เจอกันที่ลาว

16 มี.ค.

ไปลาวรอบนี้ด้วยจักรยานมีความประทับใจติดกลับมา 2 อย่าง คือ ทางจักรยานเรียบริมโขง และ เจ้าของทัวร์จักรยานเจ้าเดียวในเวียงจันทน์

กลับมาฝั่งไทยเจอนักปั่นรุ่นเดอะถึงรู้ว่ายังปั่นข้ามไปลาวได้ พวกเรานั่งรถไฟป้ายเดียวข้ามจากฝั่งไทยไปลาว เหมือนแค่นั่งข้ามสะพานแค่นั้นเอง ไม่เป็นไรประสบการณ์คนละแบบก็สนุกคนละอย่างเรียนรู้กันไป คราวหน้ามีโอกาสใหม่ค่อยปั่นข้ามไปฝั่งลาว

จากโรงแรมที่พักปั่นไปสถานีรถไฟไม่ถึงห้านาทีใกล้มากๆ ทำเอาเช้านี้ไม่ต้องรีบสบายๆ ไปถึงรถไฟก็ซื้อตั้วให้ทั้งและจักรยานเตรียมไว้ อ้าวรอบที่ตั้งใจจะไปพลาดไปเสียแล้วต้องรออีกชั่วโมง การรอให้สนุกจะนั่งเฉยๆ ไม่ได้มันน่าเบื่อเกินวันนี้ช่างภาพก็กลับมาแล้วเราไปหามุมสวยๆ ถ่ายรูปเก็บไว้กันดีกว่า

เมื่อคืนก็ฝนตกหนักจักรยานพวกเราก็ใส่เบาะหนังกันทั่วหน้าฉุ่มไปด้วยน้ำ โชคดีที่ความชอบทำจักรยานล้มตอนจอดทำให้มีการระวังตัวใส่ถุงคลุมอานทุกครั้งที่จอดก็เลยไม่เปียกเหมือนคนอื่น แต่ที่ต้องขอบคุณมากๆ คือน้องแตงโมตื่นมากลางดึกตากฝนออกไปหน้าบ้านเข็นจักรยานของสามสาวเก็บเข้าในห้องพัก ส่วนของหนุ่มๆ เปียกจนน่าสงสารเพราะตากฝนทั้งคืนไม่มีใครตื่นมาเข็นเก็บ

ที่น่าสงสารกว่านั้นคือรองเท้าทุกคนก็เปียกหมด ของแนนก็ไม่เปียกอยู่่คนเดียวอีกแล้ว รู้สึกผิดเลยนะเนี่ยไม่เข้าพวก เนื่องจากว่าหน้าบ้านเป็นหญ้าก็กลัวจะมีแมลงหรือสับประหลาดประจำถิ่นมานอนในรองเท้า น้องๆ เขาไม่กลัวตัวพวกนี้เหมือนเราก็เลยไว้ข้างนอกกัน แนนเอารองเท้าเข้าห้องนอนทุกครั้งกลัวไม่ว่าจะที่ไหน ก็เลยทำให้ใส่รองเท้าแห้งสบาย ทริปนี้เอารองเท้าไปสองคู่ คู่หนึ่งลำลองไว้ใส่เดินเล่น หรือปั่นใก้ลๆ อีกคู่เป็นรองเท้าคลีต

วิวที่ถ่ายรูปอยากได้แบบรางรถไฟ พวกเราก็ปั่นเข้าไปข้างหลังมีประตูรั้วเล็กๆ สามารถปั่นเข้าไปได้ก็ต่อแถวทีละคันเรียงตามกันไปแนนอยู่หลังสุด ก็ไม่รู้ทำไมวันนั้นเลือกอยู่หลังสุด เดินเข้าไปจากดินแข็งๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นหญ้าและดินสีแดง จากปั่นก็ต้องลงจูงเพราะพื้นเริ่มนิ้ม ยางแต่ละคนก็เนียนเรียบแทบไม่มีดอกไว้ตะกุยพื้นดิน

จอดเรียงเป็นแถวไว้อย่างเป็นระเบียบริมทางรถไฟ แล้วก็นั่งดูว่าเกิดอะไรขึ้น แนนเห็นทางมันนิ่มก็เลยเปลี่ยนเดินบนฝาท่อเรียบทางรถไฟแทน ส่วนน้องๆ ตอนนี้นั่งแคะดินที่ติดตามเท้า มันติดแบบเหมือนเอามาปั้นรองเท้าได้อีกคู่เยอะมากๆ ช่างภาพลงทุนถอดรองเท้าแตะย่ำดินแดงๆ เพื่อนำภาพไปฝากคุณผู้อ่าน aday

เก็บภาพกันสนุกจนเวลาที่เหลือเยอะลดลงเร็วมาก ได้เวลาเข็นออกไปเตรียมตัวแล้ว พอออกมาหน้าสถานีมองดูจักรยานแต่ละคันก้ามเบรคนั้นถูกเกาะไปด้วยก้อนดินและใบหญ้า มีคันแนนสะอาดเพราะเข็นหลบไม่ได้ไปลุยอย่างน้องๆ ก็งัดแงะเจ้าก้อนดินออกแล้วเตรียมไปขึ้นรถไฟ

จะออกนอกประเทศแล้วเตรียม passport กันไว้ น้องที่ไม่มีเมื่อวานก็ทำใบของผ่านแดนเตรียมไว้แล้ว น่าจะไปได้ครบทุกคนเพิ่งมารู้ทีหลังตอนจะถึงว่าน้องนัท passport จะหมดอายุก็เลยข้ามมาไม่ได้ ต้องรอรอบถัดไปหรือนั่งรถบัสเข้าไปลาแทนเพราะต้องไปทำใบผ่านแดนก่อน รถไฟใกล้จะออกแล้วจะรีบทำตอนนั้นก็ไม่ทัน

หนักมากๆ แบกเจ้าจักรยานพร้อมกระเป๋าหลังขึ้นรถไฟ พวกผู้ชายมีแรงยกกันได้ส่วนของแนนต้องแยกชิ้นส่วนก่อน เอากระเป๋าพ่วงข้างออก ขนแต่จักรยานขึ้นไปก่อนแล้วลงมาเอากระเป๋าข้างอีกรอบแบบนี้ถึงจะไหว มองดูทั้งรถไฟแทบไม่มีคนไทยคนอื่นนอกจากพวกเรา มีแต่ต่างชาติผมสีทองทั้งนั้น

จักรยานทั้ง 8 คันพวกเราพยายามจอดไม่เกะกะขว้างทางแต่ก็ทำไม่ได้พวกเราก็เลยยึดครึ่งทั้งโบกี้ ยูยูและยูผมทองๆ ไปนั่งที่ือื่นแทน ยังไงก็ไม่เต็มอยู่แล้ว นั่งก็แค่ข้ามแม่น้ำ 20 นาที มองดูแม่น้ำโขงกว้างใหญ่ที่แห้งมากผ่านไปเข้าสู่ประเทศลาว ครั้งแรกคิดว่าต้องนั่งไกลมากกว่านี้ มันใกล้กว่าที่คิดเยอะมากๆ

มาขึ้นก็ทำแบบตอนขึ้นคือแยกชิ้นส่วนเอาลงมาทีละอย่าง ครบทุกคนแล้วพวกเราก็หามุมสวยถ่ายรูปกัน จากที่เห็นคนแน่นด่านทำเอกสารขอเข้าเมืองจนไม่เหลือใครแล้วพวกเราก็ยังถ่ายรูปไม่เสร็จ เมื่อเราพร้อมแนนก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่บอกว่าจะขอเอกสารเขียนเข้าเมือง เขาบอกว่าปิดไปแล้ว เอ้ยพวกเรายังเหลือตั้ง 8 คนยังไม่ได้ข้ามไปนะคะ อ้าวไปทำอะไรกันมา ลองไปติดต่อที่ตู้ดูสิว่ายังมีคนอยู่ไหม

ก็ไปเคาะ ก๊อกๆ ยังดีมีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่ ขอใบผ่านแดนค่ะ ได้มาปึ้งเอามาแจกสมาชิก กลัวเขาจะปิดช่องก็เลยยืนเขียนอยู่แถวนั้นแทนที่จะไปยืนเขียนดีๆ ที่โต๊ะ ยื่นแล้วประทับตรา ครบทุกคนแล้วก็จะได้ออกจากที่นี่ ปั่นต่อเข้าเวียงจันทรน์ ไม่เหลือใครแล้วนอกจากพวกเรา ผู้นำของเราเป็นเอี่ยวทีมบอกอ หยิบมือถือ iphone ขึ้นมาเปิด google map หาทาง

เราจะปั่นทางนี้นะไม่ผ่านถนน 450 ปีเพื่อประหยัดระยะทาง ตกลงตามนี้เราจะปั่นตามๆ กันไป ยังเกาะกลุ่มเป็นอยู่แต่ก็มีขาแรงนำหน้า แนนด้วยความที่มาต่างถิ่นไม่รู้จักทางของเกาะอยู่ข้างๆ เอี่ยวแน่ๆ ดีกว่า ปกติแล้วเวลาปั่นทริปเราก็ไม่ควรแซงผู้นำอยู่แล้วนะ เป็นมารยาทที่ดีของนักปั่น

ถนนที่บ้านเราว่าฝุ่นเยอะที่นี่ฝุ่นเยอะกว่าเยอะ แล้วก็ทางแดงๆ เป็นหลุมบ่อต้องปั่นอย่างระวัง ริมของทางก็มีเศษหินเล็กๆ กลัวมากจะมีเศษแก้วปนจนยางรั่ว ต้องมองทางมองรถดีๆ เพราะตอนนี้เราต้องปั่นชิดขวาแทนชิดซ้ายแล้ว ก็มีงงกันบ้างก็คอยเตือนๆ กัน ได้เวลาเลี้ยวขวาเป็นถนนใหญ่ตัดใหม่ทางเรียบ จะเลี้ยวก็งงว่าต้องชิดด้านไหนวนด้านไหนเลี้ยวนะ

ถนนใหญ่ดูเหมือนจะปันง่ายก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดอีกแล้ว เพราะข้างทางก็มีเศษหินเล็กๆ ที่ไม่แน่ใจจะมีเศษแก้วปนไหม จะออกซ้ายหน่อยก็กลัวรถเฉี่ยวชน ถนนยังไม่เสร็จดีแต่รถแล่นเยอะมากๆ มีรถบรรทุกสินค้าให้เห็นได้ไม่ขาดสายตา รถตู้เยอะมาก ก็ค่อยๆ ปั่นกันไปด้วยความระมัดระวัง ขาแรงก็ซิ่งไปข้างหน้า แนนยังเกาะเอี่ยวไว้แน่นเหมือนเดิม

ปั่นไปดูแผนที่กันไปตลอดทางให้มั่นใจว่าเรามาถูกทางไม่หลง ประมาณ 20 km นะครับเราก็จะถึงตัวเมืองที่คึกคัก ปั่นไปแล้วก็มองสองข้างทางที่มีแต่ทุ่งนา ลองนึกถึงภาพในอนาคตคงจะมีห้างใหญ่โตแบบสยามบ้านเราแน่ๆ ตั้งตรงนี้เป็นไร่ทุ่งที่เห็นก็เบลอไปเป็นตึกใหญ่ จิตนาการกันไปเรื่อย ถนนสร้างเตรียมไว้กว้างหลายเลน มีเสาไฟฟ้าอยู่กลาง แล้วก็คิดไม่น่าเลย ไม่น่ามาเลียนแบบกัน ต้นไม้ไม่มีสักคนข้างทาง เหมือนจะมีไม้ดอกที่เตรียมไว้ปลูกให้สวยงามที่เกาะกลาง แต่ต้นใหญ่ที่จะให้ความร่มรื่นระหว่างปั่นจักรยานไม่เห็น

พวกเราเห็นอะไรเมื่อกี้ไหมมีน้องคนหนึ่งทัก ป้ายบอกว่า 450 ปี ระยะทางที่พวกเราปั่นก็เกิน 20 km แล้วด้วย ทุกคนยังนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วปั่นต่อไป ตรงไปตรงไปอีกนานกว่าจะถึงทางเข้าเมือง แล้วก็ไปหลงทางต่อในเมืองกันต่อ สนุกก็ตอนหลงหาทางกันนี่แหละ ไม่ต้องคิดมากถือว่าเราได้สำรวจเส้นทางนะ ถ้าเหนื่อยก็พัก มีแรงก็ปั่นต่อ มารู้ทีหลังว่าทางที่เราว่าจะเลี่ยงคือถนน 450 ปีนั้นเป็นทางที่เราปั่นมา อุอุ

ต้องปั่นชิดขวาพวกเราก็ลืมกันหลายครั้งไปปั่นชิดซ้าย พอนึกได้ก็เตือนกันแล้วกลับมาชิดขวา รถที่เมืองนี้ก็เยอะแต่ไม่เห็นรถที่ปล่อยควันเยอะๆ หรือควันดำๆ ออกมา มีสาวๆ นุ่งโสร่งปั่นจักรยานด้วยเห็นตอนแยกเมื่อกี้แค่คนเดียว ถนนเล็กๆ มี 2 เลนไปสองสองเลนกลับ เหมือนไม่เคยมา ทั้งๆที่ก็เคยมาแต่รู้สึกได้สัมผัสเมืองลาวแบบไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนปั่นก็มองอะไรเยอะไม่ได้เพราะกลับรถชนเหมือนกัน คนขับจะเห็นไหม จะถอยมาชนจักรยานกำลังปั่นมาพอดีไหม

คอยระวังแต่รถแล้วก็ดูหลังคันหน้าเพื่อให้ไม่หลงกลุ่ม เย้ เรามาถูกทางแล้วเมืองเห็นประตูชัยลิบๆ อยู่ไกลๆ เขาจะคิดไหมนะว่าจอดจักรยานกันเหมือนจักรยานครองเมือง เรียงหนึ่งหน้ากระดานเต็มพิ้นที่สองสามเลนเวลาติดไฟแดง วนเข้าไปในเมืองแล้วเราไปกินมื้อเที่ยงกัน วนอยู่สองรอบว่าร้านอยู่ซอยไหนนะ ยังเปิดขายไหม พี่ก้องจำได้เพราะเพิ่งมาเมื่อไม่นาน

ร้านนี้แหละคราวที่แล้วพี่ก็กิน มีเฝอ มีข้าวเปียก ยังคิดไม่ออกว่าจะสั่งอะไรดีขอดูก่อนว่าหน้าตาทำออกมาเป็นยังไง มีหมูมีเหื้อจะเอาอะไร เอาหมู แล้วก็สั่งตามกันไปเป็นอะไรนะ เฝอหมูก็แล้วกัน มานั่งที่โต๊ะรอ มองดูเครื่องปรุงแล้วก็ต้องร้อง โอ้โห ทีแรกคิดว่ามีขายอาหารตามสั่งมีซอสพริกด้วย กะปิ เยอะจริงๆ ถ้าใส่ครบร้านคงขาดทุนเพราะเครื่องปรุง แต่ละโต๊ะมีผักดิบให้อีกด้วย คิดว่ามากินขนมจีนน้ำยา

เอ๊คราวที่แล้วแนนมาลาวป่าวนะทำไมเหมือนไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย หรือคราวก่อนมากับทัวร์กินแต่ข้าวในร้านอาหารไม่ได้มานั่งสัมผัสบรรยากาศข้างทางแบบนี้ มันส์สนุกกว่าเยอะ คราวก่อนนั่งรถมาก็มึนๆ เมาๆ ปั่นจักรยานมาออกจะสดชื่น รับรู้ทุกกลิ่น ทุกอากาศตลอดทาง มีแมลงบินมาชนบ้างเป็นระยะย

อิ่มแล้วเราจะไปที่พักเก็บของ ใครจะซักผ้าก็ได้นะที่นี่แดดแรง ปั่นไปถึงถนนแล้วที่พักแล้วคิดถึงแถววัดบวร ที่พักอยู่ข้างวัดเป็นบ้านหลังเก่าที่พี่ก้องบอกว่า ระวังนะปาล์มจะเห็นผีที่นี่ แต่ไม่ต้องตกใจน้องเข้ามีจิตทางนี้ไปที่ไหนก็เห็นประจำ กลัวเหมือนนกันนะเนี่ย แล้วจะนอนหลับไหมคืนนี้ ทำเอาไม่กล้าถ่ายรูปกลัวผีติดมาด้วยเลย

บ้านดูเหมือนจีนๆ แบบบ้านอาม่าในหลังศาลเจ้า ดูเหมือนบ้านคนจีนแบบบ้านเรานะ ห้องของพวกเราอยู่ข้างล่าง ส่วนหนุ่มๆ พักข้างบน ห้องน้ำไปมีกลองล็อก ทีแรกก็ไม่รู้ว่ามีน้องเข้าอยู่ เปิดไปอะจึ๋ยๆ ไม่ไรผู้หญิงด้วยกันไม่ต้องอาย ทีนี้ใครเข้าก็ต้องบอกกันก่อน เตียงมีแค่สองเรามีกันสาม ก็เลยต้องขอเตียงเพิ่ม อะไรก็ไม่มีวันนี้เพราะแม่บ้านไม่อยู่ทำเอาพวกเราโมโหบอกว่าขนมาเดี๋ยวพวกเราจัดการปูเองก็ได้ ขอผ้าห่มก็บอกไม่มีแม่บ้านไม่อยู่ น้องๆ ก็ไปรื้อดูตู้ในห้อง โอ้โหมีของเก็บแน่นมีผ้าหลายผืน ก็เลยเลือกสักผืนมาใช้ห่มนอน

แนนแบบไม่ยุ่งอะไรเลยไม่เปิดตู้เปิดลิ้นชักอะไร เรามาแค่นอนอย่างเดียวพอ ของเก่าอะไรก็ไปเตะ เดี๋ยวกลัวจะมีใครตามมาหามาทักทาย อยู่กันสามคนก็สบายใจ ลืมเรื่องผีหลอกไปได้ แต่จะกลัวทำไมนะทีไปนอนวัดก็ยังไม่นอนมาแล้ว แต่มันก็กลัวอยู่ดีละ ลืมๆ ไปดีกว่า ถ้าพร้อมแล้วเราจะออกไปตามหาข้อมูลจักรยานในลาวกันนะ

ปล่อยให้หนุ่มๆ ไปหาข้อมูลจักรยาน เวลานี้สาวๆ ขอลันลามีน้องเคยมาแล้วบอกว่าไอติมอร่อยเดี๋ยวหนูพาพี่แนนไปกิน ปั่นออกมาได้ไม่ไกลก็เจอร้านข้างองที่ระลึกมีตู้ไอติมตั้งอยู่ จักรยานสามคันพวกเราก็จอด ไปเกาะตู้ขอชิมรสชาติไอติม อร่อยดีนะถ้าเป็นที่ทำจากผลไม้ แต่รสช็อกโกแล๊บแบบนี้ยังไม่โดน เราจะใช้เงินไทยหรือจะไปแลกเงินลาว น้องอาสาบอกว่าจะไปแลกให้ ยังชิมกันต่อให้ครบทุกรสในตู้แช่ แล้วก็ได้รสชาติที่ถูกใจ ถือยืนกันกินคนละ 1 โคน

อร่อยดีเดี๋ยวหนูของอีกโคนนะพี่ เอาเลยรอได้สบายมากเพราะจะปั่นไปกินไปหรือจะถือไปแล้วค่อยกินก็คงไม่ได้ ร้อนอย่างนี้ปั่นไปละลายเป็นน้ำหมดแน่ เดี๋ยวเราจะไปกินอะไรต่อ ลืมเรื่องว่ามาทำงานหาข้อมูลจักรยานกันไป สนุกนสนานกันสามสาว หมดแล้วเราไปตามหาหนุ่มๆ กันสิว่าอยู่ที่ไหนแล้ว ยังดีมือถือยังใช้ได้ขึ้นเครือข่ายของไทยชัดแจ๋ว

ปั่นตามหาหนุ่มๆ ไปเจออยู่ร้านเช่าจักรยานพยายามจะขอข้อมูล มีรถผลไม้มาจอดน้องสาวทั้งสองก็กระโจนเข้าใส่ สั่งหลายอย่างบอกว่าต้องเยอะหน่อยเผื่อหนุ่มๆ ด้วย เห็นในตู้มีข้าวโพดแช่ด้วยนะแปลกดีบ้านเราเห็นแต่นึ่งร้อนๆ อยู่ในซึ่ง ได้มาแล้วมากินกัน น้ำจิ้มกระปิยังไม่โดนเท่าที่บ้านเรานะเข้มข้นสู้ยังไม่ได้

หนุ่มๆ ก็เก็บข้อมูลไปสาวๆ ก็กินไปเรื่อยๆ มองหาดูว่ามีอะไรน่ากินอีกบ้าง อยู่แถวนั้นก็เก็บข้อมูลจักรยานได้เยอะเหมือนกันมีนักปั่นทัวร์ริ่งสองสามีภรรยาผ่านมาเห็นพวกเราปั่นจักรยาน ก็ยิ้มให้แล้วก็คุยกันส่งต่อไปให้หนุ่มๆ สัมภาษณ์ แล้วก็เปลี่ยนทำเลไปหานักปั่นที่อื่นต่อไปเรื่อยจนกระทั้งเย็น

รายละเอียดที่ไปเจอใครแต่ละคนเยอะมากๆ แต่ละจักรยานน่ารักๆ แต่ที่เจอคนจักรยานดุๆ เพิ่งเห็นก็ร้านจักรยานที่นี่ ดุมากมีมาไล่ห้ามจอดหน้าร้าน แล้วก็บอกแต่ไม่รู้ๆ เหมือนพวกเราจะมาปล้นข้อมูลเปิดร้านแข่งข้างๆ แหนะ เขาก็เป็นอย่างนี้แหละคนเวีตนนาม ไม่น่านะตอนทำงานแนนก็มีเพื่อนเวียดนามเขาไม่เห็นจะดุแบบนี้ ออกจะใจดีน่ารัก

เรื่องของลาวยังต้องติดตามต่อหลายวัน ต้องค่อยๆ นึกๆ แล้วเล่ามาให้อ่านกัน เพราะเจอคนเยอะมากในเวลาสองวัน ใจเย็นๆ ค่อยๆ รออ่านกันไปนะคะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: