เช้านี้ที่เบตง #3

31 มี.ค.

nanjan

เสียโทรศัพท์ปลุกดัง ปิดแล้วนอนต่อ เอ้ยมาเที่ยวนะ อะนะมาเที่ยวไงมาพักผ่อน แจนแจนก็ถามว่าไม่ดูหมอกแล้วหรอ หมอกหรอเขาเฉยๆ นะ แจนแจนก็ลุกไปเปิดหน้าต่าง มีหมอกไหมแจนแจน ไม่มีนะ งั้นนอนต่อเถอะ หลับกันต่อยาวได้อีก แจนแจนปลุกอีกรอบลุกได้แล้วนะดูเวลาบอกจะสิบโมงแล้วเดี๋ยวจะอดเที่ยวนะ

nanjan

nanjan

หมอกก็อดดูแล้ว ปลาท่องโก๋ร้านกาแฟที่ร้านจักรยานแนะนำบอกก็ดูท่าจะปิดแล้วเช่นกัน ไม่เป็นไรเราไม่ซีเรีสเราไปถิ่นเมื่อคืนดูดีกว่าว่ามีอะไรขาย มื้อเช้าอยากได้โจ๊กเบาๆ ปั่นไปเจอวงเวียนหอนาฬิกาแล้วเลี้ยวขวา ปั่นตรงมาเจอซอยแรกแล้วเลี้ยวซ้ายง่ายๆนะ เจอแล้วแผงลอย น่ากินไปซะหลายอย่าง ดูเหมือนเมนูง่ายๆ แต่ขายดีมากๆ แค่เส้นผัดกับซี่อิ๊วมีผักนิดหน่อย อีกอย่างก็เส้นก๋วยเตี๋ยวแผ่นใหญ่ๆ พอใครสั่งก็หั่นแล้วราดซี่อิ๊ว ทุกอย่างสิบบาทง่ายดีไม่มีเครื่องเนื้อสัตว์อะไรเลย ได้แต่ดูเพราะใจอยากลองโจ๊ก เมนูแนะนำขึ้นป้าย แจนถามว่าจะลองไหม โจ๊กกบ ฟังแค่ชื่อก็นึกถึงขามีพังผืดแผ่ๆโผล่พ้นโจ๊กมานึกแค่นี้ก็กินไม่ลงแล้ว มีหน้ากบโผล่มาอีก อึ๋ยยยยย เขาเอาโจ๊กหมูธรรมดาดีกว่า

nanjan

nanjan

โดนแจนแจนแกล้งอีกแล้วเพราะปลาท่องโก๋ที่นี่น่ากินมาก แล้วโจ๊กก็ควรจะใส่ปลาท่องโก๋นะ อาการไอยังมีให้ได้ยินอยู่บ้าง แต่เวลานี้ไม่ไอนะ ขอเขาลองกินโจ๊กใส่ปลาท่องโก๋บ้างสิ แจนแจนบอกว่าได้นะแต่อย่าเยอะนะ ยิ้มเลยฉีกใส่โจ๊กลอยเต็มชาม รสชาติโจ๊กแบบไม่ต้องปรุงก็ออกเค็มแล้วละ เหมือนข้าวต้มเกือบเละมากกว่า ยังชอบโจ๊กที่ตลาดน้อยกับสำเพ็งอยู่ดี แจนแจนเจอแล้วกระป๋องเชือก เห็นกระป๋องนมว่างอยู่ แบบนี้ที่ตลาดน้อยก็เคยมีนะ ในตลาดน้อยเหมือนว่ายังมีนะ แล้วจะดื่มจากกระป๋องนมเนี่ยนะจะบาดปากไหมนั่น นั่นกันแบบว่าเสพบรรยากาศไม่เร่งรีบอิ่มแล้วค่อยเดินทาง ต้องปั่นไปทางไหนก็ยังไม่รู้

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

จุดหมายวันนี้บ่อน้ำร้อน จากที่แจนแจนไปถามทางมาก็สิบกิโลแค่นั้นเอง ถ้าสิบเจ้าจิ๋วสบายนะ แต่ทางเขาบอกเป็นเนินสลับไปมา ไม่เป็นไรนะปั่นไปดูตรงไหนปั่นไม่ได้ก็เข็น สบายๆ อยู่แล้ว แต่แดดตอนนี้ยังไม่เที่ยงทำเอาไม่สบายเท่าไร ต้องห่อหุ้มอย่างมิดชิด ปั่นตรงไปอย่างเดียวป้ายอะไรข้างทางก็ไม่มีบอก แจนแจนถามว่าเรามาถูกทางไหมเพราะมีป้ายตรงไปยะลาเลี้ยวขวามาเลเซีย น่าจะถูกนะตรงไปก่อนอาจจะมีป้ายบอก หลงก็ไม่กลัว มีด่านลวดหนามด้วย ไม่มีใครอยู่เฝ้า คิดว่าด่านตรวจหมวกกันน็อก เข้มมากนะ ไม่กลัวหรอกเราปั่นจักรยานมาไม่มีข้อหาให้จับ ปั่นต่อไปตรงๆ ดีใจเป็นที่สุดเรามาถูกทางแล้วมีป้ายบอกว่าบ่อน้ำร้อน 6 กิโล ปั่นต่อไปจะดีใจดีไหมมีป้ายบ่อน้ำร้อนอีกแล้ว บ่อน้ำร้อน 6 กิโล แจนแจนเมื่อกี้เราปั่นมาน่าจะครึ่งกิโลได้นะป้ายหน้าจะมีบอกอีกไหม เริ่มไม่เชื่อถือป้ายแล้วสิ

nanjan

nanjan

nanjan

บ่อน้ำร้อนเลี้ยวซ้าย ปั่นผ่านชุมขนแล้วไม่ได้สังเกตุว่าเป็นร้านเฉาก๊วยชื่อดัง มาสังเกตุอีกทีตอนที่เห็นสองข้างทางเป็นสุสาน น่ากลัวไหมเวลานั้น แอบกลัวแบบมั่นใจเพราะแจนแจนปั่นนำหน้าไปไกลแล้ว ปั่นตามไปดีกว่ายังเช้าอยู่ ดูเปลี่ยวแต่ยังพอมีรถสวนมาแดดก็จ้าผีไม่มาหลอกหรอกนะ แจนแจนมีป้ายบอกบ่อน้ำร้อน 5 กิโล ดูมีกำลังใจขึ้นมาเรื่อยๆ ทางก็น่าปั่นดีนะขึ้นลงเนินแบบเจ้าจิ๋วสามารถไม่ต้องเข็นออกแรงเพิ่มนิดหน่อย แจนแจนปั่นแบบลืมว่าเข่าเจ็บอีกแล้ว เก่งจังนะ ระยะทางค่อยๆ ลดลงตามป้ายเหนือหัว แล้วก็เจอเนินขึ้นสูงอย่างเดียวไม่เห็นมีลงอย่างที่ผ่านมาและระยะทางบอกว่าอีก 1 กิโลแค่นั้น พอลงเนินไปก็เป็นชุมชนและมีป้ายบอกบ่อน้ำร้อนเลี้ยวซ้าย

nanjan

nanjan

nanjan

ปั่นเข้าไปรู้สึกเหมือนเรากำลังมารีสอรท์สักที่ โอ้โหทำดูดีมากมายมีบ้านพักเป็นหลังๆ เยอะมากๆ คิดว่ามาผิดทางเพราะเห็นสระว่ายน้ำแร่ เราอยากจะมาบ่อน้ำร้อนธรรมชาตินะไม่ใช่แช่ในสระว่ายน้ำ ตรงต่อไปเราก็เห็นสระน้ำกว้างๆ ในเวลายังไม่คิดว่าเป็นบ่อน้ำร้อน หน้าตามันดูดีไปนะ แต่ไม่น่าผิดแล้วแหละจากข้อมูลที่แจนแจนเคยดูรูปมาที่นี่แหละใช่เลย เอาจักรยานลงไปข้างล่างด้วยกันเหมือนเคยคืออยู่ข้างตัวไม่ห่ายกาย ลองแล้วนะ ถอดรองเท้าถุงเท้าแล้วเขาขาจุ่มลงไปในบ่อ วันนี้เงียบมานะมีกันทั้งบ่อแค่ห้าคนเอง แช่กันเหมือนบ่อน้ำร้อนส่วนตัวเลย สิบนาที ยี่สิบนาที ครึ่งชั่วโมง ผ่านไปคนก็เริ่มกลับ คราวนี้เหลือสองคนจริงๆ นานมาไปแล้วแจนแจนบอกว่าอยากกินไอติม เห็นด้วยเลยนะร้อนๆ แบบนี้ต้องไอติม ไปซื้อมาคนละแท่ง กินปรับอุณหภูมิเนอะ ข้างบนเย็นข้างล่างร้อน

nanjan

nanjan

nanjan

เราเริ่มปรึกษากันว่าน่าติดรถใครสักคนขอกลับไปด้วยนะ ระหว่างนั้นก็มีเด็กๆวิ่งกรูกันมานั่งเต็มขอบบ่อ พร้อมกับเห็นทหารหิวขอพะรุงพะรังตามมาก มีกระติกน้ำ หม้อใบใหญ่ สงสัยมาปิกนิคกัน ด้วยความสงสัยจึงไปถาม ที่นี่อันตรายมากถึงขนาดต้องมีทหารนำพามาเที่ยวหรอคะ คำตอบคือว่าถ้ามีโรงเรียนติดต่อมาเราก็ไปรับพาเด็กๆมานะ คิดอีกอย่างหรือว่าโรงเรียนไม่มีรถขนเด็กๆทีละเยอะๆก็ได้นะ แต่เด็กๆดูเด็กมากเหมือนเด็กอนุบาลหรือประถมต้นแค่นั้น น้องๆก็บอกชื่อโรงเรียนมานะแต่พี่สองคนนี้ไม่รู้หรอกว่าอยู่ที่ไหน รูอย่างเดียวที่คิดไว้คือว่าขอติดรถน้องๆไปด้วยได้ป่าว มันร้อนมากๆพี่กะไม่ปั่นกันแล้ว แจนแจนก็เดินไปถามคุณครู ไม่ได้นะ แต่แนนว่าถามทหารต้องให้ไปด้วยแน่ๆ แจนแจนก็ลองอีกทีทหารใจดีบอกว่าติดรถไปได้ นั่นสำเร็จ เรากะว่าไม่น่านานน้องๆน่าจะเดินทางกลับ

nanjan

nanjan

nanjan

ในที่สุดก็ย้ายที่นั่งไปนั่งร้านน้ำเพราะแดดร้อนกินอาณาเขตมาทั้งบ่อต่อให้เป็นใต้ต้นไม้ก็ตาม หนึ่งชั่วโมงผ่าน สองชั่วโมงผ่าน สามชั่วโมงผ่าน เด็กๆยังสนุกสนานอยู่กลางแดดไม่มีท่าทีกลัวดำแม้แต่นิดเดียว เริ่มจะเบื่อกับการนั่งเฉยๆรอแล้วจะเปลี่ยนใจกลับเองก็ไม่ดีกว่า ไปเดินเล่นแบบไม่กลัวแดดอย่างน้องๆบ้าง ไม่กลัวแดดหมายถึงใส่ถุงแขนแล้วไปเดินกลางแดดโดยมีผ้าปิดหน้าใส่แว่นตาดำนะ ไปดูเขาต้มไข่ใส่บ่อน้ำร้อนกัน จะกินไหมแจนแจนถาม ไม่นะไม่ได้รู้สึกอยากกิน แค่ไปดูก็พอ บ่อน้ำร้อนต้มไข่ทำไว้อย่างดีมีที่แขวน มีแต่ถุงต้มไข่อยู่ในบ่อแต่ไม่เห็นเจ้าของ ในถุงมีไข่นกกระทาพร้อมซี่อิ๊วห้อยเชือกไว้ เรารีบถ่ายรูปกันแล้วเดินดูนิดหน่อย ในน้ำดูสะอาดดีมีแผ่นๆสีน้ำตาลคิดว่าน่าจะเป็นแร่ธาตุที่รวมตัวกัน

nanjan

ไปนั่งในร้านน้ำเหมือนเดิมคราวนี้มีทหารมานั่งด้วยหลายคน ทีแรกคิดว่าจะไปแล้วซะอีกหลงดีใจ ยังต้องนั่งต่อไปอีกนานแสนนาน สี่โมงโน่นแหนะกว่าเด็กๆจะเดินทางกลับ ได้เวลากลับแล้วเด็กๆเหมือนไม่อยากกลับ คุณครูก็น่ารักบอกว่าให้เก็บขยะทุกชิ้น เท่าที่ดูไม่น่ามีขยะนะเพราะจานชามแก้วน้ำอาหารก็เอาใส่หม้อมา น่ารักดีมาเที่ยวไม่สร้างขยะ ทัศนศึกษาที่กรุงเทพยังต้องมีขยะกล่องโฟมใส่อาหาร การเอากล่องข้าวมาเองเหมือนตอนเรียนหนังสือเวลาไปเที่ยวคุณครูบอกว่าต้องเอากล่องข้าวไปด้วยนะหายไปแล้ว มันคงยุ่งยากมากเกิน

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

น้องๆที่ลงเล่นน้ำก็รีบปีนขึ้นรถทหารไปเปลี่ยนชุด แก้ผ้ากันตรงนั้นเลยนะ ส่วนเราเอาจักรยานไปขึ้นรถทหารอีกคัน ทหารก็น่ารักมากช่วยแบกจักรยานขึ้นไปวางให้ จัดที่นั่งให้ นั่งไปก้นแทบสุกนะร้อนมากๆ ก็เหล็กตากแดดนินะ ส่วนทหารก็นั่งล้อที่ติดอยู่ท้ายรถ แล้วก็นั่งคุยกันมาตลอดทางจนจักรยานที่ตั้งอยู่เอียงแล้วกระติดที่แขวนอยู่ก็บินหล่น แจนแจนบอกว่ากระติดบินไปแล้วชี้ให้ดูที่พื้น เรียกจอดได้ไหมลงไปเก็บทันนะ ไม่ได้ยังไงก็ห้ามจอดแจนแจนบอกว่ากลับไปซื้อใหม่นะ โหยยย เสียดายนะเพิ่งซื้อมาใช้ทริปนี้เอง นั่งเศร้าไม่คุยกับใครเหมือนไวอาลัยกระติดหมีใบนั้น แจนแจนก็คุยกับคุณทหารไป ได้ยินคร่าวๆ ว่าไม่ใช่คนที่นี่แต่สมัครเข้ามาลงพื้นที่นี้ด้วยใจอยากมาเอง สนุกดีทหารบอก

nanjan

ถึงหอนาฬิการถทหารมาจอดส่งตรงนี้ ยังเศร้าไม่หายเที่ยวต่อไปไม่สนุกแน่ แจนแจนขอสารภาพหน่อยว่ายังรู้สึกเสียดายกระติดนะทำไมไม่ให้จอดละ พอได้ฟังคำอธิบายก็เข้าใจ เพราะรถทหารเป็นเป้าเพื่อนที่เป็นคนที่นี่บอกว่าไม่ควรขึ้นด้วยซ้ำ และจอดรถลงไปเก็บกลางทางถ้ามีรถสวนมาแล้วโดนชนจะคุ้มไหม นั่นสินะ ก็ยังเสียดาย ใช่แจนแจนก็บอกว่าเสียดายแต่ชีวิตปลอดภัยคุ้มกว่าไหม เดี๋ยวกลับไปซื้อใหม่ให้นะ มันไม่ใช่ประเด็นนั้นนะ แต่ก็่ช่วยคลายความเศร้าลงไปได้เยอะ ไม่เป็นไรซื้อน้ำขวดแทนก็ได้

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

แล้วเราไปไหนต่อดี แจนแจนบอกว่าจะพาไปศาลเจ้าจะพาไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม จำได้ไหมที่เราเห็นหลังคาสวยๆจากหน้าต่างโรงแรม น่าไปใช่ไหมละ ใช่แล้วไปๆ ปั่นตรงไปจากหอนาฬิกา เหมือนจะรู้ทางแต่ไปทางร้านชาไงแจนแจน ตรงไปก็เจอน่าจะตรงนั้น เห็นเนินแล้วต้องลงเข็น ชันเกินกว่าจะปั่นขึ้นไหว เข็นยังเหมือนตัวจะไหล แจนแจนเห็นเจ้าแม่กวนอิมแล้วดูมีพลังมากมายถึงประตูศาลเจ้าของก่อนตั้งนาน ดูเหมือนสูงมากจากโรงแรมมองเห็นด้วย ที่จริงแล้วเนินสูงกว่าโรงแรมมากนั่นเอง ตัวศาลเจ้าก็ไม่ได้สูงอะไรเลย แจนแจนไปซื้อธูป แล้วบอกว่าสื่อสารกับคนขายแทบไม่รู้เรื่องนะ ทีแรกกะว่าไม่ต้องซื้อธูปแล้วไม่เห็นมีกระถางธูปในศาลเจ้าเลย เขาให้ปักข้างนอกอย่างเดียว นั้นไงมีตั้งห้ากระถางแหนะ แล้วกระถางไหนของใครบ้างจะรู้ไหมเนี่ย เดินไหว้ข้างในก่อนไว้ให้ครบทีละองค์เจ้า แล้วก็ออกมาปักธูปทีเดียว ทีแรกแจนแจนไหว้หนึ่งเจ้าออกไปปักหนึ่งกระถาง

nanjan

ธูปเหลือปกติก็จะเอาใส่กล่องบริจาคศาลเจ้า แต่ที่นี่เขาบอกว่าเอาไปไหว้ให้หมดห้ามเหลือ หาาา………มีอย่างนี้ด้วย ศาลเจ้ากำลังจะปิดแล้วสี่โมงแล้ว ดีนะที่มาทัน ที่เหลือก็ต้องไหว้ข้างนอกนะ คำอธิฐานที่ขอกันไม่มีอะไรมากกว่าไปเดินทางปลอดภับพบเจอแต่คนดีๆคอยช่วยเหลือ แจนแจนก็บอกว่าเขาก็ขอแค่นี้เหมือนกัน คนที่นี่บอกว่าศาลเจ้านี้ศักดิ๋สิทธิ์มากนะขออะไรก็ได้ เราก็ไม่ได้ขออะไรพิเศษมากมาย คำตอบที่ได้คือท่านคุ้มครองเราตลอดการเดินทางจริงๆ ขากลับก็ดิ่งลงเนินที่เข็นขึ้นมาสนุกเลย แว๊บเดียวถึงถนน ส่วนแจนแจนต้องดูแลกล้องก็เลยไม่กล้าซิ่ง

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

เราจะไปดูวัดกันต่อนะที่มีเจดีย์สีทองสวยมากๆ ทางขึ้นมีเนินกับบันได เราเลือกที่จะยกจักรยานขึ้นบันไดไปสูงสุด จนถึงองค์เจดีย์ พอหันหลังกลับมาก็หายเหนื่อยนะเพราะเห็นวิวเมืองเบตงมีฉากหลังเป็นภูเขาสวยดี บอกแจนแจนเก็บรูปทันที ชอบวิวนี้กว่าเจดีย์อีกนะ ขาลงก็สบายปล่อยเจ้าจิ๋วไหลยาว ลำบากก่อนสบายทีหลัง

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

แจนแจนบอกว่าอยากไปโรงเรียนจีนที่น้องเหมยเรียนจบมาโดยให้เหตุผลว่าตึกเรียนสวยมากนะ ยังไม่เข้าใจความสวยที่แจนแจนอยากไปดูนะแต่จะไปก็ไปสิมาเที่ยวทังทีไปทุกที่เลย หิวน้ำอีกแล้วต้องขึ้นเนินอีกแล้ว อารมณ์อยากแวะชมนานๆลดลงทุกครั้งเมื่อหิวน้ำ แจนแจนก็อยากแวะบอกว่าถ้าไม่เข้ามาจะเสียใจนะ จริงๆด้วยตึกเรียนอะไรเนี่ย เท่ห์มากนะ มีหัวมังกรโผล่มาตามตึกรอบตึก ดูเหมือนเอากำแพงเมืองจืน หรือป้อมปราการมาครอบตึกเรียนไว้นะ เท่ห์ไปทุกมุม เด็กๆที่เรียนที่นี่ต้องแข็งแรงมากแน่ๆเดินขึ้นเนินกันทุกวัน เวลานี้เย็นๆก็มีคนมาออกกำลังกายเดินขึ้นไปข้างบน คิดเล่นๆว่าถ้าคนเบตงไม่ใช้เครื่องยนต์เดินทางคนนั้นต้องแข็งแรงมากๆแน่ๆ เนินตลอดทุกที่ทุกทิศ

nanjan

แจนแจนเราไปหาน้ำกินกันเถอะนะ จอดร้านน้ำซื้อน้ำเปล่าทันทีที่เจอ โอ้โหแจนแจนดื่มน้ำอัดลมเลยหรอ ไม่ไหวแล้วละเขาร้อนมาก เมื่อกี้เหมือนเราผ่านเร้านจักรยานด้วยนะเป็นจักรยานบ้านๆ เขาอยากกลับไปดู ทันทีที่ได้น้ำก็มีพลังขึ้นมาปั่นย้อนกลับไปดูสักหน่อย ไปเที่ยวอะไรต่อดีแจนแจน เท่าที่เราไปมาแล้วยังขาดมัสยิสนะ ไปตามหามัสยิดกลางเบตงกันเถอะ วนเข้าไปถ่ายรูปแล้วก็ออกมาเพราะได้กลิ่นหอมของผัดไทย แจนแจนมุ่งหน้าตามกลิ่นไปก่อนบอกว่าใช่ด้วยไม่ผิดจอดแวะกินกันก่อนไหมสั่งจานเดียวมาแบ่งกัน

ตรงร้านผัดไทยอุดมไปด้วยยุงเพราะมีต้นไม้ปกคลุม กินไม่เป็นสุขเลยนะยุงตัวใหญ่กันเจ็บมาก รีบกินรีบไปดีกว่าที่ฝากท้องเราก็ที่เดิม แจนแจนบอกว่าอยากกินหมี่ใส่ไข่ ถึงขนาดเอาภาพไปให้คนขายดู แต่เปลี่ยนร้านนะ วันนี้ลองกินเส้นมี่ผัดขี้เมาดีกว่า เราสั่งอาหารกันธรรมดาไม่ได้บอกว่าใส่รวมมิตรหรือหมูแค่บอกชื่อเมนู ข้าวผัด ผัดซี่อิ๊ว ผัดขี้เมา เราจะได้แบบรวมมิตรมาตลอด มีปลาหมึก หมู กุ้ง ถ้าจะเอาแบบใส่หมูอย่างเดียวคงต้องสั่งบอกเฉพาะจานๆไป

nanjan

อิ่มแล้ววันนี้แจนแจนก็ยังอยากจิบชาอยู่ดี วันนี้จะไปลองร้านชาร้านที่เป็นอากู๋ของเพื่อนที่ทำงาน ร้านอยู่ถัดไปจากโรงแรมนิดหน่อยเอง แจนแจนโทรหาน้องเหมยบอกว่ามาถึงที่ร้านแล้วนะและยกสายให้คุยกับเจ้าของร้าน ความสนิทเยือนพวกเราทันทีแจนแจนคุยเหมือนรู้จักกันได้สบาย แล้วก็เกินคาดหมายเจอคุณพ่อน้องเหมย เกินคาดกว่านั้นคุณพ่อบอกว่าพรุ่งนี้จะพาคุณแม่มารู้จักพวกเราด้วยคืนนี้เธอไม่ว่าง พรุ่งนี้เราต้องตื่นเช้าไปเจอนะ พ่อบอกว่าเอามอไซด์ไปซิ่งได้ถ้าเจ้าจิ๋วไปไม่ไหว พวกเรากะว่าให้รถของที่พักที่เข้าเมืองมาซื้ออาหารรับเราไปด้วย แผนพรุ่งนี้เราจะไปสวนดอกไม้เมืองหนาวกัน คืนนี้ต้องรีบกลับไปเก็บของพรุ่งนี้เรา check out ออกแล้ว

nanjan

nanjan

พอกลับไปถึงโรงแรมด้วยความน่ารักของเจ้าจิ๋ว และความอยากรู้ว่าเรายังไม่เที่ยวอะไรบ้างก็เลยจอดทิ้งไว้แล้วไปดูแผนที่ เจ้าหน้าที่โรงแรมกะนี้ดูเป็นผู้มีความรู้ดีมากแนะนำที่เที่ยวให้เรา แต่นั่นเราไปมาหมดแล้ว เราอยากไปดูต้นไม้ใหญ่ เขาบอกว่าไปได้แต่ไกลมาก มีรถเหมาไปไหมคะแจนแจนถาม ไม่มีนะ ผมพยายามเข้าไปช่วยคนที่นั่นอยู่เหมือนกันแต่มันยังไม่ดังพอจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนต้องไปแวะ ว่าแต่ทาง ททท.ไม่โปรโมทให้หรอค่ะ ยังนะยังไม่มีการโปรโมท ถึงอย่างไรพวกเราก็อยากไป

พอขึ้นห้องก็คุยกันว่าเราจะไปอย่างไรแจนแจนคิดหาทางจะพาไปให้ได้แต่ว่าเราต้องอยู่เบตงอีกวันแทนที่จะได้อยู่หาดใหญ่สองคืนนะ ได้สิเหตุผลที่มาที่นี่คือยากมาดูอะไรยิ่งใหญ่แบบธรรมชาติไม่ใช่ตู้ไปรษณีย์นะ แบบนั้นใครอยากจะใหญ่ก็โยนเงินลงไปสร้างก็ได้ ต้นไม้นี้มันเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติน่าดูมากนะ แจนแจนบอกว่าเราเช่ามอเตอร์ไซด์ได้ แต่พอน้องเหมยรู้ว่าพวกเราจะไปก็บอกว่าเอามอไซด์ของเหมยไปได้นะ แจนแจนถามอีกครั้งว่าไปไหมให้เวลาคิดนะ ตอบไปทันทีไม่ต้องคิดนะ ^^

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: