บางปูดูนก

19 ธ.ค.

ทริปนี้อยากไปมาก เพราะไม่เคยไปบางปูมาก่อน ถามใครก็เคยไปมาหมด หลายครั้งที่สมาคมจัดไปเส้นนั้น เช่นเมืองโบราณ ก็ไม่เคยเลยไปถึงสักที ไปกันเองก็ไม่ได้แวะเข้าไปสักทีใครๆ ก็เคยไปมาหมดแล้วมติสวนใหญ่คือผ่านเลย พอได้ทราบข่าวว่าพี่วุฒิจะพาไปเส้นทางสายในไม่ใช้ถนนใหญ่ ทำให้อยากไปเพิ่มขึ้นอีก แล้วยังมีไปปั่นเซอร์เวย์เอาภาพมาลงยั่วอีก แบบนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว

เมื่อคืนก็ใช่ว่าจะนอนเร็วตีสองอีกแล้วกว่าจะสรุปทริปวันเสาร์เสร็จ แต่เข้าไปดูในเวปสมาคมบอกว่า 80 กิโล แบบนี้ก็สบายๆ เอาเสือหมอบไปไม่เหนื่อย เหมือนจะลงหรอกให้ดีใจหรือเส้นทางเดิมอาจจะใช่ แต่วันนี้ปั่นกันไป 122 กิโลแค่นั้นเอง ทึ่งมากกับสาวๆ และ สว ที่ไม่บ่นกันเลยว่าทางไกล หรือจะว่าไปเดี๋ยวนี้ผู้ ญ ปั่นเก่งขึ้นเยอะ สงสัยจะสนุกและชอบกับเส้นทางที่ทางกลุ่มบางแก้วเลือกไว้ตอนรับพวกเรา

เช้านี้ก็ใช่ว่าจะตื่นตามเสียงโทรศัพท์ปลุก ก็มีโอ้เอ้นอนต่ออีกนิด แต่ก็ลุกได้ใน 10 นาทีต่อมา หนาวจังเช้านี้ อากาศดีแบบนี้ยิ่งพลาดไม่ได้กับการออกทริปจักรยาน ใส่เสื้อสองตัวดีกว่าเดี๋ยวลมเย็นๆ พัดมาจะได้ไม่หนาวแบบเมื่อวานทริปเขาอีเหลง หิวแล้วด้วยสิ ลองดูสิในตู้เย็นมีสะเบียงอะไรไหม เจอเส้นหมี่แห้งอยู่ห่อ เอามาอุ่นกินก่อนออกปั่นดีกว่า เดี๋ยวไม่มีแรงอีก อาหารเช้าสำคัญนัก

อีก 10 นาทีจะ 7 โมง ออกจากบ้าน อี้บอกว่าทำไมไม่บอกก่อนว่าจะไปบางปู รู้ไหมนกชอบกินกางหมู หาาาา…… นกกินกางหมูด้วยหรอ ใช่ ที่นั่นก็มีขายแต่นิดเดียว 20 บาท แนนไปซื้อที่ตลาดสิ

ก็ปั่นไปตลาด ไปร้านขายหมูขอซื้อกางหมูไปเลี้ยงนก ก็มีชาวบ้านที่งงแบบแนนตอนแรกเหมือนกันที่ได้ยินแนนสั่งเจ้าของเขียงหมู เอาเท่าไร 20 บาท ขายโลละ 30 เอาโลนึงก็ได้ ยื่นแบงค์ 20 สองใบให้ คนขายก็สั่งลูกน้องหยิบ เอามาชั่งดูยังไม่ถึงโล อาเจ๊แกลงไปหยิบเพิ่มเองเลย มองดูตาชั่ง โลกว่าๆ สามขีดได้ เอ้า 40 บาทนะ อันนี้โลกว่าๆ ไม่อยากมากความ ถ้านกชอบก็จัดให้นกเราอยากไปดูละรีบปั่นไปสมาคมดีกว่า

เกือบจะปั่นถึงสมาคมแล้ว อยู่แถวตลาดสวนหลวง มีรถคันหนึ่งมาบีบแตร์ อะไรเราก็ปั่นชิดซ้าน ไม่ได้ขวางทางรถสักหน่อย เราก็ปั่นไม่สนใจ ทีนี่ก็เร่งเครื่องขึ้้นมาพร้อมเปิดกระจก ไปสมาคมจักรยานทางไหน ก็ไม่ได้สนใจหันไปดูว่าใคร ได้แต่บอกไปว่าขับตามมาเลยค่ะ

ไปถึงสมาคมคนเยอะแยะมาก มีแต่คนบอกว่าไม่ได้ปั่นนานตั้งแต่น้ำท่วมไม่รู้วันนี้ปั่นไหวป่าว เหมือนเป็นทริปเคาะสนิมหลังน้ำลด มีแต่คนทักว่าไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แล้วก็มองหาดูสิว่าจะฝากกางหมูถุงโตกับใครได้ พี่แว่นก็บอกว่าเอาไปฝากเจ้านัทแล้วกันน้องเขามีกระเป๋าข้าง ขอบคุณมากค่ะ

แนนพี่เขาเพิ่งได้รับสารสองล้อเมื่อวานวันนี้มาปั่นเลยนะสมาชิกใหม่แนนไปสัมภาษณ์เขาหน่อยสิ พี่ชื่อลี ปกติปั่นแล้วสายหนึ่ง ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมก็ไม่ได้ปั่น พอตอนนี้ชวนสมาชิกในกลุ่มปั่นเขาก็ไม่พร้อมปั่นกัน แต่พี่อดใจไม่ได้มันติดปั่นแล้ว ปกติพี่ก็ปั่นไปนครปฐม อะนะ แบบนี้สบาย ทางนั้นดูท่าจะไกลกว่าทริปวันนี้แค่ 80 โลเอง สมาชิกใหม่แต่แค่เปลี่ยนที่ปั่น พอดีพี่มาสมัครไปทริป ก็เลยสมัครสมาชิกไปด้วย ปกติพี่ตามอ่านบนเว็บนะ บ้านไกลเลยไม่ได้มาร่วมทริปกับทางสมาคม ยังคิดไม่ออกว่าจะปั่นมายังไงคนเดียว

แล้วก็ว่าจะแนะนำกลุ่ม สว พระรามแปดให้รู้จัก ยังไม่ทันไรพี่เขาก็แนะนำตัวเองเรียบร้อย เราก็เลยไปคุยกับคนอื่นๆ ใกล้ได้เวลาลอหมุน อาลิขิตปีนขึ้นรถแนะนำเส้นทางเพราะกลัวชาวสมาชิกมองไม่เห็นตัว

จากหน้าสมาคมออกมาทางข้างมาบุญครองแถวก็ยาวแล้ว นับๆ จากสายตามีร้อยกว่าคันได้ เยอะจริงๆ

มองตามหลังไปทำให้รู้สึกเหมือนวันคาร์ฟรีเดย์เลย ไม่ได้ร่วมบรรยากาศคนเยอะๆ แบบนี้มานาน 2 เดือนแล้ว ปั่นแล้วเหมือนความรู้สึกเพิ่งมาปั่นออกทริปครั้งแรกกลับมาอีกครั้ง

อากาศดีมาก มีลมเย็นๆ มาปะทะที่ผิวเวลาปั่น ชอบจริงๆ บรรยากาศ

ปั่นได้เป็นขบวนยาวเรียบร้อยโดยไม่มีใครบอกจัดแถว

มีจักรยานหลากหลายแนวมาร่วม มีเราปั่นหมอบอยู่คนเดียว คนอื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้เสือภูเขา

ผ่านหน้าจุฬา ออกพระราม 4 ผ่านคลองเตย ตรงยาวพระโขนง ออกสุขุมวิท

จอดแวะปั้มให้ได้พักเอาแรงกันหน่อย พี่เชอร์รี่ มนุษย์ไฟฟ้าก็มาทัก แนนสมาชิกกลุ่มพี่ไม่มีใครมาเลยพี่มาคนเดียว คุยกันสนุกสนานสไตล์คนคุ้นเคย

อะจ้า พี่กิตติเอา AM มา เป็นไงค่ะนุ่มไหม งั้นแนนเอาไปลองไปเลยแลกกันถึงแยกบางนานะ พี่ก้มนานๆ ไม่ได้ ลองแล้วก็รู้สึกคนละแบบกับ BF นะ หรือเพราะพี่เขาทำแฮนด์ให้นั่งปั่นหลังตรงได้สบายๆ แต่นุ่มดี ขอบคุณที่ให้ลองนะคะ ทำเอาอยากลองเอาอัศวินมาปรับนั่งปั่นท่านี้บ้าง

ขนาดว่าปั่นตามกลุ่มแรกข้างหน้าแล้ว หันไปข้างหลังยังมีสมาชิกตามมาอีกเยอะ

เห็นแล้วก็อยากให้มีจักรยานปั่นเยอะๆ ทุกวันแบบนี้ เราปั่นเส้นทางบางนา ตรงไปเลยเซ็นทรัล แล้วเลี้ยวซ้าย

ตรงไปออกศรีนคริทร์ พอไปถึงตกใจว่าทำไมจักรยานเยอะขนาดนี้ กลุ่มบางแก้วใหญ่จริงๆ มีสมาชิกพอๆ กับที่ปั่นมาจากสมาคม มองแล้วเยอะกว่าอีกนะ

สมาชิกตัวน้อยคนนี้ได้รับความสนใจจากพี่ป้าน้าอาที่ถือกล้องทุกคน หลักจากนั้นก็รวมกลุ่มถ่ายรูปกัน เป็นอันเปิดตัวกลุ่มบางแก้ว นำทริปต่อ

จำได้ว่าออกจากห้างที่หยุดพักมาตามถนนไม่กี่สิบเมตร ซอยซ้ายมือแรกก็เลี้ยว เขามาก็พยายามจำชื่อซอย พอปั่นไปเจออีกซอยก็ลืมจนต้องถามเจ้าถิ่นว่าซอยที่ปั่นมาชื่ออะไรคะ จำได้แต่ตัวเลข 20 ซอยศรีด่านนะ ง่ายมากเข้าซอยศรีด่าน 20 ปั่นตรงตามทาง เจอแยกเลี้ยวซ้าย ตรงตามทางจะเจอถนนกรวด ที่คดเคี้ยวไปมา ปั่นทะลุผ่านไปเลย ก็จะเจอเส้นทางน่าปั่น สองข้างเป็นคลองน้ำยังสะอาด มีบึงบัวสีชมพูสวยดี ปั่นตรงไปมีทุ่งนาสีเขียว บางฤดูมีตากปลาสลิดด้วย ระยะทางกำลังดีไว้ปั่นออกกำลังกายไปกลับ 10 กิโล

ทำเอารู้สึกคุณภาพชีวิตของคนแถวนี้ดีจัง มีทางเรียบโล่งให้ปั่น มีธรรมชาติให้ดู 25 กิโลจากเมืองใหญ่ เปลี่ยนบรรยากาศไปแค่เลี้ยวเข้าซอย

ปั่นตามทางจนมาเจอ อบต มีจักรยานมาถึงก่อนจอดอยู่เต็มเลย

อบต ที่นี่ให้การต้อนรับดีจริง คงไม่คิดว่าจะมีสมาชิกมาร่วมทริปมากมายขนาดนี้ เตรียมอาหารเอาไว้ 200 ที่ยังไม่พอ เราก็รู้ว่าไม่พอก็เลยไม่ขอต่อแถวดีกว่า เดี๋ยวไปกระจายรายได้ที่ตลาดแทน

ขอแค่เค้กกล้วยหอมสักถ้วยมารองท้อง ที่จริงก็หิวนะ

นั่งพักรอทุกคนพร้อม มองไปเห็นหนุ่มน้อยอีกคนมาสนใจจักรยานของเรา แล้วก็คุยกับพี่คนที่นั่งข้างๆ

ออกจาก อบต ก็มีทางสวยให้ดูต่อ บึงบัวที่เลี้ยงปลาสลิดคู่กันไปด้วย เพิ่งรู้ว่าแถวนี้แหล่งขายปลาดสลิดอร่อยๆ

สุดทางเลี้ยวซ้ายเป็นถนนมีรถเยอะใช้ได้ พวกเราก็ปั่นตรงตามทางอย่างเดียวหลายกิโล จนมาเจอถนนใหญ่ตัดขวาง พวกเราก็พยายามปั่นข้ามแล้วตรงต่อไปตามทาง ผ่านวัดทีแรกคิดว่าจะแวะ แค่ใช้เป็นทางผ่าน ปั่นตามทางต่อไปไม่มีซ้ายขวามาแยกให้สับสน

ถึงจุดหมายที่หนึ่ง วัดบางพลีใหญ่ใน จำได้ว่าเคยปั่นมานานมากๆ แล้วครั้งเดียว แล้วก็ตั้งใจว่าถ้ามีงานโยนบัวอยากจะมาอีกครั้ง ทีแรกยังคิดอยู่ว่าจะกินอะไรดี เอาจักรยานไปฝากเจ้าถิ่นบอกว่าจะคอยดูแลให้ ไปเดินเล่นเถอะ 2 อาทิตย์ก่อนผมเพิ่งมา หิวมาก เจอพี่วุฒิชวนกินก๋วยจั๊บ เจ้าถิ่นเลือกต้องอร่อยแน่ ไม่ปฏิเสธ

อิ่มแล้วก็ขอตัวไปเดินเล่นหาดูตลาด

คนเยอะ มองทีแรกคิดว่าคลองถม มีของหลากหลายมาก ไม่ได้มีแต่อาหารที่กินได้เหมือนตลาดที่อื่น

ชอบก็แต่ตรงพื้นยังเดิมๆ เป็นไม้

เดินสวนทางเรากำลังเข้า คนส่วนใหญ่ที่กำลังเดินออก บอกว่าข้างในไม่มีอะไรข้าย ก็เลยแวะซื้อของชอบ ขนมเบื่องติดมือออกไป เดินไปกินไป

เดินกลับออกไปเพราะเหลืออีกแค่ 10 นาทีตามเวลานัดหมาย กลับไปที่จักรยานที่ฝากพี่้เจ้าถิ่นให้ดูแล ไปถึงพี่เขาถามว่าไปดูห้องน้ำไฮเทคมายัง ยังค่ะ งั้นไปดูก่อนนะ เดินตรงไปสุดทางเลี้ยวขวา ตลอดทางเดินไปสวนทางกับเพื่อนนักปั่น มีแต่คนบอกทางไปห้องน้ำ ต้องไปดูให้ได้ ที่นี่เขาตกแต่งดียิ่งกว่าโรงแรมอีกนะ

เดินไปตามทางที่ทุกคนบอกก็ไปเห็นจุดเปลี่ยนรองเท้า ก็คิดว่าก่อนเข้าก็ถอดรองเท้าเปลี่ยนเหมือนที่อื่นธรรมดาแค่มีตระกร้าให้ใส่ เดินใก้ลเข้าไปอีกนิดเห็นน้องๆ นักเรียนคอยบริการ ดีจริงๆ วัดนี้มีเด็กๆ มาช่วยงานด้วย ถอดรองเท้าแล้ววางใส่กระกร้า หยิบเบอร์ในตระกร้าไปด้วยนะคะ เป็นเสียงที่น้องนักเรียนพูดซ้าๆ ให้หน้าใหม่มาวัดอย่างเราได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร

รองเท้าของเราตระกร้า 33 วางอยู่บนพื้น

เดินเข้าไปก็ยังหาห้องน้ำไม่เห็น เห็นห้องกระจกข้างหน้าคนเยอะแยะเลย ใครๆ ก็ถือกล้องถ่ายรูปด้วย

เข้าไปดูข้างในก็งงว่า เอ้ย ชาย หญิง ใช้ห้องน้ำร่วมกันเลยหรอที่นี่ เพราะยังดูไม่ออกว่าห้องน้ำชายอยู่ไหน จนกระทั้งพี่วุฒิเดินออกมา อ๋อ มีแยกผู้ชายไว้ข้างในอีกที เพราะประตูเหมือนกันหมด แล้วผู้ชายก็ยืนไปซะทั่ว คิดว่าต่อแถวเข้าห้องน้ำ

ใครๆ ก็มีรูปถ่ายกับห้องน้ำ งั้นขอถ่ายสักภาพไปเป็นของฝากด้วยละกัน

ออกมาเห็นตู้รับบริจาคแบบชัดๆ ทำให้รู้สึกว่าเด็กขยันทำงานแบบนี้ต้องสนับสนุน ดีกว่าไปยืนถือกล่องเฉยๆ มันต้องลงมือทำงานสิ จะได้รู้ว่าคุณค่าของการทำงาน ยังรู้สึกอยากให้วัดอื่นๆ ทำตาม ดีกว่าให้เด็กๆ มาขอเงิน หรือ ขายเต่า ปล่อยปลาอีกนะ ที่น่ารักยิ่งกว่านั้นตอนยอดก็ไม่คิดอะไรอ่านป้ายจบโดนใจก็หยอด มีน้องผู้ชายตัวกลม ยืนพนมมือพร้อมกล่าวคำว่าขอบคุณครับ ว้าว อยากจะบอกว่าขอให้น้องตั้งใจเรียนเป็นเด็กขยันและดีแบบนี้ตลอดไป

เพลิดเพลินกับความประทับใจบริการของน้องๆ นักเรียน เดินออกมาจักรยานที่จอดไว้คนหายไปหมด เหลือแต่พี่เจ้าถิ่นกับจักรยานของเรา แล้วก็ออกปั่นต่อ ข้ามสะพานสูงๆ ตรงไปสุดทางเลี้ยวขวาออกถนนใหญ่ ฉันอยู่สุดท้ายหรือเนี่ย รีบกดบันไดเปลี่ยนเกียร์ขึ้นจานหน้าใหญ่อัดตามไป ความเร็วไม่รู้เท่าไร แต่วันนี้ได้ max 42 อัดยังไงก็ยังไม่ถึงหัวขบวนสักที ปั่นผ่านเป็นร้อยคันแล้วนะ แล้วก็เห็นจักรยานฝั่งตรงข้ามอีกฟากถนนโบกมือทักทาย เอ้ย มีอีกกลุ่มมาปั่นเที่ยวที่เดียวกับเรากำลังจะปั่นกลับด้วยหรอ แล้วสักพักจักรยานที่อยู่ข้างหน้าก็พากันเบี่ยงเข้าขวากลับรถ อ้าวๆ สรุปเป็นพวกเรานั่นเอง ปั่นตรงไปอีกหน่อย เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ถนนเส้นนี้แปลกนิดหน่อย มีทางเรียบๆ ให้ปั่นอยู่แค่ขอบทางด้านข้าง พอเลนถัดมาปั่นแล้วนั่งอยู่บนอานไม่ได้ ตรงไปอีกยาวสุดทางเห็นเหมือนสถานที่ราชการอีกที แล้วจักรยานคันหน้าก็จอด เราพักกันที่นี่ เปล่าเลยจักรยานที่ปั่นตามหลังยังไปตามทางต่อ อ้าวไม่ได้พักหรอกหรอ งั้นปั่นไปต่อดีกว่า เลี้ยวไปตามทางไปจอดแวะพักรอกลุ่มที่วัดบางปลา

เห็นน้องนัดจอดอยู่แล้ว โอ้โห ดูดคันหน้าตลอดแรงไม่มีตก ใครนำผมดูดหมด น้องกลุ่มนี้เมาส์กระจายเรื่องปรสบการณ์จักรยานที่ผ่านมา เราก็นั่งฟัง รู้สึกว่าผู้ขายคนนี้พูดเก่งจริงๆ

ออกจากวัดปั่นออกด้านข้างๆ มีสะพานไม่สูงมากแต่ชันให้ปั่นขึ้น หลายคนลงเข็น แต่เราสบายมาก น้องคนที่พูดเก่งๆ เมื่อกี้คิดในใจก็เลยแซวโหเบียงคี่คันนี้แรง เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะสนุกกับเส้นทางปั่นอยู่

เห็นทางสวยๆ แล้วอยากจะกรี๊ดๆ เหมือนได้ค้นพบเส้นทางปั่นเส้นใหม่ ถนนน่าปั่นมากๆ ขวามือเป็นคลองน้ำใส ปั่นไปบนทางเรียบๆ มีเนินนิดๆ เป็นสะพานให้ข้ามทุกระยะ แต่ก็รู้สึกอันตราย เพราะสะพานมันชันมองไม่เห็นอีกฝั่งว่ารถจะมาตอนไหน จนกว่ารถจะโผล่มาบนสะพานแล้ว ที่จริงแล้วก็น่าจะเป็นกับทุกสะพานนะลืมไป เพียงแต่ที่นี่ไม่มีเลนหรือแผงกั้นบอกไว้ เราก็ซ่าใหญ่ ไม่เบรคเลย แต่ในหัวคิดจะตลอดอยากรู้จังชื่อคลองอะไร

อัดด้วยความเร็วสนุกสนานมาถึงหัวขบวน แล้วก็เหมือนว่าผู้นำที่นำมาประมาณว่าปั่นแซงๆ เจ้าถิ่นมาแบบไม่รู้ทาง ก็เลยจอดรอกันบนสะพาน ได้โอกาสถามว่าที่นี่คลองอะไรคะ คลองตาเจี่ยครับ

มีสายโทรศัพท์เข้ามาอีกแล้ว ใครนะโทรมาตอนนี้ ขบวนถึงไหนแล้วครับ เอ้ยเราไม่ได้ผู้นำทริปนะ ทำไมมีเบอร์เราละก็ไม่ได้ถามไป ยังงงจนถึงตอนนี้ อยู่ตรงคลองค่ะ ซื่อมากเลยเรา คลองส่งน้ำหรือเปล่าครับ น่าจะใช่ค่ะน้ำใสมากทางสวย พอดีมีผู้ใหญ่จากกลุ่มสมุทรปราการมารออยู่ที่บางปูครับ ค่ะอีก 10 โล น่าจะถึง ได้ยินคนบอกมาอย่างนั้นตอนออกจากวัด คลองกับถนนเป็นแบบไหนครับ คลองอยู่ตรงกลางค่ะ มีถนนสองฝั่ง มีสะพานข้ามด้วย อ๋อ ชื่อคลองตาเจี่ย เมื่อกี้เพิ่งถามเพื่อนนักปั่นค่ะ

ปั่นมาเรื่อยๆ ถึงจะหายสงสัยทำไมนายนั่นต้องถามลักษณะคลองนะ เพราะพอข้ามมาอีกฝั่งปั่นถตรงไปเข้าถนนอีกเส้น คลองเปลี่ยนเป็นอยู่ขวามือ แล้วถนนก็พื้นไม่เรียบแทน

ปั่นต่อมาอีก คราวนี้ก็อยากจะกรี๊ดๆ พร้อมกระโดด ถนนอะไรสวยงานเช่นนี้ เหมาะสำหรับยิงตูมๆ ของเสือมอบดีแท้ คราวนี้อยากรู้มากๆ ที่นี่ที่ไหน ปั่นขึ้นประกบเสื้อทีมเจ้าถิ่นอย่างไม่ลังเลที่จะถามว่า ที่นี่ที่ไหนคะ คลองส่งน้ำพระราชดำริครับ โอ้วว้าว เจ๋งมากเลย

พี่คนใจดีนี้ก็เริ่มเล่า คลองส่งน้ำนี้ตอนที่ในหลวงมาเปิดสะพานภูมิพล 1 และ 2 ไงครับ อยู่ใกล้ สะพานหรอค่ะที่นี่ ไม่ใข่ครับสะพานไกลมาอยู่ทางโน้น คิดว่าอยู่ใก้ลๆ สะพานจะได้หาโอกาสมาปั่น

มีพี่อีกท่านปั่นมาประกบเล่าให้ฟัง ช่วงวันที่น้ำท่วมคลองนี้แห้งมาครับ น้ำน้อยกว่าที่เห็นวันนี้เยอะเลย เขาสูบออกเตรียมรอรับน้ำ แต่แล้วน้ำก็ไม่มาผ่านทางนี้เลยครับ แห้งอยู่นานหลายสัปดาห์นะ

เวลานั่นคิดเลยว่าทำไมถนนไม่มีไฟ ไม่มีต้นไม้ คิดเสียงดังคุณอาอีกท่านได้ยินเลยบอกว่า ทางซ้ายมือเป็นที่ของเอกชน เราคงไปทำอะไรไม่ได้ ได้สิมันต้องได้มันควรจะมีต้นไม้ หรือทำเป็นสวนสาธารณะตลอดทางเลย ขออย่าได้เป็นตึกหรือโรงงานเลย ไม่งั้นถนนเส้นนี้จะไม่โล่งให้ได้ซ้อมขา

เดี๋ยวจะมีสะพานนะข้างหน้า ดูเผินๆ เหมือนว่าเป็นสะพานรถข้าม เป็นสะพานส่งน้ำลงทะเลนะ ทำเอาตื่นเต้นอยากปั่นไปให้ถึงสะพานเร็วๆ จัง สะพานส่งน้ำ แล้วเราจำเห็นน้ำบนสะพานไหมคะ เด็กน้อบจริงๆ เลยเรา ไม่เห็นครับ เครื่องมันดูดข้ามฝั่งไปออกทะเลเลย พอปั่นเข้าไปใกล้ๆ ก็ได้คำตอบให้ตัวเองว่า ไม่เห็นจริงๆ ด้วย

ปั่นแล้วสนุกเหมือนมาเรียนวิชาสำรวจโลก ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ค้นพบเส้นทางปั่นใหม่ๆ วินาทีนั้นคิดอยากต่อสายถึงพี่วุฒิ พี่ค่ะเราทำรวมรวบเส้นทางน่าปั่นของแต่ละกลุ่มรวมเล่ม กันดีกว่า มันต้องมีเส้นทางสวยๆ รถน้อยๆ แบบนี้ที่รอการค้นพบอีกมากแน่ๆ

ออกถนนใหญ่แล้ว แต่ยังพอมีไหล่ทางให้จักรยานปั่นได้ เพลิดเพลินกับเงาของจักรยานคันหน้า ชอบมากๆ เลยเงารูปจักรยาน อยากจะถ่ายให้เห็นตั้งแต่คันแรกลงมา แต่เวลานี้แต่ละคันก็ปั่นซ้อนไปซ้อยมา มันก็สวยอีกแบบแต่จะเห็นภาพได้ไม่หมด เอาคันเดียวก็ได้ ชอบเงาที่มีคนปั่นจักรยาน มันน่ารักมีเสน่ห์

ถึงไหนเลี้ยวไหนก็ไม่รู้แล้วค่ะ ปั่นมาไกลมากเกิน 10 โลที่ประมาณการไว้ ผู้ใหญ่คนนั้นยังรอที่บางปูอยู่ไหมนะ ลืมไปเลย เลี้ยวขวาเขาซอยเห็นเด็กๆ และชาวบ้าน ตื่นเต้นมากจักรยาเยอะแยะผ่านเข้ามาในชุมชนเรา ได้ยินเสียงนับ 90 91 92 ตามมาอยู่ข้างหลังอีกเยอะ

ซอยตันนิ ทุกคนเริ่มสงสัยเพราะถามใครก็บอกไม่รู้มาทำไร จักรยานก็จอดขวางเต็มไปหมด แต่เราก็ไม่ลดละพยายามลากเจ้าดีเอ็นเอฝ่าจักรยานที่จอดทั้งหลายเข้าไปข้างในจนได้พบว่า มีทางเดินข้างหน้า มองเห็นทะเลได้ ด้วยความอยู่รู้อยากเห็นก็พาจักรยานคู่ใจติดตัวลายไปบนทางเดินไม้ ว้าว มีวิวแบบนี้ด้วยหรอ คิดว่ามีแต่ที่บางขุนเทียนชายทะเลซะอีก

ความสงสัยว่าที่นี่ทีไหนผุดขึ้นมาอีกแล้วถามคนแรกก็บอกไม่รู้ครับ เดินตามหาคนตอบคำถามไปจนเจอคุณพี่คนที่เล่าเรื่องคลองส่งน้ำให้ฟัง ถึงทราบว่าที่นี่คือคลองเสาธง ด้วยความสงสัยทำไมชื่อคลองแต่เป็นทะเลละคะ เจ้าหนูถามจังมาแล้ว อุอุ ก็คลองที่สุดท้ายที่ต่อมาถึงทะเลของแถวนี้ก็ชื่อคลองเสาธงละครับ อ๋อค่ะ งั้นช่วยถ่ายรูปให้หน่อยสิค่ะ อยากมีภาพบ้าง ขอบคุณนะคะ ลืมถามเลยว่าพี่ชื่ออะไร

ครั้งหน้าไปร่วมทริปอีกหวังว่าพี่เขาจะจำเราได้ เพราะสงสัยเยอะอยากรู้ไปหมด ยังเดินไปไม่สุดทาง ก็ได้เวลาเดินกลับ เห็นวิวแบบนี้คิดถึงตอนลงเรือออกทะเลไปเกาะสีขัง

ได้ยินเสียงเร่ขายของออกมาจากข้างในบ้านนี้ น่าจะขายกะปิ ดูเหมือนว่าชาวจักรยานใครชวนก็ช่วยอุดหนุน เราก็นะเอาเสือหมอบไปจะขนอะไรกับเขาก็ไม่ได้เลย เห็นคันอื่นแขวนกันเต็ม ผูกไว้ที่เฟรมบ้าง ปั่นกันกลับออกไป

เลี้ยวขวาก่อนครับ จากเมื่อกี้ออกมานิดเดียวเองนะ มีชาวบ้านจะเลี้ยงน้ำพวกเราครับ จอดๆ ใช่เลย กำลังหิวน้ำเย็นๆ ชื่นใจอยู่เลย ได้น้ำแดงจากร้านนี้แล้วสดชื่นเลย ทางร้านใจดีมาก มีน้ำหลายสีอัดลมมาวางเพิ่มเติม ให้พวกเราจักรยานเติมกันอย่างตามสบาย พร้อมน้ำแข็งอีกสองถัง ใครอยากเติมใส่กระติกก็ไม่ว่ากัน ทำเอาร้านพี่เขาอุนหนาฝาคั่งไปด้วยชาวจักรยานที่อุดหนุนอาหารทะเลตากแห้งแปรรูปหลายชนิดกันเต็มแฮนด์ ซื้อกันเกือบทุกคน เราก็อยากได้ปลาหมึกกรอบๆ แต่ว่าขนกลับคงเป็นปลาหมึกป่นแน่ๆ ไม่รู้ว่ามีแวะซื้อของฝากด้วย จะได้ติดแร๊คมา หรือเปลี่ยนเอาคันทุกขนมได้ปั่นมาแทน คิดในใจปลอบใจตัวเองเอาไว้ปั่นไปตลาดเก่าเยาวราชซื้อกินก็ได้

ปั่นออกไปไม่ทันไร รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสนามเข่งจักรยาน ตูร์เดอร์ฟรองส์ อย่างนั้นเลย มีเด็กน้อยสองคนชายหญิงตะโกนมาว่าขอจับมือหน่อยค่ะ เราก็ปล่อยแขนซ้ายจากแฮนด์ชลอความเร็วจักรยานเอามือไปสัมผัสมือหนูน้อยทั้งสอง ดูเขามีความสุขมากๆ ที่ได้สัมผัสมแล้วเพราะคันก่อนหน้าก็ปั่นผ่านหน้าไปเฉยๆ ขอบคุณน้องๆ ทำให้พี่รู้สึกว้าวเหมือนเป็นนักแข่งช่วงเวลาหนึ่ง

ปั่นออกมาถนนใหญ่ก็คิดในใจจะได้เห็นไหมนะ เลนจักรยานเรียบคลองจากรูปที่เคยเห็นใน FB สวยมากอยู่ทางจะไปบางปู เย้ได้เห็นแล้ว พี่วุฒิบอกทางมันสั้นมากครับ ก็ยังดีที่เริ่ม อยากให้ทำต่อตลอดแนวคลองเลยค่ะ

พอปั่นตรงไปข้ามสะพานเล็กๆ มาจักรยานก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปซอยข้างๆ ของสะพาน แต่พี่เจ้าถิ่งบอกทางเรียบทะเล ให้ตรงไปดีกว่า เราก็สงสัยว่าทางมันเป็นยังไง มันจะปั่นไม่ได้เลยหรอ ทางมันขรุขระมากขนาดเสือภูเขายังเด่งดึงๆ เลย แต่ทางสวยมากครับ บรรยากาศดีมาก ทำเอารู้สึกอยากจะพาเจ้าฟิวชั่นไปลุยดูจัง ปั่นมาได้สักพักมีร้านอาหารริมทาง พี่เจ้าถิ่นก็ชวนแวะกินก๋วยเตี๋ยวกัน

ด้วยความรักจักรยานจึงต้องจอดใก้ลตัวที่สุด และแล้วระหว่างนั่งรอเส้นเล็กเป็ดน้ำ ก็มีสาวร่างใหญ่ห้อยกระเป๋าสะพายผ่านไปตอนไหนไม่เห็นเลย ขอรับรองว่าเราจอดชิดมากแล้ว โคร้มมมม…..ดีเอ็นเอลงไปนอนกองที่พิ้น สาวเจ้าบอกฉันไม่เห็นไม่ได้ตั้งใจนะ เธอดูกะวนกระวายใจแล้วก็เดินจากไป แทบอยากจะไล่ตามไปแล้วบอกว่าเดินระวังจักรยานด้วยนะคะ

ทำใจค่ะ ทำใจอย่างเดียว โชคดีที่ดีเอ็นเอไม่เป็นอะไร พี่วุฒิไปยกขึ้นตั้งให้ ขอบคุณนะคะ

มีป้ายข้างทางบอกว่าบางปู 3 กิโล เย้ ในที่สุดก็ได้มาบางปูสักที ปั่นเขามาก็เห็นรถเข้ามาเยอะแยะเลย รีบปั่นมุ่งหน้าไปยังสะพานที่มีนกไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมทริปที่มาด้วยกันเลย ปั่นเข้าไปจนสุดทางหวังว่าจะเห็นน้องนัดรออยู่ มองซ้ายขวาตลองทางหาจักรยานคันเล็กๆ พร้อมกระเป๋าห้อยข้างไม่เห็น กดโทรศัพท์โทรหา นัดอยู่ไหนครับ ผมกินข้าวอยู่ข้างนอกครับ พี่อยากได้กากหมูอะครับ พี่ออกมาเอาข้างนอนกจากปั่นออกมาร้านจะอยู่ทางขวามือ ปั่นบนสะพานสุขใจมีคนมากมายข้ามไปข้ามมาต้องระวังมากๆ มาถึงก็ตรงไปจักรยานของน้องแล้วบอกว่าไปให้อาหารนกกัน ผมรอข้าวอยู่ครับ งั้นเอากากหมูให้พี่ก่อนนะ ครับน้องก็เดินมาหยิบให้ เราก็รีบปั่นเข้าไปข้างในอีกครั้ง

มีพี่เจี๊ยบช่างภาพรออยู่แถวนั้นพร้อมอาอีกหลายท่าน ก็ลองให้พี่เขาสาธิตวิธีโยนกางหมูให้นกบินโฉบมารับ พี่เขาก็ปาลงน้ำ งะ เราก็หยิบปาลงน้ำตามไม่ต่างจากให้อาหารปลาเลย มือก็มันด้วย ไม่สนุกเลย ก็เลยยกทั้งถุงกากหมูให้พี่เขาไป แล้วก็ได้แต่ถามว่าทำไมนกไม่บินขึ้นมางับละคะ คนมันเยอะไปนะ ปกติพี่เคยมามันก็มางับนะ

งั้นพี่สาธิตให้ดูอีกครั้งสิ พี่ว่ากากหมูเรามันชิ้นใหญ่ไป ปกติแล้วที่นี่ขายชิ้นเล็กๆ ระหว่างพูดพี่เขาก็เอามือหักกากหมูไปด้วย โอ้ววววว….มันเลอะถุงมือหมดแล้วค่ะ แล้วคนก็เริ่มเดินกลับออกไป พี่ค่ะคนน้อยแล้ว นกก็มาออข้างหน้า แต่ไม่บินขึ้นมาโฉบ คาดว่านักท่องเที่ยววันนี้มาเยอะ ก็เลยอิ่มแล้ว

มีคุณอาท่านหนึ่งที่เจอประจำมาทักถามว่า อีกคนไม่มากด้วยหรอ เราก็สงสัยว่าใคร เขาบอกคนที่ชอบมาปั่นกับเราไง ผู้ขายตัวโตๆ นั่นละ อ๋อ ภูมิหรอค่ะ วันนี้ไปอเมริกา หล่อดีนะ แฟนเราหรอ เขาน่ารักดีค่ะ

อยากจะได้รูปตัวเองกับสถานที่บางปูเป็นที่ระลึกว่ามาถึงแล้วนะ ที่เหลือวันนี้ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นของแถมจากทริป เพราะตั้งใจมาเห็นนกบินเยอะๆ เหมือนอย่างคนอื่นบ้างแค่นั้นเอง พี่เชอร์รี่เห็นเราถ่ายรูปให้ตัวเองก็เลยบอกว่า พี่ถ่ายให้ดีกว่านะ ว้าว ภาพออกมาสวยกว่าที่คิดไว้ พี่เชอร์รี่ฝีมือจริงๆ ขอบคุณนะคะ

ได้รูปเรียบร้อยต่อไปก็สะพานไม้ อยากไปเห็น แต่ว่าหมดเวลาเสียก่อน ต้องไว้โอกาสหน้ามาใหม่ ก่อนออกปั่นกลับเหลือเวลาไม่มากนักแต่อยากกินมากนักอากาศร้อนต้องการของหวานเย็นๆ ขอไอติมโคนที่มีชิปรสกาแฟ 1 โคนค่ะ งั่ม งั่ม อย่างอร่อย หมดแล้วก็ได้เวลาปั่นกลับพอดี ขบวนออกไปหมดแล้ว

ตามเดิมเลยค่ะวันนี้ได้อัดทั้งไปและกลับ อัดจนมาถึงหน้าสุดผู้น้ำทริปกลับ ก็ได้เห็นน้องนัดดูดผู้นำอีกแล้ว คุณน้าผู้นำทริปกลับดูจักรยานน่าจะหนักมากแต่ปั่นได้นิ่งรักษาความเร็วได้คงที่ตลอดทางขาแรงจริงๆ เพราะทุกครั้งที่หยุด หลบรถจอดก็ทำเอาต้องอัดตาม เราจอดพักที่สุดท้ายปั้นน้ำมันบนถนนศรีนครินทร์

แม้กระทั้งขึ้นสะพานใหญ่ๆ บนถนนศรีนครินทร์ถึง 3 สะพานจากตรงจุดแวะกว่าจะถึงบ้านมีประมาณ 20 เกือบ 30 กิโล เราไม่เห็นคุณน้าผู้นำทริปอีกเลย ปั่นหายไปไหนแล้ว คิดว่าจะได้ไปขึ้นบีทีเอส แต่ไม่รู้จักทางได้แต่ปั่นตาม จนมาคุ้นทางแถวซีคอน คราวก่อนมาทางอ่อนนุชมายึงหนองบอน คราวนี้ก็กลับเส้นนี้แล้วกัน ไม่หลงแน่นอน นึกในใจทางมันยาวนะนั่น มีน้องนัทตามมาคนเดียว อัดกันกระจายแซงไปแซงมาอยู่สองคัน ไม่รู้เอาพลังมากจากไหนกัน ถึงแยกสุขุมวิทเราก็ชลอความเร็วลง เลี้ยวกลับเข้าพระราม 4 น้องนัทยังแรงไม่ตกอันหายไป

มาเจอคุณน้าผู้นำทริปอีกที พร้อมกับอาๆ อีก 3 ท่าน บอกว่าเขามาทางลัด เลยมาถึงก่อน ก็ไม่เชื่อว่าจะลัดได้สักหลายสิบโลนะ คิดว่าขาแรงมากๆ ที่ปั่นมาถึงก่อนเรา เกาะกลุ่มกลับถึงสมาคม มาเจอสมาชิกน้องผู้ชายนั่งอยู่หน้าสมาคมแบบนิ่งๆ จนคุณแม่มาถึงจะทราบว่า น้องเพิ่งเคยมาปั่นออกทริปครั้งแรกก็ทะลุร้อยโลแล้ว ทริปนี้ร้องอยากมาเอง นี่ก็สมัครทริปปั่น 8 วันไปเชียงรายแล้วด้วย เวลานั้นอยากสัมภาษณ์น้องมากๆ ว่าซ้อมปั่นที่ไหน คงเหนื่อยมากๆ ไม่มีแรงตอบคำถาม รอนานมากบออกว่าปกติผมปั่นในซอยครับปั่นไปปั่นมา อะโห คิดในใจทริปเชียงรายเห็นระยะทางวันละร้อยเกือบสองร้อยเรายังหยอง น้องเขากล้าไปด้วยอะ สุดยอด ฝึกปั่นบ่อยๆ เรามีนักปั่นคนไทยไปแข่งตรูเดอร์ฟรองส์ก็คราวนี้

ขอบคุณพี่ๆ ที่คนที่ช่วยตอบคำถามตลอดทางนะคะ สนุกมาก บันทึกเข้าในทริปประทับใจกับเส้นทาง unseen cyclist

Advertisements

2 Responses to “บางปูดูนก”

  1. แว่น พ่อลูกอ่อน ธันวาคม 19, 2011 ที่ 7:23 am #

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ บรรยายบรรยากาศได้น่าสนุกช่วงติดตามจริง ๆ ครับ…..

  2. bikemmm ธันวาคม 19, 2011 ที่ 2:39 pm #

    หนุกจังค่ะ

    พี่ไปคอยที่บางปู พบนักจักรยานสองกลุ่ม กลุ่มละประมาณ สิบคนที่มาคอยที่บางปูเลย

    กลุ่มนึงเหมือนมาจากฉะเชิงเทรา มารอจนเกือบบ่าย กลุ่มใหญ่จากแมคโคร ก็ยังมาไม่ถึง ก็เลยแยกย้ายกันกลับก่อน

    มาบางปูคราวนี้ นกเยอะกว่าคราวที่แล้วที่มามาก ประมาณครึ่งปีที่แล้วมิย.54
    19 ธค 54

    ที่ร้านอาหารของกองทัพ วันนี้มีงานเลี้ยงเด็กๆ ทำให้มีคนมาเยอะมากในตอนเที่ยง

    bikemmm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: