โกดัง 9

11 มี.ค.

ถ้าไม่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองก็คงไม่เชื่อว่าจะมีภูเขาจักรยานอยู่ในเมืองไทย ร้านที่เห็นว่ามีเยอะแล้วที่เห็นมาทั้งหมดยังไม่เท่าเสี้ยวเดียวกับที่เห็นที่นี่ ทำเอาอยากเห็นถึงญี่ปุ่นแล้วสิว่าที่นั่นจะมีภูเขาจักรยานใหญ่ขนาดไหน

เส้นทางที่จะไปหาใช่คนทั่วไปจะรู้จัก โชคดีเราได้เจ้าถิ่นนำทาง ก็สอบถามทางกันไปตลอดว่าอยู่ตรงไหนแน่ หลังจากลงรถตู้ที่ขึ้นจากเมืองตากมาสู่อำเภอแม่สอด เราก็เห็นเป็นเมืองจักรยาน ทุกบ้านมีจักรยานจอด มีจักรยานปั่นสวนและทางเดียวกับรถตลอดเวลา สามล้อถีบยังขนผู้โดยสารและอาหาร ไม่คิดว่าจะได้เห็นแบบนี้ในเมืองไทย

คำถามแรกที่ผุดขึ้นคือว่าจักรยานหาซื้อง่ายและถูกมากอย่างนั้นเลยหรือ ประกอบจักรยานเสร็จเรียบร้อยพร้อมปั่นไปที่พัก ก็สั่งเกตุตลอดทางว่ามีร้านจักรยานอยู่ไหนบ้าง จักรยานหาซื้อง่ายจริงๆ ตามร้านขายขนมข้างทางก็มีจักรยานขาย แต่ราคาก็ไม่ใช่ว่าจะถูกนะเพราะเหมือนจับกลุ่มนักท่องเที่ยว

ประมาณ 10 km จากที่พักถึงตะเข็บชายแดน ตลอดทางที่ดูแล้วเหมือนไม่ใช่คนไทยเพราะนุ่งโสร่ง มีแป้งสีเหลือแปะอยู่ที่หน้าเป็นส่วนใหญ่ ถนนก็เป็นเนินสูงขึ้นเขาตลอดทางจนพบกับด่านตรวจคนเข้าเมือง เราก็แค่ยิ้มทักเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าเป็นคนไทยก็ปั่นผ่านได้สะดวก ถนนดูขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น มีคนปั่นจักรยานพับเยอะดี คันสวยๆ ทั้งนั้นด้วยสิ

ทางไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมาก แค่เลี้ยวให้ถูกซอยปั่นมาตามถนน ก็จะเห็นป้ายทางเข้าคลัง 9 เข้าไปทีแรกคิดว่าจะมีของหลายๆ อย่าง แล้วก็มีจักรยานอยู่บ้างจำนวนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะทำเอาตะลึงตาค้าง นี่มันภูเขาจักรยานชัดๆ สูงกว่าตัวเรา 3 เท่าได้ และกินพื้นที่กว้างแบบสนามหลวง ก่อนเข้าประตูเห็นรถสวยๆ จอดอยู่เพียบ มีตัวหนังสือญี่ปุ่นแต่ไม่มีทะเบียนรถติดอยู่

มองซ้าย มองขวา ข้างหน้า ข้างหลัง มีแต่จักรยานมากมายกองเหมือนของไร้ราคา เราเดินเข้าไปร้านแรกหยิบจับแล้วสอบถามราคาดู จะขอถ่ายรูปก็ถูกห้าม 1,500 2,000 3,000 จะเอาคันไหนก็เลือกเลย มีคนเดินประกบพวกเราตลอดเวลา ด้วยความที่ไม่ได้เล่นจักรยานเก่าก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เอาแต่เดินเล่นแทน

เดินตรงเข้าไปสุดดซอยดูเหมือนเป็นโรงชำแระจักรยานขนาดใหญ่ ใครถนัดถอดล้อ ก็ถอดแต่ล้อ ใครถนัดเอาเบรกออกจากแฮนด์ก็ดึงออกอย่างเดียว มีเด็กๆ ช่วยกันรื้อจักรยานเป็นสิบคนได้ อะไหล่ที่ถอดไว้แล้วก็แยกเป็นกองๆ แต่ละชนิดรอขาย เห็นแล้วรู้สึกว่าที่กรุงเทพฯ ขาดช่างจักยานมากๆ น่าจะเอาเด็กๆ พวกนี้ไปทำงานนะ ดูแต่ละคนเก่งและคล่องมาก

จักรยานเยอะมากๆ หลาย ร้อยยี่ห้อที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จัก แต่ละร้านก็จะมีของขายไม่เหมือนกัน บางร้านขายแต่รถพับ เสือภูเขา เสือหมอบค่อนข้างหายาก แต่ยังมีให้เห็น จักรยานแม่บ้านเยอะที่สุด เยอะแบบมัดกองละ 50 คัน 100 คันขาย เจ้าของร้านที่นี่เหมือนเป็นคนพม่าแทบทุกร้าน ข้างหลังมีหมู่บ้านพม่าเล็กๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วย เดินตรงไปสุดทางก็เห็นเป็นแม่น้ำ มีเรืนขนถ่ายจักรยานจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง ฟังเสียงดูแล้วไม่ถนอมเหมือนที่เราวางกัน เสียงดังโครมครามตลอดเวลา

ที่บริเวณใกล้ๆ แม่น้ำก็มีก๊อกน้ำอยู่ ตรงนั้นเรียกเป็นแผนกซักล้างก็ว่าได้ เด็กผู้ชายหลายคนพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดกำลังขัดสนิมและส่วนต่างๆ ของจักรยานอยู่ ดูท่าต้องออกแรงและใช้ผงซักฟอกเยอะน่าดูกว่าจะสะอาดเหมือนใหม่ เดินดูต่อไปเรื่อยๆ ก็เห็นบางร้านกำลังพ่นสีอยู่ ตรงไหนที่ขัดไม่ออกก็พ่นทับรอยเดิมเลยง่ายดี

ด้วยความอยากรู้ว่าที่นี่เปิดมานานไหม จึงได้ถามไปและได้รับคำตอบมาทำเอาทึ่ง เปิดมาเป็นสิบปีแล้ว ขายเดือนละ 6-7 ตู้ ละ 450-800 คัน รับมาจากแหลมฉบังส่งมาถึงแม่สอด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า เนื่องจากเมื่อ 6 ปีก่อนพม่ามีกฎหมายห้ามใช้มอเตอร์ไซด์เพราะไปขวางการจราจรรถยนต์ไม่สามารสัญจรไปมาได้ จักรยานก็เลยได้กลับมาฮิตใช้กันอีกครั้ง

ปกติชาวพม่าจะซื้อจักรยานแบบเหมาะกอง โดยจะมีรายละเอียดบอกว่ากองนี้มีกี่คันอาการแต่ละคันเป็นยังไงบ้าง มีตั้งแต่กองละ 40 คัน 50 คัน จนถึง 100 คัน คนซื้อก็ต้องดูให้ดีระวังโดนหลอกเช่นกัน เพราะมีพ่อค้าบางร้านขี้โกง เอาคันสภาพดีๆ ไว้รอบๆ อัดแน่นไปด้วยซากเก่าที่ใช้ไม่ได้ หนึ่งตู้ก็แบ่งได้ประมาณ 3 กอง

จักรยานทุกคันก่อนออกจากท่าต้องการมีจ่ายค่าภาษีตกคันละ 250 บาท ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจ่ายเงินจะปั่นออกจากที่โกดังได้นะ จะต้องอ้อมไปด้านหลังที่เป็นที่พักชาวพม่า จะมีประตูเล็กๆ พ่อค้าคนขายของจะส่งของให้ทางนั้น เมื่อถึงตัวเมืองจะฝากส่งจักรยานกับกลับกรุงเทพฯ ก็ต้องมีเอกสารจากศุลกากรไม่อย่างนั้นทางผู้จัดส่งจะปฎิเสธการให้บริการได้

ไม่อยากจะบอกว่าเป็นของขโมยมาแต่ก็น่าจะใช่แน่ๆ เพราะสิบปีผ่าน กับ ร้านจักรยานมือสองที่เพิ่มขึ้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่โละจักรยานเก่าได้ทุกวันเดือนละหลายพันคัน จาก 30ร้านค้าที่เห็น คำนวณเล่นๆ เอาแค่ตู้ละ 1 ร้านต่อเดือนก็พอ ทำเอารู้สึกว่าถ้าไม่ใช่รุ่นที่โละทิ้งจริงๆ อย่างจักรยานไปรษณีย์ที่มีเป็นร้อยคันให้เหลือก ก็คงไม่กล้าซื้อคันอื่น ถึงจะราคาถูกแสนถูกก็ตาม เพราะคิดว่าถ้าจักรยานที่ปั่นทุกวันหายไปก็คงเศร้าไปหลายวัน

Advertisements

6 Responses to “โกดัง 9”

  1. Angel Of Paradise มีนาคม 11, 2012 ที่ 11:02 am #

    เค้าห้ามพี่แนนถ่ายรูปสงสัย จะขโมยมาอย่างที่ว่าจริงๆ ว่าแต่ สุดท้ายรถพวกนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าคนไทย ไปซื้อด้วยมั้ยครับ

    • nonlany มีนาคม 11, 2012 ที่ 11:05 am #

      ไม่เห็นคนไทยนะ แต่คงจะมีบ้าง

  2. TOUR เมษายน 15, 2012 ที่ 1:19 pm #

    อยากรู้พิกัดครับ

    อยากไปลองหาเสือหมอบ ทัวร์ริ่งซักคัน

    ถ้าเลือกอะไหล่เองแล้วให้เค้าประกอบให้จะได้ไหมครับนิ?

    • nonlany พฤษภาคม 31, 2012 ที่ 10:19 am #

      รอติดตามใน aday ฉบับจักรยานนะคะ ถ้าหนังสือออกแล้วไม่มีจะบอกอีกที ข้อมูลนี้ตกลงกันว่าให้หนังสือออกก่อน 🙂

    • nonlany มิถุนายน 26, 2012 ที่ 6:46 am #

      เขาขายเป็นคันตามสภาพค่ะ เอาไว้มาบอกนะคะ

  3. Tum Jomkhamsri มีนาคม 3, 2013 ที่ 6:56 pm #

    จักรยานมือสอง ขายเป็นกองงกองละกี่บาทครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: