อย่าลืมสูบลม

6 ก.ย.

ยางแบบแต๋ๆ เลยนะ 3 เดือนกว่าๆ ที่ไม่ได้ปั่นจักรยาน

เมื่อวานได้เลิกเอาเสือหมอบออกมาใช้งาน น่าจะเป็นการทำภารกิจสุดท้ายของเจ้าคันนี้ละ เพราะเกือบได้เวลาแยกร่างไปใส่ อัสวินสีส้มแล้ว ตอนแรกว่าจะไม่ไป แต่ไปก็ได้ ลองดูว่า ปั่นเสือหมอบอีกครั้งจะเป็นงั้น ตกลงตามนี้ ตี5.30 เจอกันนะแนน

ก่อนถึงวันอาทิตย์ วันเสาร์กลับบ้านมาก็จะตี 1 แล้ว ขนจักรยานลงมา โอ่ววว คุณฝุ่นมารับเป็นเจ้าของไปตั้งแต่เมื่อไร ทำไมมาจับจองเยอะขนาดนี้ ช่างมันไปก่อนดึกมากละเดี๋ยวเวลานอนไม่พอ สูบลบก่อน มันแบนแต๋ๆ เลย เสียบจุกลมดู เข็มที่ไปที่ศูนย์ เป็นไปได้อย่างนั้นเลยไม่เหลือลมสักนิด

เดือนที่แล้วคุยกับพี่ดุลไว้ พี่เขาเตือนว่า อย่าลืมลูบลม และหมุนล้อนะ ถึงจะปั่นไม่ได้ก็ต้องสูบ จะสูบไปทำไมในเมื่อไม่ได้ปั่น ยางมันจะเสียนะแนน เสียยังไง จอดไว้ไม่ได้ตากแดดสักหน่อย ไม่เชื่อฟัง ไม่สนใจ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นซะหมด สูบลมไป 100 ทั้งหน้าหลัง แล้วก็ขึ้นไปนอน

ตอนเช้าได้เวลาก็ขนขึ้นหลังคารถไป ความผิดปกติ ก็ไม่เห็นมี ไปถึงจุดนัดหมายเอาล้อมาประกอบเข้าที่ แนนเติมลมมายัง เติมไว้ 100 เฮียบอกว่า มันต้อง 120 อัดเพิ่มเข้าไป ไม่สนใจจะทำอะไรก็เชิญ เวลานี้ มองรอรถขนไก่ เมื่อไรจะมาอย่างเดียว รอเพื่อนๆ มาสนุกกัน จาก 7 โมงเช้า

8 โมงก็แล้ว ขบวนจะปล่อยตัวก็แล้ว ยังไม่มากัน โทรไปไม่รับสาย เกิดอะไรขึ้นกัน รถขนไก่เมื่อไรจะมา

ชุด A ออกตัวไปแล้ว ตามชุด B ไป สงสัยไม่มากันปั่นคนเดียวกับพี่ชายก็ได้ เฮียไปก่อนเลย แนนจะค่อยๆ ไป ยังไม่มีแรง เพราะยังซ้อมได้ แค่อาทิตย์กว่าๆ เอง ยังทำระยะทาง และความเร็วได้แค่ 30 ต้นๆ แน่นั้น ปั่นไปเรื่อยๆ ขึ้นเนินก็ไม่มีแรงจะกด ลดลงเหลือ 6 km/ชั่วโมงแค่นั้น เนินแรกผ่านไปสบายดี ลงเนินเร็วจี๋ พอถึงทางไต่ระดับขึ้นเนินซึมอีกครั้ง รู้สึกได้ว่า มันกระแทก มีเสียงกึกๆ ตลอดเวลา มองดูพื้นก็เรียบสนิท

เอ๊ หรือว่าขอบล้อไปสีกับก้ามเบรคหรือเปล่า มองดู ก็ยังเหลือนิ แต่ทำไมมีเสียง แต่แรงกระแทกสะท้อนกลับช่วงข้อมือตลอดเวลา แล้วล้อก็แกว่งๆ เหวี่ยงๆ ปั่นไปประกบ นักปั่นคันหน้า ดูท่าพี่เขาต้องช่วยแนนได้แน่ๆ พี่คะ พอจะทราบไหมคะ ว่าเสียงกึกๆ ที่ล้อหน้า มันน่าจะเกิดจากอะไร เป็นไปได้ไหมคะ ว่าล้อสีกับเบรค ครับเป็นไปได้ จอดเลยแนน เดี๋ยวพี่ดูให้ เบรคกึกจอด ปลดคลีตทันเวลา

พี่เขาหมุนล้อดู ทันทีก็สะดุดเห็น แนนล้อมันคด แนนก็คิดว่า วงล้อคด อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่แนน ล้อมันคด ดูสิ เห็นไหม ยางนะมันไม่ตรง จริงด้วยคะ แล้วแบบนี้ปั่นต่อได้ไหมคะ ปั่นได้แต่ระวังแตกนะ อย่าไปตกหลุมละ มีระเบิด แนนกลิ้งแน่ๆ คะได้ เดี๋ยวแนนใช้เบรคหลังอย่างเดียวนะ พี่จะคลายเบรคหน้าออกช่วงล้อที่จะได้ไม่สีกับเบรค ได้คะ ปั่นไปอย่างไม่มั่นใจเอาเสียเลย จะให้ลงมาเดินเข็น หรือ ขึ้นรถเซอร์วิส ก็ไม่ใช่แนนแน่ๆ

อุโมงค์ต้นไม้ก็อยากจะเห็น จักรยานก็ไม่พร้อมเอาซะเลย เอ่ยๆ ทำไมมากลับรถกลางเนินอย่างนี้ละเนี่ย คนกำลังดิ่งลงเนินสนุกๆ อยู่เกือบเบรคไม่ทันชนเข้ากลางคันแล้ว พอไปถึงจุดรับน้ำ ก็ได้ยินคนคุยกันเรื่องนี้ เป็นเพราะว่า รถที่กำลังมา มีจักรยาน 1 คันไปตัดหน้า เลยขึ้นเนินไม่ไหว ก็เลยจะกลับรถลงไปเริ่มต้นใหม่ แต่ดันมากลับเวลาที่แนนปั่นมาพอดีเนี่ยนะ

อีก 2 กิโลตามป้ายข้างทางบอกไว้ว่าจะเป็นอุโมงค์ต้นไม้ เอาอีกนิดก็ถึงละ คิดว่าทางเรียบๆ ตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึงอุโมงค์ต้นไม้ ที่ไหนได้ ขึ้นเนินล้วนๆ 6 km ความเร็วมีเท่านี้ตลอดทาง ปลดคลีตเตรียมไว้ก่อนที่จะล้ม ดีนะวันนี้มีป๊าตามเป็นรถเซอร์วิสให้

เฮ่ย แรงเฮือกสุดท้าย กดบันได้ไม่ไหว้แล้ว จอดพัก เปลี่ยนจากรองเท้าเสือหมอบ เป็นรองเท้าผ้าใบดีกว่า น่าจะปลอดภัยก่อนกลิ่ง อีก 500 เมตรจะถึงแต่ไม่มีแรง เร่งขึ้นได้นิด กลับมาอยู่ที่ความเร็วเท่าเดิม

นี่หรืออุโมงค์ต้นไม้ที่อยากดูมานาน ระหว่างทางที่ผ่านมาหน้าตาก็ประมาณนี้นะ ไหนๆ ก็ถึงละ ถ่ายรูปสักหน่อย ตรงกันข้าม ปั่นย้อนลงกันหมด พี่ลงแล้วนะแนน ไม่ไปเจ็ดสาวน้อยต่อหรอคะ ไม่ไหวแล้ว เนินเยอะ ลงดีกว่า พี่ที่ปั่นสวนมาบอกว่าข้างหน้ามีแต่ดิ่งลงแล้วไม่ค่อยมีขึ้นละ แต่ว่า ถ้าไปต่ออาจมีกลิ้งได้ เพราะเวลานี้ล้อหน้ามันส่ายยิ่งกว่าเดิมอีก เป็นงู วนกลับลงมาดีกว่า

30… 40… 45.. 50… 55 – 56 จะ 60 แล้ว มองดูที่ไมล์ สลับกับทาง กดเบรคเอาไว้ เพราะรถส่ายมาก ยิ่งกด ก็ยิ่งส่าย จะรอดจากเนิน หรือ กลิ่งลงเนิน แทนนะแนน คิดเองในใจ จับแฮนด์ไว้แน่ๆ ทรงตัวให้ดี แค่นี้พอดีกว่า บีบๆ ปล่อยๆ ที่เบรคตลอดเวลา แบบว่ากลัวจะหลุดโค้งลงข้างทาง รอดมาได้ ถึงจุดนัดหมายไร่องุ่น

จากนั้นก็เลยแพ็กจักรยานเก็บขึ้นรถ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ทำไมพี่ดุลบอกว่าไม่ปั่นก็ให้สูบลมไว้เดี๋ยวยางจะเสีย เพราะแบบนี้นี่เอง จักรยานน้ำหนักของมันก็ไม่หนักเท่าไร แต่ว่ากดยางเอาไว้ตลอดนานๆ ทำให้เสียรูป พออัดลมเข้าไปเต็มที่ รูปทรงยางก็เลยเสียไปทำให้หน้ายางเกาะถนนไม่เต็มทั้งวง ก็เลยได้เวลาต้องเสียเงินซื้อเส้นใหม่ แต่ไหนๆ ก็จะเปลี่ยนไปใช้อัสวินสีส้ม แล้วก็คงไม่ทำไรมันละ

เอาไว้เตือนใจเป็นประสบการณ์ให้เพื่อนๆ แล้วกัน ถ้าจักรยานไม่ได้ใช้งานก็เอาล้อออกมาแขวน หรือกลับด้านตั้งจักรยาน อย่างให้ล้อโดนกด ถึงจักรยานของคุณจะเบาไม่ถึง 10 กิโลก็เถอะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: