อ.ยักษ์

27 ส.ค.

ไปอยู่ไหนมาเนี่ยเราไม่รู้จัก อ.ยักษ์ หนังสือก็มีอยู่ในมือก็เปิดอ่านผ่านๆ จนกระทั่งวันที่ไปอบรมกสิกรรมธรรมชาติ แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป อยากเจอ อ.ยักษ์เหลือเกิน

ได้รู้จัก อ.ยักษ์ ผ่านเรื่องราวของการร่วมกิจกรรม กสิกรรมธรรมชาติ ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ จ. นครนายก ก็ไม่ได้เจอ อ. ตัวเป็นๆ จริงๆ นะ รู้จักผ่านคลิปที่ทางวิทยากรเอามาเปิด ก็ชื่นชมระดับหนึ่ง แต่นั่นยังธรรมดาไปสำหรับแนนนะ จนกระทั้งก่อนวันกลับเที่ยงวันที่ 3 ได้นั่งคุยกับ อ. ปัญญา เพราะเห็นแว๊บๆ ยามเช้าอาจารย์ปั่นจักรยานคันที่เห็นก็ไม่ได้เป็นจักรยานแม่บ้าน แบบนี้ก็ไม่ธรรมดาสิ จากที่เป็นแค่ผู้นั่งฟังบรรยายก็เลยเอาเวลาพักสั้นๆ ไปกวนเวลาทานอาหารของอาจารย์ ผมซ้อมอยู่ครับว่าจะไปทริปทางไกล จากภูผาสู่มหานที ฟังดูน่าสนใจ อาจารย์ก็เล่าว่าที่ศูนย์อบรมมาบเอื้องมีกลุ่มปั่นจักรยานด้วยนะ นำโดย อ.ยักษ์ จะปั่นกันเช้าๆ ทริปประมาณครึ่งวัน ปั่นไปดูชาวบ้านปลูกข้าวทำนา

แค่มีคำว่าจักรยานก็ฟังดูน่าสนใจแล้ว ข้าวกลางวันแนนไม่กินก็ได้ขอนั่งคุยตรงนี้แหละ อาจารย์บอกไปตักข้าวมานั่งกินด้วยกันสิ กินไปฟังไป เมื่อต้นปี อ.ยักษ์ มีทริปปั่นจักรยานกู้วิกฤต คืนชีวิตให้แผ่นดิน จากภูผาสู่มหานที (น่าน สู่ ชลบุรี) แต่ผมปั่นยังไม่ไหวนะ ว้าว แบบนี้ อ.ยักษ์ ต้องเป็นนักปั่นขาแรงแบบเสพติดจักรยานแน่ๆ ซ้อมบ่อยแน่ๆ เลย น่าเข้าก๊วนร่วมปั่นด้วยจังค่ะ ปลายปีนี้ก็จะมีทริป ปั่นจักรยานกู้วิกฤต คืนชีวิตให้ท้องทะเล สนใจไปไหมละ น่าสนมากๆ เดี๋ยว อาจารย์จะส่งข่าวนะรายละเอียดวันที่ต้องไปดูให้อีกที ค่ะ

กลับมาบ้านรื้อกองหนังสือ อ.ยักษ์ เล่นนี้เคยมีนี่น่านานหลายเดือนแล้วนิภูมิซื้อมาฝากแต่ยังไม่ได้อ่าน ขอรื้อมาอ่านหน่อยเถอะ หลังจากวันนั้นก็รอข่าวจนกระทั่งไปปั่นทริป ด่านซ้าย – คีรีมาส ได้ไปเจอพี่หน่อยที่เคยไปทริป ภูผาสู่มหานที ครั้งที่ผ่านมา ผสมกับรูปภาพในหนังสือเล่มนั้นที่เปิดดู โอ๊ยยยย อยากไปเหลือเกินทริปนี้ พี่ค่ะเพจนี้ชื่ออะไรคะ เดี๋ยวพี่จะบอกเรา คืนวันที่สองก็ทวงอีก พี่คะเพจชื่ออะไรคะ ทวงไปจนกว่าจะได้ และทริปเดียวกันนี้ก็ได้เจออาฉัตร เล่าเรื่องความประทับใจจากที่ได้ไปร่วมปั่นเสริมให้อีก พอวันที่กลับทริปก็รีบเข้าไปโพสบอกไว้ในห้องกลุ่มนี้ว่า อยากไปด้วยจังค่ะ

ไม่อาทิตย์วันผ่านมาก็ได้รับจากอาสุทธิชัยว่าจะส่งใบสมัครมาให้ ก็รู้อยู่ว่าร้าน cafe’ velodome เพิ่งจะเปิด แต่ขอเถอะทริปนี้อยากไปมากๆ หายไปช่วงเวลาไม่กี่วันคงไม่เป็นไร ยังไงก็มีคนอื่นๆ อยู่ที่ร้านบอกเล่าเรื่องราวของจักรยานอยู่แล้ว ส่งใบสมัครไปทันทีโดยไม่มีอะไรเป็นเงื่อนไข ใจมันไปอยู่ถึงมาบเอื้องแล้ว ถึงขนาดอยากไปมาบเอื้องก่อนเวลาเพื่อไปร่วมปั่นกับ อ.ยักษ์ สอบถามเส้นทางว่าจะไปยังไง มีใครจะไปเมื่อไร ขอตามไปด้วยคนนะคะ แล้วก็ได้รับข่าวจากอาว่าจะมีงานแถลงข่าวการปั่นทริปนี้

ไม่ต้องชวนก็ไปอยู่แล้วค่ะ อาฉัตรโทรมาหลายทีแต่แนนไม่ได้รับสายเพราะมัวแต่ปั่นอยู่ โอ้โหหลายสายไม่ได้รับมาจากอาคนเดียว อาต้องมีเรื่องสำคัญมากแน่ๆ รีบโทรกลับทันทีที่ถึงบ้าน แนน อ.ยักษ์ที่แนนอยากเจอจะมากรุงเทพนะ มีงานแถลงข่าว ปั่นจักรยานกู้วิกฤต คืนชีวิตให้ท้องทะเล แนนไปให้ได้นะ อาบอกวันที่มาทุกอย่างครบ อาไปช่วยเตรียมงานแต่เช้าด้วย แนนจะมาแต่เช้าก็ได้นะมาเจอพวกอาก่อน ที่จริงแล้วอาไปเตรียมงานตั้งแต่เย็นวันก่อนหน้านะ แต่ไม่ต้องมาหรอกมันยังไม่มีอะไร

เช้าวันงานสมาคมธรรมศาสตร์เหมือนเคยปั่นผ่านอยู่ในซอยงามดูพลี จะไปทางพระราม 4 หรือสาทรดีนะ เก้าโมงออกจากบ้านงานเริ่มสิบโมง แทนที่จะไปทางตรงอยากลองทางใหม่งานนี้อ้อมกระจายแต่ก็ไปถึงทันเวลางานยังไม่เริ่ม จักรยานจอดไว้เยอะแยะเลย มีแต่คนคุณเคยอาๆ ที่เคารพ สวัสดีค่ะ สวัสดี มาลงทะเบียนก่อนสิ อบอุ่นมากๆ งานนี้ จากที่เห็นจักรยานจอดอยู่ดูยังน้อยกว่าคนในห้องจัดงานแถลงข่าว สุดจะเชยเลยเรายังไม่รู้จักท่าน ศ. ระพี สาคริก จับใจความได้ว่าให้อดทนแล้วเราจะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

พอมาถึงช่วงเล่าเรื่องของกิจกรรมมีเปิด VTR ให้ชมติดใจประโยคของ อ.ยักษ์  
“โลกเปลี่ยนได้ด้วยคนคนเดียว พระพุทธเจ้าก็เริ่มจากทำคนเดียว ถ้าเราทำด้วยความมุ่งมั่น คนเห็นว่ามันดีเขาก็เปลี่ยนมาเดินตามเราเอง” 
“เราต้องรักกัน ใครรู้อะไรก็งัดเอามาแบ่งปัน มีอะไรเราต้องช่วยกัน เพราะเราพึ่งรัฐบาลไม่ได้ ”

หลังจากพิธีการจบก็เป็นการมอบทุนสนับสนุน ไม่เคยเห็นทริปจักรยานทริปไหนมีผู้ใหญ่ใจดีมากช่วยเยอะขนาดนี้เลย ที่เห็นแล้วรู้สึกดีมากๆ คือ ผู้ใหญ่บางคนถึงขนาดใช้สัญญาใจเปลี่ยนตัวเองสังเกตุได้จากเสื้อ เพราะเสื้อตัวนี้ใส่แล้วไม่ธรรมดามันเป็นเสื้อแบบชาวนาแล้วเขียนว่า “คืนชีวิตให้แผ่นดิน” มันเท่มากในความคิดแนนนะ เหมือนเสื้อสามารถในความรู้สึก ใส่แล้วเหมือนแบกรับหน้าที่ว่าต่อไปนี้เราจะทำเผื่อแผ่นดินนะ ประกาศให้ทุกคนรู้จากการกระทำ ที่สำคัญคือความรักที่จะแบ่งปันไม่หาผลประโยชน์ ตอนที่ไปฝึกอบรมทางค่ายสอนว่า ปลูกกินเองใช้เอง แบ่งปันให้ญาติพี่น้องและเพื่อน แล้วถ้าเหลือค่อยเอาไปขาย

หลังจากนั้นเราก็ปั่นรณรงค์ แนนช่วยดูแลพี่ไก่หน่อยนะ ปั่นประกบพี่เขามือใหม่เรื่องจักรยาน ยินดีค่ะ ก่อนออกจากสมาคมธรรมศาสตร์มีทางเนินขึ้นสูงประมาณชั้นสอง หลายคนบอกให้พี่ลงเข็น หลายคนบอกจะดันหลัง แต่แนนว่าพี่เขาปั่นขึ้นได้นะ เราให้กำลังใจเสริมความมั่นใจ ปรับเกียร์ให้ถูกต้อง ขาหมุนบันไดอย่าหยุดจนกว่าจะถึงจุดสูงสุด ในที่สุดก็ทำได้ พี่เขาดีใจกับตัวเองมากๆ ทุกคนหันมาแสดงความยินดี ชื่นชม จากนั้นก็ไม่ต้องกลัวเนินไหนๆ อีกแล้ว

เส้นใหญ่หรือเปล่างานนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ว่าทางทีมงานมีรถนำขบวนคันโตประกาศเสียงก้องให้ทุกคนรู้ทั่วว่าข้างหลังที่ปั่นตามรถนี้มากำลังปั่นเพื่ออะไร และรถทุกคันก็หยุดให้ทาง ชอบมากๆ เพราะคนสองข้างทางสนใจพวกเราหันมองว่ากำลังปั่นเพื่อกู้วิกฤตนะ เสียประกาศก็เชิญชวนให้คนหันมาใช้จักรยาน ตลอดทางพระรามสี่ สุริยวงศ์ สีลม ราชดำริ มาจบทริปที่ CTW

เมื่อรู้ว่าพี่ที่แนนต้องปั่นประกบดูแลเป็นใคร โอกาสมาแล้วอย่าให้พลาด คุณพี่เป็นผู้บริหาร งั้นขอที่จอดปลอดภัยทุกสาขาแล้วกันค่ะ อยากให้ทางห้างจัดกิจกรรมจักรยานและสนับสนุนการใช้จักรยานในเมืองด้วย สนับสนุนในพนักงงานปั่นมาทำงาน อ.ยักษ์ค่ะ ช่วยหน่อยสิค่ะ ครับ เอ้าใครอยากจะปั่นจักรยานแค่บอกจะปั่นจะให้พี่ไก่ซื้อจักรยานให้ คนยกมือเยอะแยะเลย ครั้งหน้าพี่ไก่ก็ชวนพนักงงานมาปั่นด้วยสิค่ะ แล้วพี่จะเอาเรื่องเข้าที่ประชุมให้นะ

เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผู้บริหารของเรานั่งอยู่หน้าห้างทานอาหาร พนักงงานที่เตรียมโต๊ะเก้าอี้อาหารไว้รองรับบอกเสียงดัง นั่นยังน้อยไปหน่อยกับภาพที่เห็นตรงหน้า อาสุทธิชัย กางเตนท์ เปิดสภากาแฟกันหน้าห้าง ชวนทุกคนมาร่วมนั่งดื่มกาลังต้ม อ.ยักษ์ก็มาร่วมวง เป็นภาพที่น่ารักมากมีการรับมอบถ้วยกาแฟ ให้แล้วห้ามทำหาย หายแล้วอดกิน ต้องรักษาให้ดีเหมือนจักรยาน เป็นคำตอบอยู่ในใจที่ตัวแนนเองก็เปลี่ยนไปตั้งแต่มาใช้จักรยาน คือ กินง่ายอยู่ง่ายไม่เรื่องมากสัมผัสธรรมชาติอากาศภายนอก ว่าแต่คุณจะเป็นใครมาจากไหนเราไม่สนใจหรอกแค่มีสองล้อปั่นมาเราก็ยินดีต้อนรับ  หัวโขนที่สวมอยู่หนักไปให้ถอดออก มากับจักรยานเรามีหมวกกันน็อกให้สวมแทน ปลอดภัยกว่าเยอะ

หลังจากจบงานก็แยกย้านกันปั่นกลับ ที่จริงจะกลับบ้านก็ได้เพราะได้เจอ อ.ยักษ์แล้ว แต่ถ้าอยากคุยต่อให้กลับไปที่สมาคมธรรมศาสตร์ ได้สิค่ะไม่รีบ อาๆ ก็ใจดีเล่าให้ฟังว่า อ.ยักษ์มาปั่นจักรยานได้ยังไง มาช่วยกันเล่าเรื่องผมสิ อ.ยักษ์ชวน

เริ่มแรกเลย อ.ยักษ์เป็นคนใจง่าย ฮ่าฮ่า  จริงอะป่าว เอ่อ จริง พี่โชคเริ่มเล่าแนนจำที่เราไปทอดกฐินด้วยจักรยานที่พิษณุโลกได้ใช่ไหม หลวงพ่อท่านรู้จัก อ.ยักษ์ ท่านสนิทกันมาก่อนเลยผลัดดันให้พวกอารู้จัก ตอนช่วงน้ำท่วมอาช่วยไปปั่นหาเงินกับโรตารี่สุวรรณภูมิ เราก็อยากจะแบ่งเงินเอาไปช่วยอาจารย์ ก็เอาครึ่งหนึ่งที่ได้รับบริจาคมาไปมอบให้ เราก็ได้เจอกัน อ.จำได้ไหมครับที่ อ.เคยบอกว่าน้ำมันจะหมดโลก อาก็นำเสนอเรื่องการเดินทางด้วยจักรยาน จากนั้น อ. เล่าต่อ ผมเห็นว่าหลักการเดินทางด้วยแรงงานตัวเองด้วยพลังงงานที่ไม่ทำลายโลกเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำเรามีเวลาปรับตัวอยู่ไม่กี่ปี แต่เพราะผมไม่รู้จักจักรยาน ผมไม่เคยปั่นไกล ผมไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนเกียร์ยังไง ปั่นขึ้นเขาก็ไม่เป็น ผมไม่เคยคิดหรอกปั่นไกลขนาดนี้ ผมรู้แต่ว่าการปั่นจักรยานเป็นเรื่องดี ถ้าทางเรียบสองโลสามโลก็พอไหวไปซื้อกับข้าวอะไรแบบนี้

หลักสูตรรวมรัดฝึกปั่น 20 ชั่วโมงก่อนเดินทาง บ้านอาจารย์อยู่สัมมากร จัดเลยทริปพามาหาพี่ป้อมที่สุขุมวิทข้างเอ็มโพเลี่ยม เป็นครั้งแรกที่ออกถนน ปั่นไปรวดเดียวถึงเลย นั่งคุยกับพี่ป้อมแล้วปั่นกลับ ขากลับดีหน่อยให้แวะร้านน้ำปั่น เกียร์ยังใช้ผิดๆ ถูกๆ อยู่เลย

พวกอาเนี่ยจูงหมาน่อยขึ้นดอย ผมบอกพวกอาไปว่าผมไปนะแต่ถ้าผมไม่ไหวผมขึ้นรถนะ อาก็รับปาก แต่แกหลอกผมวันแรกก็ไม่ให้ขึ้นเลย อาบอกให้อาจารย์ตีฟันปลาขึ้นเขา พอเนินแรกมาก็เอาเว้ยตีฟันปลาตามที่อาแนะนำ นึกในใจเนินแรกมันต้องรอด ถ้าเนินแรกไม่รอดก็ไม่ต้องไปไหนละหนทางข้างหน้ามีแต่เนิน สลับฟันปลาเลยพอขึ้นไปเอ้ยอีกนิดก็ถึงละ ถึงแล้วตะโกนดีใจเสียงดัง ทำได้แล้วเว้ย เนินแรกเลยอะผ่านได้ โหวววว….มันมีกำลังใจนะ จากนั้นก็ผ่านเนินอื่นๆ ได้สบาย แต่พอมาวันที่สองเนินมันโหดจริงๆ ผมปั่นไม่ไหว ไม่ให้ผมขึ้นรถอีกแล้ว เดี๋ยวช่วยดัน อาก็มาดันให้เนินมันก็เยอะนะ คราวนี้ก็มีพลังเทอร์โบสี่คนดันหลัง จัดทีมสลับกันแบบนี้ทุกๆ เนิน ที่ปั่นไม่ไหว จนจบทริปพันกว่าโล จากน่าน – มาบเอิ้ิิอง

อาบอกแนน อ.ยักษ์ พลังเยอะนะ นอนเร็วสุดตี 1 ตื่นสายสุดตี 4 และยังบรรยายให้พวกเราที่ไปฟังหลังจบทริปทุกวันๆ อีก แล้ว อ.ปั่นไหวได้ไงคะ ไม่ง่วงหรอ พอขึ้นไปบนหลักอานแล้วเหมือนมันล่องลอยนะ มันปั่นได้ สำหรับผมแล้วจักรยานมันเป็นสิ่งที่จำเป็น นอกจากหัดปั่นจักรยานแล้วผมก็ต้องหัดใช้สองเครื่องนี้ด้วย มีคนซื้อมาให้บอกว่า อ.ต้องใช้ มีเครื่องเล็กกับเครื่องใหญ่ พอผมใช้เป็นพวกเขาก็สั่งงานผมใช้ผมตลอดผ่านเครื่องตัวนี้ ให้ตรวจงานนั่นนี่

ผมไม่มีเวลาซ้อมปั่นหรอกนะ งานเยอะเดินทางข้ามจังหวัดไปบรรยายประจำ ถ้ามีโอกาสก็ปั่น ไปไหนไม่เกินสิบกิโลผมใช้จักรยานนะ ก่อนจะสอนใครก็ต้องทำเองก่อน ผมปั่นใข้เองก่อนแล้วเวลาไปบอกเขาปั่นเขาก็ได้เชื่อและทำตาม

ขอบคุณ อ.ยักษ์ และ อาๆ ทุกคนค่ะ

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “อ.ยักษ์”

  1. มาโนช อุ่นใจแรม สิงหาคม 27, 2012 ที่ 4:23 pm #

    ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: