มีจักรยานเป็นขา

22 มี.ค.

เมื่อวานมีภาระกิจต้องไปทำแถวบ้านก็กำลังทำถนน ทางที่เคยเดินได้ใช้เป็นทางลัดก็โดนทุบแหลกละเอียด ไม่เป็นทางเรียบๆ เหมือนก่อน มีกองทรายกองหินตั้งมีป้ายห้ามผ่าน ต่อให้ไม่กั้นผ่านได้ก็ยังเดินลำบาก

ขาที่เกือบจะหายดีเต็มร้อยจากเส้นเอ็นด้านในต้นขาขวาอักเสพ แค่พื้นเรียบๆ ยังเดินแล้วรู้สึกได้เวลาน้ำหนักขาซ้ายยกขึ้นลอยขาขวารับน้ำหนักตัวมันยังไม่ค่อยจะนิ่ง บางทียังรู้สึกเจ็บ แต่อาการนั้นยังรับได้สามารถก้าวต่อได้ แต่ถ้าเดินไกลๆ ก็ไม่ไหวนะ ความเจ็บน้อยๆ ที่ทนได้ไม่ค่อยๆ สะสมจนเหมือนขาขวาไม่มีแรง

เสียศูนย์การทรงตัว พี่ชายบอกแค่เนี่ยนิดหน่อยนะ ตอนเฮียเตะบอล ถ้ายืดเส้นไม่ได้เต็มที่เส้นเอ็นตรงนี้โดนประจำ แข่งมาราธอน ก็เจ็บหนักเดินไม่ได้ต้องคลานนะ นี่แนนยังเดินได้นะ คำปลอบใจจากพี่ชาย วันที่เจ็บมากๆ เดินขึ้นบันไดถึงกับน้ำตาไหล ถึงห้องนอนชั้น 3 ยังไปนอนร้องไห้ต่อ จะขยับขาทีก็สะเทือนปุ่มรับความเจ็บ คืนนั้นต้องนอนขาตรงห้ามขยับ

อาการไม่รู้ผุดจากไหนหลักจากออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว 2 วัน มึนหัว เจ็บขา พร้อมกับเสียงเจาะถนนอีก เวลานั้นสี่ทุ่มมันช่างโหดร้ายมาก โทรหาพี่ชายบอกตกลงให้ป๊ามารับไปอยู่บ้านม้าที่พระราม 2 อาการเวลานั้นถ้าไม่คุมสติก็คงจะโวยลั่นบ้าน นอนไม่ได้ เจ็บก็เจ็บ แสบท้องอีกเพราะฤทธิ์แรงของยาแก้บวมไปกัดกระเพาะ ไปถึงบ้านคืนนั้นเกือบเที่ยงคืนนอนเฝ้าประตูบ้านเพราะเดินไม่ไหวแล้ว

เกือบอาทิตย์ได้ไปฟื้นฟูร่างกาย โดยมีป๊าคอยทายาประคบน้ำอุ่นแผลทีช้ำให้จนไม่เหลือร่องลอง ไปตลาดซื้อผลไม้อร่อยๆ หั่นแช่เย็นเตรียมไว้ให้ทุกวัน ยังชงโอวันตินแช่งแข็งให้เป็นไอติมครายร้อน และอย่าให้ได้รู้ว่าอยากกินหรืออยากได้อะไรนะป๊าจะรีบไปหามาให้ทันที แค่ถามว่าหมูแผ่นมีไหมคะ ม้าบอกไม่ได้ข้ามไปฝั่งนู้นเลยไม่ได้ซื้อมา ป๊าออกไปตลาดซื้อให้ทันทีแล้วบอกว่าที่นี่มีอร่อยได้เท่านี้ สู้เจ้าที่เยาวราชไม่ได้นะ แนนกินให้แก้ขัดไปก่อน ส่วนม้าก็ทำอาหารเต็มโต๊ะ ห้าอย่างให้ทุกเช้า ผัดผักของโปรด 2 จาน หมูผัดแล้วแต่บอกถ้าไม่บอกจะได้หมูกระเทียม ปลาอินทรีย์ทอดมีน้ำขลุกคลิก และ ไข่เจียวต้นหอม รู้สึกอุดมสมบูรณ์มาก ปกติอยู่เองมีกับอย่างเดียวที่ฝากอี้ซื้อตอนเช้าคือผัดผัก 1 อย่าง กินกับข้าว ม้ายังสอนฝึกลมหายใจยืดเส้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเพราะวันๆ เอาแต่นอนไม่ได้ทำอะไร ชุดเสื้อผ้าก็ซักให้ และบางวันเจ็บมาก็นั่งหน้าเศร้าม้าก็จะคอยมานั่งฟังว่าเจ็บยังไง เขาถามตลอดว่าดีขึ้นไหมทุกเช้าและเย็น ก็ได้แต่บอกว่ามันไม่ดีขึ้นเลย เจ็บกว่าเดิมอีก

ม้ากับป๊าปรึกษากันคิดหลายวิธีทำไงให้อาการดีขึ้นนะ สรุปเป็นพาไปประคบสมุนไพร ก็ไปนอนประคบอยู่ 2 ชั่วโมง มีเหมือนโดนดัดกดคลายเส้น ทำเอาคอที่ตึงมากหายหันซ้ายขวาได้สบาย แต่ขาที่ตั้งใจไว้ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย ตอนไปล้างแผลที่หัวก็เล่าอาการแต่ไม่ได้รับความสนใจนอกจากล้างแผล จำได้ว่าเคยได้เบอร์หมอเชวง จากพี่ประกาสิต ใน facebook ตั้งแต่วันแรกที่ล้ม พี่บอกว่าติดต่อพี่ชายผมที่เขาเป็นหมอที่อุบลฯ และปั่นจักรยานด้วย วันที่เจ็บมากทนไป 1 วันไม่ดีขึ้นวันที่สองของการเจ็บมากก็เลยลองโทรหาคุณหมอเชวง เล่าอาการทั้งหมดให้ฟัง หมอบอกให้เลิกกินยาทั้งหมดที่มีเพราะมันแรงมากและไม่มียาแก้อักเสพด้วย ฟังจากอาการแล้วไปหายามาทางนะ แนะนำโวทาเรน เป็นยาแก้อักเสพที่ใช้ภายนอก ทาเฉยๆ ไม่ต้องนวด แล้วก็ประคบน้ำร้อน แค่นี้เดี๋ยวก็หาย วันที่สามก็ดีขึ้นมา 5% เริ่มไม่แน่ใจว่าจะหายจริงไหม โทรไปอีกที คุณหมอบอกว่า ไม่เกิน 7 วันแนนจะดีขึ้นครับ สบายใจขึ้นเยอะค่ะ ฟังดูมีโอกาสได้กลับมาปั่นจักรยานแล้ว

โดยรวมอาการดีขึ้นมากขายอีกแค่ 5% ก็กลับสู่ภาวะร่างกายปกติ รายการวันนี้มี ไปธนาคาร บ่ายมีประชุมกับ กทม เรื่อง car free Sunday ของเดือนนี้มีนาคม เย็นมีนัดประชุมอีกที่ ก็เลยลองเอา จอมยุทธ์ มาสูบลม เตรียมพร้อม จากบ้านถ้าเดินไปธนาคารประมาณห้านาที แต่ทางที่ทำอยู่แบบนี้ถ้าเดินต้องเพิ่มอีก 5 นาทีเพราะต้องอ้อมอีกทาง ลองนึกถึงตัว A ที่จากขาซ้ายจะไปขาขวา แต่ทางนั้นปิดต้องไปอ้อมมุมยอดแหลมข้างบนก่อน ประมาณนี้น่าจะเห็นภาพตามได้

นอนจังล้อใหญ่เสือภูเขาจอดอยู่หน้าบ้านให้ใครที่บ้านอยากปั่นมาหยิบใช้สะดวก ในเมื่อหยิบสะดวกกว่าคันที่เตรียมไว้ก็เลยใช้คันนี้ทดสอบขาตัวเองหลังจากพักหยุดไปนานสองอาทิตย์ ปรับอานให้สูงพอเหมาะกับตัวแล้วก็ปั่นไปอย่างช้าๆ ที่หน้าบ้านก่อน ไม่เจ็บขา ก็เริ่มปั่นออกจากซ้ายบ้านไปตามซอยที่ไม่ได้ทำถนน รถในซอยหลักนี้รถเยอะว่าทางหน้าบ้าน ก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองว่าจะทรงตัวในทางแคบๆ ได้ไหมแต่ก็แทรกไปในทางเล็กๆ ได้ดี ความรู้สึกเวลานั้นเหมือนเริ่มหัดปั่นจักรยานใหม่ๆ บนถนน ความคล่องตัวและมั่นใจหล่นหายไปที่อุบลฯ เยอะเลยค่ะ พยายามบอกตัวเองว่าเราทำได้อย่าไปกลัว

ในที่สุดก็ปั่นถึงธนาคารภายใน 5 นาที ถ้าขาปกติเดิน 5 นาที แต่ขาแบบนี้เดินครึ่งชั่วโมงแน่ๆ มองหาที่จอดจักรยานว่าจะล่ามกับอะไรดี สายล็อกที่พกไปวัดแล้วก็ไม่สามารถคล้องเสาไฟฟ้าได้ สั้นเกินไปสองคืบ แล้วเราจะทำอย่างไร เดินเข้าไปในธนาคารถาม รปภ จะมาติดต่อธนาคารจอดที่ไหนปลอดภัยได้ค่ะ จอดตรงนั้นละครับผมจะยืนเฝ้าให้ ก็เลยจอดไว้โดยไม่ล็อกเพราะเห็น รปภ ลุกจากโต๊ะไปยืนเกาะกระจกเป็นตุ๊กแกตูให้ ใจหนึ่งก็คิดว่าโจรมาขโมยไปพี่แน่ใจว่าวิ่งออกไปห้ามทันนะ แต่ก็มีชาวบ้านขายของอยู่ข้างหน้าก็ไม่น่าจะมีใครมาหยิบไปนะ

เดินเข้าไปเขียนใบฝากถอน เขียนไปแผ่นก็หันไปมองจักรยานที ว่ายังอยู่ในสายตาคุณพี่ รปภ ไหม ใบที่สองยังเขียนได้แค่ชื่อไม่ทันไร รปภ ก็มาอยู่ข้างตัวเดินผ่านไป หาจักรยานฉัน ยังอยู่ดี รีบโกยกระดาษและสมุดบัญชีแล้วผลักประตูออกไปหาจักรยาน ถึงมันจะเก่าแต่ก็เป็นห่วงนะ ขอเอามาจอดข้างในดีกว่าสบายใจ ผลักประตูค้างไว้ตั้งแต่ตอนเดินออก มองไม่มีใครดูมาห้ามต่างคนก็ต่างทำงาน ก็เลยเนียนจอดไป สักพักเห็น รปภ คนใหม่เดินมานั่งก็เอาแต่อ่านหนังสือพิมพ์

ต้องขึ้นไปชั้นสองชั้นหนึ่งไม่รับติดต่อฝากถอน กดบัตรคิวแล้วเลือกที่นั่งริมบันไดให้มองเห็นประตูข้างล่างเข้าออก รอฟังเสียงเรียกให้ตรงกับบัตรคิว อีกสิบคิวแหนะ อยู่ข้างในก็น่าจะปลอดภัยดี สบายใจได้ 90% เรียบร้อยแล้วก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน รู้สึกมั่นใจว่าเราจะไปประชุมกับ กทม ด้วยจักรยานได้

อยู่บ้านเล่นกับต้นน้ำ จนได้เวลาที่ตั้งไว้ 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาประชุม จักรยานก็เตรียมเรียบร้อยพยายามจะไม่ลืมของอะไร แต่กว่าจะแต่ตัวเสร็จ ให้อี้พาต้นน้ำไปหลบกลับมาแล้วยังไม่ไปถึงไหน ยังหยิบของที่ต้องใช้ไม่ครบเพราะหาไฟท้ายไม่เจอ นึกแล้วนึกอีกก็ไม่รู้อยู่ไหนจนเวลานี้ยังจำไม่ได้ เมื่อก่อนไม่เคยเป็นนะอะไรๆ ก็จำได้ว่าอยู่ไหน หรือเป็นผลกระเทือนจากการกระแทกรอบนี้ พร้อมจะออกจากบ้านก็ยังลืมโทรศัพท์อีก ต้นน้ำเห็นจักรยานจอดหน้าบ้านแล้วก็ร้องโนโน ห้ามให้แนนไปไหน แต่ไม่ได้ร้องตาม อี้ต้องบอกแนนไปซ่อมจักรยานนะ

สูบลมไว้แน่นมากๆ ผิดกับคันนอนจังที่ยางนุ่ม ทำเอาปั่นได้ฉิวแต่สะเทือนเมื่อเลี้ยวเข้าสำเพ็งไปออกเยาวราช ค่อยๆ ไปแบบมือใหม่หัดปั่น จากเคยไปถึง กทม 5 นาที วันนี้ครึ่งชั่วโมง ไปจอดที่ล็อกจักรยาน เดินขึ้นไปตามหาห้องประชุม หาอยู่นานห้องรองที่ปรึกษาอยู่ไหนจนต้องโทรถาม เพราะถามเจ้าหน้าที่แต่ละคนในนั้นก็ไม่ได้คำตอบชี้แต่ไม่พาเดินทำเอาวนจนเหลือ 3 นาทีได้เวลาประชุม มาถึงห้องก็ต้องนั่งรออีกครึ่งชั่วโมงได้ ห้องนั้นยังมีการประชุมไม่เสร็จ + ทานอาหารกลางวันไปด้วย ตอนเปิดตูเห็นแว๊บๆ จักรยานสีเหลือง แล้วก็หายไปทางประตูลับด้านหลังอดรู้ว่าของใครในคณะประชุมที่แล้ว รอเก็บห้องถึงได้เข้าประชุม ที่ประชุม กทมวันนี้ถามว่าจักรยานหายไปไหนกันเพราะทุกครั้งจะแบกขึ้นเอาเข้าห้องประชุมด้วย ตอกย้ำให้เห็นจักรยาน วันนี้ไม่ไหวจะแบก

ออกจากประชุมมีนัดอีกที่ประชุมแถวสาทร ก็ค่อยๆ ปั่นไปใช้เวลานานหน่อย 50 นาที จากลานคนเมืองไป สาทรซอย 10 ปกติไม่เกินครึ่งชั่วโมง หลังจบประชุม 3 ทุ่มกว่าก็ปั่นกลับบ้าน เวลานั้นถนนเริ่มโล่ง 20 นาทีก็ถึง กลับบ้านรู้สึกวันนี้เดินไม่ค่อยจะไหว มีจักรยานเหมือนมีขาคู่ใหม่พาไปที่ไหนๆ ได้ตามต้องการ ถ้ามีเลนจักรยานที่ปลอดภัยที่จอดจักรยานที่หายห่วงอีกสักนิดคงจะดีมาก จำได้เมื่อครั้งไปลาวได้ไปเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือคนโดนระเบิด ที่นั่นเขาก็ประกอบจักรยานสามล้อให้คนที่
ศูนย์เสียขาจนเดินไม่ได้ใช้สามล้อโยกๆ ไปที่ไหนๆ แทน บางคนโยกไปไกลหลายสิบโล อ้ายดีใจมากได้ออกมาทำงานเหมือนมีขาคู่ใหม่ พึงพาตัวเองได้ แรกๆ ใช้แทนขาคู่เดิมที่โดนระเบิดมาสิบกว่าปีแล้ว เรื่องนี้ต้องเอาไว้เล่ายาวอีกเรื่อง

เขียนมา 3 วันกว่าจะกดเผยแพร่ มีจักรยานเป็นขา วันที่สามของการเขียนจึงทดสอบการเดิน ห่ายห่วงได้ค่ะเดินได้คล่องกว่าเดิมแล้วแต่ต้องช้าๆ เดินจากบ้านไปสี่พระยา ดู Lorax เป็นงานของทาง Big trees จัด ก็อยากไปชมแล้วภูมิก็บอกว่ามาได้ครับ 500 เมตรจากบ้านเดินไปขึ้นรถตู้ได้นั่งพักขาในระหว่างทาง ลงพอดีหน้าห้างพอไปถึงก็หิวเดินซื้อขนมปังแล้วมานั่งรอภูมิ เขาเป็น Big tree ส่วนตัว ยื่นยิ่งมาให้เกาะเดินไปถึงโรงหนัง พี่ๆ Big Trees ช่วยจักรยานไว้เยอะ หลังจากสนิทกันช่วยทุกครั้งไม่เคยขาด งานนี้ยังไงก็ต้องไปร่วมให้ได้ การ์ตูนเนื้อหาโดนมากๆ มุกขำๆ ก็น่ารัก เล่าเรื่องได้น่าติดตามมีแง่คิด ดูไปอมยิ้มไปได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะดังในโรงหนัง ดูจบทำเอาคิดโยงกลับมาเรื่องจักรยาน ฝันตามการ์ตูนไปเรื่อยๆ ว่าสักวันทุกคนจะเห็นด้วยและอยากให้ทำเลนจักรยานกับที่จอดจักรยาน หนังเลิกดึกกว่าที่คิด และยังแวะซื้อช็อกโกแล๊ตอีก ภูมิจะรีบกลับเพราะเดินเร็วขึ้นดูเวลาบ่อยขึ้นแต่ก็ยังเดินมาส่งจนเกือบถึงมาบุญครอง พอดีเจอซันและเอ้กำลังเลือกซื้อของ ก็เลยเดินมากับซันและเอ้ต่อ ให้ภูมิได้กลับทำงานและนอนพัก ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ Big Trees ทุกคนค่ะ

Advertisements

4 Responses to “มีจักรยานเป็นขา”

  1. Tui_namdang มีนาคม 26, 2012 ที่ 9:36 pm #

    ดีใจกับคุณแนนที่หายดีแล้ว แต่ผมเองคงต้องหยุดปั่นอย่างน้อยเดือนเศษช่วงแรก ก็อยากจะใหจักรยานเป็นขาเหมือนกันครับ

    • nonlany มีนาคม 26, 2012 ที่ 9:52 pm #

      เป็นอะไรคะ ไปโดนอะไรมาคะ ?

      • Tui_namdang มีนาคม 28, 2012 ที่ 9:44 pm #

        เพิ่งจะซื้อรองเท้าใหม่มาครับ จริงๆไม่อยากโทษรองเท้าหรอกครับ แต่ก็คิดว่ารองเท้าแบบไม่หุ้มส้นเท้าแบบเต็มส้น มีเพียงสายรัดส้นเท้า ซึ่งอาจไม่เหมาะกับกับการติดครีต เมื่อล้มแล้ว โอกาสให้เท้าที่จะต้องยันพื้นเพื่อการทรงตัวนั้น ข้อเท้าพลิกเอ็นข้อเท้าฉีกได้ง่าย เพราะรองเท้าไม่ได้ขึ้นรูปเต็มๆห่อหุ้มส้นเท้าทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าคุณแนนจะนึกภาพออกหรือปล่าวครับ

      • nonlany มีนาคม 28, 2012 ที่ 10:10 pm #

        นึกออกค่ะ แต่ไม่เคยใช้เลยไม่มีประสบการณ์ น่าบันทึกนะคะ เอาไว้เตือนคนอื่นๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: