ทางจักรยานสีแดง scenic route 06

4 ม.ค.

จากประทิวอำลาบางเบิดมุ่งหน้าไปคาบางนาแทนละ ดูท่าเข้าขุมพรจะไกลไป กรี๊ดๆ ดีใจเห็นทางจักรยานสีแดงกว้างเท่าหนึ่งเลนถนน ไปกลับแยกสองฝั่งทันทีที่ออกจากหาดบางเบิด แจนบอกว่าทางนี้แหละที่อยากพามาเพราะมากับอาแล้วชอบมาก โอ้โห ทำเอาอยากรู้จักใครนะช่างมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลให้จักรยานเช่นนี้ นึกไปถึง สส. ในพื้นที่ อบต. หรือจะผู้ว่าราชการจังหวัด อยากรู้จักเหลือเกิน ปั่นไปตามทางรู้สึกดีเป็นพิเศษ แค่พื้นถนนมีสัญลักษณ์ตลอดทาง หลายคนนเคยบอกว่าถนนไม่มีรถมันปั่นได้อยู่แล้วไม่เห็นต้องทำทางเลย ก็เพราะคิดเช่นนั้นงั้นวันหนึ่งรถยนต์มาใช้จนชินก็บอกว่าทางจักรยานมาทีหลังอีก ก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องรอติดก่อน แต่ถ้าคิดว่าควรทำก็ทำเลยนะทางจักรยาน จะเป็นถนนโล่งๆ ก็ควรทำก่อนเลย ตลอดทางมีป้ายบอกว่าระวังจักรยานเตือนรถยนต์ด้วย ดีจริงๆ

ก็ไม่รู้ว่าทางจักรยานที่ใช่หลายคนต้องการคือแบบไหน ถ้ามองว่ามันคือไหล่ทางก็คือใช่ แต่นี้เขาตั้งใจขยายออกมาให้ปั่นได้เลยดีจัง สำหรับแนนแค่นี้ก็ดีใจมากแล้วะน พอได้เจอป้าย scenic route และเห็นป้ายโครงการว่าจะยาวขนาด สมุทรสงคราม – ชุมพร ระยะทาง 603 กิโลเมตร ยิ่งดีใจมากขึ้นอีกหลายเท่า ป้ายบอกว่าโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ทำเอาอยากรู้ว่าโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จทั้งเส้นปี พ.ศ. ไหน

ระหว่างปั่นตื่นเต้นมากอยากจะโพสบอกเพื่อนๆเหลือเกิน แต่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยนะ ปั่นกันแบบว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ติดต่อใครไม่ได้เลยเหมือนกัน รู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าที่ชุมพรขึ้นมาทันที เป็นจังหวัดที่มีทางจักรยานก่อนใครด้วย ทำเอาคิดว่าน่าจะมีจุดเติมน้ำ และเติมลมด้วยนะ แต่ที่จริงเราก็เตรียมพร้อมมาหมดในกระเป๋าพ่วงข้างแล้ว มีน้ำเปล่าสำรอง มีอุปกรณ์สำหรับปะยาง

ปั่นไปสักพักยังไม่ถึงสิบกิโลเลยนะก็เห็นเหมือนกำลังขยายทางเพิ่มอยู่ช่วงนี้ยังไม่ทาสีตีเส้นกันเลย เป็นถนนใหม่หรือถนนเดิมปรับปรุงใหม่นะ เพราะแจนเองคนชุมพรก็เพิ่งจะเคยใช้เส้นทางนี้ ปกติมาด้วยรถยนต์ก็จะใช้แต่ถนนเพชรเกษม เราสองคนปั่นกันอย่างมีความสุข เพราะรู้สึกว่าบนถนนไม่มีใครเลย ถนนเป็นของจักรยานสองคัน

เราปั่นกันนานมากว่าจะถึงวัดแก้วประเสริฐ ทั้งๆ ที่ระยะทางไม่ไกลเลยนะ แต่เป็นเนินซึมๆตลอดทางไม่มีแรงส่งให้ไหลได้เลย โหดมากนะถนนแบบนี้ เราตั้งใจมาทำบุญกันแจนมาถึงก็ชวนกินไอติมก่อนเลย จากนั้นเราก็เดินไหว้พระทำบุญโดยฝากจักรยานไว้ให้คนขาไอติมช่วยเฝ้า หลังจากนั้นก็เตรียมตัวจะกลับเราตามหาร้านขายน้ำก็ไม่มีเพราะแจนบอกว่าจากนี้ไปแทบไม่มีร้านขายของยังไงก็ต้องเติมน้ำให้เต็ม เจ้าหน้าที่วัดก็เลยแบ่งน้ำให้เรามาขวดใหญ่ และชวนไปกินข้าว มื้อกลางวันนี้ก็เลยฝากท้องไว้ที่นี่ เราก็เลยทำบุญเพิ่มไปอีกรอบ กล่องรับเงินที่นี่หยอดแล้วมีเสียงอวยพรให้ด้วยนะ ฟังยาวหลายนาทีเลยนะกว่าจะจบ เพราะเราลองยืนฟังกันอยู่พักก็ยังไม่จบแต่เดินจากไปก่อน ดูทางวัดมีโครงการสร้างพระใหญ่อยู่ด้วย และน่าจะมีอีกหลายโครงการตามมา มุมนี้เองทำให้เราสามารถถ่ายวิวและเห็นทางจักรยานสวยๆ ได้มุมสูง

ระยะทางเหลืออีกห้าสิบโล ปั่นบนทางจักรยานยาวๆ วันนี้แจนอาสาขนสำภาระด้วยเจ้าเต่าให้ตลอดทาง ทีแรกเราคิดแผนว่าจะแบ่งสำภาระออกเป็นสองคัน แต่วางใส่เจ้ากระต่ายแล้วมันติดขาตอนปั่นไม่สะดวกนักก็เลยรวมไว้คันเดียวเหมือนเดิม ตลอดทางปั่นก็ถามแจนนะว่าไหวไหม คำตอบคือ ไหวๆ สบายมาก ถามตลอดทางเลยนะ

ระยะทางไกล เราสองคนไม่ได้ติดไมล์ ไม่ได้เปิดแทร็กเส้นทางไว้ ปั่นกันแบบให้กำลังใจกันและกัน โดยไม่รู้ว่าผ่านมากี่กิโลแล้ว แต่แจนน่าจะพอเดาได้เพราะคุ้นเคยกับจังหวัดนี้ดี ส่วนแนนหรอลุ้นตลอดทางว่าเมื่อไรจะผ่าน อ.ประทิว อะไรนะ นี่เราปั่นมาไกลมากๆแล้วยังอยู่ในประทิวอีกหรอ คิดว่าเลยมากแล้วซะอีก    ถนนก็มีรถผ่านบ้าง บางช่วงวางมีแค่เราสองคันได้ยินแต่ล้อจักรยาน ก็เลยถามแจนว่าอยากฟังเพลงไหม แจนบอกร้องเลยอยากฟัง ในหัวก็มีแต่เพลงที่ต้นน้ำชอบร้อง คำแรกที่ร้องทำแจนหัวเราะเสียงดังแทบหมดแรงปั่น “โดอะเดีย อะฟรีเมลเดียร์” ร้องก็ไม่จบหรอกนะ เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวหาเพลงเปิดให้ฟังแทนแล้วกัน ในเครื่องที่เซฟไว้ก็มีแต่เพลงที่เปิดให้ต้นน้ำฟัง พอได้ยินเสียงเท่านั้นหันมายิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปเก็บเอาไว้ เพราะเพลงที่เปิดไปมีแต่ a ticker a tasket แบตก็เหลือน้อยเต็มที ฟังได้ไม่กี่เพลงก็ต้องปิด

เนินแล้วเนินอีกจนแจนหมดแรง รู้สึกปากแห้ง เพราะน้ำหยิบยากและห้องน้ำระหว่างทางก็ไม่มีเลยไม่ค่อยได้ดื่มน้ำกันมากเท่าที่ควร แจนบอกว่าอยากได้เกลือแร่ ก็เลยแวะร้านข้างทางเติมพลัง จากจุดนั้นใกล้แล้วนะอีกยี่สิบห้ากิโลก็จะถึงคาบาน่า สู้ๆ นะ ยังไม่ผ่านเขาดินสอเลย เราเคยมาชุมพรกันครั้งหนึ่งแล้ว แต่ทางนี่สิแนนยังจำไม่ได้เลย ไม่มีแยกอะไรให้งงหรอก ตรงไปตามถนนอย่างเดียว สองข้างก็มีแต่ต้นไม้ นานๆ มีบ้านสักหลัง

แจนแจนดูเนินนู้นสิ สูงจัง ขึ้น ลง ขึ้น ขึ้น เลยนะ สวยดี เจ้ากระต่ายสบายอยู่แล้ว แต่เจ้าเต่านี่สิน่าสงสาร เวลานี้เราเลยต้องผนึกกำลังกันช่วยดันหลังให้แจนแจน ทีแรกกะว่าจะซื้อเชือกแล้วเอามาผูกลากกันเวลาใครใช้เจ้าเต่า แต่แนนก็มั่นใจว่าปั่นได้ไม่ต้องลากนะ แค่ไปอย่างช้าๆไม่ต้องรีบแรงก็มีตลอด เราปั่นกันแบบไม่มีเหงื่อยเลยนะ แล้วแจนก็ชี้ให้ดูจำแถวนี้ได้ไหมคราวก่อนที่เราจะขึ้นเขาดินสอแล้วปั่นเลยมาไง เริ่มคุ้นๆ และอุ่นใจขึ้นว่าอีกยี่สิบโลก็น่าจะถึง แล้วเราก็ได้เจอคู่รักชาวเยอร์มันนั้นอีกครั้ง

เวลานี้แจนหมดแรงกับเจ้าเต่าแล้ว เราเลยเปลี่ยนคันกันปั่น พอแนนไปใช้เจ้าเต่าก็ต้วมเตี้ยมอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าเร็วกว่าเดินนิดหน่อยเอง เป็นเนินขึ้นลงยาวๆ แบบไม่ไหลมากเท่าไรเลย เพราะใช้เกียร์สองปั่นยังรู้สึกมันฟรีขาเลย เติมได้ตลอด แจนเริ่มสงเสียงบอกว่าปั่นเร็วๆหน่อยสิ เรายังไม่ได้จองที่พักเลยนะ เดี๋ยวฟ้าจะมืดแล้วอยากให้ถึงก่อน แนนก็เลยรีบค้นหาดูว่ามีที่พักไหม โอ้ว…..เต็มทุกที่ แจนบอกว่าเดี๋ยวให้เพื่อนช่วยหาให้เพื่อนอยู่แถวนั้นพอดี มีแต่ห้องสองเตียงเราเลยยังโลเล ขอไปหาเองเมื่อถึงที่ แนนเลยบอกว่าจองไหมยังมีห้องนะ แต่พิกัดอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย ที่แน่ๆในเมืองยังมีที่พักว่างอีกเยอะ ส่วนริมหาดเต็มหมดแล้ว

ปั่นผ่านเขาดินสอแล้วดีใจจัง เพราะพอจะรู้ระยะทางแล้วว่าอีกสิบห้ากิโลจะถึงคาบาน่า ทริปนี้แปลกอยู่อย่างนะพวกเราคำนวนเวลากันตามระยะทางที่เคยปั่น สามสิบกิโลเราก็บอกกันว่าชั่วโมงเดียวถึง เหลือยี่สิบกิโลเราก็บอกว่าชั่วโมงเดียวถึง สิบห้ากิโลเราก็บอกว่าชั่วโมงเดียวถึง แต่เอาเข้าจริงๆ เราปั่นแทบจะสิบโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะ ฟ้าเริ่มจะมืด และในที่สุดก็มืดจนต้องติดไฟ

ปั่นไปอีกไม่นานเริ่มเห็นแสงไฟ โอ้โหถนนอะไรเนี่ยสว่างดีจัง แจนบอกอุ่นใจแล้วผ่านเขาดินสอมาถึงตรงนี้ได้ แถวนี้สะพลีแล้วอีกนิดเดียวก็คาบาน่า ไม่เกินสิบกิโลแล้ว รู้สึกมีพลังขึ้นมาแต่ความเร็วก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไรเลย ปั่นๆไปชักเริ่มหนาว ดื่มน้ำกันจนเกือบหมดกระติก เวลานี้อยากเข้าห้องน้ำเหลือเกินแล้ว ไม่รู้ว่าแจนจะไปหาเพื่อนก่อน หรือหาห้องก่อน หรือ กินข้าวก่อน ก็เลยปั่นตามๆไปก่อน ในที่สุดก็ถึงหาดทุ่งวัวแล่น ดีใจสุดๆ ถึงสักที

ปั่นจากหาดด้านหนึ่งไปสุดอีกด้านหนึ่ง ย้อนกลับมาอีกด้าน โอ๊ยยย….ไม่ไหวแล้ว ยังไงต้องจอดเข้าห้องน้ำก่อนนะ แจนก็ถามว่าจะเข้าที่ไหนเรายังไม่ได้ห้องพักเลย เข้าตามที่มีป้ายบอกเมื่อกี้เห็นบ้านนั้นมีป้ายสุขาห้าบาท จอดๆ ฝากจักรยานก่อน วิ่งไปเข้าห้องน้ำ เข้าไปเจอแต่ห้องอาบน้ำ และยังไฟมืดๆ อีก ดีนะที่มีไฟติดตัว เดินไปจนสุดห้องสุดท้ายถึงเจอสุขา ปลดทุกข์เสร็จแล้วก็มาจ่ายเงินกับลุง ลุงบอกเดินเลี้ยวไปนะห้องสุขา หนูเขาเสร็จแล้วค่ะ

ไปหาห้องกันต่อได้แล้วนะแจนแจน สบายตัวแล้ว เราปั่นไปถามทีละรีสอร์ท คำตอบคือ เต็มแล้วค่ะ แจนบอกเป็นไงอยากปั่นแบบไม่จองที่พักแบบที่แนนอยากทำไงไม่ต้องวางแผนอะไรอยากไปไหนก็ปั่นเลย สนุกไหมละ ในใจเวลานั้นไม่กลัวเลยนะ ถ้ามันเต็มจนไม่มีที่พักเรามีจักรยานซะอย่างปั่นเข้าเมืองก็ได้อีกสิบสี่กิโลเอง เจ็ดสิบกว่าโลปั่นมาแล้วยังไม่เหนื่อย ซึ่งแจนก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ปั่นไปปั่นมาริมหาดก็เริ่มหนาวรู้สึกว่าปั่นไปปั่นกลับกันหลายรอบนี่ก็ได้เป็นกิโลแล้วนะถ้าป่ันเข้าเมือง

งั้นเราลองดูว่าทางเข้าเมืองระหว่างทางจะมีที่พักไหม เพราะริมหาดเต็มหมดแล้ว เลี้ยวผ่านคาบาน่าไปได้ยังไม่ถึงกิโล ก็เจอป้ายเกสเฮาส์ดูน่ากลัวนิดหน่อย แต่แจนก็เลือกที่จะจอดถามว่ามีห้องว่างไหม คำตอบคือยังมีถ้าจะเอาก็รีบนะเพราะมีคนมาถามตลอดเดี๋ยวจะเต็ม ก็เลยบอกให้แจนขึ้นไปดูห้อง แนนจะอยู่เฝ้าจักรยานให้ ลงมาบอกว่าข้างในน่ารักดีน่าพักดีนะ แต่เจ้าของสูบบุหรี่ เป็นผู้ชายดูเหงาๆ อยู่คนเดียวกับน้องหมา ตกลงเราพักที่นี่แล้วกันถ้าแจนว่าโอเคก็โอเค  ฝากของไว้ก่อนเอาแต่จักรยานไปอย่างเดียวปั่นไปหาอะไรกินกัน อิ่มแล้วก็จะพาไปหาเพื่อนแจน ทีแรกเราคิดกันว่าถ้าไม่มีห้องพักจริงๆ จะไปขอเพื่อนแจนนอนด้วยแล้ว หลังจากนั้นก็ปั่นผ่านหาดเป็นรอบที่สี่เพื่อหาเพื่อน เวลานั้นอากาศเย็นมากนะ

ข้าวผัดปูที่แจนสั่งดูน่ากินมาก แต่แนนรู้สึกว่าเรากินข้าวมากเกินกว่าที่เราปั่นไปเลยขอสั่งส้มตำไทยดีกว่า กินกับไก่ย่าง แต่ที่ร้านมีแต่ไก่ทอดและหมูทอดก็เลยตามนั้นทอดก็ได้ ซี๊ดดด….เผ็ดมากบอกว่าไม่เอาเผ็ดแล้วนะ คนขายบอกว่าใส่พริกให้เม็ดเดียวเองนะ แต่ในครกมันติดพริกของเก่าอยู่ ทำเอาต้องให้แจนช่วยกินส้มตำและแบ่งข้าวผัดปูมากิน ไก่ทอดและหมูทอดที่สั่งมาต้องกินคนเดียวเพราะแจนไม่กินด้วย หนาวก็หนาวมันเลี่ยนๆไงไม่รู้ก็ฝืนกินจนหมด รู้สึกทรมานท้องเหลือเกิน เหมือนอิ่มเกินแบบอาหารไม่ย่อย

ปั่นกลับห้องเหมือนคนป่วย ผะอืดผะอม ลือ เป็นกลิ่นไก่ทอด ทรมานสุดๆ เลย แล้วก็ได้ผลจริงๆด้วย ส้มตำออกฤทธิ์ทันที ปู๊ดป๊าด รีบเข้าห้องน้ำ ค่อยสบายท้องหน่อยได้ระบายออก แต่อยากจะอ๊อกออกมากว่า มันยังลือเป็นกลิ่นไก่ทอดอยู่เลย เมื่อไรจะย่อยเนี่ย รู้สึกไม่อยากกินไรไปเลยนะ แจนบอกว่าข้าวผัดปูอร่อยพรุ่งนี้เราไปกินร้านนี้เป็นอาหารเช้าอีกนะ ไม่มีเสียงตอบรับจากแนนเลย เพราะจะกลัวไปอีกนาน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: