ขอลองสักครั้ง 1

2 ธ.ค.

มันจะขนาดไหนกัน ไตรกีฬา อยากรู้รสชาติจริงๆ วิ่งมาราธอน ก็ลองมาแล้ว

ความคิดแว๊บขึ้นมาในหัวพี่ชายเมื่อปีที่แล้ว ตอนจบการแข่งขันมาราธอน

เรื่องลำดับที่ไม่ได้พูดถึง เพราะ ไม่เคยคาดหวัง ทุกครั้งที่ลงคือการแข่งขันกับตัวเองแค่นั้น ว่าร่ายกายแข็งแรงแค่ไหน

วันที่ 26 พ.ย. เราจะไปภูเก็ตกันนะแนน นานมาแล้วเฮียบอกเอาไว้ จนลืมเวลาไป แนนนัดใครไม่ได้นะ เฮียซื้อตั๋วเครื่องบินไปแล้วนะ รับทราบ ในที่สุดแนนก็ไปนัดว่าจะไปสอนจักรยานจนได้ ลืมจริงๆ ที่จริงแล้วไม่ได้จำ

ต้องเตรียมจักรยานไปด้วยเผื่อเอาไปปั่นตามขบวน คืนนั้นยังมีประชุมกับสมาคมอยู่จนดึก กว่าจะถึงบ้านตั้ง 4 ทุ่ม ดีนะ จัดกระเป๋าไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ส่วนเฮียนั้นเตรียมตัวพร้อมสุดมานานละ

ซ้อมปั่นจักรยานทุกอาทิตย์ สลับวันเสาร์ว่ายน้ำ เย็นธรรมดาหลังเลิกวันทำงานก็ไปวิ่งรอบสวนลุม ขยันฟิตซ้อมสุดๆ หลังจากสมัครลงแข่งขัน

1 ปีผ่านไป ไวมากๆ พร้อมกับร่างกายที่ผอมลงของเฮีย ลดไปตั้ง 6 กิโลแหนะ มองผ่านๆ นึกว่าเป็นเด็กนักเรียนสะพายเป้ ท่านแม่บอกอย่างนั้น เพราะเข้าไปเดินในซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วหาเฮียไม่เจอ นึกว่าเด็กนักเรียน

นัดแนะให้รถตู้มารับถึงหน้าบ้านเพราะต้องขนเสือหมอบเบาะโซฟาไปด้วย ส่วนแนนก็ไปตามสไสล์ที่ชอบปั่นจักรยาน ก็ไหนๆ มี Airport Link แล้วนิ ใก้ลบ้านแค่นี้ สบาย ปั่นไปเลย พร้อมเป้ bagpack

ก่อนเดินทาง 1 วัน ดูสิว่าตื่นตัวแค่ไหน จะบินไปภูเก็ตพรุ่งนี้จะแพ็กจักรยานยังไงดีคะ สอบถามไปทั่ว website และ FB มีสมาชิก BF ใจดีตอบมาหลายแบบ บ้างว่าให้หากระเป๋าใส่ แต่แนนอยากปั่นไป แต่ที่โดนใจ คือคำตอบนี้ แค่เอาบับเบิ้ลห่อนะ แล้วเข็นขึ้นเครื่องไป ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องค่าโหลดจักรยาน

ใช่เลย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยังทำตัวเหมือนว่าเป็นเวลาอีกเนินนาน และแล้วก็มืดค่ำ แล้วจะเอาอะไรห่อดีละ บับเบิ้ลก็ไม่ได้ซื้อ กล่องลัง ก็ไม่ได้เตรียม เศษผ้าก็ไม่มี เสื้อผ้าเก่าๆ ที่บ้าน เสื้อยังใส่ได้ดีเอามาห่ออย่างนี้ก็เลอะพอดีสิ ถุงเท้านี่แหละ เหมาะสุดๆ ทั้งนุ่มหนาเหนียว แถมมีของเก่าอยู่ในตู้หลายคู่ที่เหลือแต่ข้างเดียว ซักไปซักมาหายไปไหนไม่รู้ บางข้างก็ขาดเป็นรู

พี่ตรีเป็นห่วงมากว่าจะเดินทางยังไงอัศวินต้องเป็นอะไรแน่ๆ ถ้าปล่อยอย่างนี้ มาจัดการดูแลแพ็กห่อให้ในเวลาค่ำคืน 4 ทุ่ม เอาอย่างนั้นเลยนะคะ แนนมีเชือกไหม เชือกฟาง ลังกระดาษ ไม่มีเลยคะพี่ หาทั่วบ้านแล้วก็ไม่มี พี่ตรีออกไปขอข้างบ้านร้านกาแฟ ได้เชือกรัดถุงกาแฟมา 2 เส้น เพราะเดี๋ยวนี้ถุงมีหู ไม่ต้องรัดเชือกแล้ว แต่เขามีสก๊อกเทป ยกให้เลยทั้งม้วนใหญ่ๆ หวังว่ามันคงใช้ได้นะ ขอบคุณเหล่าอี้ขายกาแฟคะ

เอาถุงเท้ามาตัดไหมพี่ตรี สวมไปมันจะพอดีท่อเฟรมเลย ไม่ต้องนะ เอาทั้งข้างนี่ละพันเลย อย่างนี้เลยนะ ใช่ครับ แล้วเอาเชือกมัด เวลาเอาออกก็ง่ายๆ แค่กระตุกเชือกก็ออกละ พี่ตรีแพ็กแบบปั่นไปได้ด้วยนะ แนนจะปั่นไป ได้ๆ แบบนี้แหละ ปั่นได้สบาย เห็นไหม ล้อยังหมุนได้ไม่ติดอะไรเลย ขอบคุณคะพี่ตรี

ขึ้นไปจัดกระเป๋า ต่อด้วยตั้งเวลาในโทรศัพท์ให้ปลุกตอน 6 โมงเช้า ตื่นเช้ากว่าไปทำงานอีกนะ หลับไปแบบเป็นพะวงกลัวว่าจะลืมตื่นตามเวลา หลับสนิทไปตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าตื่นมาก่อนโทรศัพท์จะร้อง ปี๊ดๆ อีกนะ

เตรียมตัวเรียบร้อย แนนกินข้าวก่อนค่อยไปนะ อี้ซื้อมาให้แล้ว ได้เวลาเฮียโทรมาตามละ กำลังจะออกจากบ้านแล้ว แนนมาถึงก่อน 9 โมงก็ได้นะ

แบกกระเป๋าเป้ ใส่หลัง แต่ตัวพร้อมปั่นเหมือนไปทำงาน ค่อยๆ ปั่นไปตามทาง สี่พระยายาวๆ ถึงพญาไท ปั่นไปฟรีขาไป ไม่ต้องรีบร้อนอะไรเพราะกว่ารถไฟจะมาตั้ง 8 โมง

ยังไม่ 8 โมงก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าพญาไท ครั้งแรกเลยนะที่จะได้ขึ้น Airport Link เขาว่ารถเล็กและเก่า มันจะสักขนาดไหน ขึ้นไปแบบยังลุ้นอยู่ว่าจะเดินไปทางไหน เหมือนเพิ่งเข้ากรุง 555  ดูทางไปตามป้าย แล้วเข็นจักรยาน ถ่ายรูปไว้ตลาดทาง บ้านนอกเข้ากรุงชัดๆ เลยเรา เปล่านะ เขาแค่เก็บภาพมาเล่าเรื่อง

เอ้าๆ เลยซะแล้ว จุดขายตั๋วอัตโนมัติไม่เปิดทำการ เดินไปถึงสุดทางไม่มีคนเลย เขาเลี้ยวซ้ายข้างหน้ากันหมด รู้ว่า 15 บาท จอดทุกสถานี ไปแบบนี้ประหยัดดีกว่า 10 เท่า 1 ใบคะ จักรยานพับได้ไหม เจ้าหน้าที่ถาม พับได้พับเลยนะ เข็นไม่ได้หรอคะมันหนักนะ ถ้าแบกไว้ ได้ถึงหน้าประตูแค่นี้ พับก็ได้

ตั๋วเป็นเหมือนตั๋วหนังเลยนะ เจ้าหน้าที่ฉีกไปส่วนนึงเราเก็บไว้ส่วนหนึ่ง คิดว่าตั๋วจะเท่ แบบบัตร BTS สงสัยเพราะเป็นแค่ช่วงโปรโมชั่นทดลองใช้ ขึ้นไปยืนตรงไหนละเนี่ย ไม่มีเส้นขีด แบ่งทางว่านี่ประตูเหมือนอย่าง BTS แล้วจะหยุดรอตรงไหนดี อยู่มันตรงนี้ทางขึ้นบันไดเลื่อนมาหน่อยนึง

รอตรงนี้มองซ้ายมองขวายังไม่มีคน นาฬิกาบอกเวลาที่จอพาสม่าบอกว่าอีก 15 นาที โหยเมื่อยขา เก้าอี้ก็ไม่มีให้นั่งด้วย มีคนมาเพิ่มแล้ว ทุกคนมาต่อแถวแต่ยืนแซงหน้าแนนหมดเลย ยืนหลังเส้นนะ ไปๆมาๆ มาก่อนใครแต่ดันได้ขึ้นคนสุดท้าย ซะงั้น

รถไฟมาแล้ว รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะถ่ายภาพรถไฟ Airport Link เก็บไว้สักหน่อย ทำเอาถือโทรศัพท์ค้าง ณ จังงัง ทำไม ทำไม มันโทรมขนาดนี้ ไม่รับซื้อของเก่าจากประเทศไหนมาเอ่ย ทำไมถึงได้เชยๆ กว่า BTS อีกเนี่ย

เพิ่งรู้ว่าจุดที่ยืนรอคือกลางคัน เข้าประตูไปแทบไม่มีที่ยืน แคบจริงๆ ถ้ามันพับคงจะเกี่ยวขาใครหกล้มสักคนแน่ๆ คิดว่าจะมีที่ระหว่างขบวนให้วางจักรยาน มองหาก็ไม่มีเพราะที่คนยืนก็แทบไม่พอ เดินๆ ไปข้างหน้า น่าจะมีที่ว่างๆ อยู่นะ อึบๆ แบกๆ 

ขอเบียดให้จักรยานหน่อยนะ น้องนักศึกษากำลังตั้งใจอ่านหนังสือเขยิบพื้นที่ว่างให้ กระเป๋าเป้ก็ใบใหญ่ อ้วนๆ หันนิดก็ไปเกี่ยวเอาหนังสือที่น้องเขาถืออ่าน จำต้องยืนตรงๆ มองออกนอกหน้าตา เพราะวิวข้างๆ ช่างตื่นตาตื่นใจ

สถานนีต่อไป ก็ยังมีคนไม่มีคนลงมากเท่าไรเมื่อเทียบกัน ดูวิวไปเรื่อยๆ มองคนนั้นคนนี้ เพราะวันนี้เราไม่รีบร้อนเหมือนใครๆ ที่ต้องไปทำงาน ไปเรียน ทำให้มีเวลาสังเกตุพฤติกรรมผู้โดยสาร ว่าจะหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อมูลความคืบหน้า แต่ยกมา อ้าวๆ ดีแทก ไม่มีคลื่นสักขีดเลย no signal เลยละ ปิดเครื่อง restart ก็ยังไม่หาย สงสัยยังไม่ตั้งเสาจริงๆ

ถึงแล้วสถานี ลาดกระบัง โอ้โห ลงกับเกือบหมดขบวน เหลือนิดหน่อย ที่จะตรงไปสนามบินด้วยกัน สร้างไว้เพื่อนนักศึกษาที่นี่โดยเฉพาะเลยแฮะ เหมาะสุดๆ

ถึงแล้วสนาบินไปทางไหนต่อละทีนี้ ขึ้นลิฟท์ไปเลยดีกว่า มีสาวๆ แอร์กราวมาพร้อมกันด้วย ที่จริงดูเขารีบมากเหมือนจะต้องไปตอกบัตรเข้างานอะไรอย่างนั้น แต่พอเขารอแนน ก็มีคนอื่นๆตามมาจนเต็มลิฟท์ ทำเอาหน้าเซ็งๆ วันนี้เข้างานสายแน่ๆ 3 คนมองหน้ากัน

ถึงแล้วชั้นนี้แหละ ลืมไปว่ามีอาการเดียว จักรยานหัก สวัสดีคะ อ้าวคนไทยหรอกหรอ คิดว่า ญี่ปุ่น มีพี่ผู้ชาย ดูดี 2 คนเห็นอัศวินสีส้ม แล้วสนใจ สอบถามรายละเอียดราคา และที่มา ที่ไป คุยกันแล้ว บาย บาย ไว้เจอกันใหม่ พี่เขาจะไปญี่ปุ่น ดีจังเลย อ้าว เจอกันอีกแล้ว ส่งยิ้มให้ คิดว่าไปคนละทางซะอีก ลืมไปว่ามีอาคารเดียว บินออกก็ชั้นเดียวกันด้วยสิ

เข็นอัศวินมีแต่คนมองตลอดทาง นี่มันจักรยาน หรือ ถังขยะ 555

ไปดูบอร์ดดีกว่า แล้วมันรหัสอะไรเนี่ย รู้แต่ชื่อสายการบิน ดูที่มันไปภูเก็ตก็แล้วกันคงไม่น่ามีหลายลำ เจอแล้วไปรอแถวนั้นดีกว่าเผื่อว่าเฮียจะมา จะได้หาเจอ

ตู้ตี้ๆ เฮียโทรเข้ามาแล้วว่ามาถึงแล้ว แนนก็ถึงนานแล้ว หากันไม่เจอเพราะคนเยอะ จนต้องโทรมาอีกครั้ง อ้าวอยู่นั่นเองเห็นละ เดี๋ยวเข็นไปหา

จักรยานเฮียแพ็กอยู่ในกล่องอย่างเรียบร้อย พร้อมกระเป๋าเดินทางแบบลาก ไปต่อแถว check in กันดีกว่า จักรยาน ไม่ผ่านจุดนี้นะคะ คันนี้ต้องเอาไปแร็บพลาสติกก่อน แล้วมาแปะสติกเกอร์อีกครั้งระวังแตก

จักรยานหรอ เจ้าหน้าที่ห่อหุ้มดู งง สงสัยไม่มีใครมาให้ทำ คะ พันหลายรอบเลย ดูแข็งแรงดี หมดไปกี่ม้วนเมตรพลาสติก ห่อแบบเอานิ้วจิ้มยังเจาะไม่ลง หนาแน่นมาก ที่ภูเก็ตจะมีแบบนี้ตอนขากลับไหมนะ น่าจะมีนะครับ

ราคาเท่าไรก็ไม่รู้เพราะเฮียจ่ายไปมารู้ทีหลังว่า 150 บาท คุ้มจัง ดีกว่าซื้อพลาสติกมาห่อเองอีกนะ มีเกิน 10 ชั้นได้ เอาไปแปะสติกเกอร์ แล้วก็ไปจ่ายเงินเพิ่มค่าขนจักรยาน ถือเป็นของต้องดูแลเป็นพิเศษ ต้องจ่ายเพิ่ม เท่าไรก็ไม่รู้ น่าจะห้าร้อยกว่าบาท เฮียจ่ายให้อีกแล้ว

สบายตัวแล้วทีนี่เพราะของโหลดเข้าไปหมดแล้ว น้ำผ่านไม่ได้นะคะ น้ำในกระติกก็ต้องเทออกมา ในกระติดน้ำเหลือน้อยกว่า 100 มิลิกรัมอีกนะคะ ต้องเทน้ำตรงนี้ ซ่า เทลงถังขยะ

คิดว่าได้เวลาใก้ลขึ้นเครื่องแล้วซะอีก ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงเลยนะ นั่งมองดูคนอื่นๆ มองๆ หาไม่เห็นคนไทย มีแต่ต่างชาติผมสีทอง สีดำ คนไทยเขาไปแข่งกันเขาไม่มาทางนี้เลยหรอ ส่วนใหญ่เขาขับรถไปกันเองเฮียบอกอย่างนั้น ก็นั่งมองคนไปเรื่อยๆ สังเกตุเห็นว่ามีแต่คนเล่นอยู่กับ iphone แล้ว BB สุดฮิต ของเด็กไทยฝรั่งเขาไม่ใช้กันเลยหรือ

คิดแล้ววางเอาไว้ วันนี้ไม่ต้องวิเคราะห์เหมือนทำงาน เห็นเขากินช็อกโกแล๊ตก็อยากจะกินบ้าง แต่ว่าๆ ไม่กินดีกว่าเอ่ย เอาหนังสือมาอ่านดู ได้เวลาขึ้นเครื่องพอดีเลย ขึ้นไปหาที่นั่งไม่อยากเลยอยู่หน้าๆ แถวที่ 6

จองที่ริมหน้าต่างไว้ชมวิว ดูวิธีสาธิต จะไม่ดูก็ไม่ได้เพราะกลัวเกิดเหตุแล้วทำผิด เดี๋ยวจะไม่เหลือชีวิตกลับมาปั่นจักรยาน คิดไปได้เนอะ หลับไปหลักจากเครื่องบินสูงเหนือมวลหมู่เมฆ เพราะไม่มีอะไรเล่น อะไรให้ดูเลย นอนดีกว่า

ตื่นมาอีกทีตอนเครื่องกำลังจะลงพอดี มองไปดูหน้าต่าง เห็นน้ำทะเลสีคราม มีเรือลำน้อย และหมู่เกาะ สวยจัง จะถ่ายภาพเก็บก็ไม่ได้ เพราะแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอร์ก็มองหน้าเสียแล้ว เค้าไม่มีกล้องถ่ายรูปนิ แต่เขามีโหมด แอร์ไลน์ในมือถือนะ ไม่เชื่อมาดูสิ ไม่อนุญาติให้เปิดเครื่อง จบกันได้แต่เก็บวิวสวยๆ ไว้ในความทรงจำ

เครื่องถึงสนามบินภูเก็ต ไม่มีงวงช้างมารับ แต่เป็นบันไดมารับแทน ต้องต่อรถบัสอีกนิดหน่อย ที่จริงเราเดินไปเองก็ได้นะ แต่อากาศร้อนมากๆ ไม่น่าเดินเลย ดีละที่มีรถมารับ

รอโหลดกระเป๋า และจักรยาน มาแล้ว อัศวิน โหยทำใจไว้เลย รอยแห่งการเดินทางมีแน่ๆ เพราะดูจากตัวอย่าง กระเป๋า ไม่รอดแต่จะหนักหนาสาหัสแค่ไหนว่ากันอีกที สำรวจรอยมองแล้วมองอีก

บาดลึกเชียวจุดตรงนี้ ลืมคิดไปว่าตรงนี้จุดพับ ไม่ไม่อะไรห่อหุ้มอยู่เลย ไปรับรถที่จองเอาไว้ เป็นกระบะ 4 ประตู มีแค็ปหลัง มีแร็กบนหลังคาด้วย

มากัน 4 คนจักรยาน 2 คัน กระเป๋า 4 ใบ เดินทางกันสบายๆ กับรถคันใหญ่ๆ จะไปลากูน่า แต่หิวข้าวแวะกินก่อนดีกว่า กินในเมืองดีกว่า บนเขามีร้านวิวสวยๆ ด้วยนะ เวลานี้ขึ้นไปมองเห็นพอดี

เพิ่งมาแบบต้องนำทางด้วยตัวเองครั้งแรก ถามท่าน Google map ตลอดทาง แต่ๆ คนขับและผู้ช่วยคนขับ ไม่เคยใช้ GPS นำทาง เลยไม่เชื่อทางที่บอกไป ลงไปถามชาวบ้านแถวนั้นเป็นระยะดีกว่า ชาวบ้านตอบเหมือนว่าจะเข้าใจ แต่ก็หลง วนไปวนมา ศึกษาเส้นทางใหม่ๆ คิดในมุมนี้แล้วกันจะได้สนุกกับการเดินทาง

ร้านนี้อยู่ลึกลับ คิดว่า ปิดตัวไปแล้ว ต้องเดินลงเข้าไปตามทางเขา ก็จะเจอร้านน่ารักๆ วิวสวยๆ ของเขารัง กว่าจะหาเจอหลงไปหลายที ไปจอดสถานี ช่อง 11

มื้อนี้ไม่ขอสั่งเพราะอยากลองอาหารแปลกๆ ของทางใต้ ให้ทางเฮียสั่ง ดีกว่า ไก่ห่อใบเตย งะ ใต้สุด จนพนักงานมาแนะนำ แกงปู น้ำพริกกุงเสียบ ผักเหนียงผัดไข่ ปลารากกล้วย จัดไปตามนี้

มีเส้นหมี่มาเสริฟด้วยนะ แปลกดี ที่นี่ไม่กินขนมจีนกับแกง แต่ใช้เส้นหมี่แทน กินมันทั้งข้าวทั้งเส้นหมี่ คาโบ…..โหลดกันไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปปั่น

แว๊บเดียวหมดยังไม่ทันดูวิว โต๊ะข้างๆ เขาสั่งกาแฟแก้วเดียวยังดื่มไม่หมด เราจะไปต่อแล้วจะไปที่พัก งะ ยังไม่ได้ถ่ายรูปกับเก้าอี้ตัวนั้นเลย ก่อนหน้าจะไปนั่งถ่ายก็บอกให้กินข้าวก่อน อดเลย กระพริบตา 1 ที แช๊ะ เก็บภาพความทรงจำไว้แล้ว ไปต่อ

เดี๋ยวขึ้นไปถ่ายรูปข้างบนก็ได้ ก็ได้ๆ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ จัดไป 3 รูปเลย แต่วิวนี้ใครๆ ก็มี วิวนั้น ไม่ค่อยมีใครมีเพราะต้องเข้าไปนั่งกินในร้านก่อน หมดเวลาต้องไปต่อแล้ว  

แบตโทรศัพท์ก็หมด ไม่เหลือใครนำทางนอกจากแผ่นกระดาษแผนที่ ที่ print มาจากบ้าน ตรงไปเลี้ยวซ้าย ป๊าจำได้มาทางนี้ ทางนี้จะไป ลากูน่านะ คุ้นๆ ว่าไม่ใช่นะ ปะป๋า เมื่อกี้เราผ่านโลตัสมา โลตัสอยู่ทางซ้ายมือพอดี ตรงไปอีกนิดก็ถึง ลองเปิดโทรศัพท์อีกที ให้ google map ชี้ทาง ยังพอเปิดขึ้น

คุณเลยมาแล้ว กลับรถๆ 20 กิโล คุณเลยมาแล้ว กลับรถ 25 กิโล ไม่ได้การละ ต้องบอกให้กลับรถละ วันนี้ไม่ถึงลากูน่าแน่ๆ คงจะไปถึงพังงาแทน เฮียใน GPS บอกให้กลับรถละ เฮียตัดสินใจเลี้ยวกลับรถ ค่อยยังดีหน่อยนะ ท่านแม่ถามเลยไปไกลไหมแนน ก็หลายโลอยู่นะ ดีนะ ยังดีกว่าคราวที่แล้วไปปางอุ๋ง หลงไปตั้ง 30 โล เวลานั้นก็ 3 ทุ่ม มืดมิดช่างน่ากลัว เวลานี้ยังสว่างอยู่ 555

สงสัยท่านแม่จะกลัวฝังจิต ตั้งแต่ทริปนั้น ค่อยๆ เห็นแววว่าจะเห็นอนุเสาวรีย์เท้าเทพฯ สักหน่อยละ เลี้ยวขวาก็เข้าลากูน่า เพราะมีป้ายบอกทาง ไม่หลงละทีนี้ อีก 7 กิโล ยังไม่ทันไร ก็จอดแล้ว เฮียเห็นป้าย outticker ไหนๆ อยู่ตรงไหน ไม่เห็นเลย ตรงไปต่อ ตามทาง

เดจาวู เราเคยมาทางนี้แล้ว ตอนไหนนะ นานแล้วละ น่าจะเคยมานะ ตอนนั้นสักตอน ขับไปเลยเฮียทางนี้แหละลากูน่าแน่นอน ไม่สิในแผนที่ ถ้าเราเข้า ลากูน่าได้ เราสามารถขับข้าม link ได้นะ หรอ คงเป็นด้านหลังละนะ เลยไปไหนต่อไหม เฮียหยิบแผนที่มาดู นี่มันทางปั่นแข่งพรุ่งนี้นะ ถือว่ามาสำรวจทางเลยแล้วกัน ดีๆ ไม่รีบ ทางชัดน่าดูนะเนี่ย โค้งแบบนี้อันตรายนะ

จะไปอ้อมชมทั้งเส้นทางไหมละ ดีๆ แต่ต้องไปเตรียมจักรยาน เรากลับดีกว่า ผ่านมาแล้วเมื่อกี้ก็ผ่านแต่ไม่ทันสังเกตุนะว่าที่นี่ outticker ก็เล่นอยู่ข้างขวาประตูทางออกทางเข้าเขียนว่าลากูน่าวิเลส เพราะได้ยินเสียป๊าอ่านตอนผ่านมา 2 ทางนี้ เข้าไปเลย มา check in

ชื่อของคุณเราได้ย้ายไปอยู่ที่ holiday club แล้ว อ้าวหรอครับ ก็ดีใก้ลที่แข่งขันดี เฮียชอบใจ ขับรถวนออกไป แล้วก็จอดถามทางอีกครั้ง มาถึง holiday club ทำเอาเจ้าหน้าที่ reception งง กัน จองไว้ตอนไหน เมื่อไรอย่างไร เดี๋ยวเช็กให้นะคะ

ฉึกๆ ไม่ได้หมู หรือ ไก่ แต่แขนป๊าไปเกี่ยวประตู้ห้องทำหนังฉีก ฉึกๆ เป็นรอยๆ แล้วก็เลือดไหล

สรุปว่าไม่มีนะคะทางเจ้าหน้าที่โทรกลับไป ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ดูผิดไป ของคุณอยู่ outticker อ่านยังไงนาย และ นางสาว Miss และ Mr. คนละอย่างกันเลย ขอโทษด้วยชื่อของคุณอยู่ทางนี้จริงๆ วนมาทางนี้นะ เฮียต้องต่อว่าหน่อยนะ ทำแบบนี้เสียเวลาจริงๆ

พอเถอะแนนเรามาเที่ยวนะ อย่างเอาเรื่องนี้มาให้เสียความสนุกดีกว่า อย่านำมาใส่ใจ วนกลับไปก็กลับไปนะ ได้ๆ ตามนั้น ไม่โวยแล้วละ 555

ถึงแล้ว outticker เข้าที่พัก ว๊าวๆ บ้านน่าอยู่ดีแฮะ กว้างเกินจะอยู่ 4 คน เราอยู่เพิ่มได้ไหมเฮีย ได้สิแต่ต้องจ่ายเพิ่ม เขาคิดตามจำนวนคน อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เดินเล่นกันทั่วบ้าน แต่แนนได้ที่เหมาะหน้าทีวีละ ไม่ลุกไปไหน นอนเล่นโทรศัพท์ เพราะมี wifi ในบ้านด้วย สบายเลย

ท่านแม่สนุกสนานกับการเปิดดูเก๊ะนั้น ประตูนู้น ในนั้นมี เครื่องซักผ้ามีที่ตากผ้าด้วยนะ เตารีดก็มี ดีจริงๆ มีหม้อ มีกระทะ มีครัว มีด ช้อน ส้อม ครบ มีตู้เย็น เดี๋ยวเอาผ้าที่ใส่ของวันนี้มาซักดีกว่า เดินขึ้นไปดูข้างบนกัน แนนไม่ได้ตามไป

นั่งจมแมะอยู่ตรงไหนกับโทรศัพท์ จนเวลาเลยไป update รายงานให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ ได้รู้เรื่องราวว่าเรา 4 คนอยู่ที่พักเรียบร้อย ส่งภาพต่างขึ้น FB ใครคาดู ก็เหมือนมาภูเก็ตด้วยกัน

อันแพ็ก อัศวิน แกะๆ ออกมาดูสิ ว่ามีแผลตรงไหนอีกไหม มีแค่ตรงรอยพับแค่นั้น เฮียก็แกะลังของเฮียกบ้างสรุปว่า มีรอยเช่นกัน 555 เฮียอย่าไปซีเรีสกับรอยนิดหน่อยเลย ซื้อมาใช้แหละ อย่าคิดมาก ไม่ได้คิดมากแค่ดูหลายๆ ทีเฉยๆ 555 เพราะเล่นกล่องทะลุเป็นรู้โบ๋เลย ไม่รู้โดนอะไร

ไปๆ ไปกินข้าวกัน เย็นนี้อยากกิน porkchop งั้นไป sizzler ที่ central แล้วกัน เมื่อกี้ผ่านเห็นมี ดีเลยจะไปกินสลัด คราวนี้ไปแล้วไปหลงละ เพราะทางนั่นวันนี้ผ่านหลายรอบ 555

ทางลงรถไม่รู้สูงพอไหมนะ รถคันนี้สูง ป๊าต้องลงไปดูให้ ผ่านได้เหลือๆ แต๊งๆ ทำไมมีเสียงละ สงสัยเสาอากาศวิทยุนะ เอามันลงมาก็ลอดได้สบายๆ ลงจากรถจะเดินเข้าห้าง ถามหาซื้อพลาสเตอร์ ยาล้างแผลให้ป๊าก่อนเลย ไม่มี ร้านนี้ก็ไม่มี งั้นไปกินกัน

ปราตี้วัวของโปรด วันนี้เอาสลัดอย่างเดียว ไม่ได้กินวิ๊ป อะไรเลย ผักล้วนๆ อิ่มแล้วกลับบ้านนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าตี 5 ถ้าจะขับรถไปจุดเริ่มต้นเอง ไม่รู้เขาจะปิดทางตรงจุดไหนบ้างป่าว

เฮียหลับไปแล้วเร็วมากเพิ่ง 2 ทุ่มเอง แนนยังนั่งดูทีวีอยู่จนมืดกว่าจะนอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: