ปั่นผ่าน

23 ก.พ.

เวลาผ่านไปเร็วมาก ปั่นจนไม่รู้ว่าวันไหน วันนี้วันที่เท่าไรไม่มีใส่ใจเก็บมาคิดนับในหัว รู้แค่ล้อหมุนกี่โมงแล้วจุดหมายคือที่ไหน

จะว่าไปก็เหมือนมาทำงาน สิ่งที่แวะทั้งหมดคือคนที่จะไปสัมภาษณ์ ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยคนไม่ใช่เวลา สถานที่ต่างๆ ที่สำคัญวัดดังๆ ก็ไม่ได้แวะเข้าไปไหว้ บางครั้งก็รู้สึกเสียดายยังไม่ได้เที่ยวที่นี่ ที่นั่น

ลองชั่งความรู้สึก ถามตัวเองดู ว่าถ้าย้อนเวลาหรือเวลาที่เหลือเราจะปั่นไปไหน ยังไงก็อยากไปเจอคนจักรยานหรือร้านเกี่ยวกับจักรยานอยู่ดี แสดงว่ามาถูกทางแล้ว แค่รู้สึกเวลาแต่ละจังหวัดน้อยไปหน่อย ยังอยากปั่นวนมาทุกจังหวัดหลายๆ อีกครั้ง

สิ่งที่สัมผัสได้ในทุกจังหวัดคือคนจักรยานเหมือนพี่น้องกัน เหมือนน้องไปเที่ยวบ้านพี่ หรือพี่ไปเที่ยวบ้านน้อง เพราะเรามีเจ้าถิ่นรักการปั่นแต่ละจังหวัดช่วยนำทาง แล้วก็บอกว่าถ้าจะมาเก็บรายละเอียดอีกทีก็ติดต่อมานะ เดี๋ยวพาปั่นให้เมืองพรุน ครั้งนี้เวลาน้อยไปหน่อยเรายังไม่ได้ดูอะไรในจังหวัดนี้อีกหลายอย่าง

ปั่นจนรู้สึกอยากให้กระทรวงศึกษาบรรจุวิชาจักรยานอยู่ในหลักสูตร ไม่ใช่แค่การใช้จักรยานให้ปลอดภัยอย่างที่ผ่านมา นั่นควรเป็นหลักสูตรสำหรับเด็กอนุบาลด้วยซ้ำ วิชาสังคมที่หลายคนว่าสนุกแต่ตอนเรียนยังต้องมาสอบซ่อมประจำ ผิดกับวิชาวิทยาศาร์ที่ได้ปฏิบัติก็เอาเกรดเป็นตัวเลขสามสี่มาได้ จากที่คิดตลอดว่าจะท่องยังไงให้จำ น่าจะเปลี่ยนวิชาสังคมเป็นภาคปฏิบัติ

บางคนอาจตอบว่ามีแล้วก็ได้ คือการไปทัศนศึกษา แต่ที่ผ่านมาคือไปลอกข้อคบามที่แปะอยู่ข้างฝามาส่ง เดี๋ยวนี้คงง่ายแค่ ก็อปปี้จากเน็ทแล้วแปะก็ได้ ถ้าเจอเด็กที่ไม่ชอบเรียนแบบแนนคงต้องมีกิจกรรมอะไรมากกว่าให้มันซึมแบบไม่ต้องอ่าน แต่ให้ถามในเรื่องที่อยากรู้เผื่อโยงใยเข้าสู่บทเรียน สำหรับแนนแล้วจักรยานละคือคำตอบ

ปั่นผ่านแต่ละพื้นที่รู้สึกเหมือนย้อนเวลามาเรียนหนังสือ น่าจะครบทุกวิชาด้วยสิ ภูมิประเทศแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร ที่ราบหรือเนินเขาชันมากแค่ไหนสัมผัสได้ทุกครั้งที่กดบันได เศรษฐกิจของแต่ละเมืองเป็นยังไงทำเอาสงสัยว่าทำไมคนลำพูนสมัยก่อนมีกำลังซื้อราเล่เกือบทุกบ้าน ที่บ้านยังไม่มีสักคันเพราะสมัยนั้นมีแต่พ่อค้าเจ้าของกิจการถึงจะมี เงินสิบบาทยังซื้อโกโก้อร่อยๆ สิบห้าบาทซื้อขนมปังสัขยาแบ่งเจ็ดคนกินกันในสุโขทัย

สี่โมงเย็นคนพิษณุโลกก็มาปั่นจักรยานกันหลายสิบคันในสนามบิน เวลานั้นคนในกทมยังหัวฟูกองโตอยู่กับงาน นิกและคนต่างชาติที่เจออีกหลายคนมาอยู่เมืองไทยเพื่อปั่นจักรยาน พี่เนิ่มเอาเด็กที่ไม่มีโอกาสในการเรียนมาฝึกเพื่อแข่งให้เขามีอนาตคได้บรรจุรับราชการ คุณหมอฟันเปิดร้านจักรยานใหญ่สุดในลำปาง น้องที่น้ำหนัก 140 อายุ 15 ฝันว่าสักวันหนึ่งจะลงแข่งทีมชาติ แค่ส่วนเล็กๆ ที่ได้พบพูดคุยระหว่างปั่นผ่าน เอามาชวนให้อยากปั่นจักรยาน ถ้ามีเวลาจะมาเล่ารายละเอียดให้อ่านกัน ได้เวลาไปปั่นเที่ยวเมืองเลยแล้วค่ะ

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ปั่นผ่าน”

  1. Pitt Sutprom เมษายน 28, 2012 ที่ 8:00 pm #

    ขออนุญาติฺไปแชร์นะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: