มนต์เสน่ห์หนองคาย

15 มี.ค.

ได้เจอเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเจอกันเมื่อครั้งไปปั่นจักรยานที่อยุธยาเขามาเปิดร้านจักรยานอยู่ที่นี่

เรื่องมันก็ยาวมากๆ ถ้าใครได้ตามอ่านหรือจะไปย้อนอ่านก็ตั้งแต่แรกๆ ก็ว่าได้ ตั้งแต่โครงการเอ๊สะกิดให้เปลี่ยนที่คิดทำจนกลายเป็นร้านออนไล์ที่ชื่อบุญไบค์ จุดเริ่มต้นมาจากที่เจอพี่คนนี้เมื่อครั้งไปปั่นทีอยุธยา ช่วยอยู่เบื่อหลังเรื่อยมาจนเรายืนด้วยตัวเองได้ ขอบคุณร้านไบค์มาเนี่ยนะคะ

ตลอดทางจากสังคมมาถึงหนอยคาย ไม่ง่ายอย่างที่คิด มีเนินเยอะมากและทางก็สวยมากด้วย 80 km ของวันนี้ก็ทำเอาขาน่วมเหนื่อยล้ากันทั่วหน้าทุกคน น้องที่มาสบทบจากกรุงเทพฯ ก็บ๊ายบายส่งลาพวกเรากันตั้งแต่อยู่ที่พักไป 2 คน จะโบกรถกลับไปเที่ยวเชียงคานกันต่อ ก็เหลืออีก 9 คนที่มุ่งหน้าปั่นไปด้วยกัน

เช้านี้ที่พักเตรียมไว้ให้แค่ไข่กระทะคนละที่ แรงของอาหารที่กินไปหมดตั้งแต่ออกไปเจอเนินแรกที่เลี้ยวซ้ายออกจากที่พักแล้วค่ะ แต่ก็ต้องปั่นกันต่อไปเรื่อย เพราะยังไม่มีร้านค้าอะไรขาย พิชิตเนินลูกแล้วลูกเล่า ก็ยังไม่ถึง ทำเอาสาวน้อยน่ารักที่มาด้วยกันกดบันไดจนหมดแรงตั้งแต่ 20 km แรก ต้องโบกรถคนใจดีที่ผ่านมาขอไปลงป้ายหน้าศรีเชียงใหม่

ก็ปั่นไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ไม่รีบตามกำลังขา แล้วก็มองข้างทางดูวิวบ้านเมืองอีสานไปเรื่อยๆ มีสับปะรดลูกโตน่ากินมากๆ อยากจะจอดซื้อเติมพลัง เห็นคนซื้อกันเป็นลูกๆ ไม่มีปอกเป็นชิ้นพร้อมกิน แล้วหิ้วขึ้นรถไป แค่ของที่มีก็ถ่วงมากๆ ตอนปั่นขึ้นเนินแล้วถ้าแบบเจ้าหัวลายตานี่อีกคิดไม่ออกว่าจะเอาแรงปั่นจากที่ไหน ก็ต้องทำใจจากลาไปด้วยความอยากกิน

ผ่านไปก็เห็นมีแบบนี้ด้วยเพิ่งรู้ มีเจ้าหน้าที่เดินตัดหญ้าข้างทางตลอดทาง ทีแรกคิดว่าหญ้าที่ข้างทางไม่ขึ้นมาถึงถนนเพราะมีรถแล่นผ่านซะอีก ที่ไหนได้มีเจ้าหน้าที่ต้องมาเดินตัดขนาดนี้หรอเนี่ยวันหนึ่งต้องเดินกี่กิโลกัน เป็นบริการที่แปลกมากไม่คิดว่าจะมีนะ ก็อยากจะถามอยู่นะว่าต้องนานแค่ไหนถึงเดินมาตัดวนซ้ำที่เดิมอีกครั้ง แต่เครื่องนั้นเสียงดังและก็หนักเหมือนกันที่แบกอยู่บนไหล่ก็ไม่ได้ไปถาม ได้แต่ปั่นมุ่งไปข้างหน้า

เราจะพักกันที่รอยพระพุทธบาตรนะ มีน้องสองคนจอดพักก่อนหน้าที่ร้านขายขนม ยังไม่ถึงที่จุดนัดพักนิไปต่อดีกว่ายังพอมีแรงปั่นไหว พอไปถึงหน้าวัดก็ดูเงียบมากมายจะอยู่คนเดียวก็ยังไง สรุปไปมาก็ปั่นต่อไปคนเดียวก็ไม่ต้องพักกัน ไปพักเอาตามทางขึ้นเนินสวยๆ เมื่ออยากจอดถ่ายรูปแทน เป็นอย่างนั้นไป

40 โลผ่านปั่นมาจนถึงศรีเชียงใหม่ถึงได้พัก ช่วงนี้รถสิบล้อเยอะมาก แถวนี้ก็โรงงานเยอะมากด้วย มีโลตัสเปิดใหม่อยู่ที่นี่ ทีแรกคิดว่าจะใหญ่มากๆ เพราะมีป้ายโปรโมทตั้งแต่เราอยู่ปากชม มาเห็นของจริงเป็นตลาดโลตัสเล็กๆ แค่นั้น ตลาดศรีเชียงใหม่ยังดูใหญ่กว่าหลายเท่า จุดพักของพวกเราก็มีแต่ร้านขายขนมทั้งนั้น จอดที่นี่แล้วเติมพลังไปหลายอย่าง ยืนอยู่หน้าตู้ เติมน้ำ เติมนม เติมเค้กกล้วยหอม เจ้าของร้านบอกทำเอง กล้วยอย่างดี งั้นก็ขออุดหนุนสักหน่อย เวลานี้อะไรก็อร่อย พวกเราก็เหมาเค้กที่คุณป้าทำไว้หมด

ก่อนออกก็ของเติมช็อกโกแล๊ตสักหน่อย m&m รสถั่วห่อสีเหลือง ยังไม่ทันกินหมดน้องที่มาด้วยกันก็ขอออกตัวไปก่อน กลัวว่าจะโดนส่งขึ้นรถเพราะทำกลุ่มช้าก็อยากออกปั่นก่อน เพื่อนสมาชิกก็เป็นห่วงมากเพื่อความสบายใจแนนไปเป็นเพื่อนน้องให้ดีกว่า ก็ค่อยๆ ปั่นประกบไปกับน้องคุยกันไปตลอดทาง ไม่น่าเชื่อว่าสาวน้อยตัวเล็กๆ น่ารักมากๆ รักสวยมากๆ เพราะเธอจะแต่งหน้าสวยๆ ทุกครั้งที่ปั่นจักรยาน เธอเป็นพิธีกรในช่อง thai pbs ด้วยนะ จะมาชอบการปั่นจักรยานขนาดนี้

ตลอดทางเราไม่คิดว่าเธอจะมุ่งมั่นเรื่องการปั่นมากขนาดนี้ ทีแรกคิดว่าจะมาแก้คิดถึง ที่ไหนได้เธอมาเพื่อปั่นจริงๆ เพราะขนาดหลายคนบอกให้เธอนั่งรถเธอยังเลือกที่จะปั่น มีเขาเธอก็ปั่น ปั่นจนไม่มีแรงปั่น เพื่อนๆ ปั่นกันวันนี้ 80 km ของเธอก็ไม่น้อยหน้า 60 km เธอพยายามที่สุดที่จะปั่นขึ้นเนินแล้วละ เพราะขนาดแนนมีคลิทดึงแล้วก็ยังไม่ได้ช่วยเท่าไร ยังได้ความเร็วเท่าคนเดินแค่นั้น

จากศรีเชียงใหม่มาท่าบ่อถึงก็เกือบเที่ยง ระหว่างเราเจอนักปั่นทัวร์ริ่งตัวจริงๆ คนไทยด้วย เพราะดูพร้อมไปด้วยเตนท์และความมอมแมมดูท่าจะเป็นทัวร์ริ่งที่ทึกทนมาก ไม่รู้ว่าอาบน้ำกี่วันครั้ง แค่จอดทักทายกันแป๊บเดียวแต่มีน้องอีกคนหยุดคุยอยู่ด้วยนาน ทีแรกคิดว่าจอดแวะซื้อของกันที่ท่าบ่อ เพราะมีโลตัสที่ใหญ่กว่าศรีเชียงใหม่ เราจอดพักนั่งกันเหมือนแบบว่าขอหยุดอยู่ที่นี่ได้ไหม จนกระทั้งเที่ยงได้เวลาอาหารกลางวัน เราฝากท้องกันที่ฟูดครอดที่นี่

อิ่มแล้วก็ง่วงไม่ได้เพราะที่พักวันนี้ยังอีกยาวไกล 40 กิโลที่เหลือท่ามกลางแดดร้อนเราก็ต้องปั่นกันต่อไป หลงบ้างไม่ตามทางที่ตั้งใจไว้แต่ก็ไปเจออะไรแปลกๆ กับถนนปั่นผ่าน เคยเห็นไม้ดัดตามสวนสาธารณะและก็ตามถนนอยู่บ้าง เป็นช้างหรือตัวต่างๆ แต่ไม่คิดว่าจะเจอแบบคลุกเคล้าไปกับต้นไม้ข้างทางที่แยกกันไม่ออกขนาดนี้ ตลอดทั้งสายหลายกิโล มีแต่ต้นไม้ดัด เป็นตัวประหลาดๆ บางตัวยาวมากตามการเจริญเติบโตของต้นไม้จนดูไม่ออก แต่ก็น่ารักดี

แดดร้อนมากๆ เราปั่นกันบนถนนที่เป็นสายหลักเหมือนรถวิ่ง ต่อให้มีต้นไม้ข้าางทางแต่ว่าไม่รู้สึกเย็นเหมือนปั่นในซอยเข้าไปตามหมู่บ้านเลย ทำเอาน้ำที่เตรียมไว้สองกระติกไม่เหลือ ต้องจอดแวะข้างทางซื้อเติมแล้วก็มีสายเข้า พี่แนนผมว่าเรามาผิดทางนะ แย่แล้วมีอีกสองคนไปก่อนหน้าพี่แล้ว ตอนนี้พี่จอดรออยู่ที่ศาลาแยกพระธาตุบังพวน ตามหลักกิโลบอกไว้ 24 km ก่อนเข้าหนองคาย พี่รอผมที่นั่นนะเดี๋ยวผมรีบตามไป

เราเปลี่ยนไปปั่นทางสายในสองข้างมีแต่ที่ปลูกผักของชาวบ้านต้นไม้ใหญ่มีเป็นระยะๆ แต่รู้สึกได้ว่าไม่ร้อนเหมือนถนนหลักที่รถใช้ สัมผัสได้ถึงองศาที่เปลี่ยนไปทันทีที่เราจอดหลบแดดได้ร่มไม้ จนรู้สึกอยากแบกเจ้าต้นนี้ปั่นไปตลอดทาง คงจะร่มรื่นสบายดีนะ สายในที่แราไม่รู้จักเพราะทางเล็กๆ เลี้ยวไปมาไม่เหมือนถนนใหญ่ที่แค่ตรงอย่างเดียว ทำเอาต้องถามทางเป็นระยะเพื่อความแน่ใจว่าเรามาถูกทางเข้าเมืองแล้ว

ชื่อเมืองที่ผ่านก็น่ารักจริงๆ บ้านเมืองหมีใหญ่ พวกเราก็ไปขอจอดพักหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน มองเข้าไปในบ้านมีตู้โชว์วางมีไว้เต็มทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ แล้วก็คิดเล่นๆ ว่าน่าจะมีเมืองมีน้อยด้วยนะ ไม่น่าเชื่อว่ามีจริงๆ ปั่นไปไม่กี่กิโลก็มีป้ายทางการว่าเข้าเมืองหมีน้อย ที่แปลกกว่านั้นแต่ถ่ายรูปมาไม่ทัน เพราะถนนช่วงนั้นรถเยอะมากแทบไม่มีไหล่ทางให้ปั่นด้วย เราเห็นวัดที่มีหมียืนอยู่หน้าประตูวัด หมีตัวดำๆ คอขาว ทำเอาคิดไปว่าเมืองนี้มีหมีดูแลจริงๆ ด้วย เพราะขนาดประตูวัดยังใช้หมีเฝ้า

ตลอดทางช่วงนี้เราสวนทางกับนักเรียนที่ปั่นกลับจากโรงเรียนกันหลายคัน เด็กๆ แถวนี้ก็ใช้จักรยานขนาดถนนรถเยอะและไม่มีไหล่ทาง น่ารักน่าสงเสริมมากๆ อีกไม่กี่สิบโลจะเข้าหนองคายถนนก็ยิ่งจอแจ ปั่นจนเห็นสะพานใหญ่ๆ พาดอยู่เบื้องหน้าเขียนว่าหนองคาย โอ้โหมีสะพานแบบนี้กำลังก่อสร้างอารมณ์ไม่ต่างจากในกรุงเทพฯ แล้วก็ทางลัดให้เลี้ยวเข้าหลงดีใจคิดว่าถึงที่พักโรงแรมแล้ว ที่ไหนได้แค่ทางทะลุผ่านไปออกท่ารถ แล้วต้องปั่นอีกพักใหญ่

เราไปปั่นไปสถานีรถไฟส่งของชายคนหนึ่งกลับกรุงเทพฯ และรับน้องช่างภาพอีกคนที่กลับมาร่วมปั่นอีกครั้ง ตอนนี้เหลือแค่น้องสาวที่มาสบทบคนเดียวแล้ว ก็ได้เข้าที่พักวางของล้านหน้าเวลานั้นก็ 6 โมงเย็นแล้ว ใกล้ได้เวลาอาหารเย็น เก็บของแล้วออกปั่นจักรยานเปล่าๆ ไม่พ่วงกระเป๋าเหมือนตัวปลิว เร็วขึ้นได้อีก ถนนที่นี่ก็กว้างมากหลังจากผ่านทางรถไฟเหมือนว่ายังเพิ่งทำถนนใหม่ๆ ดำสนินไม่มีเส้นแบ่ง พวกเราปั่นซิ่งไปเติมพลังแหนมเนืองกันมื้อเย็น เป็นร้านริมน้ำ มองเห็นว่าที่นี่มีทางเดินเล่นริมน้ำโขงด้วยดีจริง

หิวมากๆ จัดจานเล็ก และเมนูที่เหลืออย่างละจานดูท่าจะไม่พอ ทำเอาสั่งแหนมเหนืองมาเพิ่ม ทั้งหมดชุดเล็ก 3 ถ้าสั่งชุดใหญ่ที่แรกก็คงหมดนะ จากนั้นก็เข้าที่พัก วันนี้ไม่รู้ว่าปั่นมาร้านเพื่อนมาจนกระทั้งมาอ่านใน facebook ถึงเห็น คงไม่มีเวลาได้เจอกันเพราะต้องไปลาวต่อในวันรุ่งขึ้น

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “มนต์เสน่ห์หนองคาย”

  1. arkanay เมษายน 8, 2012 ที่ 12:55 am #

    “อ่านสนุกมากครับ ภาพก็สวย”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: