CMBKK ครั้งสุดท้ายของปี 53

31 ธ.ค.

อ๊ายยยย……..อย่าเข้าใจผิดไปนะคะว่าเป็นครั้งสุดท้ายท้ายสุดสุดสิ้น ไม่ใช่อย่างนั้นนะ แค่เป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้เองค่ะ 2553 ปีหน้าก็มีอีก

ทีแรกก็กะแวะไปทักทายเฉยๆ เพราะง่วงมากว่าจะกลับบ้านนอน แล้วอารมณ์ความสนุกของการได้เจอเพื่อนๆ นักปั่นที่ไม่รู้จักแต่คอเดียวกัน ก็พาไป…….

คนไม่เยอะมาก อาจจะเพราะกลัวสไตล์การปั่นของผู้นำที่มีประวัติลำลือว่าโดนทิ้งประจำ อย่าว่าแต่คนอื่นค่ะ แนนยังกลัวเลย ก็เลยตั้งใจแค่แวะมาดูมาทักทาย แต่ไหนๆ ก็มาถึงแล้วจุดหมายปลายทางก็น่าสนใจมิใช่น้อย เป็นสถานที่ที่ยังไม่เคยไปด้วยสิ

เห็นเขามีสมุดพกเอามาให้ประทับตรากันด้วย เอ๊อะไรกันนะไม่เคยเห็นไม่เคยมี ก็เลยถามได้ความว่า ให้ลงทะเบียนก่อน เป็นทางการมากๆ ใช่ครับ ข้อมูลตรงนี้ต้องส่ง สสส แล้วคนที่มาใหม่ครั้งแรกต้องทำไงบ้างค่ะ เห็นมีสมุดพกกันด้วย อ๋อ เป็นสมุดสะสมเอาไว้ประทับตราตอนเริ่มและจบทริป สะสมแลกของรางวัล เช่น มีตราประทับ ครบ 5 ครั้ง ได้เป้ ครบ 10 ครั้งได้เสื้อ ครบ 15 ครั้ง ได้เสื้อจักรยาน ค่าสมัคร 20 บ.

พีอาสาเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ก็ต้องเริ่มกรอกเอกสารในกระดาษใบเล็กๆ พร้อมกับเงิน 20 บ.ดูเหมือนจะเป็นการเก็บให้ดูมีคุณค่าแก่การรักษาของเพราะดูแล้วก็ให้ฟรีก็ยังได้แต่อาจไม่มีใครสนใจจะรักษา ถือเป็นไอเดียที่ดีนะ

หลังจากนั้นจะได้รับกระเป๋าคลองคอสะท้องแสง พร้อมสมุดพก 1 เล่ม

สมุดพกเป็นกระดาษแข็ง อย่าให้เปียกน้ำนะมีเปื่อยแน่ๆ

ข้างในก็มีแบ่งเป็นช่องตาราง

ก่อนออกได้เห็นจักรยานมาร่วมปั่นด้วย คิดว่าของใครที่ไหนได้วันนี้เสือออยถอยจักรยานคันใหม่มาเป็นโบนัสให้ตัวเอง ดูแล้วก็น่าปั่นดีเป็นจักรยานแม่บ้านมีเกียร์ด้วยนะ ทำเอาสนใจอยากขอลอง ปั่นวนรอบหน้าหอศิลป์ใช้ได้เลยนะ เมื่อเทียบคุณภาพกับราคาที่ได้มา

เกือบได้เวลาออกทริป ทางผู้น้ำทริปก็เริ่มบอกรายละเอียดเส้นทาง พอได้เวลาออกคนก็เยอะกว่าที่คิดไว้ ทีแรกกะว่าไม่มีคน ก็เกือบ 20 คนได้ เราปั่นออกจากหอศิลป์ ขึ้นไปทางพญาไท แล้วเลี้ยวซ้ายออกพระราม 6 ตรงไปผ่านวัดบวรฯ ยาวไปออกราชดำเนิน แวะพักที่สนามหลวง ที่นี้เราได้สมาชิกเพิ่มอีกหลายท่าน

ปั่นวนรอบในสนามหลวงหนึ่งรอบ แล้วไปขึ้นสะพานปิ่นเกล้า เป็นครั้งแรกที่ใช้มวลวิกฤตจอดจักรยานชมวิวบนสะพาน เราจอดกันชิดของทางมากๆ แบบรถสวนมากลัวพวกเราเลยต้องไปใช้เลนขวาสุด เป็น CM อย่าหนึ่งละมั๊ง แบบไม่ดูเป็นศัตรูกับผู้ใช้รถหรือครองถนน

ปั่นตรงยาวใช้เลนกลางข้ามสะพานข้ามแยกแบบไม่จอดไปถึงสายใต้เก่า ตรงตามทางข้ามสะพานแล้วเบี่ยงซ้ายบนถนนบรมราชินี ปั่นตรงๆ ไปเลี้ยวซ้ายอีกทีบนเพชรเกษม ข้ามสะพานไปมองทางขวามือก็เห็นจุดหมายของเรา แต่ยังต้องไปตรงต่เพื่อกลับรถ ระหว่างทางได้กลิ่นกองขยะ เหม็นทำลายบรรยากาศดีๆ เย็นๆ ยามปั่นจักรยานไปนิด ก็เห็นอยู่นะว่าป้ายปรับคนทิ้งขยะ 2 พันบาท

กลับรถแล้วมาจอดพักที่ปั้มน้ำมันอยู่นาน เพราะว่ามีจักรยานยางรั่ว ไม่ได้เหยียบตะปูหรือเศษแก้วนะ แต่เป็นการตกหลุมดักล้อ อีกคันปั่นตามมาลงกระแทกหลุ่มเดียวกันทำเอาต้องกลับไปดัดล้อ ความน่ารักของจักรยานคือ ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนก็ไม่บ่นหายเพื่อนเดือนร้อนเรายินดีช่วยกัน บ้างมีแผ่นปะยางแบ้างมีที่สูบยาง แล้วใครมีความสามรถในการปะยางให้ไวก็อาสามาช่วยกัน

จากนั้นเราก็ปั่นไปยังจุดหมายของค่ำคืนนี้ ไปดูที่จอดจักรยาน เราจะเข้าไปขอบคุณเขาที่ทำที่จอดให้จักรยานและร้องเพลง จะว่าไปไม่มีใครรู้เรื่องแผนการครั้งนี้มาก่อน แต่ทุกคนก็พร้อมใจกับ flash mob สุุดน่ารักครั้งนี้ ทำเอาประทับใจ เพราะทางร้านพนักงานก็ดูมีความสุขไปกับคำขอบคุณที่ได้รับด้วย

เห็นที่จอดแล้วเขาทาสีไว้ให้ก็น่ารักดี ที่จอดก็ใช้พื้นที่แค่รถยนต์หนึ่งคันแค่นั้นเอง แต่จอดตอนกลางวันคงจะร้อนหน้าดูเพราะไม่มีหลังคากันแดดเหมือนของรถยนต์ เห็นแล้วอยากให้มีแบบนี้ทุกสาขาของร้านนี้จังเลย แต่ได้ประมาณนี้ก็ขอบคุณมากค่ะ อย่างน้อยก็เห็นและนึกถึงพวกเราที่ใช้จักรยาน เป็นไปได้ปี 2555 ทำเป็นแผนของบริษัทเรื่องส่งเสริมการใช้จักรยานก็จะดีนะคะ

ขากลับทีแรกคิดว่าจะย้อยเส้นทางเดิม เปล่าเลยเรามีทางที่น่าปั่นมากข้ามสะพานสองสะพาน ไปโผ่ลทางเรียบทางรถไฟ ถนนโล่งสบายอากาศดีน่าปั่นมาก ดูเหมือนทริปนี้น้าเป็ดกลัวว่าจะไม่ได้ระยะทาง ก็เลยพาอ้อมเข้าตลาดน้ำไปออกบางขุนนนท์ แล้วก็กลับมาออกปิ่นเกล้า ทีแรกตั้งใจจะขึ้นสะพานพระราม 8 แต่แล้วผู้นำก็ลืมไปปั่นตามทางเสือออยกลับบ้าน ทำเอาต้องเปลี่ยนไปขึ้นสะพานซังฮี้แทน ตรงยาวมาเลี้ยวขวาออกสามเสน ยาวไปถึงบางลำพู

มาจบทริปกันที่วงเวียงแถวถนนข้าวสาร ปั่นไปถึงก็เห็นจักรยานจอดแน่นวงเวียนแล้ว มีหลายกลุ่มหลายสไตล์จักรยาน ทำเอาคิดว่า น่าจะมีแร็คจักรยานเป็นวงกลมรอบวงเวียนนี้คงจะดี เพราะมาทีไรไม่ว่าวันหยุดหรือวันธรรมดาก็จะเห็นจักรยานแวะเวียนมาจอดหาของอร่อยๆ มองสาวสวย แถวนี้กันประจำ คาดว่าถ้ามีแผนทำจุดตั้งแร็คจักรยานเพิ่มเติม ตั้งใจว่าจะเสนอที่นี่เป็นที่ที่น่าทำ เพราะทำแล้วมั่นใจว่าคุ้มค่าแน่นอน

ขอบคุณน้าเป็ดให้ความรู้หลายอย่างตลอดทาง ทำเอาให้ได้รทราบประวัติ CM จากผู้ก่อตั้งด้วย เมื่อปี 2550 เรายังเป็นวุ้นนอนวงการ เวลานั้นยังคิดว่าขับรถแล้วเท่อยู่เลย 😛 ไม่คิดว่าจัดกันมามากถึง 53 ครั้งแล้ว ยาวนานจริงๆ แต่แปลกตรงที่ยิ่งจัดคนยิ่งหาย จาก 350 เป็น 40 คนได้ อาจจะเพราะสไตล์การปั่น แต่หลังจากออกทริปครั้งล่าสุดกับ CMBKK แล้ว ขอยืนยันว่าได้พัฒนาการดูแลทริปดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก มีคนนำ คนปิดตลอดทาง แต่ถ้าจะมาปั่นต้องใช้ความสามารถในการทำความเร็วพอสมควร

เอาเป็นว่าใครที่อยากมา CMBKK ขอแนะนำว่าคุณต้องปั่นจักรยานได้คล่อง ดูแลตัวเองบนถนนด้วยการปั่นคนเดียวได้ พร้อมเมื่อไรเมื่อนั้นมา CM ได้อย่างสบาย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: