ไปปั่นกาญจน์กันเถอะ

27 มิ.ย.

ไปปั่นกาญจนบุรีกันเถอะ ถ้าชอบความเขียว ชอบธรรมชาติ ขอแนะนำนะคะ

ทริปนี้ที่ได้กลับไปกาญจน์อีกครั้งต้องขอบคุณอาศรมศิลป์ที่ชวนไปสำรวจทางค่ะ เหมือนได้กลับบ้านแบบนั้นเลย เพราะเริ่มหลงไหลกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้งก็เพราะจังหวัดนี้แหละ

1

2

3

การเดินทางถ้าให้ได้รสชาติก็ต้องมาด้วยรถไฟนะคะ ช้าหน่อยแต่ได้บรรยากาศเมืองกาญจน์ดีค่ะ ตอนนี้ทางการรถไฟมีบริการตู้โดยสารจักรยานแล้วนะคะ ทริปนี้ก็เลยได้ลองใช้บริการตู้ขนจักรยานของการรถไฟ ข้อดีของการนั่งรถไฟ คือ เดินไปมาคุยกับเพื่อนๆได้ แค่นี้ก็สนุกแล้วค่ะ มีแค่นิดหน่อยเองค่ะที่การรถไฟต้องปรับปรุง คืออยากให้มีทางลาดเข็นจักรยานขึ้นลง และสายล็อกที่แน่นหนาเวลายกขึ้นแร็ควาง ส่วนเรื่องรถไฟเลท ถ้าแก้ได้ก็สุดยอดเลยค่ะ

เก็บของเข้าที่พักแล้วตามแนนกับแจนไปปั่นได้เลยค่ะ เส้นทางที่แนะนำเน้นสำหรับมือใหม่ ขาอ่อน ปั่นชิวล์ กินลม ชมเมืองกาญจน์นะคะ ส่วนขาแรงเปิด google map แล้วยิงเลยค่ะ จะเขื่อนหรือ สังขละ ก็ตามแต่กำลังขา

จุดที่นักท่องโลกแบกเป้ชอบมาพัก คือ โค้งปะปา เปรียบได้กับ ถ.ข้าวสาร ในกรุงเทพค่ะ บรรยากาศเดียวกันเลย ผับ บาร์ ร้านอาหาร เกสต์เฮาสต์เพียบ แค่ปั่นจากจุดเริ่มสะพานข้ามแม่น้ำแควนะคะ ซอยตามถนนเส้นนี้จะเป็นชื่อประเทศ น่าจะเพื่อรำลึกถึงทหารนานาชาติที่เคยมาสู้รบเมื่อครั้งสงคราม เราไม่ต้องเลี้ยวไปซอยไหนนะคะ ตรงอย่างเดียวจนเห็นโค้งประปา ปั่นไปตามทางถึงแยกแล้วเลี้ยวขวาค่ะ

12

13

9

10

11

ช่วงประมาณหลังสุสานสัมพันธมิตร เราจะเจอ Bicycle Cafe’ ค่ะ เป็นร้านที่จุดประกายวัยรุ่นเมืองกาญจน์ให้มาปั่นจักรยานกัน งานนี้ต้องขอบคุณพี่ไก่ เจ้าของร้านผู้ปลุกปั่นและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ แวะนั่งคุยเล่นดื่มน้ำ สอบถามเส้นทาง ช่วยดูจักรยาน หรือระหว่างทางต้องการช่างไป service พี่ไก่และทีมงานก็ยินดีค่ะ และที่นี่เราได้เจอน้องเป้ นักปั่นเจ้าถิ่นค่ะที่มารอร่วมทริป จากนั้นแนนก็เลยชวนเป้ไปด้วยกัน

23

a1

25

19

ตั้งใจไว้ว่าจุดหมายแรกต้องขอมาไหว้ศาลหลักเมืองฝากเนื้อฝากตัวให้ท่านช่วยคุ้มครองความปลอดภัยก่อนค่ะ แถวนี้ีมีมุมน่าถ่ายรูปเยอะเลย ตั้งแต่กำแพงเมืองเก่า ที่ทำการไปรษณีย์หลังเก่า

a2

5

6

และแล้วเส้นทางก็เปลี่ยนทันทีเมื่อแจนไปเจอป้าย “หาดทรายชุกโดน” แนนจะกะไปท่าเรือชุกโดน อยากรู้ว่าข้ามแล้วจะไปไหนต่อ สรุปแล้วไม่ไปต่อละคะ อยากโดดลงเล่นน้ำกับเด็กๆทีเดียว อ๊ายย มีสไลเดอร์ด้วย มีดึ๋งๆ ด้วย อยากเล่นจัง มองไปไกลๆก็เห็นภูเขา มองไปข้างๆ ก็มีเรือเป็ดในปั่นเหมือนในสวนลุม แต่ที่นี่แม่น้ำจริงๆ ที่ดูปลอดภัยมากๆ มีกั้นพื้นที่ไม่ให้เด็กๆว่ายไปลึกเกิน เห็นแล้วรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดีจัง โดกับธรรมชาติไม่ใช่สระว่ายน้ำ อยากบอกว่าชีวิตเด็กๆดีกว่ากรุงเทพฯ อีกนะ อากาศก็ดี ที่เล่นก็เยอะ แนนกลัวจะเปียก แต่แจนนี่สิอดใจไม่ได้กางเกงก็ถกไม่ได้ แต่ใจไปแล้วเลยทิ้งจักรยานถอดรองเท้าถุงเท้าลุยน้ำไปเลยเข่า แจนบอกว่าปั่นไปเดี๋ยวก็แห้ง น้องเป้บอกว่าผมเคยเล่นตอนเด็กๆ สนุกดี แสดงว่ามีมานานมากๆแล้วสินะ

a3

a4

26

ต้องขอบอกว่าวัดเราก็แค่ปั่นผ่านจอดแวะถ่ายรูปนะ เพราะพวกเราถูกสีเขียวของธรรมชาติดึงดูด แบบว่าจอดดูต้นไม้ใหญ่ ดูทุ่งนา ดูสวน ดูชีวิตผู้คน สังเกตรายละเอียดรอบๆที่ปั่นผ่าน

29

21

a6

a7

เรามาปั่นต่อที่เส้นทางเลาะริมแม่น้ำ ผ่านสะพานสองแควที่สั้นมากๆ  มีร้านเหล้าบาร์เยอะมากและบริการแพก็เยอะ มองมุมสูงจากสะพานสมเด็จพระสังฆราชจะเห็นชัดเจนมากๆ ว่าเยอะขนาดสองฝั่งน้ำ ข้ามสะพานลงมาดีกว่ามาดูสวนสาธารณะที่คนกาญจน์ออกกำลังกายกัน กว้างใหญ่แบบเครื่องบินลงได้เลย แจนเห็นแม่น้ำกว้างใหญ่บอกว่าทำไมที่นี่ไม่ทำสนามบอลลอยน้ำเหมือนเกาะปันหยีนะ

a8

a5

รู้สึกชื่อสนามกีฬาที่นี่เท่กว่าที่ไหนๆ สนามกีฬาสมเด็จพระญาณสังวร เราจะไปไหนก็ต่อนะ อ๋อ เป้าหมายของเราไปวัดถ้ำเขาปูน ดูท่าทางไม่น่าไกลนะ ตลอดทางนึกถึงสนามเขียวสุวรรณภูมิเลย ถ้าได้ร่มรื่นแบบนี้ละก็สุดยอด ยังบอกน้องเป้ว่า ชาวกรุงคงอิจฉานะมีเส้นทางปั่นเรียบและร่มรื่นแบบนี้ เก็บรักษาดูแลต้นไม้ใหญ่ให้ดีนะ อย่ายอมให้ใครมาตัดทำลาย

a9

24

จะว่าไปไฮไลท์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนก็ได้นะ เราเจอฝูงวัวกำลังกลับไร่ มอ มอ เสียง กรุบกรับๆ ดังมาจากกระดิ่งที่ห้อยคอ น่ารักจัง เป็นกระดิ่งไม้ น่าเอามาติดจักรยานบ้างจัง  มีกลัวที่ไหน แจนบอกว่ากล้าไปปั่นไปใกล้ๆ ถ่ายรูปให้สวยมาก ได้ๆ เริ่มจากปั่นไปใกล้ๆ เจ้าของวัวก่อน ทักทายสวัสดี เจ้าของบอกว่าตัวหน้าสุดนี้ไม่ยอมให้ใครในฝูงแซงนะ มีขวิด แล้วจักรยานสีแดงคันนี้มันจะแสบตาไล่มาขวิดไหม แนนลองชลอเพื่อจะขอถ่ายรูปใกล้ๆ ไม่ทันไรวัวก็วิ่งมาไล่ทัน เราแยกกันตรงแยกเข้าสวนพอดี คิดว่าจะไปด้วยกันถึงวัดซะอีก

22

ก่อนจะถึงวัดเราเจอเนินแล้ว ทางขึ้นวัดปรับเกียร์เบาๆ หมุนขาไปเบาๆ ไม่นานก็ถึง ตัววัดดูยังไม่น่าสนใจสำหรับเรา เพราะอยากรู้ว่าสุดทางมีอะไร ถึงจะเจ้าถิ่นจะว่าไม่มีอะไร แนนบอกแจนว่าขอไปดูจุดสูงสุดของทางก่อนว่าเห็นอะไร ถ้าไม่มีอะไรเราค่อยไปต่อ และแล้วก็พบความงามแบบว่าต้องบอกต่อ เป็นวิวโค้งน้ำที่สวยมาก ปั่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นคงจะฟินสุดๆ น้องเป้ยังบอกว่าผมเกินมายี่สิบกว่าปีเพิ่งรู้จักที่นี่วันนี้ ไว้ต้องพาเพื่อนมาดูบ้าง

30

28

18

 

c9

ขากลับไหลลงจากเนินที่ปั่นขึ้นไปชมวิว แล้วก็มาหยุดตรงนี้ดูน่าจะสนใจมาก เพราะชื่อวัดบอกว่ามันน่ามีอะไรมากกว่านี้ ใช่แล้ว เราจะไปเที่ยวถ้ำกันต่อ ค่าเข้าพระบอกว่าช่วยบำรุงวัด ยี่สิบบาท เดินเข้าไปหน่อยก็ลงบันได แค่นั้นก็ได้กลิ่นขี้ค้างคาวแล้ว เข้าไปก็ลงสัยว่าทางเข้าเล็กนิดเดียวเอง พระองค์ใหญ่มากมาตั้งประดิษฐานอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มีเด็กๆที่เป็นคนท้องที่บอกว่า มาสร้างในนี้พี่ นั่นสินะ น้องสองคนน่าจะอยู่ประถมแค่นั้น อาสานำทางให้ บอกว่าผมไม่คิดเงิน เราเลยได้ไกด์นำทาง ถ้ามั่วเองกับแจนอาจจะยังไม่ได้ออกมา ข้างในถ้ำเดินแล้วสนุกดี อาจเพราะเราชอบปั่นทางแคบๆ คราวนี้ได้เดินทางแคบๆ มุดบ้าง หัวหลบบ้าง แล้วก็คิดว่าใครนะช่างขุด แต่มันน่าจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้มากกว่า

b1

ที่จริงๆก็ิอยากไปต่อแต่เวลาไม่พอ ขากลับเราได้เจอวัดเจ้าแม่กวงอิมด้วย แจนขอแวะเพื่อไปสักการะให้ฐานะลูกศิษย์ โชคดีได้เป็นที่หลบฝนให้พวกเราไปด้วย

40

b2

b3

39

ได้เวลาที่เราต้องกลับไปที่พักตามนัดรายงานเส้นทางปั่นกับทีมงานแล้ว แนนบอกน้องเป้ว่าทางไม่ซ้ำกับที่เราปั่นมานะ น้องเป้จัดหัด ถนนสายเล็กๆ โล่งๆ สองข้างเป็นสวนผัก แนนเลยได้ลองทดสอบทรงตัวด้วยการปล่อยมือปั่น ได้ 5 วินาที ฟิ่วๆ ปั่นกันไปลมพัดกระทบหน้าเย็นสบาย แจนบอกว่านี่ปั่นมาจะจบทริปแล้วยังไม่มีเหงื่อเลยนะวันนี้ นั่นสิอากาศดีมากไม่เจอแต่โหดๆ เจอแค่ฟ้าครึ้ม

b7

b8

 

b9

b6

b5

และแล้วแจนก็หักเลี้ยวลงข้างทางแบบตั้งใจ เพราะโดนสีเขียวถึงดูดเท่านั้นเอง แนนก็สนุกตามเรื่องไปด้วยใจอยากจะปั่นไปใกล้ๆภูเขา ทุกทีทุกครั้งชอบมากตรงไหนแฉะฉันปั่นไปหา รู้ว่าเละก็จะลุย ลืมไปว่าคันนี้จักรยานพับนะ ไม่ทันแล้วละ ขากลับแจนบอกให้ยกแนนก็ยังเดินไปย้ำที่แฉะอีกจนได้ ฮ่า ฮ่า ได้ดินติดเต็มล้อและรองเท้า แจนบอกให้ขูดกับหญ้า คราวนี้เลยได้หญ้าติดมาด้วย พร้อมปลูกที่บันได ^^ สนุกให้เต็มที่เสร็จแล้วก็แค่เอาน้ำล้างก็ออก

17

b4

แล้วก็เราต้องจอดอีกครั้งเพราะบึงบัวสวยจัง คนแถวนั้นอาจมองว่าไม่มีอะไร แต่การปั่นจักรยานทำให้บึงบัวดูน่าสนใจขึ้นมาเลย

b10

16

มีคนออกกำลังกายบนสะพานด้วย แต่อยู่บนสะพานเก่านะ สวนสะพานใหม่ก็มีแต่พวกเรา ทำเอาต้องขอย้อนกลับไปใช้สะพานเก่าชมแสงตะวันอยู่พักใหญ่ กระโดดถ่ายรูปเล่นกับแสงเงา แล้วค่อยกลับเข้าไปรายงานตัว ใช้เวลาจนคุ้มนาทีสุดท้าย ได้เวลานัดหมายพอดี

คืนนี้เราจะออกไปปั่นกันอีก หลังจบการประชุมกลุ่ม เราออกปั่นเที่ยวตลาดโตรุ่ง แต่ด้วยความที่อิ่มท้องมากทำให้ได้แต่ดูๆ แล้วก็ปั่นกลับ พอใกล้จะถึงที่พักแนนก็บอกแจนว่าหิวจัง ในที่สุดเราก็มีมื้อมิดไนท์ ส้มตำทอด นมปั่น และ ขนมปังเนยช็อก กลับที่พักตัวกลมอีกแล้ว 🙂

c1

c3

c2

43

เข้าวันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปดูต้นไม้ใหญ่ แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนแผนเพราะตื่นสาย เราเลยมาเก็บตกสถานที่ในเมืองที่ยังไม่ได้ปั่นไป เริ่มจากความสนุกของการปั่นข้ามสะพานข้ามแม้น้ำแคว หลายครั้งเคยเดินมาแล้ว ครั้งนี้ขอปั่นข้ามบ้าง ความน่ากลัวลดลงมากหลังจากมีเหล็กมาปิดบังระหว่างหมอนรถไฟไม่ให้มองลงไปตามล่อง ที่เห็นแม่น้ำสูงห่างจากสะพานตามลำดับน้ำขึ้นน้ำลงแล้วเสียว แต่ปลายทางมีไม่มีอะไรกั้นตอนปั่นก็ยังเสียวนะ ทั้งๆที่รู้ว่าเราก็แค่ปั่นตรงๆ พอมองลงเสียวแว๊บ แต่สนุกต้องลอง

45

44

42

38

สุดทางอีกฝั่งมองลงไปใต้ทางรถไฟเราเห็นต้นไม้ใหญ่สวยจัง ข้างๆดึงดูดความสนใจแจนมากเพราะมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สง่าที่มองเห็นแต่ไกลตั้งแต่ฝั่งนู้น พวกเราขึ้นไปดูข้างบนกัน แจนบอกว่ายังไม่เบิกเนตรเลยนะ พระทั้งหมดยังห่อผ้าสีแดงไว้ และช่างก็ยังทำศิลปะกรรมปูนปั้นที่ฝาผนังอยู่ คาดว่าน่าจะเปิดให้ทันกินเจปีนี้นะ

32

จุดหมายต่อไปกล้วยปิ้งท่ารถ จัดไปเลย 5 ถุง รู้สึกมีความสุขกับการได้กล้วยปิ้งราดน้ำเชื่อมที่นี่มากๆ

31

จากนั้นเราจะปั่นไปสัมผัสบรรยากาศถนนคนเดินปากแพรก เราตั้งใจจะไปนั่งชิลกับร้านกาแฟ แต่ไปสั่งน้ำอ้อยปั่นแทนนะ เพราะรู้สึกว่าปั่นมาเห็นไร่อ้อยเยอะ น่าจะเป็นเครื่องดื่มขึ้นชื่อของที่นี่ แล้วก็ไปกินอาหารญี่ปุ่น เกี่ยวอะไรไม่รู้ แต่ตอนเช้าถึงกลางวันของกินเมืองกาญจน์ไม่ค่อยเปิดร้านกัน และเหมือนจะเป็นอาหารหลักของที่นี่เลย ปั่นไปเห็นแต่ร้านขายสเต็ก หรือเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบกัน แต่แจนไม่กินเนื้อสัตว์เลย ตัวเลือกมีแค่ปลา

c5

c6

แล้วปั่นไปเก็บตกวัดที่ผ่าน ไปถ่ายรูปกับมุมสวยๆ นะ

c7

34

เส้นทางรวมสองวันไม่ไกลนะอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อนๆจะไปเช่าจักรยานที่นั่นปั่นเล่นก็ได้สบายๆ ทริปสองวันสำรวจกาญจน์ต้องของคุณอาศรมศิลป์ และน้องเป้ อีกครั้ง แจนแจนประทับใจจนอยากกลับมาปั่นอีก ส่วนแนนเองก็อยากไปสำรวจเส้นทางเมืองกาญจน์เส้นอื่นๆ อีก ไว้นั่งรถไฟมาใหม่

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: