วันวานจักรยานในความทรงจำ

14 ม.ค.

อยากจะเขียน blog ทุกวันแต่งานประชุมเยอะมาก กลับมาก็สลบแล้ว มีเรื่องค้างไว้ในใจอยากเล่าเยอะเลย วันนี้วันเด็กพอดีทำเอาคิดถึงการปั่นครั้งแรกของตัวเอง และย้อนไปถึงว่าจักรยานเข้ามาในวงจรชีวิตเมื่อไรกันนะ ทำไมถึงได้ติดขนาดนี้ พอนึกๆ ดูแล้วก็………..

จำได้ว่าตอนเด็กๆ เด็กมากๆ ไม่กี่ขวบ ที่บ้านอาม่ามีจักรยานแม่บ้านอยู่คัน คันใหญ่ด้วยที่ขาตั้งจอดแล้วล้อหลังลอย อ๋อไฟก็ติดเองด้วยตอนปั่น มีกระดิ่งกริ๊งๆ ด้วย จอดอยู่ในบ้านทุกครั้งก็จะต้องเอามือไปหมุนบันได้ให้ล้อหมุน แค่นี้ก็สนุกแล้ว แต่ผู้ใหญ่ที่บ้านทุกคนก็กลัวว่าจะเอานิ้วไปแย่ที่ล้อ ซึ่งนั้นก็ใช่เลย จะทำยังไงให้ล้อหยุดหมุนก็เอามือไปจับ ก็เจ็บนิดหน่อยแต่ก็ไม่เข็ด จนต้องมีอี้สักคนมานั่งเฝ้าข้างๆ เวลามาหมุนบันไดเล่น

ทุกครั้งที่จะไปตลาด ก็จะขอตามไปด้วย จักรยานจะมีนี่นั่งพิเศษเล็กๆ เสริมอยู่ระหว่าง หลักอานและแฮนด์ นั่นละที่นั่งประจำของเราเลย พอโตมาหน่อยก็นั่งไม่ได้ก้นไม่พอ ก็มานั่งปลายจมูกอานนุ่มๆ แทน อี้พาปันไปทั่วตลาดน้อย แต่เหมือนไม่เคยพาไปออกถนนใหญ่นะ

ของส่วนตัวจำได้ว่าเป็นสามล้อ ก็เอาไปปั่นเล่นกันเพื่อนตรงข้ามบ้าน พอดีบ้านเขาเป็นโรงกลึง มีที่ปั่นแบบไม่ต้องกังวลรถใหญ่ เวลานั้นเพื่อนมีสี่ล้อหน้าตาเหมือนมอเตอร์ไซด์ผู้หญิงน่ารักมากๆ รู้สึกอยากได้ ลากสามล้อกลับบ้านร้องโยเย อยากจะได้สี่ล้อบ้าง ที่บ้านก็ตั้งเงื่อนไขต้องสอบให้ได้ที่ดีๆ ถึงจะซื้อให้ แบบนี้ก็อดสิ เอาเรื่องเรียนมาอ้างกันเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือแบบเรา ในที่สุดก็กดได้ ทำได้แต่เป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่สาวต่อไป

พอโตมาหน่อยประถมสองได้ ตัวก็เล็กมากๆ ขาก็ยังไม่ถึง อยากจะใส่ล้อเพิ่มมากๆ ในใจคิดแต่ก็ไม่ได้บอกไปเพราะคันนั้นไม่ใช่จักรยานของเรา พยายามจะปั่นให้ตรงแต่ก็กลัวจะล้ม ก็เลยปั่นแบบไม่เอาขาตั้งขึ้น อารมณ์เหมือนหัดทรงตัว ทำเอาขูดพื้นบ้านเป็นรอยหมด จำได้ว่าฝึกทุกวัน วันละนานหลายนาที แต่ก็ยังปั่นไม่เป็นสักที ไปไหนก็เลยได้แต่นั่งซ้อนท้าย

สนุกมากๆ ช่วยนั้นพี่ชายปั่น BMX จะมีที่เหยียบอยู่ที่ล้อหลัง ยืนโต้ลมตามพี่ชายไป บางครั้งก็นั่งอยู่บนเฟรมห้อยเท้าลงมา อยากจะขอติดตามพี่ชายไปทุกที่ แต่ก็ต้องกลับมาบ้านนั่งเศร้า มีแต่ผู้ชายแนนจะไปได้ยังไง

อยากจะปั่นจักรยานเป็นจังเลย ทั้งกู๋ ทั้งอี้ พี่ชาย พี่สาว พยายามจะช่วยให้น้องคนนี้ปั่นจักรยานเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ ก็จับให้เราได้ปั่น จับเบาะข้างหลังไว้แล้ววิ่งตาม ฝึกอยู่นานก็ยังไงไม่เป็น แล้ววันหนึ่งก็สำเร็จ ป.3 แหนะ

วันแรกที่ปั่นออกจากซอยคนเดียว รู้สึกว้าวที่นี้จะไปไหนก็ไม่ต้องเดินแล้วนะ จะปั่นไปแทน ตอนนั้นที่บ้านป๊าม๊าอยู่แถวกรมเจ้าท่า ก็ปั่นไปหาด้วยความที่ฟุตบาทสูงมากข้างๆ ก็เป็นท่อ ไม่มีฝาปิด พื้นก็ลื่นด้วยสิ ทำเอาเสียหลักจากฟุตบาทมาอยู่ในท่อ ขาถลอดได้แผลนิดหน่อย จูงจักรยานกลับบ้านอาม่า เข็นไปช่วงระยะ ไม่กล้าไปอีก

มีวันหนึ่งก็ยืนเกาะท้ายจักรยานเฮียมาริเวอร์ซิตี้ แล้วเหมือนต้องยืนเฝ้าจักรยานอยู่ที่นี่ เฮียข้ามไปทำธุระฝั่งนู้น ยืนอยู่นานรู้สึกน่าเบื่อ ก็ลองค่อมจักรยานขึ้นปั่นอีกครั้ง เราต้องปั่นได้สิพูดกับตัวเอง แล้วก็ทำได้ ปั่นวนเล่นบริเวณนั้นหลายรอบจนกระทั้งเฮียข้ามฝั่งกลับมา วันนั้นเป็นวันที่ปั่นสองล้อได้อย่างมั่นใจตั้งแต่นั้นมา

อยากได้จักรยานมีเกียร์ พอปั่นจักรยานเป็นก็อยากได้จักรยานเป็นของตัวเองสักคัน ช่วงนั้นมาอยู่บ้านอี้ เพื่อนข้างบ้านมีจักรยานมีเกียร์ด้วย โห เท่ห์สุดๆ อยากได้บ้าง ก็ไปขออี้เพราะอี้ใจดี พาไปดูที่ร้านจักรยานหน้าตลาดน้อย พอดีมีร้านจักรยานมาเปิดใหม่ เข้าไปดูคันที่อยากได้เขาจอดไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน มองแล้วก็น้ำลายหก อยากได้แต่อดเพราะจักรยานอะไร ราคาเป็นหมื่น อี้บอกว่าแพงเกิน ก็เลยซื้อ BMX ให้แทน

เพื่อนข้างบ้านก็ใจดีให้ยืมปั่น แต่เรานั้นใช้เกียร์ไม่เป็นเลยไม่ขอลองดีกว่า ได้แต่ปั่นคัน BMX ที่อี้ซื้อให้ นัดเจอกันเป็นกลุ่มใหญ่ เกือบสิบคันน่าจะได้ ปั่นวนเล่นกันแถวตลาดน้อย แล้วก็มี เมื่อไรมีเวลาว่าง หรือ ต้องไปตลาดซื้อของก็จะคว้าจักรยานคันนี้ออกปั่นทุกครั้ง ปั่นแต่ไม่เคยดูแล มอมแมมมาก

ได้ออกถนนแล้ว มีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มพาออกถนน เป็นครั้งแรกที่ปั่นจักรยานบนถนน ออกจากหน้าอำเภอสัมพันธวศ์ ถนนโยธา เลี้ยวซ้ายถนนเจริญกรุง เลี้ยวซ้ายถนนทรงวาด เท่านี้แหละ ที่ได้สัมผัสรสชาติการออกถนนครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น ที่แรกไม่กล้าตาม แต่เพื่อนๆ ก็ไปกันเราก็เลยตามกันไป ก็น่ากลัวรถนมิใช่น้อย ปั่นครั้งนั้นถือเป็นความลับไม่บอกผู้ใหญ่ เพราะถ้ารู้คงโดนว่าแน่ๆ หรืออาจจะโดนยึดจักรยานก็เป็นได้

ห่ายหายไปจากจักรยานพักใหญ่ กลางเป็นสาวซิ่งรถป๊อบ และก้าวเข้าสู่วัยรุ่นที่มีรถยนต์ ที่บ้านบอกปั่นจักรยานอันตรายไม่ให้ใช้จักรยานแล้ว

กลับมามีจักรยานอีกทีตอนทำงาน ความอยากได้จักรยานมีเกียร์ยังฝังลึก หลังจากทำงานเก็บเงินได้ก็อยากให้ของขวัญตัวเองสักชิ้น ปีนั้นได้ไปกาญฯ บ่อยๆ เพราะมารู้จักกับคุณโบ โบมีจักรยานเสื้อภูเขามีเกียร์ด้วย ทำเอารู้สึกอยากได้จักรยานแบบนี้บ้า ก็เลยบอกว่าเราอยากได้จักรยานมานานแล้วแต่ที่บ้านไม่ให้เพราะถนนรถเยอะ ไม่เป็นไรมาจอดที่บ้านเราได้มากาญฯ อาทิตย์ไหนก็มาเอาไปปั่น งั้นพาไปซื้อจักรยานหน่อยสิ

ร้านจักรยานที่กาญฯ เข้าไปก็แบบคนไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากได้จักรยานมีเกียร์ คนขายก็ถามมีงบเท่าไร งบก็มีอยู่แต่เห็นราคาแล้วตกใจ มองกู๊สสวยมาก ราคาหมื่นปลายๆ เทร็คยิ่งสวนใหญ่ราคาสองหมื่นต้นๆ ยังไม่สามารถทำใจควักจ่ายได้ มีคันอื่นแนะนำไหมคะ มีคันหนึ่งนะเป็นลิมิเต็ดด้วยเขาผลิตมาแค่ 300 คัน ที่นี่ได้มา 10 คัน ยังเหลือ 1 คันสนไหม อี้ สีเขียว ไม่ชอบเลยอยากได้จักรยานสีส้ม ลองค่อมดูก่อน เห็นไหมพอดีเลย ราคาก็ไม่แพงนะคันนี้หมื่นสอง มีแปดเฟือง ยี่สิบสี่เกียร์ ปั่นสบายด้วยนะ

ในที่สุดก็ได้มา ทั้งๆ ที่สีไม่ชอบแต่เงินสบายกระเป๋าดี ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะปั่นจริงจังขนาดไหน กะว่าแค่มีแล้วก็ปั่นเล่นๆ ให้สนุกหายอยากก็พอแล้ว จากนั้นก็ปั่นกาญฯ ทุกอาทิตย์ ออกไปปั่นจักรยานตอนเช้าคนเดียว จนได้รู้จักมิตรภาพาของจักรยานจากที่นั่น มีกลุ่มปันอยู่ที่นั่น แล้วก็รู้สึกอยากบอกความลับนี้กับที่บ้านแล้วละ แนนมีจักรยานแล้วนะ พอดีบ้านรับทราบไม่ได้ว่าอะไร ก็หาทางว่าทำไงให้ได้เอาจักรยานกลับมาที่กรุงเทพฯ จากนั้นชีวิตบนหลักอานก็เริ่มขึ้น…….

ทำเอายังอยู่แถวตลาดน้อย

โตมาหน่อยน่าจะตอนประถมได้ อยากได้จักรยาน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: