bike uni city

17 ม.ค.

ญี่ปุ่น หรือ ลอนดอน ไม่ใช่ทั้งสอง และไม่ใช่ประเทศอื่นที่ไหน อย่าเข้าใจผิดกันไปทางจักรยานแบบที่ฝันไว้ในไทยก็มี

ทางจักรยาน ม.มหิดล ศาลายา

ยังไม่บอกดีกว่าว่าที่ไหน ให้ติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆ มาดูแนวคิดกันก่อนว่าเป็นมาอย่างไร ที่นี่มีนโยบาย ไม่ว่าจะสร้างตึกเยอะแค่ไหนยังต้องคงพื้นที่สีเขียวเก็บไว้ 70% แค่ฟังแนวความคิดก็แจ๋วกว่าใครที่ไหนๆ แล้ว

เราปั่นกันมาประมาณ 30 กิโลเมตรจากใจกลางเมืองที่รถติดและควันพิษมากมาย ชิดซ้ายขึ้นสะพานกลับรถ ดิ่งลงมาตามทางเลี้ยวซ้ายอีกที ถึงแล้วจุดหมายวันนี้ตามคำเชิญชวนให้มาชม เราไปกัน 3 คน เห็นแล้วก็ตะลึงตึงๆ อยากจะอยู่ตรงนี้นานๆ ทำเอารู้สึกอิจฉาน้องๆ ที่เรียนที่นี่ อยากจะให้มีที่ทางแบบนี้ทั่วเมืองไทย

ทางจักรยานนี้เราลุยมา 2 ปีเต็ม ถึงจะเป็นอย่างที่เห็น แต่ยังไม่เสร็จดี ยังต้องมีการปรับปรุงและให้ความรู้กันต่อ เด็กๆ ยังไม่เข้าใจวิธีการล็อกจักรยานที่ถูกต้อง เส้นทางที่ทำไว้ให้ปั่นบนฟุตบาท แค่มีเสามาตั้งขวางเขาก็ไม่ปั่นกัน ทำฟุตบาทอย่างดีไว้ให้ปั่น ก็ยังปั่นบนถนนกันอยู่ เรื่องดูแลรักษาจักรยานยิ่งไม่มีความรู้ จักรยานที่ใช้อยู่สีขาวนั้นทางเราจัดให้ใช้ฟรี ใครเห็นจอดอยู่ก็หยิบมาปั่นได้ทันที ไม่ต้องขออนุญาตใคร เรามีจักรยานสีขาวทั้งหมด 300คัน ตอนนี้ป่วยหนักอยู่

ปัญหาใหญ่ที่เราเจอตอนนี้คือ ขโมยจักรยาน ล่าสุดที่เราจับได้รับสารภาพเคยขโมยมาแล้ว 6คัน ออเดอร์ที่สั่ง เป็นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นอย่างเดียว ราคาขายอยู่ที่2000บาท ถ้าเราจัดการปัญหาตรงนี้ได้ เด็กๆ คงใช้จักรยานเยอะขึ้น

ยังมีอีกปัญหา เด็ก 2 กลุ่มใหญ่ พ่อแม่มีเงิน กลุ่มนี้ยังใช้รถหรูหรา ราคาแพง ยังไม่ยอมมาใช้จักรยาน ยังมีความคิดแบ่งแยกจักรยานกับชนชั้นอยู่ ผมกำลังหาวิธีจัดการ

เรื่องอาจารย์ก็ยังเป็นปัญหา เพราะอาจารย์ยังไม่ปั่นจักรยานกัน แต่ผมมีวิธีจัดการตรงส่วนนี้ ผมจะจัดให้มีจักรยานและที่จอดประจำตำแหน่งทุกตึกจะได้เป็นตัวอย่างให้เด็กๆ

ถนนที่เห็นผมต่อสู้สาหัสใช้ได้ แต่เป้าหมายเราตั้งไว้มุ่งหน้าทำไม่สนใจ เพราะเรามั่นใจว่าสิ่งที่ให้นั้นดีจริง จากถนน 4 เลนใหญ่ รถยนต์จอด ซ้ายขวาเต็ม ตอนนี้ผมยุบไป 2 เลนทำให้เป็นเลนจักรยาน เราคิดว่า ทางต้องอำนวยก่อน เด็กๆ ถึงจะใช้ ทางจักรยานของเรา เราดูแลอย่างดี ดูสิเรามีปลูกต้นไม้ตลอดทาง มีนั่งข้างทาง ทำที่จอดจักรยานอย่างดี มีที่ล็อกเฟรม ลองนึกภาพเหมือนสวนสาธารณะไม่มีผิด

ทางจักรยานตอนนี้ที่ทำไว้ก็ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร

ย้อยกลับไปวันเริ่มต้นมีจักรยานสีขาว 300 คัน แค่นั้น ทุกคนปั่นแล้วก็จอดเกลื่อนถนน เด็กๆ ยังไม่รู้จักจอดในที่จอดจักรยาน เราก็ให้ยามจับไปจอดให้ถูกที่ เราทำแบบนี้อยู่ 3 เดือน พวกเราก็จอดเป็นที่เป็นทาง ตอนนี้ปัญหาเรื่องนี้ไม่มีแล้ว ทุกวันนนี้มีจักรยาน ทั้งหมด 3000 คัน ไม่ผิดครับ เริ่มมีเด็กๆ ที่ซื้อจักรยานมาใช้เอง ตอนนี้เรากั้นทางเข้าทุกทางไม่ให้รถใหญ่ขึ้น ปัจจุบันยังมีมอเตอร์ไซด์แอบขึ้นมา แต่ต่อไปเราจะออกกฏไม่ให้รถที่มีเครื่องยนต์ทุกชนิดขึ้น

ที่จอดจักรยานผมก็ลองผิดลองถูกเองไปเรื่องจนมาลงตัวที่แบบนี้ละครับ

ที่จอดจักรยาน

นอกจากทางจักรยานแล้วเรายังลงทุนเรื่องรถรางรอบมหาลัย เด็กๆ ใช้กันเยอะมากๆ จนบอกให้เพิ่มปริมาณอีก ที่จัดทำรถรางก็เพราะว่าอยากให้คนที่ขับรถมาไปจอดไกลๆ แล้วนั่งรถรางต่อมาแต่หากไม่อยากปั่นจักรยาน ต้นทุนตรงส่วนนี้สูงมากที่เราต้องแบกภาระ ถึง 7แสนบาท/เดือน แต่มันคุ้มมากกับสภาแวดล้อมและอากาศที่สดชื่น

ที่นี้เรามาดูว่าพวกเขาทำได้อย่างไร

อ. บิ๊ก อ. เดียร์

โชคดีครับที่วิสัยทัศน์ของทีมบริหารดีมาก เพราะโครงการนี้ ได้รับการหนุนหลัง ผลักดันจากสภามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะโดนเสียวิภาษณ์วิจารณ์แค่ไหนสภามหาวิทยาลัยจะออกหน้าให้เอง ผมได้ยินแบบนี้ผมก็ลุยเต็มที่เลยครับ อธิการบดี รองอธิการบดี ของที่นี่ก็เห็นด้วยกับโครงการนี้

การที่ให้เด็กๆ ปั่นจักรยาน มีข้อดีหลายอย่าง เห็นชัดๆ ก็ประหยัดพื้นที่จอดรถ รถยนต์หนึ่งคัน ใช้ทุนสร้างที่จอดรถ 150,000 บาท พอเราส่งเสริมการใช้จักรยาน เราลดงบประมาณตรงนี้ไปได้ ไม่ต้องสร้างตึกจอดรถใหญ่โตอลังการ เอาเงินมาสร้างทางจักรยานได้สบาย เรารู้กันอยู่แล้วว่าวิถีรถยนต์ทำให้คนเหมือนตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างขับไม่มีเปิดหน้าต่างมาคุยกัน แต่เมื่อเด็กๆ มาปั่นจักรยานวิถีชีวิตของเขาช้าลง เขามีเวลาคุยกับเพื่อนระหว่างปั่นจากตึกเรียนไปอีกตึกเรียน เก็บรายละเอียดข้างทาง สุขภาพได้เห็นๆ เพราะได้ออกกำลังกาย มลพิษก็ไม่มี แถมประหยัดเงินอีก เพราะสามารถปั่นไปกินข้าวข้างๆ มหาวิทยาลัยก็ได้ ไม่ต้องจ้างมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ส่วนสุขภาพจิตของเด็กๆ ก็ดีด้วยเพราะเหมือนเดินหรือปั่นจักรยานอยู่ในสวน

บริเวณหน้าประตูทางออกฝั่งนี้จะมีจักรยานจอดเยอะมา เพราะเด็กๆ ปั่นมาจอดทิ้งไว้ แล้วก็มาขึ้นรถเมล์กลับบ้าน พอวัน จ. มาเรียน ก็มาปั่นไปตึกเรียนได้เลยไม่ต้องเดินไปเอารถจักรยานที่หอพัก

ที่นี่เราพยายามสร้างธารณูประโภคเอื้อพื้นฐาน เช่นสวนสมุนไพร ฟราม์ผักก็ให้ชาวบ้านมาปลูก ไม่คิดค่าพื้นที่ ผักที่ขายก็ถุงละ 10 บาทแค่นั้น ยังมีโรงเรียนสุนัขจรจัด เรานำมาฝึกดัดนิสัย แบ่งเป็น 3 ลำดับ พอจบก็เปิดให้คนรับไปดูแล ยังมีศูยน์ผลิตไฟฟ้าจากเศษใบไม้ใบหญ้า ศูนย์ออกกำลังกายที่ทันสมัย อุปกรณ์ในฟิตเนส บอกได้เลยว่าดีเท่าของเอกชนข้างนอก มีสระว่ายน้ำ มีโซนธรรมมะนั่งสมาธิ ลานออกกำลังกาย ถนนจัดกิจกรรมเส้นนี้เราว่าจะทำร้านจักรยาน เพื่อจะได้มีจุดรวมตัว เด็กๆ สามารถมายืมจักรยานเสือภูเขาเพื่อไปปั่นออกทริปได้ แถวนี้มีที่เที่ยวมากมายที่ไม่ไกล

เราอยากได้คนมาเปิดร้ายจักรยาน อยากได้แบบบุญ Bike มีใครสนใจไหมคะ ติดต่อมาได้

เราได้หลายรางวัลเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการจัดการพื้นที่สีเขียว มีหลายมหาวิทยาลัยมาดูงาน มาดูกันบ่อยด้วย แต่ไม่เห็นทำตามแฮะ

สิ่งที่ผมทำก็แค่ ขัดขวางเรื่องความสะดวกสะสบายในการเดินทางด้วยภาหนะอื่นๆ ที่มีเครื่องยนต์ให้มากที่สุด ไม่ใช้จักรยานก็ต้องเดิน มีให้เลือกแค่ 2อย่าง ดูสิว่า ปีหน้า อะไรจะอยู่อะไรจะไป ระหว่าง รถยนต์ที่มีมากถึง 3000 คัน และ จักรยาน ณ วันนี้ ก็ 3000 คันเช่นกัน

เรื่องทางจักรยานภายในไม่มีปัญหาผมคุมได้ แต่ทางจักรยานรอบนอกรั้วมหาวิทยาลัยนี่สิที่ผมอยากทำให้มันเกิด เด็กๆ จะได้ปั่นจากหอพักข้างนอกเข้ามาเรียนได้

ดีใจมากๆ ที่ได้รู้ว่าที่นี่มีทางจักรยานในฝันเกิดขึ้นในเมืองไทย ขอบคุณ อ.บิ๊ก คะ ที่พาชมทัวร์รอบมหาวิทยาลัยและให้โอกาสบุญ bike ได้ไปเปิดร้าน อยากไปช่วย อ.เรื่องโครงการจักรยานนะคะ แต่ตอนนี้งานเยอะมาก ถ้า อ.รอได้ละก็จะไปช่วยแน่นอนคะ

อย่างน้อยตอนนี้ เด็กๆ ที่นี่ก็เรียนรู้การใช้จักรยานในชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่จะให้ติดเป็นนิสัย ใช้ไปจนถึงวัยทำงาน เรายังต้องสร้างประสบการณ์ความรักในจักรยานต่อไป การบ้านข้อใหญ่ที่ อ. อยากให้ นักปั่นเพื่อมวลมนุษยชาติไปช่วยกัน 🙂

Advertisements

4 Responses to “bike uni city”

  1. เอกวัจน์ มกราคม 19, 2011 ที่ 1:48 pm #

    เคยปั่นจากพญาไทไปศาลายา ใช้เวลาชั่วโมงเป๊ะๆ แต่เสี่ยงตายมากครับ

    เรื่องจักรยานสีขาวที่มันพังเยอะๆ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
    อาจจะเป็นเพราะจักรยานคุณภาพไม่ค่อยดีส่วนหนึ่ง แต่เท่าที่สังเกตจากอาการพัง คิดว่าคนทำพัง “ตั้งใจ” ทำลายเลยล่ะครับ

    เบาะหาย โซ่ขาด แฮนด์หลุด … ถ้าปั่นเพื่อเดินทางเฉยๆ ก็คงไม่น่าเสียหายขนาดนั้น
    เป็นไปได้ไหมว่ามีคนมางัดเอาอะไหล่จากจักรยานสีขาวไปใช้ประโยชน์

    หรือถ้ามันเป็นอาการพังที่เกิดจากนักศึกษามาใช้จริงๆ ก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะ เรายังมีจักรยานขาว “ไม่มากพอ”

    เพราะการใช้ของสาธารณะ คนที่ใช้ต้องมีความรู้สึกว่ามันเป็น “ของเรา” ตลอดเวลา ไม่ว่าจะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ …ไม่ใช่เป็นของเราเวลาเราใช้ แต่ตอนที่มันเริ่มป่วยเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ไม่ใช่ของเรา รอให้คนอื่นมาดูแล

    เสนอว่าถ้าเราขอซื้อจักรยานจากนักศึกษาทั้งรุ่นที่จบปี 1 แล้วไม่คิดจะเอากลับ เราจะมีจักรยานสีขาวเป็นพันๆคัน ซึ่งเอาไปให้นักศึกษาในปีการศึกษาถัดไป “เช่า” ใช้ตลอดหนึ่งปีได้ในราคาถูก ล็อคกุญแจได้ ปั่นไปนอกมหาวิทยาลัยได้ แต่ทุกคนต้องดูแลรักษาเหมือนเป็นของตัวเอง และพอสิ้นปีก็นำไปรับค่ามัดจำคืนได้ …. อะไรประมาณนี้ครับ

  2. Oui มกราคม 30, 2011 ที่ 3:34 am #

    ผมเรียนศาลายามาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว หลังจากจบมาก็วนเวียนแวะไปมา เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ถนนหน้ามอ คณะวิศวะ ตึกอินเตอร์ สี่แยกสายสี่ คณะดุริยางคศิลป์ สัตวแพทย์ และอื่นๆ จนกระทั่งล่าสุดก็เป็นถนนคนเดิน ที่ผมชอบไปว่ิงและมีน้อง ๆ ไปขี่จักรยานรอบ ๆ

    โดยส่วนตัว ผมชอบที่จะเห็นที่ออกกำลังกายแบบนี้ แม้ว่าจะเบียดถนนหายไปเลนนึง แต่สิ่งที่ผมยังเป็นกังวลคือปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นมากมาย จนที่จอดรถแทบจะไม่พอ โดยเฉพาะวันศุกร์ที่มีตลาดนัด แทบจะแย่งหาที่จอดกันเชียว

    ผมค่อนข้างเข้าใจและเห็นใจทั้งคนที่อยากให้เป็นมหาลัยสีเขียวกับคนที่ขับรถมา เนื่องจากว่า ตัวมหาลัยเองค่อนข้างไกล และมีเด็ก ๆ หลายคนที่พ่อแม่ไม่ยอมให้อยู่หอ แต่ดันให้ขับรถมาเรียน (โดยเฉพาะเด็ก Inter) ซึ่งมีผลทำให้มีรถปริมาณมากมายทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย และจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผมบอกตรง ๆ ว่า การทำถนนให้เล็กลงมีผลต่อการจอดรถของเด็ก ๆ และคนที่จะมาเยี่ยมเยียนมากเลยครับ เนื่องจากสถานที่จอดรถเริ่มจะไม่พอ และการห้ามเด็กนำรถมาเรียนก็คงทำได้ยากเพราะว่าไกล ถ้าไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ต่อให้มีการทำเลนจักรยานหรือรถรางวิ่งรอบเป็นระบบที่ดีแล้ว ก็คงไม่สามารถรับปัญหารถยนต์ล้นทะลักที่จอดรถออกมาได้

    ยังไงในฐานะที่ผมเห็นศาลายามานาน และเห็นการพัฒนาที่ต่อเนื่องมา คงต้องรบกวนให้เก็บส่วนนี้เป็นการบ้านว่าจะทำยังไงกับการเดินทางที่แสนไกล กับจำนวนรถยนต์ที่จะล้นทะลักขึ้นมาทุก ๆ วันนี้ เพื่อที่มหาวิทยาลัยสีเขียว จะไม่ต้องเจอปัญหารถติด รถทะลัก รถวนหาที่จอดรถไม่ได้ จนนำมาสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมาภายหลังครับ

  3. เกม กรกฎาคม 5, 2011 ที่ 5:06 pm #

    ผมชอบจักรยานคันสีฟ้ามากเลยอ่ะ อยากได้มากเลยแต่เค้าบอกว่าแพงกันอ่ะไม่มีตังซื้ออ่ะ แง้ ๆ ๆ

  4. phuketroad กันยายน 26, 2011 ที่ 10:32 am #

    เห็นแล้วนึกถึงเมืองนอกจริงครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: