ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน

8 พ.ย.

เมื่อวานเป็นครั้งแรก ที่ได้มีโอกาส ออกทริป หลังจากได้ถอย อัศวิน มาใช้เป็นพาหนะ คู่ใจ คันใหม่

ตี 5 ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เพราะเวลานัดหมาย คือ 6 โมง เตรียมตัวออกจากบ้างประมาณ 5.45 น่าจะถึงจุดนัดพบสัก 6 โมงกว่าๆ ทันสบายๆ ยังเหลือเวลาให้แพ็กจักรยานขึ้นรถอีก

ปั่นออกตามทางสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ตี 5 เกือบ 6 โมง วันอาทิตย์ อากาศช่างแสนสุขจริงๆ เย็นๆ สบายๆ แต่ที่น่าเสียดาย ก็ควันรถเมล์นี่สิ โชยกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เหม็นสุดๆ ทันทีที่ขับผ่านไป ทำเอาเสียบรรยากาศยามเช้าสดชื่นในตอนแรกจริงๆ

ถึงแยกใหญ่พระราม 4 เลี้ยวขวาไปตามทาง สวนลุม คลองเตย ช่วงนี้รถยังโล่งๆ อยู่เลย ปั่นสบายๆ ลองเพิ่มสปีดเพื่อความสนุก ได้เหงื่อนิดๆ ก่อนถึงที่หมาย กลับรถหน้า ช่อง 3 ทำเป็นกาฝากไปกับรถข้างทางตอนเลี้ยวกลับตัว ให้รถใหญ่บังทางเอาไว้ แล้วชิดซ้ายสุดๆ ปั่นไปตามทาง และแล้วเหตุการณ์ ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

โครม! เสียงดังลั่น ทำเอาตกใจ รีบหักหัวจักรยานโดยไว ปั่นขึ้นฟุตบาท ต้องเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ ครั้งแรกคิดว่า รถเมล์ชนอะไรสักอย่าง เพราะคันที่ผ่านไปก่อนหน้า คือรถเมล์ เมื่อปั่นเข้าไปอีกนิด ใก้ลจุดเกิดเหตุ จึงเห็นว่ารถเมล์ คันนั้นยังสภาพปกติดี ปั่นไปอีกนิ ทำเอาตัวสั่น เพราะสภาพที่เห็นนั้น คือ แท็กซี่ครึ่งหน้า หายยุบไปกับท้ายรถเมล์ คันหน้าอีกคัน

แท็กซี่สีชมพูคันนั้น ต้องหลับในหรือ เมาแน่ๆ เพราะถนนโล่งมากโอกาส ที่จะแทรงขวาสบายๆ แต่ทำไมๆ ดันมาชนที่เลนซ้ายซึ่งเป็นเลยรถประจำทาง รถคันนี้ผู้โดยสารเต็มคันเลย ดีนะที่ไม่เป็นอะไร เพราะดูสภาพคนเมล์คันนั้นไม่บุบสักนิด อาจจะกระเทือนนิดหน่อย ผู้โดยสารก็ทยอยเดินลงจากรถมารอรถเมล์คันใหม่ แป๊บเดียวเท่านั้นป้ายรอรถเมล์โล่งก็เต็มไปด้วยผู้คน ไทยมุง นั่นเอง แล้วก็ได้หยุดจอด หันขวาไปดูจุดเกิดเหตุ แว๊บเดียวเท่านั้นก็รีบปั่นผ่านโดยไว แค่มองด้วยหางตาเข้าไป ค่อยยังดีหน่อย ไม่มีเลือดไหลสักหยด ที่พื้น คนขับยังดูไม่ได้ถึงกลับหมดสติ นั่งอยู่ในรถ ยังไม่ได้ลงมาจากรถ

ปั่นไปตามทางอีกนิดก็ถึงจุดนัดหมาย TCA พระราม 4 พี่คนหนึ่งปั่นมาก่อนหน้า เห็นเหตุการณ์เต็มๆ แต่ไม่ได้คุยอะไรเพิ่มเติม เพราะยังรู้สึกว่า ต้องไปทำบุญแล้วมั๊งวันนี้ เกี่ยวไหม ไม่รู้ แต่มันรู้สึก แย่ๆ ในใจ ว่าประสบพบเจอเหตุไม่รันจวญใจเข้าแต่เช้า แล้วก็ลืมไปสนิทเลย เมื่อได้รับ SMS

” ยังไม่มีใครมาเลย มาถึงนานแล้ว ”

ผิดที่แล้วละ เพราะจุดที่นัดหมาย จักรยานจอดกันมากกว่า 10 คันแล้ว ภูมิ ไปอยู่ไหนเนี่ย จะ SMS กลับก็ช้าเกิน กดโทรศัพท์โทรกลับดีกว่า อยู่ไหนแล้วครับ โลตัส พระราม 4 ผิดแล้วละ ต้องตรงมาอีก TCA พระราม 4 นะ แว๊บเดียวภูมิก็มาถึง

เริ่มแพ็กจักรยานกันแล้ว ปกติก็ปั่น รักไหม ก็ รัก แต่ไม่ถึงขนาดนี้ เพราะอัศวิน ได้แผลมาเยอะละ ยังไม่ถึงเดือนเลย เน้นซื้อมาใช้เลยไม่ได้ประคบดูแล

ที่นี่เขามีถุงให้ใส่ด้วยนะ

อัศวินก็เลยถูกแพ็กห่ออย่างดี คันอื่นก็ถอดล้อหน้าแล้วแพ็กใส่ถุง แต่อัศวิน คงจะคันเล็กก็เลยใส่ถุงได้ทั้งคัน จากนั้นก็ยืนรอ สวัสดีทักทาย พี่ๆ ที่ทยอยมา ได้แต่สวัสดี แต่ไม่รู้จักชื่อนี่สิ เลยไม่ได้คุยอะไรกันมาก

จักรยานแต่ละคันสวยๆ เริดๆ ทั้งนั้น แต่งกันมาเต็มสี สีสันก็หลายหลากยิ่งกว่า รุ้งสลับสี โอ๊ะๆ ยังมี สีเหลืองแบบที่ไม่เคยเห็นอีกคัน สีเหมือนกล้วย หรือ สีไข่ เริ่มชอบสีนี้เข้าอีกสีแล้วสิ

ได้เวลาขึ้นรถแล้ว เลือกที่นั่งกันตามสบาย นั่งแถวสี่ทางขวา จากด้านหน้าแล้วกัน ภูมินั่งชิดขอบหน้าต่าง แนนนั่งอยู่ระหว่างทางเดิน 7 โมง กว่าแล้วรถก็ยังไม่ออก รู้งี้ตื่นสายกว่านี้อีกดีกว่า เกือบ 8 โมงนั่นแหละ รถถึงออกเดินทาง ในที่สุดแล้วเรารอ พี่เจ้าของคนเดียวนั่นเอง

รถขับออกไป ระหว่างทางก็ดูทีวี จุดเด่นบริการของศูนย์รถเจ้านี้เหมือนเครื่องบินเลยคะ มีสอนว่านั่งรถแล้วควรต้องทำอย่างไร แถวหน้าต้องคาดสายนิรภัย หรือ safety belt ด้วยนะ แล้วก็วิธีการออกจากรถ สงสัยมานานละว่าทำยังไง ที่เคาะกระจกที่ติดกับรถให้ราว แล้วก็เอาขาถีบให้แตกแล้วปีนออกมา วีดีโอมีสาธิตวิธีการอย่างละเอียด ที่สำคัญความเร็วห้ามเกิน 80 กม เมตร หางเกินไฟแดงก็จะขึ้นและ ยังมีเสีย ปี๊ดๆ ระหว่างทาง ก็ตรวจสอบได้ว่ารถคันนี้อยู่จุดไหนด้วยระบบ GPS สุดยอดไอเดีย ที่เป็นจุดขาย ที่ได้มากับการไปทริปครั้งนี้ ทุกท่านสบายใจได้ เมื่อเดินทางไปกับ บริษัท รถทัวร์นี้

เมื่อไม่ได้นั่งติดหน้าต่าง ก็เลยไม่ได้ดูวิวข้างทางว่าถึงไหนแล้ว เอาแต่ดูทีวีที่เปิดฉาย ดูไปดูมาก็หลับไป ไม่นานก็ถึงจุดพัก รับประทานอาหารเช้า ร้านนี้มีป้าย โด่งดังรับประกันความอร่อย แต่ดูเหมือนยังเช้าไปที่เรามาถึงเพราะร้านยังไม่มีอะไรทำสุกพร้อมขาย พวกเราลงไปก็เห็นแต่ความว่างเปล่าของถาดใส่อาหาร จึงยกพลขึ้นรถอีกครั้ง พี่ๆ ที่ทนหิวไม่ไหว ก็โซยข้าวหลามกันไปก่อน เพราะมีสุกพร้อมขายอยู่อย่างเดียว

ขับต่อไปข้างหน้าอีกพัก เราก็จอดที่ปั้มน้ำมัน เพื่อแวะหาอะไรกินอีกครั้ง เพราะแต่ละคนออกจากบ้านกันแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เวลานี้ท้องแนนก็เริ่มโหยหาอาหารแล้วเช่นกัน ที่จริงก็อยากข้ามไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นอยู่นะ แต่ว่าคนคงเยอะมาก เพราะเกินกว่าครึ่งคันข้ามไปกินฝั่งตรงข้าม ที่นี่ก็ได้ ผัดไทย 1 จาน

อาหารทำรวดเร็ว รสชาติก็ผ่านใช้ได้ จากนั้นก็เดินทางต่อ ไม่นานก็ถึงทางเข้าอ่างเก็บน้ำบางพระ บรรยากาศนี่น่าปั่นจักรยานจริงๆ

สองข้างทางมีต้นไม้ แล้วเช้านี้ก็ไม่มีแดดด้วยสิ ถึงจุดปล่อยตัวแล้ว มีพี่เอ๋น้อย และ พี่กราฟ มารออยู่ ว้าวๆ จักรยานพี่เอ๋น้อย สวยจัง สีฟ้า ไม่ซ้ำกับใครๆ แถมยังมีตระกร้า ติดอยู่ที่แร็คด้านหลังด้วย

ได้เวลาโชว์โฉมงามของแต่ละคนแล้ว ว้าวๆ มีแต่ รถสวยๆ กันทั้งนั้น ติดแร็ค แล้วกันเกือบทุกคัน ดูตัวอย่างว่าชอบแบบไหนก็ได้สบายๆ ก่อนจะควักเงินออกจากกระเป๋าจ่ายมาครอบครอง สอบถามพี่ๆ แต่ละคนว่าแร็คยี่ห้อไหนใช้งานอย่างไร ราคาเท่าไร บางคนก็ถึงขนาดซื้อ 1 อันแล้ว เอาตัวอย่างมาทำเองกันทีเดียว ใส่ล้อเข้าที่ สูบยางให้แข็งพร้อมปั่น ยางของภูมิ นั้นแก้มป่องกว่างใคร เวลาถอดล้อจึงต้อง ปล่อยลมเจ้าแก้มป่องให้ยุบลงเสียก่อน

ถ่ายรูป หรือ รัวกระสุนปืน เสียดังจากชัดเตอร์กล้องของพี่หมู พาโนรามา 360 องศา พวกเราก็ยืนเต๊ะท่า ให้ช่างภาพถ่ายกันสนุกสนาน จากนั้นก็ได้เวลาล้อหมุนแล้วคะ ปั่นออกไปตามทาง รู้สึกยางแบนๆ ภูมิดูสิยางแนนแบนไหม แบนนิดหน่อย ที่ล้อหลัง นั่นสิมันนิ่งๆ ถ่วงๆ นะ ขึ้นไปถึงขอบสันอ่างเก็บน้ำ ภูมิ อัดลมของตัวเอง และ อัดลมเพิ่มให้อัศวินอีก คราวนี้ละปั่นสนุกไปเลย

มันก็ยังหนืดๆ เนอะๆ นั่นสิ เพราะทางที่เราปั่นเป็นเนินซึมๆ ขึ้นตลอดทาง แล้วก็เลี้ยวไปทางสุสาน สงสัยนี่เป็นทางลัด ที่จะไปเกาะลอย สบายไปเลยเส้นทางนี้ แค่ทรงตัวนิ่งๆ อยู่บนจักรยานก็พอ เพราะแทบไม่ได้ปั่นเลย ไหลลงอย่างเดียวตลอดทาง ปั่นนิดหน่อย หากต้องการเพิ่มสปีดความเร็ว

สิ่งที่ประทับใจจากทริปนี้ อยู่ที่นี่นั่นเอง ระหว่างปั่นไปตามทาง ก็เจอรถสีขาวจอดอยู่ คันแรกที่ปั่นไปถึงก็เลยรถคันนี้ไป แล้วก็หยุด คันต่อมาก็หยุด จดทั้งขบวนที่กำลังตามมาก็หยุด แล้วก็ช่วยกันคิดหาวิธีทางว่าจะช่วยรถคันสีขาวนี้ยังไงดี

เข็นถอยหลังได้ไหม น่าจะได้แค่กลัวจะขูดกับเครื่องยนต์ใต้รถ พี่ประกาศิต ลงทุน กระโดดลงไปหลุมที่ล้อรถคาอยู่เกือบตก เพื่อคำนวนปัญหาว่าจะแก้อย่างไรดี น่าจะมีไม้นะ จะได้พาดระหว่างหลุม หรือจะยกรถทั้งคันดี มองเข้าไปในรถ เหมือนจะมีคนแก่อยู่ข้างในเพราะเห็นไม้เท้า น่าจะใจนะ แต่กระจกดำมากมองไม่เห็น เครื่องยนต์ก็ยังติดอยู่ไม่ได้ดับ สวนคนขับเป็นผู้หญิง ที่เดินออกมาจากรถกำลังกดโทรศัพท์ ขอความช่วยเหลือ สาเหตุมาจากความประมาทขาดสมาธิ เพราะถามภูมิละ ว่าทำไม เป็นแบบนี้ไปได้ เขาโทรศัพท์คุยไปขับรถไปนะแนน ไม่ได้ใช้หูฟัง ด้วยสิ ก็เลยสมาธิหลุดลอย

ขอบคุณที่พวกเราไม่ทิ้งเขา ตอนแรกเกือบจะทิ้งแล้ว ไม่เชิงสินะ ว่าจะปั่นกันไปก่อนแล้วหารถมาลาก เพราะรถที่เป็นเซอร์วิส ของเราทริปนี้ก็ไม่มีเชือกด้วยสิ พี่คเนศพยายามคิดหาทาง ถามทีมงาน เพื่อหาวิธีช่วยเต็มที่ และแล้วก็ลองเข็นตามวิธีที่น่าจะเป็น พวกเราหลายคนช่วยกันเข็น สำเร็จ! ล้อที่ลอยอยู่กลางหลุมกลับมาสัมผัสพื้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียง ครืดๆ ระหว่างเข็น ภูมิรีบไปบอกเจ้าของรถว่า อย่างลืมนำเข้าไปที่ศูนย์บริการตรวจเช็กดูนะ แล้วพวกเราก็เดินทางต่อ

ทางนี้ตรงไปก็ถึงเกาะลอยแล้ว แต่ไฟเขียว 9 วินาที ไม่พอให้ทั้งขบวนปั่นผ่านไปได้ไหม ก็เลยต้องหยุดรอ อีก 1 ไฟแดง

ถึงแล้วเกาะลอย มีเจ้าถิ่น ชื่อพี่ดำ นำทาง เป็นไปได้อย่างไร ที่ลุงพุ่มไม่มา แปลกใจจริงๆ

ได้เวลาขึ้นเรือ จอดที่เดิม ที่นั่งหลังท้ายกัปตัน ภูมิก็มานั่งด้วยเหมือนเดิม แต่คราวนี้ชวนพี่เอ๋น้อยมานั่งด้วยกัน กว่าพี่เขาจะก้าวขึ้นเรือได้นั้นทำใจอยู่นาน กินยาไปแล้ว เที่ยวมาก็ทั่วไทย แต่อย่าให้ใครเป็นสารถีเชียวนะ เมา ทำเลนี้ละคะเหมาะสุดๆ นิ่ง แต่เห็นทางข้างหน้า ช่วยเรื่องการเมาได้ คุยไปเพลินก็ถึงที่หมาย โดนยายังไม่ออกฤทธิ์

มาถึงสีชัง กับทริปจักรยาน ทั้งที ไม่มีลุงพุ่ม ได้อยางไร ฮั่นแน่ ลุยรออยู่ที่เกาะนั่นเอง วันนี้คลื่นในน้ำแรงมาก สัดสาดกระเด็นขึ้นมาบนท่าเรือ ทำเอาอัศวินได้อาบน้ำทะเลเลยคะ เพราะ ขึ้นมาคันแรก ก่อนใคร แล้วจอดเอาไว้ ตรงกลาง ซูม ซัดสาดกระเด็น แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะพอจะมีครั้งที่ 2 ซัดขึ้นมา พี่ๆ ก็พาอัศวินไปหลบ

เวลานั้นแนนอยู่ริมขอบ ช่วยรับจักรยานขึ้นฝั่ง

จากนั้นก็ปั่นไปตามทางที่คุ้นเคย เพราะคราวที่แล้วก็มาแต่ไม่ได้ปั่น ผ่านวัด จึงได้สัมผัส เส้นทางขรุขระที่คราวนั้นได้แต่เดิน เลยไม่รู้รสชาติความสนุก ขึ้นไปบนเขา ซึ่งเป็นวัด ทีแรกคิดว่าลุงพามาอ้อม ที่ไหนได้ทางลัดไปร้านอาหารนี่เอง

หิวกันมากทีเดียวเพราะเลยเวลาเที่ยงมาจนบ่ายแล้ว ไม่มีกระจิตกระใจเที่ยวชมอะไรนอกจากตรงไปร้านอาหารอย่างเดียว ทางเข้าร้านอาการ เป็นเส้นทางพจญภัยนิดหน่อย เพราะเป็นหินขรุขระ แหลมๆ พร้อมกับทางลงเนินที่เป็นหลุมบ่อ เน้นใช้การทรงตัวอย่างเดียว ยากนิดหน่อยสำหรับล้อเล็กๆ ของทริปนี้ ถึงแล้วแต่เบรคที่ใช้ไม่รู้สึกมากขนาดไหน เพราะลงเร็วๆ ทีเดียวไม่ได้ มันอัตรายเกิน และก็ติดคันหน้า

มาถึงก็สูดอากาศ สดชื่นริมทะเล พร้อมกับ วิว สวยๆ ของรีสอทแห่งนี้ วันนี้ช่างภาพเยอะ ก็เลยไม่ได้เก็บภาพด้วยตัวเอง รอไว้มีภาพสวยๆ ที่พี่ถ่ายกันเอามาประกอบกับเรื่องเล่านะคะ ตรงไปล้างมือก่อน แล้วมานั่งรออาหาร นั่งโต๊ะไหนดี ตรงที่ริมทะเล โดนจองหมดแล้ว ตรงนี้ก็ยังเห็นวิวทะเล นั่งตรงนี้ก็ดี 1 โต๊ะนั่ง 7 คน แขกไม่ได้รับเชิญก็มาทันที แบบจับได้สบายๆ เยอะยิ่งกว่ายุง แถมไม่กลัวคนอีกนะ คุณแมลงวัน มาจากไหนกันนี่ ก่อนหน้ายังไม่มีสักตัว พอยิ่งเมนู ที่มีปลาหมึก มาเสริมถึงโต๊ะ ก็แห่มากัน

ทำเอาทริปนี้เมื่อยมือกันไม่ได้เพราะปั่น แต่เพราะมือโปกสะบัด พัดไล่ คุณแขกไม่ได้รับเชิญนี่เอง อาหารมากมายจากทะเล เมนูทะเล ที่พี่หมู ทายไม่ได้ก็มี ปู และ กุ้ง ก็เลยทำหน้าที่พัดโบกไล่แมลงวันให้จนพวกเราอิ่ม ขอบคุณคะ รอเมนูพิเศษของพี่เขามาเสริฟว่าแย่งชิมสักหน่อย อดเลยเพราะมาจานสำหรับทานคนเดียว ข้าวผัดไก่ อิ่มแล้วก็ต่อของหวาน วุ้นเส้น 3 สี น้ำกระทิ

ได้เวลาเดินย่อย ไปดูหน้าผาที่ไว้กระโดนน้ำ ที่คราวก่อนว่ามองเห็นแต่หิน คราวนี้น้ำเต็มใสกริ๊กๆ น่าเล่นมากๆ โดนลงไปคงเย็นน่าดู แต่ได้แต่ดูฝรั่งโดดน้ำ เพราะได้เตรียมชุดกันมา ได้แต่ถ่ายรูปเสพบรรยากาศ จนได้เวลาเย็น ไม่มีเวลาแวะเที่ยวไหว้พระแล้ว ต้องรีบกลับไปขึ้นเรือ กลับฝั่ง ผ่านวัดศาลเจ้า ก็ได้แค่หยุดชมบรรยากาศข้างนอก ยกมือพนม แล้วออกปั่นต่อ

เส้นทางถนนคนเดินที่นี่กฏเด็ดขาดดี ขนาดจักรยานยังต้องลงจูง ชอบจริงๆ สองข้างทางก็เป็นขนมฝีมือชาวบ้าน ส่วนใหญ่ก็ชาวบ้านซื้อกัน ไม่เห็นนักท่องเที่ยว นอกจากพวกเราจักรยานแค่นั้นเอง ผ่านไปไม่ได้แวะ ปั่นกันจนถึงท่าเรือ ชวนภูมิ ย้อยกลับมาใหม่ อุดหนุนสักหน่อย เพื่อได้แบ่งปันรายได้

แต่จะซื้ออะไรดี ในทีสุด ก็ได้ขนมเบื้อง และ ขนมถ้วยไปกินกันบนเรือ

ขากลับ ทำเลที่นั่งตอนมา มีคนจองไปซะแล้ว แดดก็ไม่มีแล้วเวลานี้ เลยนั่งที่หัวเรือ

ชมบรรยากาศพร้อมกับสนทนากับพี่ๆ ที่นั่งด้วยกันที่หัวเรือ ได้ทั้งความสนุก นำแนะนำดีๆ และ มิตรภาพ

ถึงฝั่งแล้ว ก็ขนจักรยาน ขึ้นบก ปั่นอีกนิดก็เจอด รถบัสก็มาจอดรอรับ แพ็กจักรยาน ขึ้นรถเตรียมกลับสู่เมืองหลวง

ทริปแบบนี้ปั่นไม่มาก สบายๆ เน้นกิน และ ถ่ายรูปสวยๆ เหมาะสม กับมือใหม่ ยิ่งนัก แต่ติดตรงที่ว่าต้องมีจักรยานเหมือนกับพวกเรานั่นเอง

ขอบคุณมิตรภาพ จากพี่ๆ เพื่อนใหม่ทุกคนคะ ไว้มีโอกาส จะไปร่วมทริปด้วยอีก
ขอบคุณพี่คเนศ ใจดี ที่สั่งประกอบจักรยานคันใหม่ให้ลุงพุ่มด้วยคะ และ ก็เสื้อยืด BF สวยๆ ไว้ใส่เท่ห์ ให้กับสมาชิกทุกคน
ขอบคุณภาพสวยๆ จากภูมิ สำหรับประกอบเรื่องราวคะ
ขอบคุณภาพสวยๆ จากพี่หมู และ พี่ๆ ในทริปคะ
ขอบคุณทีมงาน TCA ทุกคนคะ
อบอุ่นเหมือนกับครอบครัวเดียวกัน

Advertisements

4 Responses to “ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน”

  1. sirinud พฤศจิกายน 8, 2010 ที่ 3:59 pm #

    อ่านเพลินเหมือนเดิม แต่ปิ๊งตรงมีที่ถ่ายรูปสวยๆ นี่แหละ อิอิ

  2. MPK พฤศจิกายน 8, 2010 ที่ 4:06 pm #

    แอบมาอ่าน อิอิ

  3. akemini พฤศจิกายน 8, 2010 ที่ 4:56 pm #

    ฉันอยากกิน วุ้นเส้น 3 สี น้ำกระทิ จังเลย…

    คราวหน้าฉันจะเอาดาฮอนไปออกทริปกะ BF

  4. สุนทร เสียงแจ้ว กรกฎาคม 13, 2011 ที่ 8:13 am #

    ผ่านมาเจอครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: