ล้อแทบหยุดหมุน

29 มิ.ย.

ล้อแทบจะหยุดหมุนความรู้สึกปั่นได้ด้วยความเร็วเท่านี้

อยากเจอใครสักคนที่เรารู้สึกดีที่เราอยากจะอยู่ใก้ลๆ มันเหมือนมีกำลังใจ มีพลัง มีแรงบันดาลใจ ข้อความถูกส่งตั้งแต่ต้นสัปดาห์ไม่มีการตอบกลับ เพียงเพราะข้อความมีคำว่าคิดถึง ถ้าเป็นเรื่องอื่นตอบปกติ ทีแรกคิดว่าไม่ว่าง คิดและมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา เดี๋ยวคงได้รับการตอบกลับอาจจะนานสักหน่อย ให้มีเวลาว่างก่อน

จนตอนเย็นก็ได้เจอสิ่งที่รอคอย หน้าตาดูนิ่งเฉยๆ เหมือนว่าไม่มีความรู้สึกอะไร จะรีบทำเวลา แต่เราเองก็พยายามยื้อเวลาให้ได้คุยกันสักหน่อย บทสนทนาไม่มีตอบกลับพูดอยู่ฝ่ายเดียว เอาชินแล้วแบบนี้ประจำ มองนาฬิกาแล้วมองนาฬิกาอีก มองแล้วมองอีกจนรู้สึกว่าจะต้องรีบขนาดนี้เลยหรอ เวลาคงมีค่ากับงานมากๆ จะเที่ยวเล่นไม่ได้นะ

ถึงที่หมายแบบหิวน้ำมากอยากจะแวะดื่มน้ำ ร้านแต่ละร้านก็ดูบรรยากาศน่านั่งไปหมด และแล้วก็ได้แต่เดิน เดิน เดิน ดูนาฬิกาที่ข้อมือไปเรื่อยๆ แยกไปเข้าห้องน้ำ ดูนาฬิกาอีกหลายๆ รอบ จนรู้สึกว่ากลับก็ได้นะ คงจะมีธุระถึงรีบขนาดนี้ จนรู้สึกว่าถ้ารีบมาก็แยกกันกลับก็ได้แต่ไม่ได้พูดไป ร้อนมากตัวเนอะนะ น้ำก็หิวมากด้วย นั่งรถเมล์และเดินต่อมาถึงบ้านเราแล้ว อันดับแรกเลยเข้าไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ เปิดตู้เย็นหยิบบะจ่างที่ม้าแบ่งมาให้ 5 ใบให้ไป 4 ใบ เก็บไว้กิน 1 ใบ เอาบะจ่างที่ไปร่วมงานห่อเองใส่เพิ่มไปให้อีกห่อ

ขอกลับบ้าน แต่สายโทรศัพท์เราเข้าก็คุยไปเตรียมจักรยานไปเพราะไปส่งแล้วจะได้ปั่นกลับมาไม่ต้องเดิน ปกติเวลานี้นั่งรถเมล์ต่อกลับบ้านได้นะ แต่เรียกแท็กซี่แทน เดินไปกันตลอดทางเราเดินจูงจักรยานไปตลอดทาง ไม่บริการเหมือนก่อน ในใจคงคิดว่าจะตามมาทำไมนะกลับเองได้ส่งหน้าบ้านก็พอ แต่ไม่ได้เปล่งเสียนี้ออกมาให้ได้ยิน

เดินห่างไปเรื่อยๆ ขณะเรียกแท็กซี่ นิ่งเฉยๆ มากๆ เหมือนไม่ได้มาด้วยกัน แท็กซี่คันไหนไม่ไปก็ดูโมโหปิดประตูเสียงดัง จนได้เห็นมือยกขึ้นมาโปกว่าได้แท็กซี่แล้วไปละ วินาทีนั้นเราแบบเป็นก้อนหิน ค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดไฟหลัง ไฟหน้าไม่คิดอยากจะเปิด จะก้าวขาขึ้นจักรยานยังไม่ได้ ติดกางเกงมันตกลงมาบังเข่า ต้องเอียงจักรยานลงมามากกว่าปกติเพื่อให้ขาพาดข้ามไปได้ แล้วรอบขาการปั่นก็เหมือนหยุดนิ่ง ปันแบบช้าไร้ความรู้สึก ถามตัวเองตลอดทางว่าถ้าไม่ว่างก็น่าบอกสิไม่ต้องมาแบบร่างไร้วิญญานแบบนี้ก็ได้ ปั่นจนถึงหน้าบ้านแทบไม่อยากเปิดประตูบ้าน ดึกมากก็ไม่รู้จะไปไหนเข้าบ้านดีกว่า

จอดจักรยานแล้วเหมือนร่างกายหยุดเดิน มือหยิบมือถือขึ้นมาแสดงความขอบคุณ ยุ่งมากก็ยังมีเวลามาหา ขอบคุณนะคะ ค่อยหายคิดถึง คำตอบอย่างสุภาพกลับมา ครับ ขอโทษนะครับ จะถึงบ้านแล้ว คุยกันเรื่องแท็กซี่ แล้วความรู้สึกคาใจที่ตอบไม่ได้ว่า ถ้าเขายังเป็นแบบนี้ตลอดไปจะรับได้ไหม กับเพื่อนรักที่ถามมา ตอบไม่ได้เลยตอบความรู้สึกไม่ได้ ปีหนึ่งผ่านมา อาการแบบนี้เพื่อนรักบอกว่ามันน้อยกว่าคำว่าเพื่อนอีกเหมือนคนเพิ่งรู้จัก ก็เลยยิงคำถามกลับไปว่าความนิ่งเฉยที่สัมผัสเหมือนเป็นความรู้สึกข้างเดียว คำตอบอย่างสุภาพกลับมาว่า รู้สึกกับคนอื่นมาข้างเดียวนานมากถึง 15 ปี จนเวลานี้ความรู้สึกยังอยู่

แล้วความในที่ไม่เคยได้ฟังก็พรั่งพรู่ออกมากแบบเราไม่เคยได้รู้มาก่อนถึงขนาดโกรธจนไม่คุยด้วย แต่เราได้ฟังแล้วสบายใจเหมือนว่าทลายกำแพงคาใจทั้งหมดของเรา พยายามจะช่วยให้รักนั้นกลับมาโดยไม่ได้สนใจตัวเองเลยว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ความรักเป็นสิ่งสวยงามเป็นพลังหากช่วยสลับสนุนใครให้มีพลังในโลกที่สวยงามได้เราจะช่วย เวลานั้นรู้สึกเป็นต้วเองมากๆ อยากจะบอกด้วยภาษาเด็กๆ ไม่ทางการ กวนประสาทก็ได้ ชอบตัวเองเวลานี้จัง

รู้แล้วเราไม่ได้ต้องการอะไรเลยที่เป็นของจับต้องได้ เพราะมีครบหมดแล้วในความรู้สึก ณ เวลานี้ อยากแค่จะมีใครสักคนที่ปั่นจักรยานด้วย ปั่นไปที่ที่อยากจะไปในประเทศไทย หรือไปปั่นในที่ที่อยากจะเห็น สิ่งที่อยากจะเห็นมากๆ ก็เมืองจักรยาน เช่น อัมเตอร์ดัม, โบโกต้า และทุกๆ เมืองที่มีการสนับสนุนการใชัจักรยาน

อยากไปแต่ไม่กล้าไปคนเดียว ด้วยความไม่กล้าพอโดยคำพูดนิดหน่อยจากที่บ้านก็ทำเอาอ่อนแรงไม่กล้าออกเดินทาง จนทุกวันนี้ผ่านไปจะหกเดือนที่ออกจากงาน ยังไม่ได้ทำความฝันอย่างที่ตั้งใจเลย ปีนี้จะปั่นจักรยาอย่างเดียวไม่ทำงานนะ ขอทำความฝันก่อน เหมือนว่าได้ยังไม่ได้เริ่มต่อหลังจากอุบัติเหตุครั้งก่อน ความฝันที่ทำไปแค่ 5 % ถูกแช่แข็งเพราะแค่จะรอไปปั่นกับใครสักคน

ต่อจากนี้จะไม่รอละ ขอมุ่งหน้าทำความฝันต่อเพราะรู้แล้วว่าความพิเศษของเราไม่มีค่าอะไรเลย เป็นความสุขที่เราหลอก และให้ความหวังตัวเองมาตลอด ต่อไปนี้จะเป็นความสุขจริงๆ ที่เราทำให้ตัวเองแบบไม่ต้องหลอกตัวเองแล้ว เย้ ถ้ามีโอกาสสองล้อคู่นั้นคงหมุนมาพบกันอีกหลายครั้งในวันที่มีออกทริป

เช้าพอดีสรุปว่าคืนนี้เล่าเรื่องจนไม่ได้นอน ได้ระบายแล้วค่อยสบายใจ อรุณสวัสดิ์ ราตรีสวัสดิ์ คนมันว่างก็นอนตอนไหนตื่นตอนไหนก็ได้ อยากปั่นตอนไหนก็ไปปั่นได้

Advertisements

9 Responses to “ล้อแทบหยุดหมุน”

  1. montri120413 มิถุนายน 29, 2012 ที่ 9:38 pm #

    สู้ๆ ทำความฝันของตัวเองสำเร็จหลังจากนั้นค่อยว่ากันครับ

  2. ประสาท พาศิริ กรกฎาคม 2, 2012 ที่ 10:49 am #

    เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนครับ แม้แต่ตัวเราเอง เราอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่คนอื่นสังเกตเห็น ณ วันนั้น กับ วันนี้ มันแตกต่างกัน
    ยึดติดก็พาแต่จะเจ็บปวด แต่ทำใจยากครับ

    เขียนด้วยความรู้สึก อ่านแล้วมีพลังครับ

  3. Ling Caiqiaoling กรกฎาคม 3, 2012 ที่ 1:38 am #

    รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้อ่่าน ฝันของเราเองเราทำมันได้คะพี่แนน หลิงชอบเดินทางคนเดียวนะ สนุกไม่ต้องรอจะพึ่งใคร เชื่อสิพี่ทำได้ สู้ๆนะคะ ทุกอย่างมีเวลาของมัน และเวลาจะทำให้รู้ว่าสิ่งไหนเหมาะกับเราที่สุดค่ะ 🙂

  4. nitiwat กรกฎาคม 11, 2012 ที่ 5:35 am #

    แวะมาอ่าน
    ได้แต่ฝากกำลังใจไว้ให้ครับ

  5. jumjim กรกฎาคม 20, 2012 ที่ 8:02 am #

    ให้กำลังใจสาวน้อยผู้มีพลังวิเศษ ในมุมมองของพี่ …… เผชิญและผ่านไปได้ด้วยดีน่ะค่ะ

  6. คมภัทร กรกฎาคม 21, 2012 ที่ 12:24 pm #

    ทำไมเป็นคนดีแบบนี้

  7. Jansoul พฤศจิกายน 15, 2012 ที่ 11:58 am #

    5 เดือนผ่านไป….ไปปั่นกันนะคะพี่แนน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: