ตามหาหมอกถึงสวดดอกไม้ #4

31 มี.ค.

nanjan

nanjan

เสียงโทรศัพท์ปลุกดังเช้านี้ตั้งสองเครื่องคนละเสียง ยังไงก็ต้องตื่นนะเพราะเรามีนัดกับหมอกที่สนามกีฬาเอาไว้ตีห้าครึ่ง เปิดดูหน้าต่างยังมืดอยู่นะ ไม่มีข้ออ้างแล้วละต้องรีบล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำแล้วออกปั่น เช้าๆอากาศดีมากนะเย็นสบาย เราปั่นตรงไปจอดที่อุโมงค์อีกครั้ง ดูเงียบสงบดีจังเป็นบรรยากาศที่น่าออกกำลังกายที่สุด อุโมงค์ที่สะอาดเพราะทุกเช้ามีคนมากวาด ทำงานตอนเช้าแบบนี้น่าจะมีความสุขมากกับอากาศ

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

เราลองใช้อีกเส้นทางที่ยังไม่เคยผ่านแต่มั่นใจว่าทะลุถึงกันได้ คือทางลอดอุโมงค์ออกมาแล้วเลี้ยวซ้ายที่วันแรกไม่กล้าขึ้นไปนั่นแหละ ปั่นทางนี้สบายกว่าเนินสูงน้อยกว่าก็ไปเจอสนามกีฬาเหมือนกัน วันนี้พอมีหมอกจางๆ ให้ได้เห็นบ้าง แต่ว่าเสียงเพลงต่างภาษาชวนแจนแจนให้หลงไหลปั่นไปตามจนแนนหาไม่เจอแจนแจนหายไปไหนนะ รออยู่ที่เดิมสักพักก็กลับมาบอกว่ามาดูทางนี้สิ มองลงไปดูข้างล่างเห็นอาม่า อาแปะ อาอี๊ กำลังออกกำลังกายกัน ความพิเศษอยู่ตรงสถานที่โอ้โหบรรยากาศและวิวรอบข้างน่ารักเหมือนอยู่ต่างประเทศมีแต่เสียงซาวด์แทร็คภาษาจีน ไม่รอช้ารีบพาเจ้าจิ๋วดิ่งลงไปหา เข้าไปใกล้ๆ จนไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ทำเนียนไปขอเต้นด้วย สนุกนะเพลงประกอบ ท่ายากมากมายเต้นตามไม่ทันสักที อี๊ผู้นำเต้นสวยดี เป็นอะไรที่น่ารักสุดๆ เคยเห็นแต่เด็กๆซ้อมเต้น คราวนี้เห็นผู้ใหญ่ซ้อมเต้น

nanjan

nanjan

nanjan

แจนแจนก็อดใจไม่ได้อยากรำพัด เราเลยใช้วิธีแลกเปลี่ยนกันไหนๆ อาอี๊ อาเจ็ก ก็อยากลองเจ้าจิ๋วอยู่แล้วถึงขนาดจะขอซื้อต่อแต่เราขายไม่ได้ มันไม่ใช่ของเรานะเรายืมมา แล้วที่เบตงจะเอามาขายไหมอันนี้ก็ไม่ทราบแล้วแต่ร้านจักรยานจะติดต่อมาไหม อี๊บอกว่าขอที่ติดต่อกรุงเทพก็ได้เดี๋ยวให้ลูกสาวที่อยู่ที่นี่ไปซื้อให้ โอ้โหอยากได้ขนาดนี้เลยนะ อี๊บอกว่าจะเอามาใช้เป็นจักรยานชมรมเล็กๆน่ารักแล้วก็ปั่นดีด้วย ราคากับคุณภาพที่เราบอกคร่าวๆไปคิดว่าจะตกใจแต่อี๊บอกว่าได้นะไม่ติดอะไร

nanjan

อี๊ๆที่นี่น่ารักมากบอกว่าให้เราไปเที่ยวบ้านบอกพิกัดมาเรียบร้อย แต่วันนี้เรามีเวลาน้อยในเมืองคงไม่ได้ไปไว้คราวหน้ามาเบตงค่อยแวะไปหานะคะ ต้องรีบแล้วแจนแจนบอกคุณแม่น้องเหมยโทรมาบอกว่ารอเราอยู่ที่ร้านติ่มซำ ร้านนี้ขายหมดเร็วมากหลังแปดโมงไปคิดว่าร้านยังไม่เปิด เขาปิดเร็วไปป่าว เจ็ดโมงแล้วเราต้องรีบไปทางไม่ไกลดิ่งลงเนินยาวๆ เบรคเอี๊ยดก็ถึงร้านและแล้วเราก็ไหลลงเร็วจนเลยต้องออกแรงขึ้นเนินกันอีกรอบ

nanjan

คนเยอะจริงๆด้วยถ้าแม่ไม่มาจองก็ไม่ต้องนั่งแน่ๆ แม่กับพ่อสั่งไปนิดหน่อยแล้วที่เหลือเราเลือกตามสบายนะ เกรงใจก็เกรงใจอยากลองก็อยากลองเอาแค่อย่างละเข่งก่อนตอนมาเสริฟ์แทบตกใจ ทั้งหมดแค่ยี่สิบเข่งแค่นั้นเอง มองหน้าแจนแจนแล้วคิดหนักว่าจะกินหมดไหม เพราะมีก๋วยเตี๋ยวหลอดที่แม่สั่งไว้ให้อีกคนละจาน ชอบมากก๋วยเตี๋ยวหลอดอร่อย ดูเหมือนมีแค่เส้นกับซี่อิ๊วแต่อร่อยเกินคาดนะ ตายแน่ๆ ดีใจเป็นที่สุดพ่อบอกเดี๋ยวน้องชายเหมยจะตามมาด้วย คิดว่าชายหนุ่มจะมาช่วยกินที่ไหนได้ต้องพยายามแล้วพยายามอีก แจนแจนก็ไม่ช่วยเพราะมีแต่เนื้อหมูกินไปได้ แม่ยังถามว่าเอาซาลาเปาอีกไหมเอามาแบ่งกัน เวลานั้นจะขยายร่างแล้วค่ะตัวจะแตกแล้ว กินไปเยอะมากๆ จนต้องบอกแม่ว่าแม่ช่วยหน่อยสิค่ะ เหลือก็รู้สึกผิดเสียดายของด้วย พยายามจนหมดดีนะมีพ่อช่วยกันกิน ขอบคุณมากนะคะคุณพ่อคุณแม่และน้องเหมย

มีสายเข้าระหว่างกำลังเริ่มกินอาหารแย่แล้วแนนแนน อะไรหรอแจนแจน รถตู้เขาบอกว่ามาถึงแล้วนี่เพิ่งเจ็ดโมงกว่าเองนะไหนบอกว่าจะมารับสิบเอ็ดโมงไง นั่นสิเพราะเขาติดต่อไม่ได้เลยพลาดการสื่อสารแน่ๆเลย ไม่เป็นไรนะน้องเหมยให้ยืมคันเก่งบิดไปได้ แจนแจนรีบถามข้อมูลจากแม่ว่าเราจะไปกันเองได้ไหม ก็ได้อยู่แต่ทางเป็นเนินขึ้นเขาตลอดยิ่งกว่าไปบ่อน้ำร้อนอีกนะเจ้าจิ๋วไม่สามารถ จำเป็นต้องยอมเพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราไปเก็บของแล้วเอาจักรยานไปฝากร้านกาแฟที่เป็นญาติเหมย ขอบคุณนะคะ

nanjan

nanjan

เรามาถึงนี่เราก็ปั่นผ่านกันหลายทีแต่ยังไม่ถ่ายรูปสักทีตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของจริงที่ยังส่งจดหมายได้ ตู้วันแรกที่ไปเจอนั่นเป็นแค่เหมือนอนุเสาวรีย์ส่งไม่ได้นะ แจนแจนบอกว่าไหนทำท่าหมีกอดต้นไผ่สิ มาเที่ยวให้สนุกต้องทำตัวสนุกๆ

nanjan

nanjan

ยังมีอีกอย่างที่เรายังไม่ได้แวะไปดูคือ taxi เบตง ที่นี่มีเอกลักษณ์เป็นแท็กซี่ที่ไม่ใช่ใครจะเรียก แต่เป็นบริการคิดรายคน วันนั้นเราถามอยู่ที่ 120 บ. จุดหมายไปยะลา จะออกก็ต่อเมื่อนั่งครบหกคน น่าลองใช้บริการมากนะเป็น taxi ที่ได้เพื่อนร่วมทาง

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

ยังไม่รีบเดินทางแจนแจนยังอยากไปนั่งดื่มชา เราก็เลยไปปั่นที่เดิมอีกแต่เปลี่ยนร้าน เรามองจากร้านข้ามไปเห็นโบสถ์สีส้มพอดี ถูกใจมากมายบอกแจนแจนว่าไปถ่ายรูปกัน และแจนแจนก็พาไปถ่ายรูปกับรถสองแถวเบตงอีกด้วยสีเหลืองแจ่มๆ จากนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนพาหนะเดินทางเอาจักรยานไปฝากบ้านอากู๋ของเหมย แจนแจนให้ข้อเสนอว่าเอาไปคันเดียวไหมขนไป เวลานั้นไม่ดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าทางเป็นยังไงขนไปจะลำบากไหมได้ปั่นไหม

nanjan

nanjan

nanjan

เมื่อคืนนี้แจนแจนก็ซักกาเกงให้ตอนนี้แดดยังไม่ออกก็ยังไม่แห้ง เป็นทัวร์ริ่งสมบูรณ์แบบตากผ้าไปด้วยที่เป้สพายหลัง ใส่หมวกจักรยานซ้อนท้ายแจนแจน บิดอย่างเดียวไปตามทางที่เราไปบ่อน้ำร้อน แต่เดี๋ยวก่อนแจนแจนบอกว่าเราควรไปไหว้เจ้าที่ หรือคนที่นี่นับถือเป็นศาลหลักเมือง เท่าที่แจนแจนถามทางมาเขาบอกว่าอยู่ในโรงเรียนแจนแจนก็เลยพาไปโรงเรียนจีนนั้นอีกครั้งไปไหว้ รอบแรกก็ไม่ได้ไหว้คราวนี้ก็เลยตั้งใจไหว้ พอดูชื่อที่ติดป้ายก็ไม่ใช่นินะแล้วโรงเรียนไหนกัน ถามอีกทีถึงรู้ว่าเรามาผิดที่จริงๆด้วย ที่จริงก็ถูกแล้วอยู่ในโรงเรียนแต่ไม่ใช่โรงเรียนนี้ วนหาซอยนั้นซอยนู้นในที่สุดก็เจอ กำลังมีเจ้าหน้าที่มาล้างศาลพอดี ศาลดูเล็กๆเกินคาด

nanjan

nanjan

แล้วแจนแจนก็บ่นหิวข้าว เมื่อเช้าแทบไม่ได้กินอะไรเลย แต่แนนยังอิ่มมาก นั่นสิลืมไปว่าแจนแจนกินได้แค่ปลา งั้นไปหาขอที่แจนแจนอยากกินละกันนะ มื้อเที่ยงแจนแจนขอเป็นแกงใต้ กินอย่างเอร็ดอร่อยหมดอย่างรวดเร็ว และบอกว่ามันต้องแบบนี้สิถึงจะเหมือนลงมาภาคใต้ ตามสบายนะเผ็ดๆแบบนี้กินไม่ไหวด้วย

nanjan

nanjan

ไปกินเฉาก๊วยกันไหม ไปสิอากาศแบบนี้ได้ของหวานเย็นๆ มีความสุขมากนะ วันนี้จะพาแวะ และแล้วก็ได้ลองเฉาก๊วยร้อนๆ กับน้ำแข็งเย็นๆ ที่นี่ทำออกจะหวานน้อยไปมากๆแจนแจนแบบว่าอยากขอเพิ่มน้ำเชื่อม กินหมดชามไม่เหลือเนื้อและน้ำ ที่จริงแล้วยังชอบเฉาก๊วยบางรักมากกว่า แต่มาแล้วก็ต้องมาลองนะ

nanjan

nanjan

จากนี้ไปมุ่งหน้าสวนดอกไม้ โอ้โหจะสุกกันไหมนะร้อนจริงๆ เราไปกันยามเย็นกว่านี้ได้ไหมนะ ทางก็ไม่รู้จักและยังเป็นเนินเขาอีกยังไงเราก็ต้องไปตอนที่สว่างแบบนี้แหละเพื่อความปลอดภัย ไปถึงแยกตรงไปมีอุโมงค์ปิยะมิตร และทางซ้ายไปสวนดอกไม้ ในใจคิดว่าการมีของพะรุงพะรังเที่ยวไม่สนุกแน่ แจนแจนพาไปเก็บของก่อนแล้วกันนะระยะทางสิบเก้ากิโลนั้นดูไม่ไกลเลย แต่พอเห็นถนนแล้วคิดถึงเสือภูเขาที่สุดน่าจะไต่ขึ้นสนุก แจนแจนบอกว่าบิดไม่ขึ้น เป็นครั้งแรกที่บิดขึ้นเขา ถามว่ากลัวไหมเมื่อได้ยิน ไม่กลัวหรอกแค่บิดเป็นก็เก่งแล้วแนนปั่นเป็นอย่างเดียวนะ ที่ไม่กลัวเพราะคิดว่าไม่ไหวก็ลงเข็นแค่นั้นเอง ไม่ก็ไหลกลับทางเดิมไปเริ่มต้นที่พื้นเรียบๆ กำลังใจแจนแจนมาเพิ่มทันทีเหมือนเห็นอีกคันสวนลงมาเป็นคนมีอายุด้วยนะ เอ้าไปต่อแต่คราวนี้ไม่ไปจริงๆนะ ต้องลงก่อนแล้วช่วยดันเปลี่ยนเกียร์ให้เบาลงได้แล้วก็ค่อยขึ้นไปซ้อนแจนแจนใหม่

แย่แล้วเข็มกระดิดต่ำมากมายไหนพ่อบอกว่าเต็มแล้วไง แจนแจนไม่ต้องกลัวหรอกในชุมชนน่ามีจะตั้งขวดแบ่งขาย เข้าไปในชุมชนหาเติมเอาก็ได้ นี่เราเหมือนมาเมืองจีนจริงๆ ทางเล็กๆ สองข้างปลูกผักชาวบ้านใส่ชุดเสื้อผ้าห่อมหนาแน่นแบบว่าร้อนแล้วยังใส่แขนยาวเหมือนอากาศหนาวแบบนั้น และสำเนียงภาษาก็ใช่เลย เติมแล้วอุ่นใจหน่อยอีกนิดหน่อยก็จะถึงสวนดอกไม้ แจนแจนสู้ๆนะ เขาซ้อนอยู่ข้างหลังเป็นกำลังใจ บิดต่อไปอีกนิดก็ถึง ความเร็วน่าจะอยู่ที่ไม่เกินสิบห้า สองคนหนักมากหรือว่าไม่มีแรงส่งนะ ในที่สุดก็มาถึงสวนดอกไม้เมืองหนาว

ร้อนที่สุด สุดจะร้อน แบบว่าถอดแว่นตาออกไม่ได้แสบตา ดูเป็นเหมือนอาอี๊อาม่ามาเที่ยวสวนดอกไม้กันเพราะไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่ดูน่าตื่นเต้นให้วัยรุ่นได้พจนภัย ไปติดต่อห้องพักที่โทรมาจองไว้ จะโพสอะไรต่อจากนี้ไม่ได้แล้วขาดการสื่อสารแบบไม่รู้ว่าเราหายไปไหนกันสองคน ดีแทกของแนนหายไปตั้งแต่ขึ้นเนินแรกแล้ว ส่วนเอไอเอสของแจนก็หลับๆตื่นๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมแจนแจนสื่อสารกับคนทางนี้ไม่รู้เรื่อง สักพักใหญ่ก็มีรถขนนักเรียนมุสลิมมาเที่ยว อารมณ์เหมือนมาดูงานการปลูกพืชมากกว่าแต่ก็ไม่ใช่เขามาเที่ยวจริงๆ

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

nanjan

ทีแรกกะว่าจะมานอนแบบว่าไม่อินกับต้นไม้ดอกไม้กลางแดดเลยนะ แต่พอเดินเข้าไปดูใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆทีละต้นทำเอาสนุก ต้นเล็กๆทุกต้นมีดอกสีสวยๆเกินคาดบางต้นก็ขึ้นตามพื้นทางเดินเหมือนวัชพืชหรือว่าเมล็ดหล่นแล้วโตขึ้นมานะหลากสีสันสวยดี เดินไปทีละแถวดูทีละซุ้ม แจนแจนบอกถ้าแม่มาต้องชอบแน่ๆ นั่นสิน่าจะเหมาะ พอได้เดินเข้าไปในสวนดอกไม้ก็คิดถึงดอยตุงทันที อะไรแบบนั้นเลย แต่ที่นี่เล็กกว่ามากๆ ก็เดินเที่ยวไปตามทางรอแดดร่มๆ แล้วค่อยปีนขึ้นข้างบน ถ้าคนชอบดอกไม้คงชอบที่นี่นะ

nanjan

nanjan

ยิ่งดึกยิ่งมีคนมามากขึ้นคณะทัวร์ต่างชาติเริ่มทยอยมา เจ้าของที่นี่บอกว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียมาเยอะมากเลย เท่าที่เห็นก็จริงด้วยมีทั้งจีนและแขก ถ้าเป็นแบบนี้แล้วในห้องพักถือว่าสะอาดมากนะ ห้องพักไม่มีกลิ่นอับไม่มีมด แต่ห้องพักที่เราพักที่เบตงมดเยอะถามพนักงานเขาบอกว่าคนก่อนหน้ามาพักกินอะไรในห้องพักมดเลยมากัน มันควรจะต้องไม่มีมดสินะถูกต้องแล้ว อาหารเย็นจะกินอะไรต้องสั่งไว้ก่อนนะ เจ้าของที่พักมาเคาะประตูถาม ทางที่พักแนะนำไก่ท้องถิ่น และมะระผัดไข่ ตามนี้ก็ได้ค่ะ

nanjan

ขอนอนต่อก่อนนะไม่รู้จะทำอะไรเลยเจ้าจิ๋วก็ไม่ได้เอามามือถือก็ใช้งานไม่ได้ อาบน้ำสิแจนแจนบอกเพราะเดี๋ยวยิ่งดึกยิ่งหนาวนะ นั่นสิเริ่มเย็นๆแล้วนะ น้ำร้อนก็อุ่นที่นี่ใช้ระบบแก๊สเปิดทีร้อนแทบลวกสุก น้ำเย็นก็หนาวไปหรือต้องรอเย็นกว่านี้ค่อยอาบน้ำนะ ได้เวลาไปกินข้าวแล้ว ทัวร์เริ่มมาลงกันอีกแล้วคราวนี้เป็นชาวจีนเสียงดังโช้งเช้งมากทำเอาต้องรีบกินแล้วรีบกลับห้อง แล้วเราก็ได้ยินเสียงร้องเพลงคาราโอเกะกันทั้งคืน เจ้าของที่พักมาชวนเราไปเดินป่าตอนเช้าเก็บสมุนไพรกับเขาด้วย แต่ว่าเราไม่อยากตื่นเช้า แจนแจนบอกว่าอยากจะขึ้นไปดูหมอกมากกว่า

ทีแรกยังคิดว่าใครจะมาแต่ที่นี่ไม่รู้ทำการตลาดโปรโมทสถานที่เที่ยวยังไงนักท่องเที่ยวถึงได้เต็มมากขนาดนี้ ถ้าไม่จองห้องพักไว้เราไม่ได้พักแน่ ฝีมือมากๆนะแผนการตลาด

นอนไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าหนาวมากๆ ผ้าห่มที่ให้มาก็เป็นแค่ถุงนอน

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ตามหาหมอกถึงสวดดอกไม้ #4”

  1. Krisss มีนาคม 31, 2013 ที่ 5:53 pm #

    สนุกดีครับ ติดตามอ่านอยู่ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: