกตามเรื่องไปด้วยใจอยากจะปั่นไปใกล้ๆภูเขา ทุกทีทุกครั้งชอบมากตรงไหนแฉะฉันปั่นไปหา รู้ว่าเละก็จะลุย ลืมไปว่าคันนี้จักรยานพับนะ ไม่ทันแล้วละ ขากลับแจนบอกให้ยกแนนก็ยังเดินไปย้ำที่แฉะอีกจนได้ ฮ่า ฮ่า ได้ดินติดเต็มล้อและรองเท้า แจนบอกให้ขูดกับหญ้า คราวนี้เลยได้หญ้าติดมาด้วย พร้อมปลูกที่บันได ^^ สนุกให้เต็มที่เสร็จแล้วก็แค่เอาน้ำล้างก็ออก

17

b4

แล้วก็เราต้องจอดอีกครั้งเพราะบึงบัวสวยจัง คนแถวนั้นอาจมองว่าไม่มีอะไร แต่การปั่นจักรยานทำให้บึงบัวดูน่าสนใจขึ้นมาเลย

b10

16

มีคนออกกำลังกายบนสะพานด้วย แต่อยู่บนสะพานเก่านะ สวนสะพานใหม่ก็มีแต่พวกเรา ทำเอาต้องขอย้อนกลับไปใช้สะพานเก่าชมแสงตะวันอยู่พักใหญ่ กระโดดถ่ายรูปเล่นกับแสงเงา แล้วค่อยกลับเข้าไปรายงานตัว ใช้เวลาจนคุ้มนาทีสุดท้าย ได้เวลานัดหมายพอดี

คืนนี้เราจะออกไปปั่นกันอีก หลังจบการประชุมกลุ่ม เราออกปั่นเที่ยวตลาดโตรุ่ง แต่ด้วยความที่อิ่มท้องมากทำให้ได้แต่ดูๆ แล้วก็ปั่นกลับ พอใกล้จะถึงที่พักแนนก็บอกแจนว่าหิวจัง ในที่สุดเราก็มีมื้อมิดไนท์ ส้มตำทอด นมปั่น และ ขนมปังเนยช็อก กลับที่พักตัวกลมอีกแล้ว 🙂

c1

c3

c2

43

เข้าวันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปดูต้นไม้ใหญ่ แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนแผนเพราะตื่นสาย เราเลยมาเก็บตกสถานที่ในเมืองที่ยังไม่ได้ปั่นไป เริ่มจากความสนุกของการปั่นข้ามสะพานข้ามแม้น้ำแคว หลายครั้งเคยเดินมาแล้ว ครั้งนี้ขอปั่นข้ามบ้าง ความน่ากลัวลดลงมากหลังจากมีเหล็กมาปิดบังระหว่างหมอนรถไฟไม่ให้มองลงไปตามล่อง ที่เห็นแม่น้ำสูงห่างจากสะพานตามลำดับน้ำขึ้นน้ำลงแล้วเสียว แต่ปลายทางมีไม่มีอะไรกั้นตอนปั่นก็ยังเสียวนะ ทั้งๆที่รู้ว่าเราก็แค่ปั่นตรงๆ พอมองลงเสียวแว๊บ แต่สนุกต้องลอง

45

44

42

38

สุดทางอีกฝั่งมองลงไปใต้ทางรถไฟเราเห็นต้นไม้ใหญ่สวยจัง ข้างๆดึงดูดความสนใจแจนมากเพราะมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สง่าที่มองเห็นแต่ไกลตั้งแต่ฝั่งนู้น พวกเราขึ้นไปดูข้างบนกัน แจนบอกว่ายังไม่เบิกเนตรเลยนะ พระทั้งหมดยังห่อผ้าสีแดงไว้ และช่างก็ยังทำศิลปะกรรมปูนปั้นที่ฝาผนังอยู่ คาดว่าน่าจะเปิดให้ทันกินเจปีนี้นะ

32

จุดหมายต่อไปกล้วยปิ้งท่ารถ จัดไปเลย 5 ถุง รู้สึกมีความสุขกับการได้กล้วยปิ้งราดน้ำเชื่อมที่นี่มากๆ

31

จากนั้นเราจะปั่นไปสัมผัสบรรยากาศถนนคนเดินปากแพรก เราตั้งใจจะไปนั่งชิลกับร้านกาแฟ แต่ไปสั่งน้ำอ้อยปั่นแทนนะ เพราะรู้สึกว่าปั่นมาเห็นไร่อ้อยเยอะ น่าจะเป็นเครื่องดื่มขึ้นชื่อของที่นี่ แล้วก็ไปกินอาหารญี่ปุ่น เกี่ยวอะไรไม่รู้ แต่ตอนเช้าถึงกลางวันของกินเมืองกาญจน์ไม่ค่อยเปิดร้านกัน และเหมือนจะเป็นอาหารหลักของที่นี่เลย ปั่นไปเห็นแต่ร้านขายสเต็ก หรือเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบกัน แต่แจนไม่กินเนื้อสัตว์เลย ตัวเลือกมีแค่ปลา

c5

c6

แล้วปั่นไปเก็บตกวัดที่ผ่าน ไปถ่ายรูปกับมุมสวยๆ นะ

c7

34

เส้นทางรวมสองวันไม่ไกลนะอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อนๆจะไปเช่าจักรยานที่นั่นปั่นเล่นก็ได้สบายๆ ทริปสองวันสำรวจกาญจน์ต้องของคุณอาศรมศิลป์ และน้องเป้ อีกครั้ง แจนแจนประทับใจจนอยากกลับมาปั่นอีก ส่วนแนนเองก็อยากไปสำรวจเส้นทางเมืองกาญจน์เส้นอื่นๆ อีก ไว้นั่งรถไฟมาใหม่

 

 

 

 

 

3.8 km

25 พ.ค.

รู้สึกว่าทุกที่่ไกลๆ ทุกครั้งเวลาจะออกไปไหนเกินขอบเขตบ้านตลาดน้อย แต่เมื่อปั่นจักรยานแล้วทุกอย่างใก้ลหมด ยังรู้สึกว่ากรุงเทพเล็กแค่นี้เองหรอ เห็นในแผนที่ตั้งใหญ่ ปั่นไปทิศไหนก็ไม่เกิน 20  กิโลเมตร ถึงที่หมายแล้ว

เท่าที่สอบถามคนปั่นจักรยานแบบบ้านๆ ชาวบ้านทั่วๆ ไป ถามหลายคนหลายพื้นที่ทำให้พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ว่าระยะทางที่ใช้ปั่นจักรยานจะไม่เกิน 5 กิโลเมตร ก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องไปทำธุระได้แล้ว ฟังดูแล้วจักรยานก็เพียงพอนะ

ยังมองไม่ออกแน่ถ้าใช้บริการแต่รถยนต์ เพราะรถติดมากเมื่อก่อนแนนก็ไม่เคยรู้เรื่องระยะทางเหมือนกัน รู้แต่ว่าต้องเผื่อเวลากี่นาทีจะไปถึงที่นั่นได้ หลังจากใช้จักรยานทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเราสามารถคำนวณได้จากระยะทาง และความสามารถในการปั่น

ถ้าแค่หมุนบันได้เบาๆ ก็จะได้ความเร็วเท่าเดินที่ 8 กิโลเมตร/ ชั่วโมงนะ
ลองเร่งกำลังขาสักนิดก็ได้ความที่   15 กิโลเมตร/ ชั่วโมงนะ ก็เกือบจะถึงสุดเขตกรุงเทพแล้ว

ความเร็วระดับนี้จักรยานแม่บ้านที่มีขายสามารถปั่นได้สบาย แต่ถ้าจะให้สบายมายก็ต้องใช้จักรยานมีเกียร์  แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นจักรยานมีเกียร์แล้วความเร็วก็จะเปลี่ยนไปอีก จับตามที่เวลาตัวเองปั่นแค่หมุนรอบขาเบาๆ ไม่ออกแรงกดก็ได้จะที่ 15 กิโลเมตร/ ชั่วโมงนะ

งั้นเอาใหม่ถ้าบอกเป็นสถานที่แทนนะจะได้มองเห็นภาพ วงเวียนใหญ่ ลานพระรูปทรงม้า สยามพาราก้อน ฟังดูไกลพอสมควรจากตลาดน้อยเนอะ แต่เชื่อไหมว่าสถานที่พวกนี้ระยะทางเท่ากันหมดที่  3.8 กิโลเมตรจากบ้านตลาดน้อยนะ ใก้ลแค่นี้เองมือใหม่ปั่นได้สบายมาก

ที่เรารู้สึกไกลๆ มาโดยตลอดก็เพราะเราเสียเวลาอยู่บนรถติดๆ นั่นเอง ยากจะเชื่อใช่ไหมละ ถ้าอย่างนั้นจะลองไปถามเพื่อนๆ ให้ว่า 5 กิโลเมตรจากบ้าน จะไปที่ไหนได้บ้าง

Thanyavi V. Chinsuwan สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (~4km) เซนทรัลลาดพร้าว (~3km)

หัสวีร์ ตั้งเฉลิมชัย ไปThe Mall ครับ

Bonusman Montaluck ไปตลาด ไปตัดผม ไปเซเว่น ไปร้านขายยา ไปร้านผัดซีอิ้วปากซอย ไป

Jiwtai Ying ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ประมาณ เกือบ 6km

Lek Bangbon ไปเที่ยววัดปากน้ำ หรือหาของกินสถานีรถไฟตลาดพลู อาจจะได้ถึงบ้านศิลปินคลองบางหลวงก็ได้นะ

Paradorn Limwattanagura ไปสวนลุม ไปสยาม ไปชิดลม ไปสาธร ไป CTW โอ้ย เยอะแยะ

Pattarapong Uea-amonvanish ไปทำงาน)

Flash Fixed GU s’Dad ผมไปสายใต้ใหม่ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำตลิ่งชัน the cercle ราชพฤษ
PPlee Destiny ไปสวนรถไฟ ไปซื้อของ
Tavaris Cha หาของกินครับผม กินข้าว ,กินขนม
Paaz Prem เซนทรัลรัตนาธิบูด
Surapong Chaiwong เซเว่นปากซอย กลางซอย Big C ศรีนครินทร์ Max Valu แบริ่ง Foodland อบต.บางแก้ว วัดหนามแดง(ไม่รู้เกินรึเปล่า?).. เย๊อะ ^^’
สุดหล่อ ฟ้าประทาน ไปทำงาน.. ทุกวันนี้ก็ปั่น 5 Km
Nart Fongsmut ไปสวนลุม ไปสวนเบญจกิติ ไปรร.มาแตร์ ไปโปโล ไปสปอร์ตสคลับ..อ้อ..ไปจุฬาฯ กะมาบุญครอง/royal princessด้วย ที่นี่มีบริการvalet parking จักรยาน ไม่หายชัวร์
Bkk Rider จากบ้านผมที่ปรีดี (สุขุมวิท 71) ไปได้ถึงทุกอย่างที่ต้องการไม่ว่าอาหารธรรมดา ภัตตาคารหรูไม่หรู ตลาดสด ซุเปอร์ฯ โรงหนัง โบลิ่ง สเก็ตน้ำแข็ง ห้างสรรพสินค้า แหล่งบรรเทิงยามเย็น โรงพักโรงพยาบาลโรงแรม โรงเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงมหาลัย สุเหร่า มัสยิด โบสถ์ วัด สรุปคือทุกอย่างที่จำเป็นในการใช้ชีวิตนะครับ
Pirachat Virayasiri ตลาดน้ำวัดสะพาน ถนนราชพฤกษ์คับ
Imotas Amas ไม่รู้สิครับ แต่อย่างน้อย ผมปั่นวนในซอยแถวบ้านทุกวัน5กิโล นอกนั้น ไปจ่ายค่าไฟ การไฟฟ้า ไปบิ๊กซี ไปจัสโก้ ไปบ้านอีกหลัง ไปเซเว่นหน้าปากซอย ไปกินข้าวเย็น ไปตลาด
Natachon Kanokvijitsilp ไป Asiatique 100 เมตร ปากซอยเท่านั้น อยากให้เอาจักรยานกันมา เพราะรถติดสุดๆเลย – -“
Natz Street อนุสาวรีย์ชัย เซนทรัลพระราม9 เอสพลานาถ สยาม

ให้เวลาปั่นเต็มที่ช้าๆ ยังไงก็ไม่เกินชั่วโมงถึงอยู่แล้ว ลองใช้จักรยานปั่นไปสถานที่ที่เราไปประจำเริ่มต้นจากแบบนี้ดูก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาระยะทางหรือหาจักรยานคู่ใจสำหรับเดินทางไกลกว่านี้มาใช้ แล้วจะรู้ว่าเสียเวลาขับรถให้เปลืองนำมันทำไมนะ ทุกวันๆ ต้องขับรถไปที่นี่เดือนหนึ่งก็น่าจะประหยัดค่าน้ำมันได้หลายพันอยู่นะ เริ่มต้นพรุ่งนี้เลย

ขอบคุณข้อมูลจากเพื่อนๆ นักปั่นทุกคนค่ะ

วิกฤติไหนหนอคนถึงมาปั่นจักรยาน

28 พ.ย.

ช่วงน้ำท่วมหนักๆ ก็ดีใจนะเห็นข่าวแทบทุกวันในทีวีจะมีภาพคนปั่นจักรยานลุยน้ำ ได้แต่แอบคิดและหวังว่าน้ำลดคนจะมาใช้จักรยานเยอะขึ้น

หลายวันช่วงน้ำท่วม หลายคนอพยบออกไปอยู่นอก กทม ทำเอาถนนโล่งมากๆ หลายๆ สะพาน หลายๆ ถนน โล่งแบบไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มีแต่รถจอดสนิทอยู่สองข้างทาง ดีใจมากไม่คิดว่า car free day จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเร็วขนาดนี้ ช่วงแรกนั้นก็น่าเสียดายที่อพยบตามที่บ้านไปอยู่ระยอง ทำเอาไม่ได้ปั่น พอขอกลับมาก่อนได้เท่านั้นแหละ สวรรค์ของนักปั่นโดยแท้

หลังจากกลับมาได้หนึ่่งอาทิตย์ คนส่วนใหญ่ก็เริ่มชินกับน้ำท่วมก็เริ่มกลับมาตาม บางจุดก็เริ่มไม่มีทีท่าว่าจะท่วมแล้ว แล้วก็หมดประกาศการสั่งอพยบ ทางด่วนเริ่มเปิดให้บริการฟรี โทล์เวย์ก็เปิดให้บริการฟรี ความเป็นกรุงเทพฯ เมืองรถยนต์ก็กลับมาเยือนอีกครั้ง

เวลานั้นรู้สึกแย่มากเลย วิกฤติก็ผ่านมาไม่สิยังประสบอยู่ แล้วบอกว่าสาเหตุมาจากโลกร้อน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมาใช้จักรยานกันเลย ก็เลยแอบคิดว่าวิกฤติไหนนะ ที่จะมาทำให้คนไทยปั่นจักรยานได้ พอรู้เรื่องพี่ๆ ที่ช่วยกันดันเรื่องจักรยานของ กทม ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายโดนเด้งกันไปหมด มันเศร้ามากอะ เหมือนกำลังใจที่เคยมีมันหายไปหมดเลย มันสาหัสสำหรับเรามากทำเอาเมืองนี้ไม่น่าอยู่ไปเลย อะไรต้องยอมทำใจอยากเดียว ตามใจรัฐบาลหรือ ตั้งหลายสิ่งที่มันดีกว่า รับไม่ได้เลย ทำใจก็ไม่ได้ด้วย สเตตัสเป็น ศูนย์ บางครั้งก็ติดลบ จากที่เคย บวกหนึ่งหรือสอง

ลองคิดเล่นๆ ถามเพื่อนใน FB เขาบอกว่าน้ำมันลิตรละร้อย คนอาจจะมาปั่นจักรยานก็ได้นะ แต่เราว่าคนไทยปรับตัวง่าย เลือกที่จะจ่ายเพื่อความสบาย พอวันหนึ่งชินกับราคาน้ำมันลิตรละ 100 ก็นั่งรถตากแอร์เย็นสบายอยู่ดี

บางทีคิดยอมแพ้ จะปรับให้เป็นเมืองจักรยาน ถึงขนาดเบื่อมากอยากอพยบตัวเองไปอยู่ประเทศอื่นแทน

มองจากคนใช้จักรยานที่ออฟฟิศหลังน้ำท่วมนี่ลดไปหลายคัน จมน้ำจนพัง หรือ ขี้เกียจปั่นกันไปแล้ว

แต่ไปตามร้านจักรยานก็ยังเห็นขายดีอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะคนหนึ่งซื้อหลายคัน หรือ ปั่นกันมากขึ้นจริงๆ

ช่วยคิดเล่นๆ ดูสิว่าวิกฤติไหนจะทำให้คนไทยหันมาใช้จักรยานบ้าง รอฟังหลายไอเดียจากเพื่อนๆ นะคะ

CAN Bike #1

2 ก.พ.

มุมมองของ พี่ๆ น้องๆ ก็เปลี่ยนไปหลังจากได้ขึ้นนั่งบนอานจักรยาน

CAN Bike

ทำไม…รถยนต์ไม่มีน้ำใจให้จักรยานคันเล็กๆ บางเลย กดแตร์ไล่กันอยู่ได้
ทำไม…รถยนต์มาจอดทับเลนจักรยานหมดเลย แล้วหนูจะปั่นยังไงคะ
โอ้โห…มีซอยเล็กๆ แบบนี้กลางเมืองกรุงด้วยหรอครับ
ว้าวๆ…นั่งอยู่บนอาจจักรยานเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าอยู่ขึ้นเยอะ
เข้าใจแล้ว!!!…จักรยานไม่ต้องปั่นแต่บนถนนใหญ่อย่างเดียวนี่เอง ตอนแรกหนูสงสัย ว่าพี่ๆ ปั่นกันยังไง เข้าซอกแซกในซอยนี่สนุกมาก

CAN Bike

Tuang Ruangsiri เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้ไปขี่จักรยานมา สนุกมากๆคะ ไม่เหนื่อยเลย ได้เห็นความสวยงามของกรุงเทพในมุมใหม่ๆ มากมายเลยคะ อยากให้มีกิจกรรมดีๆเเบบนี้อีกนะคะ ^W^

Ratchanon Naksomboon เมื่อวันเสาร์ที่ไปขี่จักรยานมาสนุกมากครับ ให้ความรู้สึกที่สบาย ๆ ผ่อนคลายแม้จะติดก็ตาม ต่างจากนั่งอยู่บนรถแม้ว่ารถไม่ติดแต่ก็ทำให้รู้สึกอึดอัด แล้วพอปั่นจักรยานก็ทำให้ได้เห็นกรุงเทพในมุมที่(รู้สึกว่า)กว้างขึ้นด้วย

นี่เป็นแค่เสียงสะท้องส่วนหนึ่งของน้องๆ พี่ๆ ที่ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์การปั่นจักรยานบนถนนครั้งแรก ที่ทางกลุ่ม Cham SQ ร่วมกับ กลุ่มสถาปนิกชุมชน จัดทริป CAN Bike # 1 ขึ้น เมื่อวันเสาร์ ที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน สถาปนิก 54 เล็กๆ…เปลี่ยนโลก

CAN Bike

ก่อนได้เวลาล้อหมุน พี่ๆ ทีมงาน กลุ่ม Cham SQ ก็ได้ จัดการตรวจสอบจักรยาน กทม ทุกคันก่อนที่น้องๆ พี่ๆ จะมารับรถจักรยานไปปั่น ทั้งเติมลม

CAN Bike

ตั้งเบรค ทุกคนช่วยกันทำ

ทางเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการให้ยืมจักรยานนี่ เหมือนไม่อยากให้คนมาปั่นสักเท่าไร เราขอเบิกไป 40 คัน จัดมาให้แค่ 20 กว่าคันทำให้ไม่พอ มีหลายคนต้องสละสิทธิ์การปั่นครั้งนี้ น่าเสียดายจริงๆ น้อง 2 คนนี้ อยากปั่นมากๆ จักรยานไม่มี ไม่เป็นไรเดี๋ยวนั่งรถพ่วงไปรับอีกจุดก็ได้

หลังจากน้อง 2 คน นั่งรถพ่วงไปรับจักรยานที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า พวกเราก็ปั่นออกด้านหลังสวนสันติฯ ลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำ

ปั่นทะลุเข้า ม. ธรรมศาสตร์ ออกมาท่าพระจันทร์ ปั่นออกไปทางสนามหลวง ตัดเข้าหลังกระทรวง ไปสุดทางที่ แพร่งนรา

พาน้องๆ ไปชมอู่รถยนต์แห่งแรกของไทย และ แวะชิมไอติมโบราณ เหมือนว่าน้องๆ ยังปั่นกันไม่จุใจ ขอเวลาปั่นวนเล่นแถวนั้น แต่….พวกเรากลัวน้องจะหลงทาง เลยบอกว่าเดี๋ยวล้อจะหมุนต่อแล้วละ

CNA Bike

เราไป พักอีกทีที่โลหะปราสาท จากนั้นปั่นอ้อมเข้าด้านหลังชุมชนบนถนนราชดำเนิน ลัดเลาะมาออกคลองหลอด เจอขบวนเสด็จผ่านมาทำให้ ขบวนขาด ออกเป็นสองทีม เสียเวลารอกันนิดหน่อย ทำเอาชุดที่ปั่นไปก่อนได้แวะซื้อของกิน ของเล่น เห็นน้องผู้หญิงหลายคนได้อุดหนุนกังหันลมของป้า เล่นไปปั่นไปตลอดทาง ทำเอาพี่ชาวจามฯ ต้องดุบ้าง เพราะเป็นห่วงอันตราย

แต่ทุกคนก็ถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย สนุกประทับใจ และ พกประสบการณ์ชีวิตเรื่องการแบ่งปั่นทางจักรยานไปฝากผู้ปกครองที่บ้าน

ขอบคุณ น้องๆ / อาจารย์ ร.ร. รุ่งอรุณ
พี่ๆ CAN Bike
และ พี่น้องชาว Cham SQ ที่ร่วมด้วยช่วยกัน

ภาพประกอบ บางส่วนจาก Breeze ขอบใจนะครับ

ลองดูสิคะว่า ถ้าทุกคนมองไปที่จักรยานก่อนคิดทำสิ่งอื่นใด มุมมองของประเทศไทยจะเปลี่ยนไปให้เมืองไทย น่าอยู่ได้มากขนาดไหน พบกับเวทีเสวนา จักรยาน เปลี่ยนโลก ได้ในงาน สถาปนิก 54 วันที่ 13 ก.พ.เวลา บ่ายโมง ที่ อิมแพคเมืองทองธานี งานนี้ชาวจักรยาน ต้องไม่พลาด

คุณผู้หญิง

30 มิ.ย.

ขำๆ ฮาๆ นะคะ แต่เป็นจริงได้ก็ดี อุบส์! 😀

คุณผู้หญิงผมต้องการคุณ

ขึ้นหัวแบบนี้เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับจักรยานหรอครับแนน

เกี่ยวสิเกี่ยวเต็มๆ ก็เห็น ได้ยิน พี่ๆ ผู้ ช ต่างร้องเรียกหาให้อยากให้มีผู้ ญ น่ารักๆ มาปั่นจักรยาน สร้างสีสันให้วงการ กลุ่ม และชมรม 🙂

แนนในฐานะ คนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่กับจักรยาน ได้เจอพี่ๆ มากมายหลากหลาย แต่ ยกเว้นแนนไปก่อน 555 กำลังจะบอกว่า พวกคุณมองหาหนุ่มๆ มาเป็นเพื่อนรู้ใจใช่ไหม 🙂 แค่เพื่อนรู้ใจนะ ลองพิจารณาดูนะ

ผู้ชาย แมนๆ 100%
สุภาพบุรุษ
ร่างกายแข็งแรง
ใจดี มีน้ำใจ
ตลก เฮฮา
ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
เอาใจใส่ดูแล
พาไปเที่ยวทุกอาทิตย์
ชอบช่วยเหลือ
รักสิ่งแวดล้อม

มีอะไรอีกนะ เงิน ใช่ป่าว 555 ลืมไปหรือเปล่า ว่าคุณแค่ตามหาเพื่อนรู้ใจนะ แต่จะแปลงเป็นอื่นใดในอนาคต เอาไว้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันคะ 😉

ส่วนคุณจะได้อะไรจากการปั่นนั้นหรอคะ

จากประสบการณ์แนนนะ

คุณจะมีคนโน้นคนนี้มาคุยด้วย คุณจะไม่เหงาเลยทีเดียวละ
ถ้าคุณบอกว่าจะไปปั่นจักรยานเขาจะอาสามารับคุณถึงบ้านแล้วปั่นไปพร้อมกัน
ระหว่างปั่นนั้นคุณจะได้รับการดูแลอย่างดี ไหวไหมครับ น้ำพอไหม พักก่อนก็ได้นะ
ปั่นๆ ไป ถ้าเกิดยางรั่ว ก็ไม่ต้องกลัวนะ คุณจะมี คนช่วยปะ สูบลม ให้
ถ้ากลับเย็นมากลัวอันตราย ฟ้ามืดไม่ปลอดภัย ก็จะมีคนปั่นไปส่งให้ถึงบ้านด้วยนะ

ยังมีอีกเยอะ ต้องมาลองสัมผัสปั่นด้วยกันถึงจะรู้ละ 🙂

แต่ประเด็นหลักๆ ของกลุ่มคือ CHAM SQ มาปั่นจักรยานเพื่อมวลมนุษยชาติกันเถอะ

สนใจแล้วใช่ไหมคะ ตามอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=57&t=151621&p=2642813#p2642813