พักให้หายบ้านหมุน

9 มี.ค.

จิตวิญญานยังหมุนไปตามวงล้อของ human ride เพียงแค่ร่างกายไม่สามารถ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม วันที่ไม่คิดว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น วันนั้นเป็นเส้นทางจากสามพัดโบก มุ่งหน้าสู่โขงเจียม ยอมรับเลยว่าเช้านี้ตื่นมาอย่างไม่สดชื่น รู้สึกเหมือนยังอยากนอนต่อ ทุกคนในทริปก็รู้สึกล้ามากเช่นกัน เมื่อวานเราปั่นกัน 86 km ท่ามกลางแดดร้อน ทางขรุขระ และขึ้นเนิน แต่ด้วยการเดินทางทั้งหมดถูกกำหนดไว้ว่าเราต้องไปต่ออีก 80 km เพื่อให้ถึงตะเข็บชายแดน ทุกคนก็สามารถตื่นทันเวลานัดหมาย 7 โมงเช้าล้อหมุน

อาหารเช้ายังไม่ได้รับประทานก็ต้องออกเดินทางกันแล้ว ตลอดสองข้างทางจากที่พัก สอนคอน รีสอร์ท ริมหาดสลึง จ.อุบลราชธานี ยังไม่มีร้านขายอาหารร้านไหนเปิดพร้อมขาย บางร้านที่เราปั่นผ่านกำลังตั้งน้ำรอเดือด ร้านมินิมาร์ทคิดกับที่พักที่เมื่อคืนคุยกันดิบดีว่าเปิดตั้งแต่ตี 5 เวลานี้ก็ยังเห็นปิดประตู ระยะทางปั่นจากที่พักสู่ถนนใหญ่ขึ้นเนินล้วนๆ ประมาณ 3 km ทำเอาพวกเราหมดแรง

มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่สุดทางติดถนนใหญ่ น้ำดูท่าก็ยังไม่เดือดเหมือนกัน ทุกคนรู้ดีว่าไปต่อจากนี้อีกหลายสิบกิโลก็ไม่มีอะไรขายเพราะเส้นทางที่จะปั่นผ่านมานี้เมื่อวานเรามีปั่นไปผ่านบ้างแล้ว ยังไงก็ต้องรอจนกว่าน้ำจะเดือด พวกเรานั่งรออยู่พักใหญ่ ก็ได้มาม่าคนละชาม เวลานั้นจะเลือกมากมากเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรก็กินไปให้อิ่มๆ ก่อน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติคงต้องขอเปลี่ยนร้านแน่ๆ เพราะหม้อต้มเนื้อและหมูอยู่ด้วยกัน

เห็นแม่ค้าหยิบลูกชิ้นใส่ชามก็อยากรู้ว่าลูกชิ้นอะไร ถามไปก็เหมือนจะไม่เข้าใจ มองดูในถุงก็เห็นตัวหนังสือบอกว่าเป็นเนื้อ ไม่ทันแล้วคุณป้าเจ้าของร้านลวกใส่ชามให้แล้ว ได้มาแล้วมาม่าใส่ไข่ใส่หมู เป็นอาหารเช้าก่อนปั่นทางไกลเช้าวันนี้ บางคนสั่งพิเศษเป็นยำยำจัมโบ้เนื้อ เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวข้าวเปียกก็มีบ้าง ได้มาแล้วกินกันเกลี้ยงหมดชาม ดื่มน้ำตามอิ๋มแปร้ ใครอิ่มก่อนพร้อมก่อนก็ออกปั่นก่อน

ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ออกมาก็รู้สึกหิวอีกแล้ว ยังดีที่มีสะเบียงเหลือบ้าง ถั่วอบกระทิโก๋แก่ที่ซื้อไว้เมื่อวันที่อยู่ในเมืองอุบลฯ ขอถุงพลาสติกป้าคนขายก๋วยเตี๋ยว แล้วแกะถั๋วเทใส่แขวนไว้ที่แฮนด์ด้านขวา ปั่นไปหยิบกินไปตลอดทาง กินไปได้ 1 ส่วนสามก็ต้องหยุดกิน เข้าสู่เส้นทางขรุขระ ก็พยายามหาทางเรียบๆ ปั่นไปแต่ก็แทบไม่มีพื้นเรียบระยะทางประมาณ 1 km ได้ ยังพอยืนปั่นได้เป็นระยะๆ

ผ่านจากจุดนี้มาดีใจที่เห็นถนนเรียบ ไม่ทันไรแค่เลยทางเข้าสามพัดโบกไปก็มีแต่เนิน ยังเป็นทางเนินสวยๆ ขึ้นแล้วขึ้นบนพื้นเรียบๆ ค่อยๆ หมุนบันไดตามรอบขาได้สบาย จากอยู่หลังขึ้นแซงหน้าเพราะหลายคนหยุดพักระหว่างทาง เราจะพักกันอีกที 20 km ข้างหน้าที่มีป้ายบอกว่าสำโรง ทางขรุขระสาหัสมาตลอดผสมทางเรียบเล็กน้อย

ถึงสามแยกพอดีมีจักรยานสมาชิกจอดไว้ 22 km ผ่านไปเองระยะทางยังอีกยาวไกล ครึ่งวันผ่านไปจะปั่นได้ถึงครึ่งทางหรือเปล่าไม่รู้ เวลานี้รู้แค่ว่าต้องเติมพลัง อาหารเช้าที่กินมาไม่เหลือแล้ว ยืนอยู่หน้าตู้แช่หยิบนมกล่องมาดูด รู้สึกหมดเร็วเหมือนกล่องเดียวเล็กเกิน อยากได้ขวดใหญ่ๆ แต่ที่ร้านไม่มี ก็ดื่มน้ำผลไม้ผสมเยลลี่อีกถุง แล้วก็ไปนั่งกินโอริโอ้อีกหลายชิ้น รู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้าง

น้องคนหนึ่งขอโบกรถขึ้นไปแล้ว ยังไม่มีแรงจะเดินไปส่ง ยังนั่งเคี้ยวขนมเติมกำลัง จนน้องอีกสองคนสุดท้ายตามมาถึงก็ออกปั่นต่อ ทางเนินขึ้นที่ขรุขระ ก็พยายามใช้ครีทช่วยดึงขึ้นก็ไปได้ระดับหนึ่ง แต่ยังตามไม่ทันถึงคนที่ออกไปก่อน ก็ไม่ได้กะจะปั่นไล่ตามให้ทัน เอาแค่ว่าให้ไปได้ตามกำลังขาแล้วถึงที่หมายแค่นั้นพอ ในที่สุดก็เห็นทางลงเนินตรงยาวไม่มีโค้ง

ถนนเปลี่ยนเป็นดินสีแดงๆ ก็ดูไม่มีทีท่าอันตรายล้อยังเกาะถนนได้ไม่ลื่นเสียหลัก ทำเอามั่นใจมากว่าลงเนินนี้แค่จับแฮนด์ให้แน่น ทรงตัวให้ตรง ก็ลงได้สบาย จนลืมคำว่าบีบเบรคไป ปล่อยไหลลงไม่ได้หมุนบันได ความเร็วที่ลงไปน้ำหนักตัวกับของที่แบกไว้ ดูท่าก็ไม่น่ามีผลอะไรเมื่อวานทางลงสามพัดโบกก็ดินสีแดงแถมเป็นทางโค้งยังลงได้สบาย

รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกกับหลุมตามถนนทางลาดลงที่ขรุขระสาหัสมาก เหมือนแว่นตากันแดดจะหลุดออกจากหน้า ภาพที่เห็นไม่รู้ว่าเป็นอะไร เหมือนมีนับสิบภาพมาซ้อนไว้ รู้แต่ว่าต้องบังคับแฮนด์ให้ตรงก็พอ จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้สึกเจ็บรู้สึกปวดอะไรสักนิด รู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีอะไรเย็นๆ มาประคบไว้ที่หัว ไม่มีแรงที่จะขยับตัว ได้ยินเสียงคนพูดว่ารถพยาบาลกำลังมา มองไปเห็นหมวกันน็อกตัวเองมีเลือดเป็นก้อนติดอยู่ ดูน่ากลัวมาก

รู้สึกถึงการถูกยกขึ้น จะทำอะไรก็ทำไม่มีแรงพูดจา คิดได้แค่ว่าถ้าหลับคราวนี้จะหลับยาวไหมนะ ได้แต่นอนนิ่งๆ หลับตาจนมาถึงโรงพยาบาลศรีเมืองใหม่ รู้สึกได้ว่าเลือดไหลไม่หยุด ได้ยินพยาบาลพูดอย่างน่าตกใจ ว่าต้องให้หมอมาดูว่าจะเย็บยังไง แอบคิดในใจว่าจะปล่อยให้เลือไหลไปอีกนานแค่ไหน แล้วก็ได้ยินว่าจะฉีดยาชาให้ เจ็บหหน่อยนะ

รู้สึกมีของแหลมปักที่หัวเจ็บนิดหน่อยแล้วก็ชาไม่รู้สึกอะไร มารู้ตัวอีกทีตอนอยู่บนเตียง พยาบาลบอกจะให้น้ำเกลือ โดนเข็มทิ้มที่มือตอนไหนก็ไม่รู้ ลืมตามาดูเห็นมีสายห้อยที่มือแล้ว ได้ยินว่าจะขอตัดเสื้อ ก็เลยตอบไปว่าไม่ให้ตัด บอกว่าซิปที่คอถอดได้ยาว และผ้าก็ยืด พยาบาลก็จับเปลี่ยนเสื้อให้ ถึงได้เห็นเสื้อชุ่มไปด้วยเลือด ทั้งเสื้อนอกและเสื้อใน เพิ่งรู้ว่าหนักขนาดนี้เลยหรอเรา

พยาบาลจะเปลี่ยนกางเกงให้แต่ไม่ยอม เพราะถ้าถอดก็โป้สิอายๆ เดี๋ยวไปเปลี่ยนเองในห้องพักก็ได้ สรุปว่าโดนส่งตัวมาห้องรวม เพราะต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ไม่รู้ว่ามานั่งอยู่บนเตียงได้ยังไง เราพยายามย้ายตัวมาอยู่บนเตียงตอนไหนก็ไม่รู้ เวลานั้นรู้สึกเมื่อยมากเหมือนหลับๆ ตื่นๆ เพราะอากาสร้อนอบอ้าว มองเห็นเป็นพัดลมหมุนอยู่บนเพดานไม่กี่ตัว มองไปเตียงข้างๆ ก็ดูเหมือนไม่มีใคร มองไปทางซ้ายก็เห็นเป็นห้องพยาบาล พยายามจะหันขวาก็มึนหัวนัก

นอนตรงๆ นิ่งๆ จนหลับไป รู้สึกเหมือนมีเพื่อนๆ human ride อยู่ข้างๆ แต่ไม่มีแรงจะคุยอะไร ได้ยินว่าจะไปหาที่พัก ที่เก็บของ แล้วก็หลับไป ตื่นมาอีกทีเพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ลองลุกเองก็มึนเอามากๆ เดินไม่ไหว ได้แต่ส่งสายตาไปในห้องพยาบาล ไม่มีสายตาส่งตอบกลับมา พยายามลุกขึ้นนั่งแบบมึนๆ จนได้ คราวนี้เหมือนพยาบาลถามว่าจะเอาอะไร ก็ตะโกนบอกไปว่าจะไปห้องน้ำ นั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวเรียกรถเข็นก่อน ปวดจนทนไม่ไหวแล้ว พยายามลุกจะเดินไป พยาบาลก็มาช่วยลากเสาน้ำเกลือให้

เข้าไปห้องน้ำก็ถอดไม่ออก พอจับดูถึงรู้ว่าสะเก็ดเลือดแห้งๆ ติดผิวหนังกับกางเกงเข้าแล้ว มึนๆ อยู่ในห้องน้ำคนเดียว เอาน้ำราดกางเกง แล้วก็บอกพยาบาลขอผ้าเข็ดตัว เหมือนพยาบาลบอกให้เอากางเกงของโรงพยาบาลเข็ดแทน เปียกหมดแล้ว พยายามจะเปลี่ยนเป็นกางเกงอีกตัวที่โรงพยาบาลจัดให้ ใส่ได้แต่ผูกไม่ไม่ได้เอามือจับไว้ เปิดประตูออกมาเหงื่อตก มีรถเข็นมารับไว้ทัน

นั่งรถเข็นกลับไปที่เตียง จะลุกขึ้นก็ไม่ไหว หน้าซีดมากได้ยินพยาบาลบอก แรงไม่เหลือแม่จะยกตัวเองขึ้นยืน นั่งหลับตาอยู่บนรถเข็นพักใหญ่ มึนหัวมากอยากอาเจียน ได้ยินพยาบาลถามหาญาติผู้ป่วยแต่ไม่มีใครอยู่ นั่งเฉยๆ ก่อนนะเดี๋ยวไปหายามาให้ดม แล้วก็ได้สำลีพันปลายไม้ 3 แท่งกำอยู่ในมือ ดมแล้วกลิ่นก็ประหลาด อาการคลื่นไส้ก็หายไป ดมสักพักก็มีแรกยกตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ไปนอนบนเตียง

สักพักเพื่อนๆ human ride ก็กลับมา ได้ยินว่า 5 โมงรถจะมาถึง จะส่งตัวเข้าไปรักษาในเมือง น้องบอกว่าพี่แนนดมยาไอซ์ดีกว่า นอนหลับตาได้ยินเสียงคนคุยกัน แล้วสักพักก็ยินว่ารถมาถึงแล้ว รู้สึกมึนๆ งงๆ ทุกครั้งที่ถูกเคลื่อนย้าย คราวนี้ก็ย้ายจากเตียงลงรถเข็น ไปรถเข็นอีกคัน ดีหน่อยที่คันใหม่จากโรงพยาบาลราชเวชมารับปรับนอนได้ รู้สึกถูกเข็นเข้าล็อกที่ท้ายรถ สักพักจึงเริ่มออกเดินทาง

เจ็บหัวมาตลอดทางเพราะแรงสะเทือนจากพื้นถนนที่ขรุขระ หัวก็ไปกระแทบกับเหล็กที่เตียง นอนมาแบบมึนๆ 60 km ไม่มีทางเรียบ ยังคิดอยู่ว่าตัวเองปั่นมาได้ยังไง น้องบอกว่าเขามาคนละทางกับที่เราปั่นนะ ที่ไม่เมาแล้วยังมีสติรู้สึกได้ตลอดเวลาเพราะได้ยาดมที่น้องป้ายใส่เข้ารูจมูกให้ ทำให้สดชื่นตลอดการเดินทางมาอีกโรงพยาบาล

นอนแหงนหน้าเห็นแต่แสงไฟนีออนจนแสบตา รู้สึกถูกเข็นเข้ามาในห้องรอหมอมาตรวจ พยาบาลถามว่ามีแผลที่ไหนบ้าง เวลานั้นเจ็บแต่หัวและไหล่ นอกนั้นไม่รู้สึกเจ็บ แค่แสบๆ นิดหน่อย แต่ที่ไหล่แสบสุดๆ เหมือนว่าหมอขอดูแผลที่หัวแตกแล้วล้างแปะเข้าไปใหม่ แล้วส่งตัวไปพักที่ห้อง ยังมีสายน้ำเกลือห้อยติดไปด้วยตลอด โดนจับเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกรอบเป็นชุดของโรงพยาบาลนี้ รู้สึกอากาศดีขึ้นเยอะเลย เย็นสบาย ยังโดนงดน้ำและ อาหารเหมือนเดิม จนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมง จะลุกไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ไหวยังมึนๆ ทำเอาต้องใส่แพมเพิสไปก่อน

หลับสนิทตลอดคืนจนถึงเช้า รู้สึกสดชื่นมากๆ เหมือนว่าจะมีแรงปั่นจักรยานแล้ว 8 โมงเช้าคุณหมอมาเยี่ยมไข้ ตรวจดูอาการบอกว่าพักอาทิตย์เดียวก็ไปปั่นได้แล้ว และก็เอาป้ายงดน้ำงดอาหารออก ดีใจมากมายได้ดื่มน้ำแล้ว อาหารเข้าเป็นข้าวต้มหมูก็กินหมดชาม หลังจากนั้นกินยาก็หลับไป ตื่นมาอีกทีตอนเที่ยงกินข้าวต้มกับข้าว 3 อย่าง หมดเกลี้ยงไม่เหลือ กินยาแล้วก็หลับไปอีก ตื่นมาอีกทีตอนเย็นกินข้าวต้มกับ 3 อย่างแล้วก็กินยาคราวนี้หลับยาวถึงเช้าอีกวัน

สามารถเดินลุกเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว คุณหมอมาตรวจอีกครั้งบอกกลับบ้านได้ และได้ข่าวว่าป๊ากับม้า จะบินมารับตัวกลับบ้าน ยังปรึกษาหมอว่าจะวางแผนยังไงดีให้ส่งป๊าม้ากลับบ้านจะได้ปั่นต่อ ในที่สุดหลังจากคุยกับพี่สาวก็ลืมนึกไปว่าไม่ใช่แต่เรายังมีสมาชิกของทริปอีก เพื่อไม่ให้เป็นภาระของทริปก็เลยต้องขอตัวพักทริปชั่วคราวฟื้นฟูร่างกายให้กลับเป็นปกติแล้วค่อยปั่นต่อ คาดว่าน่าจะหายทันทริปลงใต้นะ

Advertisements

4 Responses to “พักให้หายบ้านหมุน”

  1. IMooba Cybernet มีนาคม 10, 2012 ที่ 12:20 am #

    ติดตามอ่านเรื่องราวของคุณแนนตลอด
    หวังว่าคงไม่เป็นไรมากนะครับ หายไวๆ
    เป็นกำลังใจให้ครับ >_<

  2. Angel Of Paradise มีนาคม 11, 2012 ที่ 11:08 am #

    โอ้ยมาอ่านในนี้ถึงได้รุ้ว่าเป็นหนัก
    บอลนึกว่าพี่แค่รถล้มหมดสติเฉยๆซะอีก

  3. arkanay มีนาคม 12, 2012 ที่ 10:25 pm #

    วันนี้ 12 มีนาคม 2555 อาการคงดีขึ้นมากแล้วนะครับ…บอกว่าจะลงใต้เหรอครับ ไปที่ไหนครับ?
    และขอให้แข็งแรงนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: