นานมากแล้วที่เคยทำ #2

19 ก.ค.

หลายๆ อย่างห่างหายไปหลังจากก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยไปใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาจากวันนั้นก็ไม่ได้ทำอีกเลยจนกระทั้งวันที่ได้ไปอยู่ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ ก็ได้ทำอีกครั้ง แต่เป็นความสัมผัสแบบลึกซึ้ง

ตื่นตีห้าเคยตื่นอยู่ถ้ามีทริปปั่นที่น่าสนใจอยากไปร่วมปั่น แต่ถ้าวันธรรมดาก็อย่างหวังจะตื่นได้ มาที่นี่ยังไงก็ต้องตื่น ขอบอกว่าง่วงมาก เมื่อคืนก็นอนดึกมาก เหมือนนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นแล้ว พี่ๆ บางคนยังบอกเลยว่าเหมือนมาเข้าวัดปฏิบัติธรรมเลยนะอยู่ที่นี่ บางคนก็อาบน้ำแต่เช้า เมื่อคืนอาบก่อนนอนแล้วยังเย็นบวาบ เหมือนกระโดดลงไปเล่นน้ำตก อาบเสร็จแล้วก็สดชื่น น้ำที่นี่เป็นน้ำจากเขาใหญ่ไหลลงเขื่อนต่อตรงบ่อพักมายังห้องน้ำ เช้าแบบนี้เลยขอแค่ล้างหน้าแปรงฟันก็แล้วกันนะ

จากนั้นก็ไปร่วมกลุ่มรายงานตัวหมู่บ้านที่พร้อม ทุกหมู่บ้านรายงานตัวเสร็จก็เป็นรายงานตัวทั้งตำบล เราอยู่ตำบลภูมิรักษ์นะ มีกำนันดูแล ทีแรกไม่รู้มาก่อนว่าผู้ใหญ่บ้าน กำนันมีหน้าที่อะไรยังไง ที่แถวบ้านไม่มีแบบนี้เลยไม่เคยรู้เลยว่าแถวบ้านที่อยู่นี้ถ้าเรามีเรื่องเดือนร้อนต้องไปหาใคร แต่ที่นี่สอนให้รู้ว่าผู้ใหญ่บ้าน กำนันต้องดูแลสมาชิกมากขนาดไหน สัมผัสถึงความอบอุ่นในชุมชนเล็กๆ ที่มีผู้ใหญ่บ้านคอยช่วยเหลือ

รวมตัวกันครบก็มีการออกกำลังกายเป็นท่าที่ไม่เคยรู้มาก่อนอีกเช่นกัน ว่าคำพูดไม่กี่คำที่เปล่งออกมาเป็นการออกกำลังเครื่องในร่างกาย ตับ ม้าม ปอด กะเพราะ ลำไส้ ช่วยได้จริงไหมก็ยังตอบไม่ได้เพราะยังสัมผัสไม่ถึง รู้สึกได้อยู่ท่าหนึ่งคือท่ายืดหลัง จับคู่หันหลังเขาหากัน จับมือกันไว้ให้แน่น แล้วคนหนึ่งก็ก้มลง สลับไปมาซ้ายขวาหน้าหลัง ช่วยยืดเส้นได้ดีเลยท่านี้

นานมากแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ยืนจัดแถวเหมือนตอนเรียนหนังสือ ความรู้สึกนั้นกลับมาเหมือนเป็นลูกเสือสำรองอีกครั้ง แถวตรง จัดแถว ซ้ายหัน

เกือบๆ แปดโมงเราต้องไปยืนเคารพธงชาติ ที่จริงก็มีการปฏิบัติตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว เชิญธงชาติขึ้นลง ร้องเพลงชาติพร้อมกัน  ปฏิญานตน สวดมนต์ และท่องบทอาหาร ดีนะบทอาหารทำเอาพฤติกรรมการกินของเหลือเลือกของกินของแนนเองดีขึ้นเยอะ มันเหมือนไม่ได้แค่ท่องต้องคิดตามด้วย คิดว่าหลายๆ คนที่ร่วมกิจกรรมนี้ก็สัมผัสได้เช่นกัน เพราะดูจากถังเศษอาหารที่จะนำไปทำปุ๋ยต่อมีแต่เศษสุดๆ ที่กินกันไม่เป็นจริงๆ อย่างแนนก็คัดเอาแต่พริกทิ้ง มะเขือในแกงที่ไม่เคยกินก็ยังกินจนหมด เราต้องท่องบทพิจารณาอาหารทุกมื้อก่อนทานอาหาร จำได้ว่านานมากแล้วตอนไปค่ายลูกเสือสมัยเด็กๆ ที่ครูสอนให้ท่อง ไม่เหมือนกันแต่คล้ายกันความหมายสื่อไปที่เดียวกัน

อีกหนึ่งบทที่สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของ อ.หลายๆ ท่านที่พยายามทำให้เห็นว่าด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแบบเกษตรอินทรีย์จะให้ไทยเป็นไทยไปอีกนานแสนนาน ไม่โดนใครมายย่ำยีเอาเปรียบ และปัญหาหลายๆ ที่ทำให้รู้สึกเอียงเองการได้ท่องบทนี้ประจำก็ทำให้เลือดรักชาติพุ่งปรี่ขึ้นมาได้

เรื่องอาหารทีแรกก็แทบรับไม่ไหว แบบว่าเดินไปดูไม่มีอะไรกินเป็นเลย หน่อไม้ มะเขือ นำพริก ไม่มีเนื้อหมูเลย จะกินยังไงดี หิวก็หิว ของก็ไม่มีขาย ผลไม้ก็ไม่มี ไม่กินก็คืออด เพราะไม่ได้ซื้อสะเบียงอะไรมาตุนไว้ก่อนเข้ามาเลย นมอะไรก็ไม่มี จำต้องกินให้หายหิวก็เลยกินเป็นขึ้นมาโดยปริยาย ก็อร่อยดีนะ น้ำพริกที่ไม่คิดว่าจะกินกับข้าว เคยกินแต่ข้าวคลุกกะปิ แล้วก็ต้องกินแบบเผื่อเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้กินด้วย ถ้ากินครบทุกคนแล้วมาเติมก็ค่อยว่ากันอีกที เหมือนมาฝึกวิชาทหารไหมนะ แต่โชคดีมากที่แม่ครัวทำอาหารอร่อย ไม่งั้นตายแน่ๆ บางครั้งอร่อยจนอยากจะเพิ่ม แต่ก็เกรงใจเพื่อนๆ ไม่กล้าจะกินกับเยอะๆ เหมือนตอนอยู่บ้าน

อิ่มแล้วก็จัดการล้างช้อนชามถ้วยน้ำที่เราใช้ แยกเศษอาหารไปทำน้ำปุ๋ยหมัก อยู่ที่นี่มองไม่เห็นขยะเพราะทุกอย่างสามารถนำไปใช้ต่อได้หมด สุดยอดจริงๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: