แม่ทับหญิงสั่งเดินหน้าเรื่องจักรยาน

18 มิ.ย.

คณะกรรมการเรารักกรุงเทพฯ เรารักจักรยาน 2556

เหมือนหมดไฟไปนานเอาแต่โพสผ่านอยู่หน้า FB แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าหยิบหนังสือใกล้ที่นอนหนึ่งเล่มมาอ่านทำเอาอยากเขียน blog แต่เช้า แปลกดีนะ พออ่านหนังสือก็อยากเขียน เหมือนมีอะไรค้างคาอยู่ในความคิดเวลานั้นอยากระบายออกมา ด้วยความสนุกของหนังสือทำให้ไม่อยากวาง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าอ่านค้างทิ้งไว้มาหลายเดือนไม่รู้สึกอยากกลับไปอ่านอีก แต่ครั้งนี้ถึงขนาดถือลงไปกินข้าวด้วย หลังกินข้าวก็เปิดอ่าน อ่านจนได้เวลาต้องปั่นไปประชุม

วันนี้มีประชุมกับ กทม. ครั้งแรก แปลกแต่แรกที่ได้รับนัดผ่านทาง FB ก่อนวันประชุมสองวัน ไปถึงเหมือนส่วนเกินเลยนะไม่มีชื่อ ต้องเซ็นต์บนกระดาษอีกใบ และยังโดนแซวว่าใครเชิญ ไม่มีผลกระทบอะไรกับเราหรอกเรื่องแซวแค่นี้ เพราะสายตาไปกวาดอยู่ที่ผู้มาร่วมประชุม ทำไมเก้าอี้ว่างอยู่เยอะจัง เราว่าเรามาสายแล้วนะ นัด 11.45 น. เราก็มัวแต่หาที่จอดจักรยานเพราะกลัวฝนตกแต่งเจ้าหน้าที่บอกว่าจอดไม่ได้เดี๋ยวจะมีเสด็จกว่าจะหาที่ลงตัวก็ช้าลงไปอีก ห้องประชุมชื่อคุ้นๆเคยมาหลายทีแต่อยู่ตรงไหนจำไม่ได้ถามตั้งแต่ยังไม่ขึ้นบันไดจนไปถึงห้องเกือบเที่ยงได้ ถ้ารอบหน้าถ้าประชุมห้องนี้อีกจำได้ไม่ลืมแล้ว แปลกใจอยู่ว่าทำไมนัดซะเวลากินข้าวแบบนี้ สักพักเจ้าหน้าที่ก็ยกกล่องอาหารมาแจก น้องซันที่นั่งข้างๆบอกว่าพี่ไม่รู้หรอว่าเขานัดมาทางอาหารกลางวันด้วยกัน นั่นสิ ไม่รู้เลย พี่ไม่ได้รับ email

เริ่มการประชุมด้วยรองผู้ว่าฯ อมร แล้วก็ส่งต่อให้พี่ดาว ต่อจากนี้พี่ดาวเป็นประธานคุณะกรรมการ เรารักกรุงเทพฯ เรารักจักรยาน สมัยนี้ 2556 อย่างเป็นทางการ ความรู้สึกมันต่างทันที รัศมีแม่ทัพเชิดฉาย เท่ห์มากเลยค่ะ ยิ่งรู้จักมาก่อนว่าความมุ่งมั่นของพี่ดาวมีมากแค่ไหน ต้องเล่าย้อนกลับไปวันแรกที่ไปหาเราไม่รู้จักเลยว่าพี่เขาเป็นใคร แค่อยากไปเก็บข้อมูลร้านจักรยาน ดูหรูมากนะ วันนั้นมีแจนแจนไปด้วย จะกล้าเขาไหมนะ ไหนๆก็มาแล้วนะอ้าวร้านปิดประตูนิ มีผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าประตูถามว่ามาดูจักรยานหรอ ค่ะ แล้วเขาก็เปิดประตูให้เข้าไป โอ้โห มีแต่รุ่นหายากมากๆทั้งนั้นเลย ไม่กล้าแตะ ด้วยความน่ารักของพี่ๆทั้งสอง พี่ดาวและพี่ต้น พากันเล่าประวัติจักรยานแต่ละคันให้ฟัง ยิ่งรู้สึกอยากแก่การเข้าถึง แต่ด้วยความเป็นกันเองมากๆ ของพี่ๆทั้งสองชวนไปนั่งในห้องทำงานที่น่ารักมีฉากหลังเป็นจักรยานอีทีกำลังบินปั่นอยู่ถึงดวงจันทร์ เราก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่มันชอบเข้าสายเลือดแล้วนะ มากกว่านั้นเมื่อสี่ปีก่อนพี่ต้นเคยจัดงานรวมตัวจักรยาน BMX ด้วย เวลานั้นไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย

p down

จากนั้นวันรุ่นขึ้นก็เห็นข่าวใน FB ของพี่ต้นว่ายินดีด้วยกับน้องดาวกับตำแหน่งโฆษก กทม. เวลานั้นรู้สึกว่าพี่เจตน์ที่ผ่านมาก็ได้ใจเราไปเยอะมากแล้วหลักจากปั่นแล้วเสพติดเอามา แต่มาคราวนี้เราได้นักปั่นตัวจริงขึ้นมาทำงานแทนนี่มันสุดยอดเลยนะ จากนั้นก็พยายามนัดไปเจอพี่ดาวอีกครั้งผ่านทางพี่ต้นซึ่งดูยากมากขึ้น วันหนึ่งก็เลยปั่นไปที่ร้านหวังว่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอใครสักคน เป็นเรื่องอยากที่เดียวจะเจอ พยายามนัดต่อไปก็ยังไม่ได้สักที จนวันหนึ่งมีการนัดนอกรอบของคณะกรรมการเรารักกรุงเทพฯ เรารักจักรยานชุดเก่า โอกาสนั้นทำให้ได้เจอพี่ดาวอีกครั้ง แล้วเหมือนมีสายใยบางๆที่เชื่อมกลับมาให้เจอพี่ดาวอีก ด้วยบอกว่าไปปั่นกันไหมคะ ถ้าอยากปั่นเมื่อไรบอกนะคะจะพาไปมุดกรุงเทพฯ หลายวันผ่านก็ได้รับข้อความใน FB ว่าให้ช่วยพาพี่ไปมุดกับเพื่อนๆพี่หน่อย ทันทีได้โอกาสเลยรับปากทันทีก็ทราบจำนวนวันจำนวนคน อาทิตย์ต่อมาก็พาปั่นมุดไนท์ทริป ถึงแม้ว่าวันรุ่นขึ้นจะมีการหมั้นของลูกคุณอาอี๊ที่เหมือนเป็นแม่ช่วยดูแลแนนมาแต่เด็กจนทำงาน ก็รู้สึกว่าการปั่นจักรยานทริปนี้สำคัญกว่า สี่ทุ่มก็แล้วห้าทุ่มก็แล้วยังอยากไปต่อจากสุขุมวิทมุดไปคลองสานกลับมาเอเชียทิก ก่อนเที่ยงคืนให้ทันก่อนจะปิด แจนแจนก็คอยเตือนบอกเวลาก็ยังรู้สึกอยากพาปั่นต่อ พอขากลับจึงขอแยกกลับบ้านไม่ปั่นไปส่งสุขุมวิท ทริปนั้นทำให้ได้กลับไปหาพี่ดาวพี่ต้นที่บ้านอีกด้วยการนำพาของแจนแจนที่รับปากว่าจะเอารูปไปให้ จากนั้นก็ไปอีกเพราะแจนแจนไปติดใจจักรยานที่ร้านพี่ต้น อยากได้จองไว้ก่อน พอไปอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจ พี่ต้นก็บอกจะยกให้ฟรีเลย พี่รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่วันแรก แจนแจนที่ไปหานี่หลงพี่ต้นเอามากเพราะความสุภาพเวลาพี่ต้นเรียกน้องแจนครับ กับความหล่อและกลิ่นหอม เอาเป็นว่าจานั้นแจนแจนชวนหลายคนไปอุดหนุน

วันนี้รู้สึกว่าเหนื่อยน้อยลงลดขั้นตอนในที่ประชุมไปเยอะ เพราะตัวแทนจากหลายหน่วยงานเป็นคนจักรยานตัวจริงไปซะหมด ไม่เหมือนรอบก่อนหน้าที่ต้องโน้มน้าวสารพัดให้มาเริ่มออกทริปด้วยกัน แต่การประชุมครั้งนี้เหมือนว่าพี่ดาวตั้งใจอย่างที่บอกจริงๆว่า พี่อาสาเข้ามาเพื่อตั้งใจมาทำเรื่องจักรยาน ถ้าไม่ได้ทำเรื่องจักรยานพี่ก็ไม่ได้อยากมาทำงานที่นี่นะ เวทีนี้เหมือนประธานเข้าข้างฝ่ายประชาชนมาก เรานั่งกับเหมือนแยกฝ่ายแบบไม่ตั้งใจ ด้วยความที่เราชอบนั่งติดกับคนรู้จักมันเลยมาอยู่ข้างเดียวกันหมด อีกข้างก็เป็นของ กทม. ประเด็นที่เริ่มก็ไม่ต้องปูอะไรเยอะเลย เอาของเก่ามาวิเคราะห์ให้ฝั่งประชาชนออกความเห็น แล้วค่อยให้ กทม. ตอบ วันนี้ กทม. โดนไปหลาย ต้องกลับไปทบทวนหลายโครงการตั้งแต่ เส้นทางจักรยาน 31 เส้นทางเดิมจะเอายังไงยกเลิกหรือปรับปรุง และอีก 30 เส้นทางใหม่ที่ผู้ว่าฯ รับปากคนกรุงเทพฯเอาไว้ ทางจักรยานเลียบคลองไผ่สิงห์โตที่เปิดประเด็นไปแล้วเงียบหาย จักรยานสาธารณะปันปั่น ข้นเข้มลงเนื้อหาตั้งแต่การประชุมครั้งแรกขนาดนี้ ไม่น้ำท่วมอย่างที่ผ่านมา

แต่ก็มีดราม่าเล็กๆ ของสมาคมกับชมรมอยู่ แค่มีหัวโขนที่หมายถึงตำแหน่งหน้าที่มาใส่เพิ่มในคณะกรรมการ แทนชื่อบุคคลธรรมดาอย่างที่ผ่านมา บางครั้งก็รู้สึกว่าอยากให้ดราม่าจบสักที หรือไม่จบก็มองที่ภาพรวมได้ไหมว่าเรากำลังจะทำให้ใครไม่ได้สมาคมหรือชมรมหรือใครแต่เป็นผู้ใช้จักรยานทุกคน หลายครั้งที่ถามตัวเองว่าทำแล้วได้อะไร ก็ได้คำตอบว่ากรุงเทพฯคือบ้าน เราทำให้บ้านเราน่าอยู่ขึ้นมาไง นี่แหละคือสิ่งที่อยากให้มองข้าม เพราะทั้งสองล้วนมีความต่างในความถนัดต่างกัน ชมรมถนัดวิชาการตัวเลขสถิติ แต่สมาคมถนัดชวนคนปั่นรวมกำลังพล และสิ่งที่มองไปกว่านั้นถ้ากรุงเทพฯเกิด จังหวัดอื่นๆ ก็มีโอกาสเกิด ถึงจะเป็นความฝันแต่มันก็เห็นคนปั่นจักรยานเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมาเยอะมากนะ

ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนในที่ประชุมที่ช่วยกันเปลี่ยนกรุงเทพฯเป็นเมืองจักรยาน ขอบคุณทุกคนที่ปั่นจักรยานและแพร่เชื้อต่อด้วยนะคะ เอาไว้มาเล่าให้อ่านต่อยังมีเรื่องของพี่ๆ น้องๆ ที่ทุ่มเทเพื่อนการเกิดของจักรยานอีก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: