ย้อนอดีตกับเมืองจักรยานเนเธอร์แลนด์

25 มี.ค.

หลายวันมากจนลืมไปแล้วว่าถามอะไรไป กลับมาบ้านหลายวันก็ยังไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ จนวันหนึ่งเปิดดูรูปในมือถือแล้วถึงนึกได้ว่าเราบอกอะไรกับเขาไว้ ยังไม่ได้ส่งไปให้เขาเลย พอจะส่งก็จำไม่ได้อีกว่า website เขาชื่ออะไรนะ email ก็ไม่ได้ขอมาเพราะกะว่าในเวบเขาก็มีไม่ต้องจดหรอกนะ ลองค้นหาคำใกล้เคียงก็ยังไม่เจอ นึกได้ว่าเขาให้นามบัตรมานิลองค้นหาดูในถุงยา

เจอนามบัตรในนั้นถุงยาใช้ใส่เงิน ในนามบัตรมีชื่อ website อยู่แต่ไม่มี email ก็ลองพิมพ์เข้าไปดูว่า email อะไรแล้วก็ส่ง email ไปหา เวลานั้นประมาณช่วงกลางวัน พอตกดึกก็ได้รับการตอบกลับฉบับแรกที่เขาส่งกลับมาก็ยังไม่ได้ทันเปิดอ่าน วางมือถือทิ้งไว้นานก็มี email อื่นๆ เข้ามาจนได้รับ email ฉบับที่สองของเขา ซึ่งเวลานั้นคิดว่าเป็นฉบับแรกที่เขาตอบ ก็ดีใจรีบเปิดอ่าน เขาก็ถามว่า link ที่จะส่งให้เขาเรื่องการรณรงค์จักรยานที่ กทม ที่บอกว่าจะส่งให้เขาดูลืมไปแล้วหรือ และอีกบรรทัดถามว่าได้รับ email ข้อมูล Holland ไหม ที่เคยถามไว้เขาบอกจะหาข้อมูลแล้วส่งให้เวลานั้นที่เราเจอเขาไม่ว่างที่จะจด บอกแค่ว่าเคยมีนะต้องกลับไปหาก่อน แค่ email มาเดี๋ยวส่งให้ ให้เล่าก็ได้นะแต่เวลานั้นไม่มีเวลามากพอที่จะรอฟัง ต้องปั่นไปที่อื่นต่อแล้ว

ลองหาใน mail box ดูจากชื่อ email ที่เขาส่งมา แล้วย้อนหาว่าเขามีส่ง email มาก่อนหน้าไหม มีจริงๆ ด้วย หัวข้อที่ส่งมาคือ คำตอบของคำถามของคุณ กดเข้าไปเจอข้อความว่า เรื่องสั้นนี้จะให้คำตอบของคำถามที่คุณเคยถามฉัน พร้อมกับ link ในบรรทัดต่อมา ประวัติศาสตร์ความสำเร็จของดัชด์ในการสร้างเมืองจักรยาน แค่ชื่อก็น่าสนใจ ทำเอาตื่นเต้นมากๆ แล้วค่ะ รีบกดเข้าไปดู สุดยอดมากสิ่งที่เคยสงสัยมานานตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลจักรยานเมืองต่างๆ ว่าแต่ละประเทศเปลี่ยนมาเป็นเมืองจักรยานได้ยังไงสาเหตุจากอะไร เผื่อเป็นแนวทางให้กรุงเทพได้ใช้บ้าง วันนี้ได้คำตอบของประเทศที่เป็นที่สุดเรื่องจักรยานแล้ว ดีใจมาก เหมือนงมเข็นในมหาสมุทรมานานเป็นปีจนเจอ เพราะก่อนหน้าถามใครก็ไม่มีใครให้คำตอบได้หาใน web จักรยานก็ไม่เจอ

คลิปเข้าไปอ่านออกแค่ชื่อบรรทัดแรกบรรทัดเดียว City Line ข้อมูลที่เหลือเป็นภาษดัชต์ทั้งหมด ดูแล้วเหมือนเป็น blog เพราะอยู่ใน wordpress เหมือนกัน โชคดีที่ในส่วนของคลิปมี link ภาษาที่สองเป็นภาษอังกฤษให้เลือกชม ไม่รีรอรีบกดเข้าไปชมทำให้เห็นว่าโอกาสที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่โดยการใช้จักรยานยังมีนะ เหมือนเพิ่มพลังจักรยานเข้ามาในตัวอีก คิดไปไกลว่าแบบนี้ก็ทำได้สิให้เวลาอีกสักหน่อย ในคลิปยังทำตัวหนังสือวิ่งไว้มากกว่าสิบภาษาให้เลือกเพื่อเพิ่มความเข้าใจใจการรับชม ดูแล้วเขาตั้งใจทำไว้ให้ความรู้ เป็นกรณีศึกษา เป็นข้อมูลกับประเทศอื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเมืองที่ตัวเองอยู่เป็นเมืองน่าอยู่ด้วยการใช้จักรยานอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์จริงๆ

ทำได้ทราบว่าก่อนหน้า Holland ก็ไม่ต่างจากกรุงเทพหรือแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะสาเหตุแรกคือ เด็กโดนรถชนบ่อยมากต่อมาก็ประสบปัญหาวิกฤติน้ำมันแล้วถึงจะเริ่มหาทางออก โดยใช้แนวคิดสร้างเลนจักรยานก่อนแล้วคนปั่นจะตามมาเอง จนในที่สุดรถยนต์ก็หายไป จนกลายเป็นเมืองจักรยาน ดูจบแล้วอยากให้ กทม ใช้แนวคิดเดียวกันนี้บ้างจังค่ะ

พยายามแปลจากคลิปด้วยความรู้น้อยนิดในภาษา แค่อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าโอกาสเรายังมีแค่เราเริ่มลงมือทำทางจักรยาน โปรดชี้แนะหากอ่านแล้วภาษาตะกุกตะกักยินดีมากหากจะช่วยเกลาให้ภาษาอ่านง่ายขึ้น ติดต่อมาได้เลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

เรื่องเริ่มต้นโดยบอกว่า เนเธอร์แลนด์เมืองที่มีคนใช้จักรยานมากที่สุดในโลก รวมทั้งยังเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักปั่นมากที่สุดในโลกด้วย ที่มีคนใช้จักรยานมากที่สุดก็เพราะว่าความสุดยอดของโครงสร้างพื้นฐานการใช้จักรยานในประเทศนี้ ดัชด์มีเครื่องข่ายทางจักรยานที่มีคุณภาพขนาดนี้ได้ยังไง ? บางสิ่ง รวมทั้งดัชด์เองก็ปรากฏตัวเองอยู่ในทางจักรยาน ความจริงในอดีตมีอยู่ว่า ทางสำหรับจักรยานมีอยู่บ้างแต่มันช่างแตกต่างกับทางจักรยานทุกวันนี้โดยสิ้นเชิง ทางแคบ พื้นไม่เรียบ อันตรายรวมไปถึงทางขาดออกจากกันช่วงทางแยกทางไม่ต่อเนื่องและทางจักรยานไม่อยู่ในความจำเป็นเลย

ตัวเลขของผู้ใช้จักรยานห่างไกลมากเมื่อเทียบกับการจราจรประเภทอื่นๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกอย่่างเปลี่ยน ดัชด์มีการก่อสร้างประเทศใหม่และนั่นกลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งอย่างไม่น่าเชื่อ จากปี ค.ศ. 1948 – 1960 รายได้เฉลี่ยนเพิ่มขึ้น 44% และในปี ค.ศ. 1970 ตัวเลขโดยรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 222% ++ คนสามารถซื้อจับจ่ายของแพงได้ และโดยเพาะอย่างยิ่งจากปี ค.ศ. 1957 ก่อให้เกิดรถยนต์มากมายบนถนนหลายสาย ถนนส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองเก่าไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับรถยนต์จำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องทุบตึกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับรถยนต์ แม้กระทั่งตึกเก่ารวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานก็ถูกรื้อถอน

ศูนย์กลางของเมืองอย่างซิตี้สแควร์ถูกเปลี่ยนไปเป็นที่จอดรถ การพัฒนาใหม่ทำให้สร้างถนนขนาดกว้างมหึมาเพื่อรองรับการจราจรที่มีเครื่องยนต์ ระยะทางที่ใช้ในการเดินทางแต่ละวันอยู่ที่ 3.9 กิโลเมตรในปี ค.ศ. 1957 ถึง 23.2 กิโลเมตรในปี 1975 แต่ความคืบหน้าของเส้นทางค่าใช้จ่ายน่ากลัวมาก คนปั่นจักรยานไม่มีความสำคัญ จำวนผู้ใช้ลด 6% ทุกปี และจากที่เคยมีหายไปถึง 3,300 คนในปี ค.ศ. 1971 มากกว่า 400 คนเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี เหมือนการมาตกรรมเด็ก ทำให้คนออกมาที่ถนนถนนประกาศ “หยุดการฆาตกรรมเด็ก” เรียกร้องความปลอดภัยบนถนนสำหรับเด็ก คนเดินถนน และคนปั่นจักรยาน เป็นการเรียกร้องที่แปลกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ค.ศ. 1973 ครั้งแรกที่เกิดวิกฤติปัญหาน้ำมันในประเทศ นายกรัฐมนตรีบอกประชาชนชาวเนเธอร์แลนด์ถึงวิกฤติ รูปแบบการดำเนินชีวิตกำลังถูกเปลี่ยน ประชาชนต้องเปลี่ยนสไตล์ให้พึ่งพาพลังงานน้อยลงหรือเลิกพึ่งไปเลย แต่นั่นไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนลดลง

กฏหมายที่เอื้อต่อการใช้จักรยาน มันเจ๋งมากจากรูปคนใช้จักรยานดูเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน Car Free Day วันอาทิตย์หยุดใช้รถยนต์ ประหยัดน้ำมัน เพื่อเป็นการยำเตือนผู้คน เมืองดูเหมือนไม่มีรถสักคันช่วงระยะเวลานี้ แรกเริ่มที่ศูนย์กลางของเมืองทำเป็นคาร์ฟรีไม่มีรถยนต์ถึงการถาวร และการประกาศยืนยันอย่างต่อเนื่องว่าพาหนะใหญ่ที่มีเครื่องยนต์นั้นฆ่าผู้คนของเมืองและสิ่งแวดล้อม กลุ่มผู้ใชัจักรยานจำนวนมากรวมตัวกันกลางเมืองประเทศเนเธอร์แลนด์ประกาศจุดยืนสร้างการรับรู้ในที่สุดเปลี่ยนความคิดเกี่ยวนโยบายการขนส่งยานพาหนะ

กลางปี ค.ศ. 1970 เทศบาลของเมืองเริ่มทดลองทำอย่างสมบูรณ์แบบกับทางจักรยานที่ปลอดภัยแยกออกไปจากทางรถยนต์ งบประมาณการเงินจากภาครัฐบาลสำหรับการทางจักรยานสายแรกถูกกำหนดขึ้นในเมือง Tilburg และ The Hauge ภาพในอดีตสามารถมองเห็นถึงการเริ่มต้นประเทศที่ทันสมัยด้วยนโนบายการใช้จักรยาน การเพิ่มขึ้นอย่างน่าตื่นเต้นของผู้ใช้จักรยานในเมือง The Hauge จาก 30% เป็น 60% และ Tilburg 75% “สร้างทางจักรยานก่อนคนปั่นจะตามมาเอง” ผ่านการทดสอบความจริงนี้แล้วในประเทศเนเธอแลนด์ เห็นได้จากผลรวมที่ได้เพิ่มขึ้น

สาเหตุอะไรที่ทำให้ประเทศเนเธอแลนด์เปลี่ยนไป ? ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่หลายๆ เมืองไม่สามารถรับมือได้กับการเพิ่มขึ้นของการจราจร ก่อให้เกิดการทำลายและจัการใช้ที่สาธารณะอย่างโหดเหี้ยมเกินปริมาณพื้นที่ว่างจะรับได้จากการให้พื้นที่กับการจราจรที่มีเครื่องยนต์ สุดที่จะทนได้กับจำนวนการเสียชีวิตจากจราจรทำให้เกิดการรวมตัว ผู้คนออกมาเรียกร้อง วิกฤติน้ำมันและวิกฤติเศรษฐกิจทำให้น้ำมันไม่เพียงต่อความต่อการใช้และราคาเชื้อเพลิงพลังงานสูงขึ้น

ทางออกที่ค้นพบในทางการเมืองระดับชาติและการปกครองควบคู่ไปกับการตัดสินใจและแผนในภาวะการณ์เช่นนี้ นโนบายที่จะให้ลดใช้รถยนต์และทำให้มีทางเลือกในการขนส่งทางอื่นๆ เช่น จักรยาน การใช้จักรยานทุกวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายขนส่ง และอะไรเป็นความสำเร็จยืนยันได้ที่เคยมีมา ? จำนวนเด็กๆ เสียชีวิตลดลงมากกว่า 400 คนใน 14 ปีที่ผ่านมา ถนนที่มีทางจักรยาน สะพานที่ไม่มีทางสำหรับจักรยานถูกแทนที่ด้วยทางจักรยาน ถนนที่เคยแค่พ่นสีสัญลักษณ์รูปจักรยานถูกเปลี่ยนเป็นทางที่ทำขึ้นเพื่อใช้จักรยานโดยเฉพาะ และรถยนต์เกือบทั้งหมดก็หายไปจากที่นี่

ปัจจุบันสถานที่นี้มีชื่อเสียงมากกับสัญลักษณ์ “I amsterdam” ก่อนหน้าสถานที่นี้เคยเป็นที่รวมตัวเรียกร้อง ปัจจุบันนี้สะดวกสบายมากสามารถลงไปนอนเล่นได้ ปัญหาของประเทศเนเธอร์แลนด์ไม่ได้แตกต่างพิเศษกว่าประเทศอื่นๆ ทางออกของปัญหาก็ไม่น่าจะต่างกัน

เรื่องนี้ค่อนข้างยาวเขียนมาสองวันยังไม่จบ หมดหนึ่งวันไปกับการถอดภาษาและแปล รออ่านต่อตอนที่สองนะคะ จะมีเรื่องเล่าของเขาที่ส่ง email มาให้และข้อมูลที่น่าสนใจของเมืองจักรยานที่ไปค้นคว้ามาเพิ่มเติม สนุกมากกับการตามหาเรื่องราวของจักรยาน ถ้านับหน้าต่างที่เปิดบนจอคอมมีเป็นร้อยหน้าเห็นจะได้ ได้รู้จักเพื่อนต่างชาติที่ปั่นจักรยานทัวร์ริ่งผ่านประเทศต่างๆ ช่วยส่งข้อมูลมาให้ ข้อมูลก็ไม่ได้ขอกันง่ายๆ เพราะเขาก็ไม่รู้จักเราไม่เชื่อใจเราไม่ยอมรับ add ก็มีแต่ด้วยความอยากรู้ก็พยายามคิดมีวิธีเอาความรู้ที่มีไปแลกมา ช่วงที่ยังพักฟื้นอดปั่นการหาข้อมูลเรื่องจักรยานเป็นวิธีที่ช่วยให้รู้สึกไม่หงุดหงิดที่ต้องนั่งนอนอยู่เฉยๆ

Advertisements

3 Responses to “ย้อนอดีตกับเมืองจักรยานเนเธอร์แลนด์”

  1. wiino มีนาคม 26, 2012 ที่ 12:48 am #

    น่าเศร้าที่ประเทศเรายังคงเดินหลงทางอยู่ ทั้งๆที่มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว แต่เราก็ยังคงเดินตามในทางที่ผิด

  2. TUI กรกฎาคม 5, 2012 ที่ 11:33 am #

    เมื่อวาน เพิ่งได้เข้าไปในร้านหนังสือ เจอ a day ฉบับ HUMAN RIDE ก็เลยนึกว่า คงมีใครเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในเว๊ป พบว่าเป็น คุณแนน อีกนั่นแหละ ขอบคุณนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้เกิดเมืองจักรยาน ขึ้นในกรุงเทพ

  3. เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง มีนาคม 1, 2013 ที่ 7:09 pm #

    ผมเห็นด้วยครับ อยากให้ทำเหมือนฮอลแลนด์คงจะดีไม่น้อย แต่คนไทยชอบสะดวกสบายแถมรัฐบาลก็ไม่สนับสนุน คงเป็นไปได้ยากครับ 😦

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: