เรียบโขงปากชม

14 มี.ค.

จากเมื่อวานค้างคืนที่เชียงคานซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวสุดฮิตมาเทียบชั้นปายแล้ว เราก็ปั่นออกมามุ่งหน้าไปปากชม หลายคนรวมทั้งเราตอนแรกก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน ยังอยู่ในเมืองไทยหรือเปล่านะ ทีแรกก็ไม่กะพักที่ปากชม แต่เพราะอากาศร้อนมากในวันก่อนหน้า 35 องศาได้ พวกเราก็เลยคิดเปลี่ยนใจว่าปั่นต่อไปมีหวังละลายคาจักรยานแน่ ขอพักก่อนดีกว่าแล้วอีกวันค่อยไปต่อ

จากเชียงคานไปปากชมแค่ 40 km เองนะแต่ความรู้สึกของการปั่นเหมือนแปดสิบยังไงก็ไม่รู้ กว่าจะผ่านจะละหลักกิโลกัน แค่คิดเฉยๆ นะ ยังไม่ได้เริ่มปั่นกันเลย เป็นการประชุมกันระหว่างอาหารมือเย็นก่อนแยกย้ายกันออกเดินเที่ยวค่ำคืนที่เชียงคาน พรุ่งนี้จะมีเพื่อนๆ จะกรุงเทพฯ มาร่วมปั่นกับเราอีก 4 คน ยังไม่รู้ว่าเจอกันกี่โมงแต่ก็ตื่นเช้าๆ ไว้ก่อน พอพวกเขาขนจักรยานลงจากรถแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ

เช้านั้นก็เหมือนจะตื่นจนชินหกโมงตื่นมาอาบน้ำ เจ็ดโมงลงมากินข้าว ที่พักวันนี้มีอาหารเช้าให้ด้วยมีข้าวต้มน้ำสาหร่ายแม่น้ำโขง แนนตั้งชื่อให้เองนะ แล้วก็ขนมปังปิ้งกับแยมผลไม้ กินกันอิ่มแล้วเก็บของลงมาติกพ่วงกับจักรยาน สักพักเพื่อนๆ ที่เดินทางกรุงเทพฯ ก็มาถึงเพิ่งลงรถกันยังไมได้กินข้าว ก็เข้าไปนั่งกินกันต่ออีกรอบ นอกจากขนมปังทาแยมที่กินอิ่มแล้วก็ได้กินกล้วยไปอีกหนึ่งลูกู้ก็

พร้อมไหมๆ ทุกคนพร้อมล้อหมุนยัง พร้อมแล้วปั่นกันออกไปวันนี้ขอปั่นหลังสุดตามประกบน้องใหม่ที่มาจากกรุงเทพฯ กลัวจะโดนทิ้งแล้วไม่สนุกกับจักรยานอีก ยังไงก็ต้องให้ติดใจความสนุกกับจักรยาน แค่มีอีกคนอยู่ข้างๆ ตลอดทางก็ทำเอาติดใจจักรยานแล้ว สิ่งที่เคยได้รับการดูแลจากรุ่นพี่ที่สมาคมจักรยานวันนี้ได้ส่งต่อให้รุ่นน้องอีกครั้งแล้ว

น้องก็พลังเยอะอยากปั่น ปั่นนำหน้าหรือตามหลังก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องวนกลับอีกรอบเพราะเพื่อนสมาชิกยังรออยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นไม่ไกลมา เหมือนเราจะปั่นมากกว่าเกินกว่าเพื่อนๆ 3 km แล้วเช้านี้ วนกลับไปรวมกลุ่ม ปั่นออกมาพร้อมกันเป็นกลุ่มดูใหญ่ดีจังกว่าวันอื่นๆ วันนี้มีถึงสิบกว่าคน

ถนนยังไม่ค่อยเรียบดีแต่ไม่ถึงกับมีเนิน ยังปันได้สบายๆ อากาศยามเช้าก็ยังไม่ร้อนมาก หลังจากพักเที่ยวที่แก่งขุดคู้ก็รู้ว่าน้องมีบอดี้การ์ดดูแล ทำเอาแนนปั่นตัวปลิวได้ ก็ซัดซะเต็มที่ทางไม่มีเลี้ยวหลงไปไหนคลีตก็ใส่ไว้ดึงบันได้ไปตามทางไม่หยุด มีจุดชมวิวก็ยังไม่ได้จอดชม เพราะวิวข้างทางซ้ายมือเป็นแม่น้ำโขงที่แห้งเห็นแก่งหินอยู่เป็นระยะตามพุ่มไม้ตลอดทางขวามือก็เป็นภูเขาลูกใหญ่สีเขียวๆ แค่นี้ก็พาเพลินลืมระยะทางไปแล้ว

ยังคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีน้ำคงจะเย็นน่าดูเวลาปั่นผ่าน และคงมหาศาลยิ่งใหญ่มากเมื่อปั่นมองตลอดทาง หรืออาจจะน่าเบื่อเพราะมีแต่น้ำนิ่งๆ แต่วันนี้เป็นแก่งหินที่หน้าตาประหลาดไม่เหมือนเดิมสักนิดทำเอาชวนค้นหา ถึงขนาดอยากย้อนกลับไปเริ่มต้นทางปั่นมาอีกครั้ง ปกตินิสัยแนนนั้นไม่ค่อยปั่นซ้ำทางเดิม แต่วันนี้รู้อยากมากๆ อยากชวนเพื่อนที่กรุงเทพฯ ทุกคนที่ปั่นจักรยานมาสัมผัสถนนเส้นนี้จัง

แต่นึกสงสัยว่าทำไมถนนสวยๆ ถึงไม่มีนักปั่นเจ้าถิ่นหรือทัวร์ริ่งด้วยกันใช้เส้นทางนี้นะ หรือว่าเขาตื่นเช้ากว่าเราปั่นแซงหน้าไปกันหมดแล้ว นัดกันว่าจะพักทุก 15 km แต่ด้วยความสนุกกับเส้นทางไม่ขอพักดีกว่าขอปั่นไปต่อก่อน คิดไปเพลินๆ ระหว่างทางถนนน่าปั่นขนาดนี้บ้านที่ผ่านมาก็ดูน่าอยู่สบายดีทำไมถึงเข้าไปกรุงเทพฯ เบียดแย่งงานกันทำนะ ชวนคนออกมาเที่ยวปั่นจักรยานแถวนี้แล้วขายของขายอาหารขายวัฒนธรรมประเพณีความแตกต่างแต่ละชุมชนน่าจะดีกว่า

ถ้ามีโอกาสอยากจะส่งเสริมเส้นนี้เป็นทางจักรยาน เหมาะมากๆนะสำหรับมือใหม่หัดทัวร์ริ่ง หรือจะไว้แข่งขันก็ได้แต่ต้องทำถนนให้ดีขึ้นหน่อยไม่งั้นคงกลิ้งกันไม่ถึงที่หมายแน่ มีจักรยานเพื่อนเราจอดอยู่ข้างหน้าที่ร้านขายขนมนิ ถ้าอย่างนั้นคงต้องหยุดสักหน่อย เติมพลังยาคูลล์ แล้วก็นั่งพักรอเพื่อนสมาชิกมากันครบทุกคนก่อนแล้วค่อยออกปั่นต่อ ได้พักจนเหมือนหมดแรงปั่นสงสัยว่าจะพักนานเกิน

ทำเอาออกคนหลังๆ เพื่อนๆ แซงไปก่อนหน้าแล้ว แต่ไม่สนใจกะว่าขอปั่นช้าๆ ต่อจากนี้แทะเล็มความสุขกับบรรยากาศริมโขงข้างทางก่อน สวยจริงๆ ปั่นเรียบเลาะริมโขง ทีแรกคิดว่าบ้านเราไม่มีเส้นเรียบริมแม่น้ำเหมือนไต้หวันที่ไปมา ที่จริงแล้วเรามีสวยกว่าแต่ยังไม่ได้โปรโมทเป็นทางจักรยานแค่นั้น ลองได้ทำเป็นทางจักรยานจริงๆ แล้วการท่องเที่ยวโปรโมทออกไป แนนว่านักท่องเที่ยวต้องขอมาปั่นเรียบโขงสักครั้งแน่ๆ ต่อให้ไม่ชอบปั่นจักรยานได้เห็นบรรยากาศก็ยังอยากปั่นแทนนั่งรถนะ

มีน้ำตกที่น่าเที่ยวด้วย แต่ฤดูนี้คงไม่มีน้ำ เพื่อนๆ แบ่งเป็นสองกลุ่มแล้ว กลุ่มหนึ่งที่ขาไม่แรงก็จะปั่นไปต่อให้ถึงปากชม ส่วนใครที่ขาแรงก็จะปั่นไปเที่ยวน้ำตกก่อน แค่ 2 km เองนะแต่ทางขึ้นเป็นเขาเพราะฉะนั้นแล้วสำหรับมือใหม่ทุกกิโลเมตรที่ลดระยะทางได้มีความหมาย งั้นขอไปกับมือใหม่ดีกว่า อย่างน้อยเป็นกำลังใจข้างๆ ให้เขาปั่นถึงที่หมายสักครั้ง พอดีมีน้องอีกคนเพิ่งจะเคยปั่นจักรยานวันนี้เป็นครั้งที่สองหลังจากปั่นจากโรงพยาบาลไปขึ้นรถที่หมอชิตเพื่อมาเชียงคาน

สิบกิโลสุดท้ายที่มีความหมาย แนนดูแลให้ไม่ต้องห่วงปั่นไปเที่ยวน้ำตกให้สบายใจได้เลย ระยะทางต่อจากนี้ของปั่นประกบสาวน้อยให้ติดใจรักจักรยานดีกว่า เพื่อนๆ เรียกน้องคนนี้ว่าหมอพี่หมอเพราะน้องเขาเป็นคุณหมออยู่โรงพยาบาลรามา แนนได้แต่ให้กำลังใจทุกกิโลเมตรที่ผ่าน สอนการปรับเกียร์ตอนขึ้นเนิน ดูน้องเขาก็ปั่นไหวนะ แต่ตอนปั่นไม่ไหวก็มีขอเข็นด้วย ได้สิได้ตามสะดวก เอาแบบปั่นให้สนุก แนนไม่ดุขนาดนั้น ล้อก็เล็กกว่าใครเป็นจักรยานล้อ 20 นิ้วแค่นั้น

บอกระยะทางทุกกิโลเมตรที่ปั่นผ่านตั้งแต่ 9 เป็นต้นมาจนเหลือ 3 กิโลเมตรสุดท้ายดูน้องเขาจะมีพลังมากขึ้นเกินบรรยาย ไม่ต้องให้กำลังใจด้วยการพูดอะไรมากแค่ปั่นอยู่ข้างๆ ประกบตลอดทางเมื่อถึงกิโลสุดท้ายดูน้องเขาดีใจมากๆ ว่าฉันทำได้แล้ว ไม่ต้องโบกรถขอขึ้นอย่างที่ผ่านมา เก่งมากๆ นะ ครั้งแรกกับการปั่นต่างจังหวัดแถมมีขึ้นเนินด้วย

มาถึงแล้วรู้สึกวันนี้อยากได้อะไรหวานๆ เย็นๆ ทำเอาสั่งไอติมก่อนอาหาร 2 ลูก เล็กจังแล้วก็กินอาหารกลางวันกัน วันนี้กินมื้อกลางวันเหมือนเป็นมื้อเย็นเลยสั่งกันเยอะมากยิ่งพวกปั่นไปดูน้ำตกกลับมาสั่งเป็นสองเท่าของกลุ่มแรกที่ไปถึง กินกันอิ่มแล้วก็จัดไอติมกันอีก แล้วก็ไม่พลาดที่ขอร่วมสั่งไอติมมากินอีก เหมือนความร้อนระหว่างทางดูดพลังงานจากร่างไปหมด อยากได้อะไรเย็นๆ ไปเติมให้สดชื่น

ทีแรกคิดว่าที่พักจะอยู่ข้างๆ ร้านอาหารอ่านชื่อผิดไปนิดต้องปั่นไปอีก 3 km นะถึงจะถึง กินอิ่มก็มีแรงปั่นได้สบายมาก มองเล็งข้างทางว่ามีตลาดให้เดินด้วยมีอะไรขายบ้าง ถึงที่พักวางของแล้วยังอยากได้อะไรหวานๆ ยังออกมาหาซื้อซ็อกโกแล๊ตแต่ที่นั่นไม่มีขายได้แค่ทิวลี่ธรรมดามาชดเชยความอยาก 5 อัน กลับมาห้องคิดว่าจะค่อยๆ กินเผื่อไว้พรุ่งนี้บ้าง ทำเอาหมดในพริบตาแบ่งน้องไปแค่อันเดียวเอง

ทุกคนพักผ่อนตามอิสระแล้วเจอกันอีกทีมื้อเย็น ก็นอนเล่นในห้องน้องบางคนก็ออกไปข้างนอกถ่ายรูปซักผ้ากัน ส่วนของแนนซักทุกวันอยู่แล้วเวลานี้ขออยู่ในที่เย็นๆ พักผ่อนเก็บแรงก่อนเย็นๆ แล้วค่อยว่ากัน ตลาดที่เล็งไว้อะไรหลายอย่างก็ไม่ได้ออกไปจนกระทั้งเย็นหนึ่งทุ่มโดนตามไปกินข้าว ก็ต้องปั่นออกไปที่เดิม 3 km ไปถึงทุกคนก็นั่งชิวมากกับน้ำปั่นคนละแก้ว น้องก็ชวนสั่งงั้นขอโกโก้เย็นแล้วกัน ตั้งแต่แวะมาก็เพิ่งเจอร้านนี้แหละที่โกโก้อร่อยมาก อิ่มจากอาหารมื้อกลางวันกันอยู่ มื้อเย็นวันนี้ก็ขอแค่สลัดเบากันคนละจาน แล้วก็กลับเข้าที่พักนอนเก็บแรงเตรียมปั่นต่อในวันรุ่งขึ้นอีก 80 km

ปากชมเป็นอำเภอเล็กๆ ที่เด็กๆ น่ารักดีมากๆ เพราะหลังพระอาทิตย์ตกดินไม่นานเมืองเล็กๆ ก็สงบมากไม่มีร้านขายขนมหรือตลาดนัดกลางคืน จะหาน้ำเต้าหู้หรือขนมหวานสักถ้วยก็ต้องรอตีห้าของอีกวัน แวะสถานีตำรวจเขาก็บอกทุกคนเขาปิดบ้านเข้านอนตั้งแต่ทุ่มแล้ว จะมีให้เห็นคึกคักก็แต่คาราโอเก๊ะตามบ้านแค่นั้น เหมาะสำหรับใครที่ต้องการพักแบบสงบๆ ปลีกวิเวกจากผู้คนมากๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: