บางเบิดยินดีที่ได้รู้จัก 05

4 ม.ค.

แจนปลุกตื่นก็ไม่ตื่น บอกแจนว่าขอนอนต่อให้แจนไปอาบน้ำก่อน  แจนอาบน้ำเสร็จมาเรียกให้ไปอาบน้ำก็บอกว่าขอนอนต่ออีก แจนเลยบอกว่าไปกินข้าวกันก่อนก็ได้แล้วค่อยมาอาบ ก็บอกแจนว่ายังอิ่มอยู่อาหารเมื่อคือยังไม่ย่อยเลย แจนเลยบอกให้ไปเข้าห้องน้ำระบายออกสิ แล้วแจนก็หยิบกุญแจเดินออกจากห้องไป เขาหิวแล้วนะไปกินก่อน ไม่มีเสียงตอบรับจากแนนเลย

นอนจนอิ่มแล้วก็ตื่น สลบแบบเหมือนอดนอนมาหลายวัน เพราะเจ้าเต่าแน่ๆเลยทำเอาต้องนอนชาร์ตแบต ทำเอาเช้านี้ที่นัดกันว่าจะออกไปเดินดูทะเลดูพระอาทิตย์ขึ้นแจนต้องไปดูคนเดียวเลย อาบน้ำเตรียมพร้อมจะออกไปกินข้าว แจนก็เดินกลับเข้ามาที่ห้องพอดีและบอกว่ากินอิ่มแล้วไปเดินเล่นถ่ายรูปริมทะเลเรียบร้อยแล้ว ก็เลยชวนแจนไปนั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน เหมือนเดิมเลย ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง วันนี้กินไม่เยอะเหมือนวันก่อน รู้สึกยังแน่ๆ เอาแค่พออิ่มก็เหลือๆแล้ว ถ้าหิวแล้วค่อยหาอะไรกินระหว่างทาง

อิ่มแล้วก็กลับไปเก็บของที่ห้อง แบบเตรียมพร้อมกลับมาปั่นออกไปได้เลย แต่ตอนนี้อยากไปเดินเล่นดูเส้นทางที่เมื่อวานปั่นผ่านมาว่าเช้านี้จะสวยขนาดไหนตอนปั่นมาเห็นมีแต่ต้นไม้ และอยากรู้จักจะงอยมากกว่านี้ด้วย อยากย้อนกลับไปดูสะพานปลาด้วย แต่ตอนนี้อิ่มมากยังไม่อยากปั่นเจ้าเต่าไป เหมือนว่าพนักงานรีสอร์ทได้ยินเราคุยกันเลยบอกว่าสองร้อยเมตรเองปีนเขาขึ้นไปดูวิวสิ มีปูร้องเสียงไก่ด้วยนะ โอ้แบบนี้น่าสนใจเราไปทำความรู้จัก  “เขาบางเบิด” กันดีกว่าแจนแจน

โอ้….ทางที่เราปั่นมาเมื่อคืนสวยจริงๆด้วย น่าเอาจักรยานมาถ่ายรูปด้วยจังเลย ขึ้นเนินลงเนินแล้วก็เห็นป้ายเขียนว่า เขาบางเบิด ข้างๆมีบันไดด้วย น่าสนใจยิ่งนักข้างบนจะมีอะไรนะ แจนแจนขึ้นไปดูกัน ความรู้สึกแจนตอนนั้นช่างต่างกับแนนเหลือเกิน แจนบอกน่ากลัวนะดูป้ายสิหลอนๆ น่านะมาแล้วทันทีขึ้นไปสักหน่อย ไปตามหาปูร้องเสียงไก่กัน บันไดทางขึ้นถูกทำไว้อย่างดี ไม่ต้องปีนๆ ให้ลำบากเลย ดูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทำไว้เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวมากนะ แต่ไม่มีใครมาเที่ยวเลยนักท่องเที่ยวที่พักรีสอร์ทที่เดียวกับเราก็ไม่เห็นมีใครเดินมาเลยนะ เห็นขับรถออกไปที่อื่นกันหมด

บันไดเป็นขั้นๆเดินสบายมาก แค่เงียบมากๆ แค่นั้นเอง ขึ้นไปก็เจอพระและคนนอนอยู่ ตามเดิมเลยก็คือนั่งลงไหว้พระให้คุ้มครองเราสองคน ส่วนแจนดูจะกลัวเพราะเห็นคนนอนคลุมโปงอยู่แถวนั้น ก็แค่คนนอนหนาวห่มผ้านะไม่น่ามีอะไรนะ  เดินต่อไปอีกทางกันดีกว่า แจนดูจะกลัวแต่เราก็จับมือกันแน่ๆ แล้วจูงกันก้าวขึ้นบันไดไปยังไม่เจออะไรก็เดินต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกำลังอ้อมเขาอยู่อย่างนั้นเลย แล้วก็มีทางลง อุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคนมาเที่ยวเหมือนกันดูจะเป็นคนท้องถิ่นเสียด้วย แนนก็เลยถามว่าไปต่อได้ไหมคะ พี่เขาตอบว่าไปได้วิวสวยนะทางนี้ รีบจูงมือแจนเดินขึ้นบันไดไป โอ้โหเริ่มเห็นทะเลแล้ว นั่นไงที่เขาปั่นมาเมื่อคืนทางเลียบทะเล โน่นแน่ๆเลยที่เป็นหาดฝั่งแดง อะไรที่เราจะแวะก็ไม่ได้แวะ อะไรที่ไม่อยู่ในแผนเราก็ได้แวะหมด เท่ากับที่อ่านหาข้อมูลกันมาไม่ได้ใช้เลยนะ มาเจออะไรใหม่ๆ ที่ไม่อยู่ในเส้นทางแนะนำตลอด

เราพยายามตามหาปูร้องเสียงไก่ก็ไม่เจอ เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็สุดเป็นหน้าผาหินให้เดินขึ้นไป แต่แนนกลัวตกเลยขอนั่งเกาะขอบหินเป็นแมวน้ำรอแจนให้ปีนป่ายจนพอใจ มันเสียวไม่รู้เป็นอะไรทุกครั้งที่อยู่บนทางเดินแคบๆ เป็นผาแบบนี้ไม่มั่นใจเอาเสียเลย การทรงตัวเสียศูนย์ตลอด เป็นแมงมุมเกาะบวกกับขาตุ๊กแกแน่นเหนียว แต่สวยดีจังเลย ถ้าใครชอบปีนป่ายคงจะขึ้นไปข้างบนได้สูงกว่านี้ แต่แค่นี้สำหรับแนนก็ฟินแล้วนะ มีน้ำกระเด็นขึ้นมาจากมุมนี้ก็สนุกเลย แจนยืนโพสท่าถ่ายรูปซะเท่เลย ส่วนแนนขอนั่งเป็นแมวน้ำเกาะโขดหินน่ารักๆ แบบนี้อุ่นใจกว่า

แต่ขาลงนี่สิ แจนชี้ให้ดูแนนเห็นเสื้อตัวที่ถอดทิ้งไว้บนหินก้อนนั้นไหม ความสนุกลดลงทันที ความหลอนเขามาแทรกแซง จิตนการคนถอดเสื้อแล้วไปโดดหน้าผาตายเข้ามาหลอกหลอน วิญญาณกำลังลอยตามเรามา บ้าไปแล้วเรา หันหลังกลับไปดูสิมีใครตามมาจริงไหมก็ไม่กล้าอีก จับมือแจนแน่นเลย แล้วมองตรงไปข้างหน้าเมื่อไรจะเจอทางลงสักทีนะ อ๊ายยย…..วิญญาณตามเรามาไม่ได้หรอกโดนฉุดลงน้ำไปแล้ว เฮ่ยยย บ้าจริงๆ เลยเรามาคิดดูทีหลังอาจจะเป็นคนมาถอดเสื้อตากไว้ให้แห้งก็ได้ หรือใครสักคนขึ้นมาแล้วถอดเสื้อไว้ลืมเอาลงไปก็ได้นะ หน้าผาเมื่อกี้ก็ไม่ได้สูงอะไรมากนิ รอยเลือดก็ไม่มี สร้างภาพหลอกตัวเองมากไปแล้วเรา ไม่รู้แจนแจนกลัวเหมือนกันไหม หนึ่ง สอง สาม หันกลับไปดูก็ไม่มีอะไรนะ  จินตนาการหลอกตัวเอง…..เฮ่อ ถึงทางลงสักที

พอลงไปก็บอกแจนแจนว่าขอกลับปั่นไปดูสะพานปลาหน่อยนะ อยากดูว่ามองมาที่เขาบางเบิดจะสวยขนาดไหน แจนบอกว่าเราควรรีบไปนะเพราะวันนี้เราต้องปั่นไกลกว่าเมื่อวาน แต่ถ้าจะไปก็เดินไปเลยถ้าต้องย้อนกลับไปเอาจักรยานที่ห้องแล้วปั่นมาคงได้พักแถวนี้อีกคืนแน่ เราสองคนก็เลยเดินย้อนกลับไป ไปดูรีสอร์ทเมื่อวานที่แจนคิดว่าเป็นจันทิมา เราถ่ายรูปเล่นกันที่สะพานปลาอยู่นานเกินคาดเพราะมั่วแต่ตั้งท่า แล้วเราก็เดินกลับทางที่เมื่อคืนปั่นมา เวลานี้กับเวลาเมื่อคืน ความรู้สึกช่างต่างลิบลับเหมือนขาวกับดำ เพราะเวลานี้เส้นทางน่าปั่นมากๆ ต้นไม้เขียวๆสองข้างแค่ทางขรุขระเป็นหินไม่ได้ลาดยางแค่นั้นเอง แจนบอกว่าถ้าเป็นตอนเช้าหรือว่าปั่นมาถึงแบบฟ้ายังไม่มืดก็ไม่กลัวหรอก แต่เมื่อคืนนะทางก็ไม่รู้จักมองก็ไม่เห็นน่ากลัวจะตายเกือบร้องไห้แล้วนะ ถ้าผ่านเขาลูกนี้ไปแล้วไม่เห็นแสงสว่างนั่นร้องไห้ไปแล้ว แต่อุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อเจอป้ายยินดีต้อนรับสู่ อ.ประทิว จ.ชุมพร

สำหรับแจนที่เป็นคนชุมพร แต่ก็ยังไม่เคยมาหาดบางเบิดเหมือนกันนะ สวยดี และยังมีเขาบางเบิดให้ขึ้นไปดูวิวหาดชัดๆด้วย ทำเอารู้สึกว่าจักรยานนี่สุดยอดมากนะพาเราไปเจอที่ใหม่ๆทั้งๆที่เป็นสถานที่เดิมได้เสมอเลย จากนี้เราจะแวะอีกทีที่วัดแล้วตรงยาวเลยนะ ป้ายวัดที่เราดูมาว่าอีก 45 กิโลจะถึงวัดแก้วประเสริฐ แต่พอถามชาวบ้านแถวนั้นเขาบอกว่าประมาณเก้ากิโลก็ถึงแล้ว ทีแรกเรากะแค่ไปถึงวัดแล้วก็ปั่นกลับประจวบฯ​ แต่ใจแจนอยากเข้าชุมพร ถ้าอยากไปก็ไปสิ แจนบอกว่าโทรจองแล้วแต่ขากลับรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ จากชุมพรเต็มแล้วนี่สิ เราจะไม่มีรถกลับนะ สำหรับแนนไม่เป็นไรเลย แต่สำหรับแจนแล้วต้องมาทำงานในเช้าวันที่สอง ยังไงก็ต้องกลับ เอาแบบนี้สิเราไปชุมพรแล้วหารถกลับประจวบฯ ระยะทางสั้นๆระหว่างจังหวัดก็น่าจะมีรถทุกขั่วโมงไม่น่าเต็มนะ เอางั้นเรามุ่งหน้าชุมพรกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: