จุดยืนของผู้ร่วมผลักดัน

25 มิ.ย.

เราก็ไม่ได้เป็นผู้วิเศษ เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีแต่รักจักรยาน มันก็ต้องมีเรื่องดีปนแย่เป็นธรรมดา เพียงแต่ว่าจะเลือกจำหรือลืม

ทริปวันอาทิตย์เยอะมากแต่ตัดสินใจไม่ไปไหนสักทริปโดยการนอนต่อไม่ตื่นตามที่ตั้งเวลาไว้ เจ้าโทรศัพท์ก็ยังดังอีก กดปิดผิดปุ่มมันแค่เงียบไป แล้วก็ดังอีก 3 รอบ นอนจนเก้าโมงค่อยตื่น ปกติแล้วมีทริปกี่โมงก็จะตื่น เช้าแค่ไหนก็ตื่นมาปั่น จะง่วงจะนอนดึกยังไงก็ปั่น วันนี้มันไม่มีกำลังใจ แรงบันดาลใจก็ไม่มี ต้องเรียกแบบนั้นเลย

ทริปน่าสนใจทั้งนั้น ทั้งใน ก.ท.ม. และ ต่างจังหวัด แต่ทริปต่างจังหวัดตัดทิ้งไปได้เลยเพราะคนที่พาไปทุกครั้งไม่ว่าง พี่ชายก็ไม่อยู่จะตามคนอื่นก็เกรงใจ ทริปในกรุงมีมากมายปั่นในกรุงก็ได้ เส้นทางดูน่าสนใจอยากไปนะ แต่ด้วยชื่อของทริปกับการทำงานในฐานะผู้ผลักดัน ก.ท.ม. แล้วเสียดายชื่อ Bangkok Car Free Sunday ที่ีพี่ๆ ช่วยกันคิดชื่อให้ รูปแบบเป้าหมายที่วางไว้ก็ผิดเพี้ยนไปหลังจากที่เราปล่อยให้ ก.ท.ม. จัดงานแทน อะนะจะให้ภาคประชาชนเป็นคนทำการบ้านตลอดก็คงไม่ไหว

ถ้าใครจำ Bangkok Car Free Sunday ครั้งแรกได้ จะจำได้ว่าเราเคยมีจักรยานให้ยืม เรามีกรวยกั้นพื้นที่เลนถนนเป็นเลนให้จักรยาน คนมาร่วมปั่นมากมาย มีกิจกรรมให้สะสมตราประทับสถานที่ มีของรางวัลร่วมสนุกให้ผู้มางานได้ลุ้นกลับบ้าน มีจักรยานราคาลดพิเศษมาจำหน่าย ภาพเหล่านี้เลือนหายไปแล้วทุกวันนี้ เพราะทีมงานภาคประชาชนแบกภาระไม่ไหว มาดูสิว่าใครทำอะไร

จักรยานยืมทั้งหมดสมาคมจักรยาน TCHA ช่วยประสาน LA Bicycle ให้ และส่งพี่ๆ มาช่วยดูแล กทม ประสานขอยืมจักรยานสีเขียวจากบริษัทเก่าที่มารับงาน กทม ไป โดยสมาคม TCHA จ้างรถมาขนจักรยานให้ รอบต่อๆ มาเราโยนหน้าที่ให้ กทม ไปขน พอนานเข้าก็ไม่เหลือ เพราะเจ้าของจักรยานไม่ให้ยืมแล้ว LA บอกว่าถ้ามีออกค่าน้ำมัน หรือมาขนเองก็ยืมได้แต่ต้องดูแลจักรยานให้ด้วย สรุปแล้วไม่มีใครไปขน เพราะไกลมาก มายืมร้านทำทัวร์จักรยาน co van kessel แทน แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลการยืมคืน ครั้งแรกก็ไปช่วยกันเอง หลังๆ ก็ไม่ได้ละเพราะพื้นที่จัดปั่นมันไกล

กรวยทาง ก.ท.ม. จัดการให้ แล้วเราก็ช่วยกันปั่นตามดูอีกรอบว่าครบทุกจุดไหมกั้นไม่ให้รถเข้าจริงไหม หลังๆ ก็ไม่มีแล้วเพราะเส้นทางที่จัดออกแนวพาไปเที่ยวมากกว่าจะปิดถนนให้รู้ว่านี่คือ Bangkok Car Free Sunday ในเมื่อเราพยายามขอในที่ประชุมแต่เขาไม่เล่นด้วยเรื่องขอปิดทางประจำที่เดิมทุกเดือนๆ พี่ต่อจากกองการท่องเที่ยวก็ช่วยหาถนนที่ดูวันอาทิตย์น่ารถน้อยให้ทาง กทม ก็ไม่สนใจ อีกเรื่องคนดูแลก็จะให้แต่สมาคม TCHA ส่งคนมาช่วยดูแล  สมาคมก็มีทริปของเขานะคงไม่ว่างมานำเที่ยวและดูแลได้  เราอยากให้ กทม รับหน้าที่นี้ไป ก็ได้แต่เจอคำตอบว่าวันหยุดไม่มีคน ถ้าอยากให้มีก็ต้องส่งคนมาดูแล เทศกิจ กับตำรวจ ก็ต้องรับหน้าที่นี้ไปนะ เพราะทางภาคประชาชนคงไม่ไหว

จากการที่เป้าหมายเปลี่ยนไปตัวแนนเองก็เลยไม่ช่วยติดต่อหลายอย่างเพราะรู้สึกเสียดายการช่วยเหลือที่เข้ามา รู้จักขอได้แต่ไม่ขอ เก็บไว้รอโอกาสอื่นดีกว่า    และทีมงานที่ช่วยผลักดัน กทม ก็ปรึกษากันว่าเราควรแสดงพลังอะไรบางอย่าง ทำเอาทีมงานหลักที่เข้าไปผลักดันไม่มาร่วมทริป เพื่อแสดงจุดยืนว่าเราต้องการปิดถนนให้เหมือนประเทศอื่นๆ ที่เขาจัด  Car Free Sunday  ไม่รู้จนป่านนี้ กทม จะเข้าใจอะยัง

ในความรู้สึกตัวเองตอนนี้ทริปเดือนละครั้งที่ กทม จัด ไม่อยากให้ใช้ชื่อ Bangkok Car Free Sunday แล้ว เสียดายชื่อมากๆ เหมือนตอนนี้ชื่อขาดเครดิต หมดความน่าเชื่อถือ ชวนแล้วคนก็ไม่ค่อยอยากมาเพราะปั่นไปเที่ยวแบบที่คนเยอะมากมาย ปั่นหยุดๆ แบบนี้ ไปปั่นกับเพื่อนซี้กลุ่มประจำของตัวเองดีกว่า พาไปเที่ยวแบบนี้จัดเองก็ได้นะ จักรยานแต่ละยี่ห้อก็มีจัดอยู่แล้ว

กทม ค่ะ ทำให้สิ่งที่คนปั่นจักรยานบ้านๆ ไม่สามารถสิค่ะ อำนาจคำสั่งก็อยู่ในมือคุณแล้ว ปิดถนน ชาวจักรยานไปขอดีๆ ช่วยทุกงานที่ขอให้มีคนเยอะๆ ช่วยสร้างภาพ ทำเรื่องสร้างสรรค์ให้เมืองกลับโดนปฏิเสธ แบบนี้คนทำก็เหนื่อยนะคะ แต่ยังไงก็ไม่ท้อ คงจะพักสักครู่แล้วลุยต่อผู้ว่า กทม คนถัดไป เรามันคนกลุ่มน้อยนิดที่มีคุณค่าของสังคม สู้คนกลุ่มใหญ่สร้างปัญหาให้สังคมไม่ได้ !

Advertisements

4 Responses to “จุดยืนของผู้ร่วมผลักดัน”

  1. บรีส มิถุนายน 25, 2012 ที่ 11:41 am #

    ลูกเลี้ยงได้แต่ตัว ถ้าพ่อแม่ทุกคน รู้สึกว่าลูกแย่ แล้วคิดจะเอาชื่อลูกคืนไหม หวงชื่อลูกไหม

    ลูกเราเลี้ยง เราปั่นได้ตอนเขายังเล็ก พอโตขึ้น ก็ต้องส่งต่อให้คนอื่นๆ ช่วยปั่น ครูอาจารย์ เพื่อน และถึงวันหนึ่ง เขาก็ต้องสร้างตัวเขาเอง

    งานของแนนก็เช่นกัน คิดไว้ว่า อย่างน้อยก็เป็นผู้สร้างผู้บุกเบิก แต่รูปแบบมันจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็คงต้องปล่อยไป เราเคยเป็นเจ้าของมัน แต่อย่าให้มันมาบงการความรู้สึกจนมันเป็นเจ้าของเรา

    คิดให้ดี อย่างน้อยๆ เขาก็ยังทำต่อเนื่อง ถ้าวันหนึ่งเขาเลิกทำ อาจแย่กว่านี้ก็ได้นะ

    งานครั้งหลังๆ พี่ว่ามันเงียบลง และไม่เหมือนเดิม เพราะ Concept มันเปลี่ยน

    แต่ก็นั่นละ หัวใจคืออะไร แนนต้องคิดให้ครอบ และนำเสนอให้ขาด

    Bangkok Car Free Sunday ถ้าหัวใจของมันตรงตามชื่อ ทุกคนก็หลงทางอยู่ เพราะทุกวันนี้ เหมือนเป็น Unseen Trip มากกว่า

    ปั่นเที่ยวชม สิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นในกรุงเทพฯ

    ไม่ใช่ Car Free

    แต่หากให้พี่มองอีกมุมหนึ่ง

    มันคือ การสร้างแรงจูงใจ อันนำไปสู่ Car Free อย่างแท้จริง

    เหมือนที่พี่เคยเสนอแนะ น้องแนนว่า ให้เอาเรื่องสุขภาพ มาพูด มาเล่น เพราะคนกลุ่มใหญ่ๆ เลยหันมาปั่นจักรยานเพราะต้องการสุขภาพดี (ถ้าจำได้เรื่องที่พี่เคยเสนอในการจัดครั้งแรกเลย)

    ที่บอกว่าคือ การสร้างแรงจูงใจ เพราะลองนึกว่า

    เมื่อคนรู้จักจักรยาน รู้ว่าใช้ปั่นเที่ยวได้

    อาจมีบางส่วนเริ่มลดการใช้รถยนต์ เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวก็ได้

    เล่น โกะ เป็นไหม

    เกมบางเกม มิอาจชนะได้ด้วยศึกเพียงศึกเดียว แต่อาจชนะเพราะศึกเล็กๆ หลายๆ ศึกที่ส่งผลต่อเป้าหมายสำคัญ

    ฉันใดฉันนั้น หากกิจกรรมนี้ ส่งผลให้คนกลุ่มหนึ่ง หันมาใช้จักรยาน ท่องเที่ยวในเมืองกรุง เขาจะเริ่มใช้จักรยาน จนวันหนึ่ง เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และใช้แทนรถยนต์ มันก็คือ เป้าหมายสูงสุดไง

    มุมของพี่ก็เหมือนกัน คนมาปั่นจักรยานต่อเช้า เพื่อสุขภาพ พี่ก็เชื่อว่ามีกลุ่มหนึ่งที่เริ่มใช้แทนรถยนต์ เช่นกัน

    การรณรงค์หลายๆ ด้าน หลายๆ แบบ จากทุกภาคส่วน เป็นศึกเล็กๆ ที่ตีชนะใจคนกลุ่มเล็กๆ แต่กลายเป็นเม็ดพันธุ์ที่งอกเงยไปทุกหย่อมหญ้า

    ถึงวันหนึ่งเป้าหมายคำว่า Car Free ก็อาจจะสมบูรณ์

    หากเป็นเช่นนั้นจริง ถึงวันเวลาที่เหมาะสม การจัดงาน Bangkok Car Free Sunday ก็อาจสมชื่อนี้จริงๆ ก็ได้

  2. iiiiiEK สิงหาคม 21, 2012 ที่ 6:02 pm #

    Blog นี้ ถือว่าเป็น Blog จักรยานของคนไทย Blog ที่สอง ที่ผมได้มีโอกาสตามอ่านแบบซึมลึก Blog แรกคงเป็น chs.bloggang.com นั่งอ่านได้ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นอีกมาก ขอบคุณมากครับ ได้เห็นเส้นทางที่แชร์จาก App เป็นประโยชน์มาก จนกระทั่งทำให้ตัวเองต้องเข้าไปที่ http://www.thailandblogawards.com/ เพื่อจะหาดูว่า Blog นี้ เข้าประกวดหรือเปล่า จะได้เข้าไปช่วยเป็นกำลังใจ แต่ก็ไม่พบ ผมว่าพลังของ Blog นี้มีมหาศาลมาก เรื่องราวและเนื้อหามันสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างทำมาด้วยความตั้งใจ และทัศนคติที่เป็นบวกอย่างมาก เข้าไปตามดูแม้กระทั่งว่า wordpress ห้ามประกวดหรือไม่ในกติกา ก็ไม่พบเห็นว่ามีข้อห้าม รู้สึกเสียดายขึ้นมานิดนึงว่า Blog ดีๆ แบบนี้มันน่าประกาศให้โลกรู้จริงๆ ก็ได้แค่ส่ง message ไปบอกเพื่อนๆ ที่กำลังจะเริ่มปั่นให้เข้ามาข้อมูลในนี้ เพราะอ่านง่ายเข้าใจง่าย

    พอเห็นบทความนี้ แล้วอยากจะเป็นกำลังใจให้ทำในสิ่งที่ฝัน และตั้งใจครับ เนื่องจากผมได้มีโอกาสได้ไปร่วมกับ BKK Car Free Sunday ในวันแม่ที่ผ่านมา ก็ยังนึกชื่นชมทีมงานที่เสียสละทำกัน แต่ก็เพิ่งทราบว่าเป็นทีม กทม. ก็เลยพอเข้าใจถึงระบบหลวมๆ ของราชการ เพราะตอนแรกนึกว่าเป็น “จิตอาสา” ทำกัน ได้แค่นั้นก็ปรบมือให้แล้ว แต่พอทราบว่าเป็น กทม. มาเป็นเจ้าภาพแล้วทำได้ประมาณเท่านี้ ก็คงต้องเป็นกำลังใจให้ คนที่เริ่มจุดประกายแนวคิดนะครับ

    พอดีผมเคยเข้าไปดู Project ของเมืองนอก อันหนึ่งน่าสนใจดีครับ

    http://www.copenhagencyclechic.com/

    หนัง Present ก็ดูเข้าท่า

    แล้วก็ไปเจอระบบ ที่เครื่อข่าย NGO กลุ่มหมอประเวศ ที่ทำเวบระบบคล้ายๆ http://www.kickstarter.com ที่เป็นระบบที่ระดมทุนสำหรับ Project ที่สร้างสรรต่างๆ ของเมืองนอก

    http://www.taejai.com

    เอามาฝากแล้วกันครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคุณแนนครับ

    ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับ Blog ดีๆ แบบนี้ 🙂

    • nonlany สิงหาคม 21, 2012 ที่ 6:07 pm #

      ส่งประกวดยังไงคะ ทีแรกคิดว่าต้อง blog สวยๆ ขอบคุณข้อมูลค่ะ กทม แทบไม่ได้มีบทบาทอะไร หลักๆ ที่ได้มาจากนักปั่นอาสาค่ะ

      • iiiiiEK สิงหาคม 22, 2012 ที่ 10:47 am #

        TT หมดเขตส่งประกวดแล้วครับ หมดเมื่อ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาครับ รอปล่อยของปีหน้าก็ได้ครับ blog นี้ก็สวยแล้วนะครับ โดยเฉพาะเนื้อหา “สวยมาก” 🙂 อย่าเพิ่งหยุดเขียน หยุดเล่า นะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: