กว่าจะได้ไปหาหลวงพ่อ#1

29 ก.ค.

ไม่เคยรู้สึกสุขสงบอะไรแบบนี้มาก่อน และก็ไม่เคยคิดจะเข้าไปนั่งสมาธิเหมือนอย่างใครๆ เขาทำกัน เรื่องธรรมะกับวัดห่างมากๆ รู้ว่าดีแต่ไม่คิดเข้าใกล้ จนกระทั่งมารู้จักกับเพจที่ชื่อว่า จักรยาตรา

นามมากแล้วตั้งแต่ปีก่อนได้ยินว่าจักรยาตรา พระปั่นจักรยาน ก็คิดว่าเปลี่ยนจากการเดินมาปั่นจักรยาน ยังไม่ตื่นเต้นเท่าไร แต่พอตามดูๆ อะไรนะมีชาวบ้านมาปั่นด้วยใช้จักรยานบ้านๆ ปั่นกัน ตามดูอีก ปั่นไปไกลขึ้น ดูแล้วน่าสนุกอยากไปด้วยจัง ก็ลองบอกไปเล่นๆ คนรอบข้างว่าแนนจะไปอยู่วัดไปนั่งคุยเรื่องจักรยานกับหลวงพ่อ ไปปั่นจักรยานกับหลวงพ่อ คำตอบที่ได้กลับมาคือ เป็นผู้หญิงมิควรนะ ยังไงก็ไม่เหมาะสม ก็ต้องหยุดความคิดนี้พับเก็บ

มาตื่นเต้นจะได้เจอหลวงพ่ออีกครั้งก็ตอนออกทริปกับ aday แต่แล้วก็คลาดกันไปคลาดกันมา อดเจอเพราะไปซ่าลงเนินเข้า ร.พ. นอนรักษาตัวซะก่อน ได้ยินเพื่อนๆ ทริป aday เล่าว่าไปคุยกับหลวงพ่อมาสนุกมาก หลวงพ่อเล่าให้ฟังเยอะเลยได้ข้อคิดด้วยไว้จะเล่าให้ฟังนะ รอแล้วรออีกก็ยังไม่ได้ยินเรื่องเล่าเพราะทุกคนงานยุ่งหมด ความอยากสะสม ก็เกริ่นกับคนรอบตัวอีกครั้งว่าจะไปปั่นจักรยานทำสมาธิกับหลวงพ่อ คำตอบที่ได้ก็เหมือนเดิม ผู้หญิงไปอยู่วัดยังไงก็ไม่เหมาะสม

ระหว่างนั้นก็โพสออกไปทาง Facebook จนเจอพี่วี veenono บอกว่าพี่ก็อยากไปหาหลวงพ่อเหมือนกัน เหมาะเจาะจริงๆ ใจคิดตรงกันจะไปเมื่อไรบอกพี่ด้วยนะ จัดตารางคิววันว่างแล้วเราไปกัน ช่วงนี้หรอกว่างตลอดค่ะ พี่วีว่างเมื่อไรออกเดินทางได้เลย หายไปหนึ่งอาทิตย์ แนนพี่วีจะชวนลุงเนตรไปด้วยนะครับ ค่ะจะชวนใครไปก็ได้ขอให้แนนได้ไปด้วยก็พอ พี่ว่าจะไปเปิดกระทู้ใน thaimtb นะเผื่อใครสนใจจะได้ตามไปด้วย ก็ไปตามดูน่าจะเพราะต้องลางานมาปั่นเลยยังไม่มีใครสนใจ

ระหว่างนั้นการบ้านทั้งหมดตกอยู่ที่พี่วีและลุงเนตร พี่วีติดต่อไปทางหลวงพ่อว่าท่านจะว่างวันไหนให้พวกเราไปหา ส่วนลุงเนตรทำหน้าที่ติดต่อซื้อตัวรถไฟให้ แนนโอนเงินให้ลุงเนตรด้วยนะพี่วีโทรบอกว่าลุงเนตรจัดการตั๋วรถไฟให้แล้ว เอาไว้วันไปจ่ายสดนะคะ ได้ครับ ระหว่างนั้นก็รอวันใกล้ๆ แล้วบอกที่บ้านว่าจะไปทำสมาธิด้วยจักรยาน ยังโดนคำถามเหมือนเดิมว่าจะไปพักที่วัดหรือที่ไหน เรื่องที่พักที่เขาจะจัดการให้ค่ะ แนนจะเอาแค่ถุงนอนไป คิดว่าน่าจะพักที่วัด ไม่ทันแล้วละจะห้ามก็เอาไม่อยู่แล้ว เพราะได้เวลาเดินทางเย็นวันรุ่นขึ้น หกโมงเจอกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงนะครับแนน

วันเดียวกันมี human ride workshop จะขอไม่ไปก็ไม่ได้แน่เพราะแนนต้องไปเล่าหลายเรื่อง ตั้งใจไว้ว่าจะจบ 3 โมงเย็น แต่เรื่องเล่าจากหลายคนยาวไป 4 โมง พี่แนนช่วยพาปั่นด้วยนะครับ ก็รับปากไปแล้ว กลางห้องก็บอกไปแล้วว่าจะพาปั่นสั่้นๆ ใครจะไปบ้าง จะสั้นแค่นี้คนยกมือตั้งหลายสิบ นับๆ มีจะสามสิบ โหเยอะจัง มีแต่คนอยากปั่น ถ้าใก้ลแค่นี้ก็เหมือนเสพแล้วยังไม่พอนึกถึงตัวเองแล้วคิดถึงคนที่ยกมือ ด้วยสปิริตจัดให้เต็มเส้นทางไกลกว่าที่ตัวเองคิดไว้จากธรรมศาสตร์ท่าพระจันทน์ลัดเลาะไปเลาะมาอ้ายหยาตลิ่งชันแล้ว มองดูนาฬิกาแทบอยากชิ่งหนีกลับห้าโมงกว่าแล้วเวลานั้นพี่วีนัดเจอกันหกโมง จะปั่นออกถนนใหญ่ปิ่นเกล้าก็เป็นห่วงสมาชิกที่มาด้วยกันแบบมือใหม่คงอันตรายเกินไป

เอ้ายังไงกลับให้ทันก่อนรถไฟออกแล้วกัน กระเป๋าก็จัดเรียบร้อยแล้วเหลือแค่อาบน้ำก่อนขึ้นรถไฟแค่นั้น สมาชิกเริ่มเหนื่อยค่อยๆ แยกทางขอกลับบ้านก่อนระหว่างทาง แต่ก็ยังเหลือสิบกว่าคนก็เลยหันไปถามว่าถ้าจะขอใช้ทางลัดอย่างเรือข้ามแม่น้ำย่นระยะเส้นทางจะได้ไหม ที่จริงแล้วอยากจะปั่นขึ้นปิ่นเกล้านะแต่ก็เป็นห่วงสมาชิก ตามแผนที่วางไว้จะพาไปสะพานพุทธ เวลานี้ก็หกโมงกว่าพาไปอ้อมทางนั้นมีหวังตกรถไฟแน่ ดีที่สมาชิกเห็นด้วยเพราะทุกคนก็บอกเหนื่อยแล้ว มองดูเลขไมล์ อุ๊ยยยยย 35 ++ km แล้ว ไกลกว่าที่ตั้งใจพาไปตอนแรกอีก

ข้ามเรือมาอีกฝั่งรีบถือโอกาสแยกย้าย แล้วรีบปั่นกลับบ้านทุ่มกว่าแล้วกลับไปอาบน้ำแล้วก็สองทุ่ม โทรไปหาพี่วีว่าอยู่ที่ไหนกัน กำลังจะซื้อตัวสำภาระให้จักรยานอยู่ เดี๋ยวจะรีบไปแล้วค่ะ ดีนะหัวลำโพงใก้ลบ้าน ปั่นไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง โทรหาพี่วีอีกครั้ง ชานชาลาที่ 9 นะครับ เข็นมาด้านใน เป็นอะไรที่รู้สึกมีความสุขมากได้เดินทางแล้ว ออกท่องโลกกว้างเก็บประสบการณ์ใหม่ ทุกอย่างเตรียมพร้อม แยกกระเป๋ากับจักรยาน จักรยานเข็นไปฝากไว้ที่ตู้สัมภาระ ส่วนกระเป๋าวางไว้บนเก้าอี้นั่งรอหน้าตู้ที่จะโดยสาร

คิดว่าแค่มาส่ง ดีใจจังที่มีผู้หญิงไปด้วยกัน เคยเจอกันครั้งหนึ่งเมื่อวันนั้นแต่ไม่ได้คุยอะไรชื่อเธอยังไม่รู้จัก ทริปนี้ก็มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 4 คน เราช้าหรืออย่างไรกลับจากส่งจักรยานขึ้นตู้สัมภาระกระเป๋าทุกใบก็ถูกจัดขึ้นรถไฟให้้เรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปนั่งก็คุยกันยาวกับสาวน้อยคนนี้ โอ้โหเหมือนมีแฟนคลับขอจับมือ ใช่พี่ที่ปั่นจักรยานไปทำงานที่รายการ the idols ไปสัมภาษณ์ไหมคะ ค่ะ ดีใจจังวันนั้นดูพอดี วันนี้ได้เจอตัวจริง ขอบคุณนะคะ

คุยกันอยู่นานรถไฟก็เหมือนจะออกแล้วก็ถอยกลับอยู่แบบนี้สามรอบมองดูเวลาช้ากว่ากำหนดชั่วโมงแล้วนะ วันนี้จะไปถึงบุรีรัมย์ไหมเนี่ย คุยจนหมดเรื่องคุยแล้วนะ ชื่อเล่นอะไรนะคะ โบค่ะ อ๋อจำได้ละ คุยต่อจนรถไฟออกจริงๆ เจ้าหน้าทีี่มาจัดปรับเป็นที่นอนให้ น้องโบก็กลับไปนั่งที่ตัวเองในแถวถัดไป จากนั้นมองไปก็เห็นทุกคนเลืื่อนม่านปิดอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว จะอ่านหนังสือก็ไม่มีไฟ จะเล่นมือถือก็กลัวแบตหมด หลับตาก็ยังนอนไม่หลับ เล่นจนแบตเหลือ 20% หลับตาก็ได้เผื่อจะหลับ

ตลอดทางเวลารถไฟวิ่งก็จะมีลมเย็นๆ พัดเข้ามาตามช่องเล็กๆ จากหน้าต่าง แต่พอรถไฟจอดนี่สิ ร้อนสุดๆ จนต้องสงบสติให้ใจเย็นๆ ได้ยินเสียงพี่วีถามลุงเนตรว่าถ้าเราจองเป็นแอร์จะจ่ายเพิ่มเท่าไร ลุงบอก 200 ในใจคิดน่าจะจองเนอะ แต่พี่วีบอกก็ดีนะเราได้ประหยัดตั้ง 200 แหนะ ความคิดก็เปลี่ยนทันทีเป็นสุขขีกับลมธรรมชาติ ดิ่มด่ำแสงไฟสีส้มตลอดทางที่ขนาดไปกับถนน เสียรถไฟดังมากแบบว่าไม่ง่วงนอนไม่หลับ หรือง่วงก็ยังสามารถปลุกให้ตื่นได้ กว่าจะหลับก็ตีหนึ่งได้ จำที่ลุงเนตรบอกว่าเราจะถึงตีสาม แล้วจะได้นอนไหมเรา หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงมาปลุกเอ้าเตรียมตัวได้แล้ว เวลานั้นตีสี่กว่าอยากนอนต่อเป็นที่สุด คิดใจในอยู่บ้านนอนดีๆ ไม่ชอบ ก็อยากปั่นนินะ

กำลังจะนอนต่อรถไฟก็จอด ยังไม่คิดว่าถึงนะมองไปอีกที เอ้ยหายไปไหนหมดที่นั่งว่างกระเป๋าถูกยกลงหมดแล้ว ลงไปหมดแล้วรีบเดินจ้ำๆ ลงจากรถไฟ ดีนะที่ยังไหวตัวทัน ลงรถไฟไปอยากนั่งงีบต่อเหลือเกิน แต่แบตมือถือที่มีน้อยนิดทำเอาต้องหาที่เสียบปลั๊ก เป็นห่วงอีกใครจะมาหยิบไปต้องตาสว่างนั่งเฝ้าไว้ จนตีห้ากว่าเห็นนักปั่นบุรีรัมย์เดินเข้ามา หลังจากลุงโทรไปบอกว่ามาถึงแล้ว แล้วก็มีนักปั่นอีกหลายคนทั้งผู้ ญ ผู้ ช เดินเข้ามาทัก ก็ได้ถามไปว่าตื่นกี่โมงคะ ตี 4 นะ เช้ากว่าปกตินิดหน่อย ความรู้สึกเวลานั้นจะง่วงต้องอดไว้ เพราะพี่ๆเขาอุสาห์ตื่นเช้าเพื่อมารับเราไปหาหลวงพ่อนะ ออกปั่นทันทีที่ฟ้าสว่าง

โชคดีมากๆ ที่มีเจ้าถิ่นปั่นมารับเพราะมากับพี่วีก็ดีแบบนี้แหละ พี่เขารู้จักกันมาก่อนตอนไปทริปทางไกลที่อื่น เคยเจอและคุยกันใน thaimtb มารับและเลี้ยงอาหารเช้า ทีแรกคิดว่าจะไปค้างกับเราที่วัดเห็นมีห้อยกระเป๋า เอาน้ำไหมแนน ถึงรู้ว่าที่แบกมาสองข้างในนั้นน้ำสำหรับพวกเราทั้งนั้น เพราะตลอดทางมีแต่ทุ่งนา น่ารักเป็นที่สุด มากรุงเทพอย่าลืมบอกแนนนะคะจะได้พา อ.ธีร์ และเพื่อนนักปั่นบุรีรัมย์เที่ยวกรุงเทพบ้าง

ติดตามตอนต่อไป วันที่สองของการเดินทางค่ะ

Advertisements

4 Responses to “กว่าจะได้ไปหาหลวงพ่อ#1”

  1. baschatmail กรกฎาคม 30, 2012 ที่ 2:35 pm #

    นึกว่าพี่แนนจะไปไม่ทันซะอีก … นึกว่าวันนั้นจะเป็นตัวถ่วงซะแล้ว
    แล้ววันอาทิตย์ที่ 29 พี่แนนยังอยู่ที่บุรีรัมย์หรือเปล่าครับ
    พอดีพยามยามมองหาพี่แนนในงาน บางกอก คาร์ฟรีเดย์ซันเดยอยู่
    หลายคนที่เห็นในงานhuman ride workshop มากันเยอะครับ บางคนบ่นหาพี่แนนอยู่ว่า อยู่คนชวนดันไม่มา เห้อ..

    • nonlany กรกฎาคม 30, 2012 ที่ 3:13 pm #

      ขอโทษด้วยนะ มาด่านซ้าย

  2. Saeed สิงหาคม 4, 2012 ที่ 9:07 am #

    Just read about you in Bangkok Post 66th anniversary magazine. As someone who cycles everywhere & like you no longer own a car, I support you in wanting to gain better recognition for cycling on the streets of Bangkok. Happy to help in any way.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: