ไม่มีใครไม่รู้จักแป้ง

10 ก.พ.

002

ครั้งนี้ของบอกว่าประทับใจคนไม่ใช่รูปแล้ว เนื่องด้วยทริปนี้ต้องไปถ่ายรายการที่บางกระเจ้า ก็เลยติดต่อเจ้าถิ่นอย่างลุงโปสันต์ไว้ ลุงติดงานติดธุระทีแรกคิดว่าจะไม่นาน ลุงย้ายที่ทำงานไปสองปี ลุงก็เลยฝากงานเกี่ยวกับจักรยานให้ลูกสาวทั้งสองไว้ดูแลต่อ คือ มินกับริน ก็คิดว่าทั้งสองจะมาช่วยนำทริป ซึ่งทั้งสองก็เต็มใจอยากมาแต่ว่าติดงานด่วนก่อนคืนวันนัดได้ข้อความมาว่า พี่แนนอยู่อยากไปถ่ายรายงานนะ แต่ติดงาน จะส่งน้องแป้งไปแทน ถ้าอย่างนั้นพี่ขอเบอร์แป้งไว้หน่อยนะ

แป้งเป็นใครยังไม่รู้จัก แต่พอเจอทีมงานแนะนำบอกว่าเป็นลูก อบต. อะไรนะ จิตนาการพึบผับ แต่พอได้เจอตัวและคุย ฟังเรื่องเล่า และการทำงาน โอ้โห ภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่แถมยังแอบคาดหวังว่าแป้งน่าจะลงมาลุยต่อจากพ่อนะ

น้องเล่าให้ฟังว่าตามพ่อไปทำงานตั้งแต่ยังเด็กๆ มีพี่น้องสี่คน แต่อีกสามคนแป้งไม่ได้เล่าถึง น้องดูแลคนในทริปเหมือนเป็นไกด์เลยนะ ก็เลยถามไปน้องก็เล่าว่า ตอนนั้นหนูช่วยยายขายของอยู่ในตลาดบางน้ำผึ้ง แล้วมีฝรั่งปั่นจักรยานเข้ามาซื้อของก็เลยคุยกันแล้วเขาก็ถามสนใจทำงานไหม ให้นามบัตรไว้ ถ้าสนใจก็มาสัมภาษณ์นะ

โอ้โห พอถึงตอนถ่ายรายการเท่านั้นแหละ พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมากๆ เก่งจัง น้องบอกว่าหนูจบกฎหมายจากเอแบค อยากทำงานด้านกฏหมายผู้หญิงและเด็ก นี่ขอทำเรื่องขอทุนองค์กรไปเพื่อจะโครงการ ดูท่าทางน้องจะเป็นนักกฏหมายเพื่อมวลชนมากกว่าจะนักกฏหมายในทางธุรกิจ

แค้พอไปเจอน้องอีกมุมตอนเข้าตลาดบางน้ำผึ้ง น้องยกมือไหว้แทบจะทุกคน หรือไม่คนที่เห็นน้องก่อนก็จะทักอ้าวแป้งมาทำอะไร พอไปร้านนั่งกินก๋วยเตี๋ยวก็มารับรายการไปสั่งไปช่วยทำได้คงช่วงลวกเส้นแล้ว ยกมาเสริฟ์ที่โต๊ะ แล้วตัวเองก็ยังไม่นั่งกิน จนพี่ที่ไปด้วยบอกแป้งกินด้วยกันสิแป้งถึงสั่งมากิน พอถึงตอนเก็บเงินก็ช่วยอีก

หลังจากอิ่มก็อยากเข้าห้องน้ำ เดินออกมานอกตลาดตรงบริเวณวัดแล้ว แนนก็เลยถามน้องว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน น้องบอกว่าอยู่ทางนี้เดี๋ยวหนูพาไปแล้วก็เดินนำ พอไปถึงก็บอกว่าเปิดประตูเข้าไป พี่เดินตรงไปแล้วเปิดประตูอีกทีแล้วเลี้ยวซ้ายนะ ข้างในนี้ดูแล้วคนทั่วไปไม่น่ารู้ได้เลย หรือไม่น่าเข้ามาได้เลย ดูเป็นห้องพยาบาลดูแลคนพิการ มีเตียงพักฟื้น แล้วแป้งก็สวัสดีพระ

ระหว่างทางไปถ่ายที่ท่าเรือก็มีเด็กผู้หญิงสองคนวิ่งมาขณะกำลังถ่ายทำ ตอนแรกก็คิดว่าเด็กจะมาลงเรือกับพ่อเพราะเห็นพอวิ่งตามมา ที่ไหนได้วิ่งมากแล้วก็มาหยุดหน้าพี่แป้งแล้วก็บอกคิดถึงพร้อมกับกอด พี่แป้งต้องบอกว่าตอนนี้พี่ทำงานอยู่ไว้ค่อยเล่นกันนะ

จากนั้นแป้งก็พาเราไปเที่ยวสวนผลไม้ มาบ้างน้ำผึ้งหลายทียังไม่เคยเที่ยวสวนเลย ก็เลยแซวแป้งว่าถ้าไม่มีแป้งพี่คงเข้าไปไม่ได้สินะ แป้งก็ยิ้มแล้วบอกว่าปกติที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้นะคะ ขอป้าเจ้าของบ้านก็น่าจะเข้าได้ แป้งพามาบ่อยๆ

ระหว่างถ่ายทำน้องก็บอกว่าต้องขอตัวก่อนนะเดี๋ยวกลับมาใหม่ ต้องไปงานศพแทนคุณพ่อ สามงานแหนะค่ะ ค้องไปให้ทันเผาศพด้วย เมื่อเสร็จงานน้องก็กลับมาอีกครั้ง

มีอีกหลายเรื่องที่น้องเล่าให้ฟังระหว่างทางที่เราคุยกัน อย่างปัญหาของหิ่งห้อยที่หายไป น้องก็บอกว่านักท่องเที่ยวเข้าไม่เคารพเจ้าของสถานที บอกอย่าส่องไฟก็ยังส่อง พอเจ้าถิ่นไม่พาไปก็ไปจ้างเรือใหญ่จากที่อื่น เปิดจากสว่างจ้าจากเรือส่องดูหิ่งห้อง  แล้วเช้ารุ่งขึ้นหิ่งห้อยร้อยกว่าตัวนอนตาย

อีกเหตุการณ์ที่น้องเล่า คือ มีเรือมาปล่อยน้ำมัน ทำเอากุ้งที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ตายหมด น้องได้ส่งทวิตเตอร์ไปถึงช่องสามบอกให้มาทำข่าวเรื่องนี้ ทุกอย่างก็เงียบ พอหลายวันผ่านหลักฐานคราบน้ำมันก็จมลงสู่ใต้น้ำ

แต่ที่น้องรู้สึกคือ บนเกาะที่เหมือนปอด พื้นที่สีเขียวเคียงข้ามมหานครอย่างกรุงเทพฯ ไม่น่าจะมีโรงงานเลย เพราะมีแต่รถสิบล้อแล่นผ่าน ดูอันตรายมากสำหรับคนใช้จักรยาน ดีนะที่มีกฏหมายออกมาว่าห้ามขยายโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว แป้งบอกว่าข้างในมีเยอะอยู่

ขากลับน้องก็มาส่งที่ท่าเรือพร้อมกับเล่าว่าพี่งานที่หนูไปทำพ่อยังไม่รู้เลย หนูนะไปสมัครงานเป็นไกด์กับฝรั่งที่เจอที่ตลาด เขานะให้หนูไปยืนแจกใบปลิว หนูกลับมาก็ไม่กล้าบอกที่บ้านว่าไปทำอะไร ใบปลิวก็มีแต่ภาษาอังกฤษ ยืนแจกทั้งวันก็ได้ไม่กี่ใบเพราะคนไทยไม่รับ รอแต่ฝรั่งผ่านมาถึงได้แจก หนูก็เพิ่งมารู้ว่าหนูเรียกค่าตัวน้อยมากเลยพี่ หนูขอไปแค่สองร้อยห้าสิบบาทเอง พาฝรั่งนั่งเรือข้ามมาปั่นที่บางกระเจ้าสามชั่วโมง  ว่าแล้วทำไมทางบริษัทรีบตอบตกลง

หลังจากได้เจอน้องรู้สึกได้ถึงความเก่งของภาษาจนคิดว่า น้องแป้งน่าจะเปิดทัวร์จักรยานพานักท่องเที่ยงต่างชาติปั่นเที่ยวเองได้เลย เพราะบรรยายได้ทุกที่ความรู้ก็แน่จากประสบการณ์ทุกเรื่องได้ติดตามพ่อ

คำถามที่ยังตอบไม่ครบที่ยังค้างคากันอยู่คือ พี่อยากรู้ว่าพ่อทำอย่างไรให้ตลาดบางน้ำผึ้งติดลมบนได้ขนาดนี้ เผื่อได้ความรู้ไปแบ่งปันหลายตลาดที่กำลังเริ่มต้น นอกจากที่น้องแป้งเล่าให้ฟังว่า เดิมที่ตรงนี้เป็นของเอกชน พ่อเห็นว่ามันว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยขอทำเป็นตลาดน้ำ ให้ชาวบ้านมาขายของค่าเช่าก็มิตรภาพ หลายปีผ่านก็ยังเก้าสิบบาท สำหรับคนบางน้ำผึ้ง ส่วนสำหรับพ่อค้าจาก กทม. ก็มีอีกราคาซึ่งสูงกว่าหลายเท่าแต่ก็ยังอยู่ได้ ขายได้ดี น่าสนใจตอนต่อไปมากทีเดียว

ยังถามแป้งว่าแล้วแบบนี้ อบต. ต้องเลือกตั้งใหม่ไหม แป้งบอกว่าพ่อทำผลงานไว้ดีมาก นี่เป็นมา 12 ปีแล้วค่ะ เสียงส่วนใหญ่ยังเลือกพ่ออยู่

ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนไปเกาะสีชังที่ทุกคนรู้จักลุงพุ่ม เหมือนแป๊ะเลย เด็กน้อย ผู้ใหญ่ คนแก่ พระ ในบางน้ำผึ้งไม่มีใครไม่รู้จักน้องแป้ง ที่พี่รู้สึกมากกว่านั้นคือ สิ่งที่แป้งทำเพื่อส่วนรวม ความนอบน้อม ความขยัน ความเก่ง ความทุ่มเท ขอให้เราประสบความสำเร็จเหมือนพ่อนะคะ ขอมากกว่านั้นขอให้แป้งได้ทำงานในสิ่งทีรักอย่างกฏหมายคุ้มครองเด็กและสตรีด้วยนะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: