จอดที่ไหนดี

27 ม.ค.

ชวนคนมาปั่นจักรยานก็ว่ายากมากแล้ว แต่จะหาที่จอดจักรยานปลอดภัยนั้นยากมากกว่า เฮ่อออ…………….

ช่วงนี้ได้ยินเรื่องจักรยานหายเกือบทุกวัน ทำไมคนถึงได้เห็นของคนอื่นเป็นของตัวเองไปได้ นิสัยแบบนี้จับได้ควรตัดนิ้ว ขโมยจะได้ไม่กล้าทำอีก คุณตำรวจก็อีกนะไม่จับอะไรให้เลยเวลาพวกเราผู้ใช้จักรยานไปแจ้งความก็ทำได้แค่บันทึก กล้องวงจรปิดไม่ทราบว่าติดไว้ทำอะไร มีตั้งเยอะตามสี่แยกใหญ่ ก็ดูสักหน่อยจะได้ไหมว่าโจรขโมยไปทางไหน เพราะบางคนที่หายนั้นจอดในรั้วบ้านตัวเอง ที่จริงแล้วไล่ไปตามกล้องทีละตัวดูใครมั่วมาเอาไป หรือ ถ้ากล้องวรจรปิดเป็นแค่ของเล่นบนยอดเสาไฟ ขอเอาเงินไปซื้อจักรยานมาจอดเล่นให้ทั่วเมืองแบบว่าใครอยากปั่นก็หยิบไปปั่นก็ได้ดีกว่านะ

ตามห้างใหญ่โฆษณาไว้ว่ามีที่จอดจักรยาน แต่ไม่มียามเฝ้า แบบนี้มีก็เหมือนไม่มีนะเพราะเราก็ไม่กล้าจอด ในที่จอดรถก็รู้ว่าคุณทำไว้ให้มอเตอร์ไซด์จอด มียามเฝ้าน่าประตูเข้าออก แต่จักรยานไปจอดข้างตู้ที่คุณอยู่ก็ยังหาย อะไรจะไม่มีน้ำใจดูให้กันสักหน่อยหรือ สถานที่ไม่น่ารักเราพอไว้แค่นี้ ถ้าใครอยากไปใช้บริการคงต้องใช้บริการที่จอดข้างเคียง

ได้คุยกับหลายๆ ร้านจักรยานพวกเขาน่ารักมากบอกว่ามาจอดได้ยินดีต้อนรับจักรยานทุกคัน ที่แรกก็ลำบากใจว่าจะไปจอดอย่างเดียวนะ ของเรามีครบละเราคงไม่ได้ซื้ออะไร น้องที่ร้าน bike zone บอกมาเลยครับพี่มาแถวนี้แวะมาจอดได้ ครั้งนั้นก็เลยเอาไปฝากไว้แล้วก็เดินไปต่อที่อื่นๆ เย็นๆ ก็กลับมาเอา น้องบอกว่ามาก่อนร้านปิดแค่นั้นแหละพี่ ไม่งั้นพี่ก็ต้องมาเอาวันรุ่งขึ้นเพราะพวกผมกลับบ้านแล้ว

อีกวิธีที่ใช้ คือไม่เอาจักรยานไปจอดในที่จอดเฉยๆ แต่ทุกครั้งที่จอดจะกำชับบอกเจ้าหน้าที่ พี่ค่ะ ช่วยดูจักรยานให้ด้วยนะคะ ถ้าไม่ใช่หน้าตาแบบนี้นะ ใครมาหยิบนะจับได้เลย บางครั้งก็ไม่มีสายล็อกไปด้วย กลัวก็หายไหมก็กลัวนะ แต่ที่ผ่านมาจักรยานที่หายก็มีสายล็อกทั้งนั้น และเชื่อใจว่าเจ้าหน้าที่ที่รับปากแล้วเขาดูแลให้ อาจจะเป็นความโชคดีที่เจอคนที่รับผิดชอบกับสิ่งที่พูด

หลายๆ ครั้งก็ไม่รู้ว่าจะฝากใครดีเจ้าหน้าที่ก็ไม่มี ก็เลยเอาไปกับเราด้วย เช่นไปธนาคาร ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว วัด สถานที่นัดประชุม ตลาด ฯลฯ มันรู้สึกสบายใจกว่ามากที่จักรยานจะอยู่ข้างตัว บางสถานที่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องขนจักรยานเข้าไปด้วย เราก็ได้อธิบายว่า ช่วงนี้มีจักรยานหายบ่อยจึงไม่วางใจที่จะจอดข้างนอกได้แต่ถ้าคุณมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้เรา เราก็ยินดีนำไปจอดที่ที่คุณจัดไว้ ถ้าไม่มีเราของจอดข้างในนี้นะ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี ที่ไหนไม่เข้าใจเราก็คงต้องขอตัวไปไม่มาใช้บริการอีก ต่อไปคงต้องมีคำว่า serve me serve my bike

แต่ถ้าเกิดไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ก็สบายใจได้โดยใช้วิธีการผลัดกันเเฝ้าด้วยสายตาอยู่ห่างที่จักรยานจอดไม่ไกลนัก รู้สึกว่าเวลาจอดเป็นกลุ่มใหญ๋โอกาสของเราจะหายก็มีน้อยกว่าด้วย เพราะเพื่อนๆ แต่งสวยกว่า

ก็เริ่มจะมีหลายๆ ที่ ที่พวกเราทีมงาน BBC พอจะคุยได้กับเจ้าของสถานที่ให้ทำที่จอดปลอดภัย อย่างใน K Village คุณสามารถเข็นจักรยานไปได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 ชั้น 2 หรือจะจอดตรงที่จอดจักรยานก็ได้ไม่ว่ากัน นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าคนอื่นๆ ก็น่าจะช่วยกันได้ โดยการชวนให้ร้านประจำที่พวกเราปั่นไปใช้บริการอยู่บ่อยๆ เริ่มทำที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยก่อน คิดเล่นๆ ว่าคนหนึ่งมีร้านประจำแค่หนึ่งร้านพอ ปีนี้เราคงได้ที่จอดจักรยานปลอกภัยนับแค่วันละ 1 ที่ ก็ได้ตั้ง 365 สถานที่แล้ว ลองดูนะคะ

ในที่สุดแล้วจอดที่ไหนดีให้ปลอดภัยคงต้องให้ใก้ลตัวที่สุดเท่าที่สามารถ ถ้าไม่งั้นก็ต้องมีคนเฝ้าที่วางใจได้ ถ้าหวังพึ่งรัฐคงอีกนาน ทางที่ดีใช้วิธีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไปก่อนนะ อยากให้พวกเราภูมิใจไว้ว่า เรามันรุ่นบุกเบิกวัฒนธรรมจักรยานของ กทม

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “จอดที่ไหนดี”

  1. nitiwat มกราคม 27, 2012 ที่ 3:01 pm #

    เพื่อนผมเคยจอดไว้ที่จอดที่กทม.จัดไว้ให้ใต้สะพานลอยมีล็อคอย่างดีใส่ไว้ ปรากฏว่าสัปดาห์เดียวหายไปสองคัน (จอดแค่กลางวัน คือปั่นออกมาจากซอยเพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้า ตอนเย็นก็กลับมาเอา) ทั้งๆที่ตรงนั้นคนพลุกพล่านมากกลับไม่มีใครโวยวายให้เวลาเห็นโจรมาทุบล็อคเอาไป
    ต่อมาเพื่อนเลยจอดใน villa supermarket ที่อยู่ใกล้ๆแทน สิ่งแวดล้อมเดิมแต่เปลี่ยนจากที่สาธารณะเป็นที่เอกชน ก็ไม่หายอีกเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: