ประจวบที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน 02

3 ม.ค.

ตื่นได้แล้วแจนแจนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เป็นไปได้ไงตื่นก่อนเสียงนาฬิกาโทรศัพท์ปลุกอีก อยากไปเล่นน้ำทะเลแล้ว แจนเปิดประตูห้องออกไปบอกว่าอากาศเย็นมากนะเล่นไหวหรอ งั้นไปเดินเล่นก็ได้ ลมแรงมากเลย ไม่เหมาะแก่การลงทะเลอย่างแรง เจ้าของรีสอร์ทก็เตือนว่าไม่ควรเล่นเพราะอันตราย อดเลยไปแค่ถ่ายรูปแล้วมารอกินอาหารเช้า เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ลงมากิน กิน กิน กันแบบว่าเผื่อพลังงานไว้ปั่นทางไกลกัน ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังปิ้งราดแยม ข้าวต้มทะเล โอวันติน และมะละกอ ระหว่างรอปิ้งขนมปังก็จิ้มมะละกอกินหวานอร่อย อิ่มแล้วก็ไปเอาจักรยานลงมาปั่นเที่ยวแถวนั้นก่อน แล้วค่อยกลับมาเช็กเอ้าท์ ที่สำคัญไม่ต้องเอาเจ้าเต่าขนสำภาระแบกขึ้นเขาไปดูวิวด้วย

เหมือนความสนุกหล่นหายเพราะเจ้าเต่าไม่สามารถส่งตัวขึ้นไปถึงยอดเขาได้จำต้องเข็นเพราะถ้าออกแรงกดมากกว่ามีเข่าพังแน่ แค่นี้ลองกดก็เจ็บเข่ามากแล้ว   เลี้อยไปเลื้อยมาเป็นงูเต็มสองเลน แล้วรถก็ตามขึ้นมาต้องคอยจอดตั้งหลักใหม่ รู้สึกว่าเลือกจักรยานผิดคันมาเที่ยวแล้วสิ ได้แต่เข็นๆ ขึ้นเนินไปอิจฉาแจนได้ปั่นเจ้ากระต่ายขึ้นเขาอย่างสบายๆสนุกๆ เข็นๆไปเรื่อยๆ ขึ้นไปจนเห็นพระองค์ใหญ่ รถหลายคันมุ่งหน้าขึ้นไปโดยไปจอดแวะชั้นก่อนหน้าเหมือนเราสองคน ไปไหว้พระก่อน แจนบอกให้ไหว้กรมหลวงชุมพร แล้วค่อยพาเจ้าเต่าเข็นขึ้นไปไหว้พระองค์ใหญ่ ฝั่งตรงข้ามก็มีรั่วกั้นไว้แต่ก็เห็นคนอยู่ข้างใน ก็เลยชวนแจนเข็นจักรยานอ้อมเข้าข้างๆไป แล้วก็พบกับความงานที่เหมือนสวรรค์ซึ่งก็ไม่เคยไปเหมือนกัน เป็นสีทองที่ไม่เงาอร่ามตา งดงามเกินบรรยาย

แจนบอกว่าประจวบฯเป็นทางผ่านคนไม่ค่อยตั้งใจมากัน ที่นี่เลยไม่ค่อยไม่คนทั้งๆที่เป็นช่วงเทศกาล เราปั่นอ้อมแทนขึ้นบันได เพราะขี้เกียจแบก ข้างหลังก็สวยไม่ต่างกัน เราก็เลยจูงจักรยานเข้าไป แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งรีบมาบอกว่าห้ามเอาจักรยานเข้าไปนะ อ้าวหรอ ให้จอดทิ้งไว้ข้างหลัง แต่แจนกลัวหายมากเพราะเราไม่ได้เตรียมสายล็อกกันมาด้วย จากนั้นผู้หญิงคนนั้นดุเราสองคนเสร็จก็เดินออกไป เราก็เดินออกมาพับจักรยานแล้วแบกเข้าไปแทน แจนบอกว่าเราควรถอดรองเท้าด้วยนะ คนนั้นเขาถอดรองเท้ากัน เราก็หิ้วรองเท้าและแบกจักรยานวนไปข้างหน้าถึงเข้าใจว่าคำสั่งคืออะไร ก็เลยจอดจักรยานไว้เข้าไปดูทีละคน แจนเฝ้าจักรยานให้ก่อน แนนเข้าไปเดินดูข้างใน โอ้โห ความงานบนความศรัทธาใครนะบริจาคสร้างปฏิมากรรมงดงามหลังนี้เอาไว้ เริ่มรู้สึกว่าวัดงามต้องมากด้วยปัจจัย ทุกครั้งที่ไปต้องหยอดทำบุญ แล้วก็เดินดูรอบๆ ข้างบนก็มีระเบียงให้เดินได้รอบ ลมเย็นสบายเห็นวิวหาดทราบยาวเป็นแหลมที่ยื่นมาในทะเล ถอยล่นไปก็มีแต่ต้นมะพร้าว สวยจังแทบยังไม่อยากลงไปเลย แต่ก็อยากให้แจนขึ้นมาดูบ้างจัง

ลงมาก็บอกแจนว่าเราเห็นอะไรให้ขึ้นไปดู แจนก็หายไปพักหนึ่งลงมาบอกว่าสวยจังเลย ถ้าเรื่องที่แจนเขียนออกมามีคนตามมาเที่ยวที่นี่ก็ดีใจแล้วนะ อยากให้คนเที่ยวเมืองไทยนี่คือความตั้งใจของแจนเลย ว่าแต่สถานที่นี้ชื่ออะไรนะ ยังจำกันไม่ค่อยได้เลย “พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ” ขอแนะนำให้มาแล้วคุณจะคิดเหมือนเราสองคนว่าประจวบไม่ใช่แค่ทางผ่าน ความสนุกกลับมาอีกครั้งก็ตอนลงเขานี่แหละ ขึ้นตั้งนานลงยังไม่ถึงสองนาทีเลย อะไรเนี่ยเที่ยงแล้วหรองั้นเราเช็กเอาท์แล้วฝากของไว้ก่อนแล้วเราปั่นไปเที่ยวถ้ำทางนู้นกัน

“ถ้ำคีรีวงศ์” ปั่นไปถึงแจนก็เริ่มชักไม่แน่ใจว่าใช่ไหมทำไมเงียบจัง แนนเลยบอกแจนเข้าใจผิดแล้วแน่เลยเพราะถ้ำที่แจนคิดไว้คงเป็นถ้ำพยานครแน่ๆ แต่ไหนๆก็มาแล้ว มีพระนั่งสูงอายุอยู่องค์รูปหนึ่งท่านบอกว่าวัดนี้แหละใช่ ขึ้นบันไดไปเลยจอดจักรยานไว้ข้างล่างก็ได้ แต่แจนชวนแบกขึ้นไปถ่ายรูปจักรยานกันในถ้ำ เอ้าแบกก็แบก แนนเดินแซงหน้าแจนไปแบกเจ้าเต่าขึ้นไปด้วย หนักใช่เล่นเลยนะ ตกลงขึ้นถึงข้างบนก่อนหน้าแจนอีก เงียบจัง คนไม่มาเที่ยวที่นี่กันเลยหรอ พอจะมองเห็นปากถ้ำก็เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาแซวพวกเราว่าพี่ปั่นลงไปเลย แจนบอกเดี๋ยวลงไปสำรวจดูให้ก่อนนะว่าน่าแบกจักรยานลงไปไหม

แจนกวักมือให้ลงมาดูข้างในพร้อมให้แบกจักรยานลงไปด้วย ลงก็ลงอีกไม่กี่ขั้นเองไหนก็แบกขึ้นมาแล้วนิ ข้างในมีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ ที่โดดเด่นน่าดึงดูดเห็นจะเป็นอักษรย่อ จ.ป.ร. ที่เขียนไว้ที่ผนังถ้ำ โอ้โหทำให้นึกย้อนอดีตกลับไปว่าทางขึ้นน่าจะลำบากขนาดไหนท่านยังเสด็จมาถึง นี่ขนาดมีบันไดปูกระเบื้องแล้วนะ แต่ข้างในก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน หรือเพราะความเงียบบวกจิตนการหลอนตัวเอง ดูแจนจะไม่กลัวอะไรเลยนะ ถ่ายรูปแล้วก็นั่งคุกเข่าไหว้พระ ก็เลยทำตามพร้อมทั้งหยอดเงินทำบุญก่อนลากลับออกจากถ้ำ ระหว่างนั้นก็คิดกันเสียงดังว่าถ้าคนมาเที่ยวเยอะกว่านี้คงจะดีวัดจะได้มีเงินทำบุญเอามาดูแลถ้ำแห่งนี้นะ ที่จริงมันก็น่าเที่ยวแต่ไม่มีใครมาแวะเลย สำหรับถ้ำนี้แจนบอกว่าถ้าใครอ่านเจอที่เราเขียนแล้วตามมาเที่ยวคนเดียวก็ดีใจแล้ว

บ่ายแล้วเรายังอยู่ที่บ้านกรูด เริ่มหิวแล้วสิเราไปกินผัดไทกำนันกัน ปั่นกลับไปรีสอร์ทบรรทุกสำภาระ แล้วมุ่งหน้าไปจะงอยกัน ไม่แวะอะไรแล้วนะเพราะระยะทางอีกห้าสิบสองโลตามแผนที่คนเดินในกูเกิ้ลบอกไว้ พอไปถึงร้านผัดไท เกินคาดหมายคนเยอะมากมีอาหารหลายอย่างดูหน้าตาอร่อยมากมาย แจนถึงขนาดขออนุญาตเจ้าแม่กวนอิมวันนี้ขอกินไก่ทอดนะคะ ส้มตำปูม้า ผัดไท และ ลาบทะเล อร่อยกลมกลิ้งใช้เวลากว่าจะอิ่มก็เริ่มออกปั่นตอนบ่ายสองกว่าๆ ผ่านหาดก็บ่ายสาม เราคิดว่าระยะทางห้าสิบสองกิโล หกโมงก็ถึงเหลือๆ สบายๆ จากประสบการณ์ปั่นจักรยานทางไกลกันมา

ลืมไปว่าเจ้าเต่ามาด้วย คลานต้วมเตี้ยมไปหรือเพราะว่าแนนปั่นช้า มั่นใจว่าจะพาแจนไปถึงจะงอยได้แน่นอนมีแผนที่คนเดินอยู่ในมือแล้ว เส้นทางสายในเลียบทะเลไปเรื่อยๆ ชมวิวทะเลไปตามทางต่อให้ไม่แวะที่ไหนเราก็ได้เหมือนได้เที่ยวแวะไปตลอดทางเพราะเจ้าเต่าปั่นได้เร็วแล้วเดี๋ยวก็ช้าอีก นั่นสิทำไมนะ เพราะมัวแต่ถ่ายรูปนั่นเอง ปั่นชิวมากกินลมชมทะเลไปเรื่อย ผ่านหลายหาดมากๆ บรรยากาศก็เงียบๆ ยังสงสัยว่าทำไมคนไม่มาเที่ยวที่นี่กัน หรือทางผ่านอย่างที่แจนบอกจริงๆ รถก็แทบไม่มี รีสอร์ทร้างก็เยอะอยู่ โลกกลมๆของคนรักจักรยานก็บังเอิญเจอกันโดนไม่ได้นัดหมาย แนนรู้อยู่แล้วว่าพี่บลูมาประจวบฯ แต่ไม่รู้ว่ามาที่ไหน ปั่นไปปั่นมาก็เจอพี่เขาปั่นสวนทางมาพอดี ทักทายแล้วไปต่อเพราะระยะทางของเราก็อีกยาวไกล ไม่ได้ติดไมล์กันด้วย ไม่รู้ว่าอีกไกลแค่ไหน ได้แต่ถามแจนว่าตอนมากับอาได้ผ่านทางนี้ไหม ช่วงหลังๆแจนบอกว่าอาออกถนนใหญ่ไม่ได้เลาะเลียบทะเลยาวแบบเราขนาดนี้ สวยจังข้างหนึ่งเป็นแปลงผักอีกข้างเป็นทะเล น่าอยู่มากนะแถวนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: