ปีนเขาก่อนกลับ #10

11 ส.ค.

ตื่นมากับเสียงนกร้องสอดประสาน จิ๊บๆ จ๊าบๆ มองไม่เห็นตัว วันนี้ตื่นสายกว่าใครๆ เปิดประขึ้นตูออกไปพี่ๆ บอกว่าไม่ตื่นมาเช้ากว่านี้ละหมอกหมดแล้ว มองขึ้นไปยังไม่เห็นยอดเขาหมดได้ยังไงคะ เมื่อเช้าเยอะกว่านี้นะแนน บนนั้นสูงมากแต่น่าปีนขึ้นไป ได้ยินเสียงสาวๆ หลายคนบอกว่าไม่ไหวๆ ในใจแนนก็คิดว่าไม่ไหวเหมือนกัน

อาบน้ำก่อนแล้วก็เก็บของไปก่อนรวมไว้ข้างนอกเท่ากับว่าโบกมือลาบ้านหลังนี้แล้ว มีข้าวต้มเป็นอาหารเช้า วันนี้ไม่ได้ปั่นแค่ข้าวต้มก็อยู่ท้อง เราจะออกจากที่นี่สิบเอ็ดโมง เวลานี้แปดโมงเอง เดินเล่นวนๆ ดูจะให้นั่งอยู่เฉยๆ คงไม่ใช่นะสถานที่ออกจะธรรมชาติ ถ้ามีจักรยานคงได้ดิ่งขึ้นลงหลายรอบ เดินไปเรื่อยๆ ถ่่ายรูปก็ยังดี นั่งเฉยๆ คุยกันเสียดายแบบนั้นเอาไว้ตอนเย็นก่อนนอน

มีป้ายบอกจุดเริ่มต้นอยู่ทางโน้น เดินเข้าไปร้านขายขนมก็มีเสื้อพิชิตเขาขาย ได้ยินเสียงคนคุยกันว่างานแข่งขึ้นเขาคนเร็วสุดทำได้ไม่กี่นาที ปกติขึ้นกันสองชั่วโมง เดินไปอีกทีสิว่ามีใครอยู่แถวนั้นไหม เห็นแว๊บมีคนอยู่่แต่ต้นไม้บังไว้ มุ่งหน้าเข้าไปใกล้อ๋อพี่ๆ อาๆ กลุ่มสวนธน เดินดูสวนสมุนไพรอยู่ก็เลยตามไปดูแต่ยังไม่ถึงไหนมาสะดุดที่ป้ายบอกจุดชมวิว ไปไหมคุณอาจากสวนธนถาม แต่พี่จากสวนธนเรียกว่าป๋า ก็ป๋าตามแล้วกัน อายุ 65 ปีแล้ว แต่แนนปั่นตามไม่ทันเป็นคนนำทาง

รอบแรกเข้าไปหลงกระจายเพราะไปตามเส้นทางธรรมชาติ เดินไปในลำธารที่แห้งแล้วก็ไปเจอต้นไม้ขวานหน้าถ้าเขาไปต่ออีกก็อาจจะหลงทางนึงตัดสินใจกลับย้อนทางเดิม ออกก่อนดีกว่าเดี๋ยวไม่ทันเวลาขึ้นรถ เดินกลับมาถึงทางแยกเมื่อกี้เลี้ยวซ้าย คำตอบง่ายๆ ป๋าบอกทริปนี้เรามาด่านซ้ายไง ไปต่อไหม ทุกคนกำลังสนุกบอกไปต่อถ้าอย่างนั้นลองเลี้ยวขวาดูบ้าง ดูเส้นทางเหมาะกับเดินต่อมากๆ มีทางเรียบๆ ที่มองไปข้างหน้าก็ยังมีทางไป

เดินกันไปตามทางในป่าผ่านมากี่กิโลแล้วนะหิวน้ำจัง ทีแรกกะว่ามาเดินโฉบดูถ่ายรูปเล่นก็เลยไม่เอาน้ำด้วย มีพี่ในกลุ่มที่มาด้วยแบ่งน้ำให้ขวดเดียวแบ่งกันหกคนจิ๊บคนนิดแก้กระหายแล้วเดินหน้าต่อไป อยากจะกลับไปเอาขวดน้ำก็ไม่ทันละ เดินต่อไปเพลิดเพลินในป่า ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินไหวเคยไปเดินแล้วหายใจไม่ทันเหนื่อยมาก ตั้งแต่ปั่นจักรยานรู้สึกว่าเดินแล้วไม่เหนื่อยเหมือนก่อน ขออย่างเดียวให้มีที่กั้น ตลอดทางเดินดูแต่คนข้างหน้าไม่กล้ามองซ้ายขวาอันเวิ้งว้าง มันเสียวเดี๋ยวจะเดินต่อไม่ได้

มีถังน้ำด้วยนะ ป๋าตะโกนบอก แนนอยู่เกือบสุดท้าย เอ้ยจริงๆ ด้วย เอาไว้ล้างหน้าเพิ่มความสดชื่นให้เดินต่อได้ ป๋าทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แล้วดื่มได้ไหมคะ หิวน้ำจัง ได้สิ ป๋าก็ดิ่มให้ดู ทุกคนก็ทำตามล้างหน้ายังไม่กล้าดิ่มกัน กลัวจะปวดท้อง กลัวน้ำจะไม่สะอาด แต่พอถึงคิวแนนก็จัดไปอึกเลย น้ำไม่มีกลิ่นนะ สะอาดไหมไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าจะเดินต่อไม่ดิ่มก็ไม่รอดแน่ๆ

ทางเดินเริ่มสนุกขึ้นเรื่องๆ มีหินให้ป่ายปีนเล็กน้อย คิดอย่างเดียวว่าทางลงจะทำยังไง เอ้าไว้ค่อยคิดที่หลังแล้วกันเดินไปให้ถึงก่อน นักเดินป่าทั้งหกก็มุ่งหน้าต่อไป มีถังน้ำแล้วป๋าตะโกนบอก เริ่มชินกับน้ำในถังก็ดื่มแบบคิดว่าเป็นน้ำแร่ ล้างแขนล้างหน้าแล้วสดชื่นมากๆ มีแรงเดินต่อ ไม่มีใครย้อมแพ้ขอถอยกลับก่อนเลย

ทางเริ่มเดินยากขึ้น พี่โด่งค่ะขอฝากโทรศัพท์หน่อยค่ะ จะถือไปถ่ายไปไม่ไหวละกลัวจะกลิ้งลงมาแล้วไม่มีมือเหนี่ยวไว้ เดินแบบมือเปล่าทรงตัวง่ายขึ้นเยอะ น่าจะมาถึงครึ่งทางจุดชมวิว เราพักกับถังน้ำอีกรอบ คิดะพักคิดถึงถังน้ำ แล้วเดินต่อ เวลานั้นคิดว่าถ้ามีไม้เท้าคงจะดี แล้วที่กั้นตรงนี้หายไปไหน ทางมันก็กว้างอยู่แต่พอที่กั้นหายก็ไม่กล้าเดินต่อเป็นงั้นไป ลงไปนั่งยองๆ พี่เดินไปก่อนได้ป่าวแล้วยื่นมือมาให้จับ จากนั้นมีที่กั้นก็เดินต่อคนเดียวได้ ป้ายบอกว่าอีก 200 เมตรถึงจุดชมวิว

สำหรับนักปั่นอย่างพวกเราแล้วปั่นจักรยานแว๊บเดีวก็ถึงแค่ 200 เมตร เดินแล้วเดินรู้สึก 200 เมตรที่ป้ายบอกนี่บอกระยะทางหรือความชันกันแน่นะ เดินเหมือนลิงโหนต้นไม้เกาะไต่ๆ ไปตลอดทางำหรับแนนนะคนอื่นเดินกันสบายมาก ถึงแล้วๆ ป๋าตะโกนบอกมีถังน้ำด้วยนะ ขึ้นไปแล้วเห็นวิวก็รู้สึกว่าไม่ขึ้นมาเสียดายจัง สวยจริงๆ มองไปเห็นถึงอ่างเก็บน้ำเมื่อวานนี้ที่ปั่นไปดู ขอนั่งตรงนี้นานๆ รูปก็อยากถ่ายไปฝาก ถ่ายรูปกันแล้วขอนั่งนานๆ นะแบบว่าวิวนี่ดูแล้วไม่อยากลงไปละ ถ้ามีเวลาคงนั่งกันนานกว่านี้แน่

อ้าวพวกเขาลงกันไปหมดแล้ว เรายังดูวิวไม่อิ่มเลย มีบรีสอยู่เป็นเพื่อน เพราะการลงเป็นเรื่องยากเกือบจะพลาดล้มหลายที รองเท้าที่ใส่นี้ก็สำหรับเดินในเมือง ไม่เหมาะกับการเดินป่าเลย หายวับมองไม่เห็นคนข้างหน้าค่อยๆ ไต่ละลงมาก้าวชิดก้าว ไม่กล้าปล่อยตัวไปตามแรมโน้มถ่วงกลัวจะหยุดไม่อยู่ บรีสก็คอยช่วยลุ้นอยู่ข้างหลัง ตรงนี้มีใบไม้ลื่นจังเกือบล้มอีกแล้ว ตอนขึ้นสำหรับแนนดูจะง่ายกว่า จะลงทางไหนดีนะ นั่งยองๆ ค่อยๆ ปล่อยขาลงมา รู้สึกวิชาเดินป่าจะสอบตกเดินไม่เป็นแบบใครๆ ที่เดินลงแบบเหมือนเดินบันได ต้องค่อยๆ ได่ๆ เหมือนเด็กเพิ่งหัดเดินลงบันได

ลงมาถึงได้อยากปลอดภัยดูเวลาที่ใช้เร็วกว่าตอนขึ้นไปนิดหน่อยเอง ประสบการณ์ชีวิตกับธรรมชาติมีน้อยมากๆ ยังคิดในใจว่าถ้าไม่มากับจักรยานแล้วจะได้มาเดินป่าไหมนะ ที่บ้านไม่เคยพามาเที่ยวแบบนี้เลยเคยแต่ไปทะเล น้ำตกก็ไม่ได้พาไปเพราะบอกว่าอันตราย ปีนเขาก็อย่าหวัง มากับจักรยานลุยได้ทุกอย่างเพราะมีเพื่อนลุยไหนลุยนั่น

ว่าจะลงมากินข้าวต้มสักชามเพราะหิวมากย่อยหมดแล้วละอาหารเมื่อเช้า กะจะอาบน้ำอีกรอบให้สดชื่นด้วยเพราะรู้สึกได้เหงื่อไปแล้ว ทีมงานมาตามว่าขึ้นรถได้แล้วดูนาฬิกาถึงรู้ว่าสิบเอ็ดโมงแล้ว รีบไปหยิบกระเป๋าแล้วขนเอาไปใส่รถ ทีบมมงานแจกขนมให้เป็นอาหารรองท้องสำหรับคนที่ขึ้นเขาจะหยิบกี่ชิ้นก็ได้นะ ได้ขนมนี่ละรองท้องไประหว่างทาง รถเขย่าๆ ก็เคลิ้มหลับ

เป็นทริแบบครบรสชาติมาก ได้เจอทั้งคนที่อยากเจอ ได้ไปที่ที่อยากไป และยังได้ของแถมอย่างปีนเขาที่ไม่ได้อยู่ในแผน ความประทับใจของเพื่อนๆ ร่วมทริปแต่ละคนเยอะเหลือเกิน เมื่อล้อหมุนมาเจอกันจากต่างที่บางคนนี้มาไกลจากซีกขวาน ห้าวันผ่านทำให้เราสนิทมิอาจลืม

คิดถึงทุกคนนะคะ พี่ๆ ที่ด่านซ้าย พี่ๆ ที่สุโขทัย เพื่อนๆ ใน กทม ทริปหน้าเราเจอกันใหม่ ยังไงอย่าลืมนะถ้ามา กทม แล้วอยากปั่นมุดๆ ละก็บอกแนนได้ สิ้นเดือนนี้ต้องกลับไปทำงานแล้วละ ถ้าคิดถึงก็มาหากันนะที่ Cafe Velodome มธ. ท่าพระจันทน์ ประตูทางออกฝั่งสนามหลวงนะ ว่าแต่ถ้าใครอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งสร้างพลังจักรยานก็แวะมาลงชื่อเป็นไบค์บัดดี้ได้นะ เพราะน่าจะมีน้องๆ นักศึกษาอยากปั่นมาเรียนกัน เผื่อว่าใครอยู่ใกล้จะได้มีเส้นทางแนะนำ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปนี้ทุกคนค่ะ
cr: บางภาพจากบรีส

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: