เขาอีเหลอ

18 ธ.ค.

เช้านี้ไม่อยากตื่นอีกแล้ว เมื่อคือตั้งใจจะนอนแต่หัวค่ำ ง่วงมาก แต่ห้องน้ำที่บ้านยังถูกใช้งาน ไม่สามารถอาบน้ำได้ ก็ขึ้นมาห้องนั่งเล่นคอมจนหลับไป อยากจะนอนให้ถึงเช้าแต่ตัวรมควันรถมาตลอดทั้งวัน คงไม่สามารถ จำต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำตอนเกือบเที่ยงคืน อาบเสร็จก็ว่าจะนอนแต่นอนไม่หลับเพราะอยากเล่าเรื่อง เป็นเรื่องจนได้กว่าจะเขียนสองเรื่องเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีสี่ครึ่ง เวลานอนเหลือแค่สองชั่่วโมงครึ่ง

ตื่นไหม นาฬิกาปลุกแล้ว รู้สึกยังนอนไม่อิ่มเลย กดปิดเสียงโทรศัพท์แล้วนอนต่อ สมองละก็อยากจะลุกไปปั่น แต่อีกใจละก็ขอนอนต่อได้ไหม ไม่ไปสักทริปจะได้ไหม อีกสมองก็คิดว่าดีกว่าอยู่กรุงเทพฯ นะอย่างน้อยก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศ แล้วจะขึ้นเขาไหวไหมเนี่ย ปั่นแถวตีนเขาแทนได้ไหมนะ หลับต่อ กะว่าสักตีห้าตื่นก็ทันแหละ นอนแบบกังวงว่าตีห้าเมื่อไหร่นะเดี๋ยวลืมตื่น ตีห้าก็แล้ว ตีห้าครึ่งก็แล้ว ทางเพื่อนที่ชวนนัดไว้หกโมงที่ออฟฟิศเขานะ

ลุกสักทีเถอะน่าสมองสั่งการ ได้ยินเสียงคนในบ้านตื่นนอนพอดี ต้องรีบชิงห้องน้ำก่อน แต่งตัวเสร็จยังกระโดนขึ้นเบาะนอนต่อ เวลานั้น หกโมง ลองส่ง sms ไปถามดูสิ พี่ค่ะทริปวันนี้มีเขาไหมคะ มีทั้งสองแบบพี่จะปั่นตีเขาสักสี่สิบโล ดีจริงมีทางเลือกแล้วเรา งั้นก็ปั่นกับพี่แล้วกันค่ะ ไม่ทราบว่าพี่จะออกกี่โมงคะ ส่งไปแบบไม่รอคำตอบแล้วละ รีบลงไปเตรียมอุปกณ์พร้อมปั่นออกจากบ้าน ไม่กินข้าวหรอแนน ไม่ได้แล้วค่ะ นัดพี่เขาไว้หกโมง นี่ก็เลยหกแล้ว มีขนมปังในตู้เย็นเอาสักชิ้นไหม ไม่ปฏิเสธ คว้าคัวซองหนึ่งชิ้นคาบไว้ แล้วยกจักรยานไปตั้งหน้าบ้าน

งัม งัม กินหมดแล้วออกปั่น รอเท้าคลีตไว้ก่อนแล้วกันเอาไว้ใส่ตอนถึงที่นั่นบรรจุใส่เป้ไปก่อน ปั่นอย่างซิ่งกะเป็นเจ้าถนนเล่นปั่นเลนกลาง ทำเอารถเมล์ต้องออกขวาแซงขึ้นหน้าตะโกนมาว่า ชิดซ้ายหน่อยสิ ซ้ายก็ได้เพราะเริ่มหมดแรง ติดไฟแดงค่อยดีหน่อยได้พัก พอไฟเขียนก็ซิ่งต่อ เข้าซอยสุขุมวิทจากคลองเตยทะลุออกถนนสุขุมวิท ระหว่างทางมีมอเตอร์ไซด์ปั่นแซงไป จนคนซ็อนมอเตอร์ไซด์บอกว่าโดนจักรยานแซงแล้ว จักรยานเร็วกว่าอีก ทำไงได้นะ คนมันรีบ จุดหมายสุขุมวิท 35

ซอยอยู่ตรงไหนนะ พอออกจากซอยก็เลี้ยวซ้าย ไม่นานนักเห็นป้ายซอย 33 ฝั่งตรงข้าม อ้าวๆ เลยแล้วนิ รีบจอดแล้วเข็นข้ามถนนทันที และแล้วก็มีสายเข้าพี่โจโทรมาตามแนนถึงไหนแล้วครับ หน้าปากซอยแล้วค่ะ เข้ามาถูกใช่ไหม ตรงอย่างเดียวซ้ายมือเลขที่ 19 ค่ะ และแล้วก็ถึงที่หมาย คิดว่าเขารอเราคนเดียวซะแล้ว มันใช่เลย เพราะจักรยานทุกคันถูกบรรจุเข้ารถไปเรียบร้อยพร้อมออกเดินทาง เหลือของแนนคันเดียว

จัดเข้าทีเข้าทางก็วางได้ตั้ง 3 คัน ยังมีที่นั่งข้างหลังให้แนนได้นั่งอีกกว้างดีจังรถคันนี้

คันสุดท้ายเกาะแร็คท้ายรถไป

ออกเดินทาง ยังไม่รู้เลยว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน แต่ก็ไปกับเขา ผ่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่รถติดสาหัสนานหลายนาที แวะปั้มเติมน้ำมัน แนนก็เลยได้โอกาสเติมสะเบียง อย่างหิว ได้ขนมปังไส้กรอกชีทแท่งยาวมาหนึ่งชิ้น คนขายบอกว่าจะอบร้อนให้ก็คิดว่าจะได้เป็นแท่งยาวๆ ไว้ถือกัน โอ้โห คุณเธอหั่นซะชิ้นเล็กชิ้นน้อย ได้ความว่าลูกค้าเคยบ่นว่าอุ่นแล้วไม่ร้อน เราก็รีบเหลือเกิน ร้านนี้ใช้ตู้อบไม่ได้ไมโครเวฟ รอนานมากแล้วเกรจใจเพื่อนร่วมทริป พอแล้วค่ะ

งับ งับ ยังเย็นอยู่จริงๆ ด้วย ไม่เป็นไรกินแก้หิวได้ก็พอ ออกเดินทางขึ้นทางด่วนยิงยาว เราก็หลับยาว ตั้งใจหลับเก็บแรงเพราะนอนมาน้อย ตื่นมาเห็นอีกทีทางเข้ามวกเหล็ก ไหนลองเปิดกระจกสิพี่โจบอกเองเปิดเอง โห ข้างนอกอากาศดีกว่าในรถอีก ในรถก็หนาวมากพี่เขาเปิดแอร์อย่างเย็น เพราะทุกคนเล่นใส่ ชุดจักรยานอยู่ข้างในแล้วใส่ชุดธรรมดาทับอีกทีกลัวไม่หล่อกัน เรานั้นใส่แต่ชุดจักรยาน จนต้องหยิบปอกแขนมาใส่เย็นมาก

อากาศต่างกันมากมายหลายองศาเพราะกรุงเทพฯ ร้อนเป็นปกติแล้ว ที่นั่นคนยังใส่เสือหนาวกันอยู่เลย ลมก็แรงมาก GPRS พาหลงทางอีกเจอทางตัน มีแต่ทุ่งหญ้าไม่มีถนน พี่โจก็เลยหาทางด้วยตัวเอง ก็ค้นพบว่าต้องมากอีกทางถึงจะมีทางไปต่อ ขับตามเส้นทางแล้วรู้สึกเหมือนรถกำลังขึ้นเขา มันใช่เลยแหละเสียงฝืดๆ ของเครื่องยนต์แบบนี้ ขึ้นไปจอดแล้วปั่นดิ่งลงมาคงสนุกแน่ แต่จะแย่ตอนขากลับ

และแล้วเราก็ไปจอดที่ไร่องุ่น หนุ่มๆ ทั้งหลายก็เปลี่ยนชุดมาเป็นสิงห์นักปั่น ทยอยเอาจักรยานลงจากรถประกอบล้อทีละคัน แล้วมาสรุปกันว่าเราจะไปทางไหน

ได้ขอ้สรุปจากปอมว่า เราจะไปเขาอีเหลอก่อน เพราะกลัวจะไม่มีแรงหากขึ้นเขาทีหลัง ปั่นไปตามทางเกือบจะล้มหลายทีต้องทรงตัวให้ดี เพราะลมแรงมาก ลมพัดมาจักรยานแทบเซ แต่ก็ไปได้ดีตลอดทาง พยายามเกร็งไว้ไม่ให้ล้ม หิวมากก่อนออกจากไร่เติมพลังพายองุ่นไปอีกหนึ่งชิ้น กะว่าพวกเราจะได้กินอาหารเช้ากัน ไม่ยักกะแวะสักร้าน ปั่นจนหมดแรงได้ความเร็วแทบเท่าเต่าคลาน เพราะมีแต่เนินขึ้นตลอดทาง เวลานั้นก็ได้จอดแวะที่แยกดูแผนที่กันอีกครั้งว่าเส้นทางที่เรามานั้นถูกไหม

แนนพี่ว่าเรามาผิดทางละ เอ้ยหรือจะถูก เราปั่นต่อไปอีกพักใหญ่ สิบเอ็ดโมงนิดหน่อย แต่หิวมากรอเที่ยงไม่ไหวแล้ว ทางกลุ่มก็จอดแวะซื้อน้ำเพิ่มกัน ปอมถามเพื่อนว่าหิวไม่แวะกินข้าวไหม มีแต่คนบอกยังไหว แนนเลยถามว่าปกติไม่กินข้าวเช้าก่อนปั่นหรอ เขาบอกปกติเรากินนะ แวะกินไหมละ มีหรือจะปฏิเสธ ส่งเพื่อนอีกคนไปเซอเวย์ดูว่าข้างหน้ามีอะไรขายไหม ด้วยนิสัยกะจะไม่ปั่นย้อนทาง สายที่ส่งไปรายงานว่าร้านข้างหน้าไม่มีร้านไหนเปิดเลย งั้นเราย้อยกลับไปร้านกาแฟที่ผ่านมา ใกล้ๆ นี้เองมองไปก็เห็น ตกลง

มองเข้าไปที่ร้านมีกระดานเขียนรายการอาหารไว้อยู่ รีบจอดจักรยานกองๆ กันไว้ แล้วมุ่งหน้าไปนั่งที่โต๊ะสั่งอาหาร ข้างนอนอากาศดีแต่ไม่พอนั่ง พวกเรานั่งในกันร้านแทนก็ดีอีกแบบอุ่นสบาย เล็งไว้แล้วว่าจะสั่งอะไร ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ คนอื่น สั่งสเต็ก ชุดอาหารเช้า ไม่ไหวไม่อิ่มแน่ ต้องการพลังงานไปขึ้นเขาขอเป็นข้าวก็แล้วกัน อร่อยดีหรือหิวมากก็ไม่รู้หมดเกลี้ยงจาน

พร้อมออกปั่นอีกครั้งมีแรงแล้ว พอได้ข้าวเข้าไปทีนี่ก็ปั่นตามกลุ่มหน้าทัน ก็มาช้าเหมือนเดิมอยู่ดีตอนขึ้นเนินชัน แต่ยังกดและดึงบันได้ไหว ไม่ต้องลงมาเข็น และมั่นจะว่าใส่คลีตไว้ไม่ล้มด้วยนะ แรงยังมีเหลือๆ เนินเตรียมขึ้นเขาอีเหลอ มีบ่นอุบ เนินหน้ามีอีกสงสัยไม่มีแรงแล้ว เพราะเนินแรกก็ยืนกดจนหมดข้าวจากเมื่อกี้แล้ว แล้วพลังงานก็กระจายไปทั่วร่างกาย ต้องกดและดึงขึ้นอีกหลายเนิน

น้ำจะหมดกระติดแล้ว เห็นร้านขายของพอดีน่าจะมีน้ำขาย จอดแวะก่อน ซื้อน้ำเปล่าเติมใส่กระติกจนเต็ม แล้วก็มองไปเห็นมีขายเกลือแร่ด้วยนิ จัดไปอีกขวด ที่นี่วิวดีมาก

จอแวะพักสักพัก แล้วก็ปั่นต่อ ทีนี้ก็ปั่นได้สบายเหมือนมีเกลือแร่เย็นฉ่ำไปช่วยเสริมพลัง อัดกันสนุนกระจาย เพราะพี่โจขอบายไปอีกทาง เหลือสี่คันอีกสามหนุ่มๆ ทั้งนั้นยิงกันตูมตามมาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เหมือนมีพลังอะไรซ่อนไว้ทำให้ขึ้นเขาได้สบายไม่เหนื่อยเลย หรืออากาศเย็นๆ ช่วยบรรเทา เหงื่อเหมือนซึมออกมาพอปะนะลมนะผิวก็รู้สึกเย็นหนาวๆ แล้วก็แห้งหายไป ยังไงก็ต้องไปขึ้นเขาอีเหลอแล้วละ หลงไหลในเส้นทางตามพวกเขามาแล้วนิ จะแยกไปทางอื่นก็ไม่ได้หลงแน่

ค่อยๆ กระดืบขึ้นไปถึงสุด สวรรค์มาโปรด ทางดิ่งลงสนุกมากสุดๆ ของบอกๆ หกสิบสามกว่าๆ ที่กดลงมาอยากให้เร็วกว่านี้นะแต่ไม่รู้จักเส้นทางว่าคดเคี้ยวแค่ไหนกลัวหลุดโค้ง และแล้วก็มีเพื่อนสมาชิกล้ม เนินส่งเนินต่อไปเป็นทอดๆ ขึ้นจานใหญ่อัดมาหน้าสุดสูสีไปมา อย่างสนานสิบกว่ากิโลได้นะ สุดทางลงมาเชื่อมต่ออีกถนนน เราก็ไม่ได้มองไปทางขวา นั่นพี่โจนิเพื่อนร้องทัก

พี่โจแยกจากพวกเราเลี้ยวขวาไปแยกที่แล้วก่อนขึ้นเขาไปเห็นวิวสวย ก็เลยได้ร่วมทริปพร้อมกันห้าคนอีกครั้ง พอมีพี่โจก็มีข้ออ้างให้ตัวเองได้ปั่นช้าลง และแล้วก็ถึงแยกที่จะไปอุโมงค์ต้นไม้ จะไม่ขึ้นก็ไม่ได้เป็นทางบังคับเพราะจะไปให้ถึงรถก็มีทางนี้ทางเดียว ปั่นได้ช้าลงเรื่อยๆ ได้รับสายว่า บอกเพื่อนปั่นกลับมาเอากุญแจทีพี่ปั่นไม่ไหวแล้วปวดหลัง เดี๋ยวหาอะไรกินในเมือง ไม่ไกลนิ เราก็ไม่มีแรงเหลือขนาดนั้น รอพี่นัทปั่นตามมาแล้วก็ฝากให้พี่นัทปั่นกลับไปเอากุญแจ

ทีแรกว่าจะรอ แต่ไปช้าๆ ดีกว่า เดี๋ยวพี่นัทคงตามมาทัน ปั่นชมวิวสองข้างทางไปเรื่อยคิดแต่ว่า ภูมิ อดสนุกเลยหนีไปเที่ยวไม่ชวนเอง อดดิ่งลงเขาอย่างมันส์ และแล้วก็รู้สึกยางแบนป่าวนะ ทำไมปั่นไม่ขึ้น มองดูก็ยางไม่แบนนิ ทำไมมันกดไม่ไปละบันได ที่แท้ทางเนินทั้งนั้น ตลอดทางมีวิวน่าสนใจมากมาย ศูนย์ฝึกฤาษีดัดตน

สาหัสสุดๆ ปั่นแบบกดไม่ได้ ดึงและโยกอย่างเดียว ทังชันและยาว เสียงล้อรถสีกับถนนดังมากะระหว่างทางที่รถแต่ละคันผ่านจักรยานขึ้นไป เพิ่งจะรู้ว่ามีโรงเรียนอยู่แถวนี้ด้วยเห็นเด็กนักเรียนเดินสวนทางลงไป โรงเรียนวัดหลังเขา กว่าจะถึงอุโมงค์ต้นไม้ แค่เห็นป้ายก็ดีใจ ดีใจที่ถึงโดนไม่ต้องลงเข็น

จอดถ่ายรูปเป็นหลักฐานความทรงจำแล้วขึ้นคร่อมจักรยานปั่นต่อ โอ้สุดยอด อากาศดีมาก ขอยืนสูดอากาศสักพักบริเวณนี้

จอดสักพักก่อนจะดิ่งลงอย่าสนุกอีกครั้ง คราวนี้ทางมันคดเคี้ยวมากเกือบหลุดโค้งกลิ้งแล้ว ดีนะยังทรงตัวไว้ได้ ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ก็ต่อเนินพิศวง แรงส่งทำเอาไม่ต้องหมุนรอบขาก็ผ่านเนินมาได้อยากสบายส่งมาลงถึงพื้นถนน

จำได้ว่าลงแล้วตรงอย่างเดียวก็ถึงไร่องุ่นแล้ว แบบนี้อัดเต็มแม๊กให้แรงหมดไปเลยจะจบทริปแล้ว ขึ้นจานหน้าใหญ่ อัดด้วยลมส่งด้วยเร็วสนุนกสนาน ระหว่างทางก็ผ่านทุ่งทางตะวันด้วย ไหนๆ ก็มาถึงได้เห็นแล้วขอจอดถ่ายรูปสักหน่อย อีกไม่กี่เมตรก็ถึงจุดหมายเพราะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาแล้ว

ถึงแล้วจบทริปแล้ว ไม่เหนื่อยไม่เจ็บก้นเลย สบายๆ กับทริป ขึ้นเขาอากาศเย็น ด้วยระยะทาง 90 กิโล +- เพราะไมล์แต่ละคนไม่เท่ากันเลย แบตมือถือก็หมดพอดี เติมพลังด้วยพายองุ่นอีกชิ้นน้ำองุ่นอีกขวด เก็บจักรยานขึ้นรถ แล้วเพื่อนก็ขับไปรับพี่โจ

สนุกมากทริปนี้ จบทริปมือเย็นด้วยสเต็กคนละจาน แนนว่าร้านแม่ที่กาญอร่อยกว่าเยอะโดยเฉพาะ pork chop โชยชัยสู้ไม่ได้ในรสชาติ

ขอบคุณ ปอม พี่โจ พี่นัด และ น้องอีกคน ทีม friend >> on >> bike ที่ชวนไปปั่นด้วยกัน ขากลับอิ่มแล้วก็หลับหัวโยกเยกไปนอนไปเฟรมจักรยานตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าสบายมายพี่โจมาส่งถึงหน้าบ้าน ขอบคุณนะคะ โอกาสหน้าจะขอไปด้วยอีก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: