สถานีหนังสือ

16 มิ.ย.

เมื่อเช้าคิดอะไรได้อีกอย่าง เนื่องจากลืมเอาหนังสือใส่กระเป๋ามาด้วยเลยว่างไม่มีอะไรทำ วิทยุพกไว้ก็แบตหมด จะเล่นโทรศัพท์ก็ลำบากเพราะพิมพ์ไม่ถนัด แถมยังเห็นคนอ่านหนังสือ ตั้ง 1 คนนะ

คิดมานานตั้งแต่ตอนนั่ง MRT ไปทำงานที่พระราม เพราะต้องพกหนังสือใส่กระเป๋าไปอ่าน แล้วก็ซื้อเล่มใหม่อยู่เรื่อยๆ งานตอนนั้นก็ลงต้องเลือกหนังสือเพื่อจะลงโฆษณา ซื้อมันทุกเล่มเลยนะ ตั้งแต่การ์ตูน ยันหนังสือ ผู้ชาย อ่านแล้วก็กองไว้ในออฟฟิต พอถึงเวลาก็ต้องให้คนมาขนไป ดูสิบางเล่ม เนื้อหาดีๆ น่าสนใจ ก็ขายได้เล่มนะ 2-3 บาท น่าเสียดายมากๆ

นานมาแล้ว ด้วยความที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย พี่ที่บ้านอ่านกันก็ไม่อ่าน อ่านไปได้ยังไงไม่มีรูปภาพ สนุกตรงไหนๆ ขอ ลองอ่านดู เห็นเขาพูดกันว่า แฮรรี่พอตเตอร์ ก็เลยยืมพี่อ่าน สนุกจริงๆ ด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เลยหาซื้อหนังสือ ที่ชอบ ที่อยากรู้มาเรื่อยๆ เป็นประจำ

น้องที่บ้านก็ชอบอ่านหนังสือ แต่เป็นหนังสือ ซึ่งมันก็แพงอยู่หลายสิบบาท เกือบร้อยได้ แม่ก็บอกต้องประหยัด อ่านแป๊บเดียวก็จบ ไม่ค่อยยอมให้ซื้อ ก็เลยบอกให้ไปยืม ที่โรงเรียน ดีนะที่โรงเรียนมีห้องสมุด มีหนังสือใหม่ๆ ที่ออกให้ยืมด้วย

เคยจะไปห้องสมุด แต่มันก็ไกลบ้านมาก ค่ารถไป-กลับ ก็พอดีกับซื้อหนังสือ 1 เล่ม สรุปก็คือแถวบ้านไม่มีห้องสมุด

แต่มามองที่คนทำงานอย่างเราๆ อย่างที่ออฟฟิต ไม่มีห้องสมุดให้ยืมอ่าน หนังสือที่อยากอ่านแต่ละเล่มก็หลายร้อยบาท ซื้อ 3 เล่มก็พันบาทแล้ว ไหนจะนิตยสารเล่มโปรด อีกหลายเล่ม แต่ละเล่มก็เกือบ หนึ่งร้อยบาท

แล้วคนที่เพิ่งเริ่มทำงานละ จะทำยังไงแค่ค่ารถก็หมดแล้ว กลับบ้านดูทีวี สบายใจกว่าไม่ต้องซื้อ บางครั้งก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน น้องที่เอาแต่ดูการ์ตูน จากทีวี เพราะแม่บอกว่า ซื้อหนังสือ มันแพง ดูอย่างนี้แหละ ไม่ต้องเสียเงิน

เพราแบบนี้หรือเปล่าคะ ผลเลยออกมาว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยนแค่ 6 บรรทัด ลืมเรื่องราคาหนังสือไปก่อน กำลังจะเสนอทางเลือกให้คนได้หยิบหนังสือไปอ่านกัน หรือคนไม่เคยอ่านจะได้ทำตามบ้าง โดยเลือกจากบรรยากาศ ที่น่าอ่าน ก็เลยมองว่า รถไฟฟ้า MRT, BTS และ BRT น่าจะมี ชั้นวางหนังสือ แค่ ชั้นวางพอคะ ไม่ต้องมาก แล้วก็เอาหนังสือ น่าอ่านมาวางไว้ ใครอยากหยิบไปอ่านตอนยืนรอ หรือจะเอาขึ้นรถไปอ่านด้วย ก็ไม่เป็นไร แล้วพอลงสถานีไหน ก็วางคืนที่ชั้นเหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องคืนสถานีที่เราขึ้น หรือใครอยากยืมก็ได้นะ แต่สำหรับเริ่มต้นมันจะยุ่งไปหน่อย อาจจะต้องมีนายสถานีหนังสือ เก็บพับไปก่อน มันอาจจะไปกองอยู่ที่สถานีปลายทางสักที่ ก่อนปิดก็ เอามากระจายกลับเป็นเหมือนเดิม

หายไหม ตอนแรกอาจมีบ้าง เหมือนห้องสมุด แต่พอคนรู้ว่าเราทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเขาคงคิดได้ แล้วก็จะรักษา เรื่องนี้อาจจะต้องค่อยๆ สอนกันหน่อยว่ามันเป็นของสาธารณะ เราไม่ควรถือกลับเป็นของส่วนตัว แต่บางคนอ่านจะเอามาวางก็ได้เชื่อสิ เพราะได้แบ่งปันความรู้ให้คนอื่น คุ้มอยู่นะเล่ม หนึ่ง 200 บาท อ่านคนเดียว อ่าน 2 คน 3 คน 4 คน 10 คน 50 คน 100 คน ก็ 200 บาท อยู่ดี อย่างการ์ตูนเล่มหนึ่ง 45 บาท อ่านเสร็จก็กองไว้อยู่ที่บ้าน จนแม่มาขนไปขาย ได้แค่โล ไม่กี่บาท

มันอาจเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้คนอยากอ่านหนังสือขึ้นมาก็ได้นะ อาจมองว่า คนนี้ถือหนังสือ อยู่ในรถอ่าน แล้วเท่ห์ดีเลยทำตาม เป็นแบบอย่างให้เด็กๆ ได้ลอกเลียนพฤติกรรม

แค่ความคิดของแนนนะ ใครคิดเห็นยังไงก็ลองเสริมๆ กันเข้ามาคะ เพราะคิดว่าอ่านหนังสือ ได้จิตนาการ ได้คิดไประหว่างตัวอักษร

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “สถานีหนังสือ”

  1. Poom มิถุนายน 16, 2010 ที่ 4:35 pm #

    ตอนนี้มี Metro Express หรืออะไรทำนองนี้ ใช่มั้ย ที่เป็นหนังสือพิมพ์แจกฟรี
    ข้างในนั้นจะมีข่าวท้องถิ่น ข่าวต่างประเทศ มีบทความ การ์ตูน เกมฝึีกสมอง พอสำหรับอ่านได้ในเวลา 1 ชั่วโมง แล้วก็มีโฆษณาบ้าง

    ถ้าทำ content ในหนังสือพิมพ์พวกนี้ให้ดี ๆ แล้วเอาไปวางใน MRT BRT BTS ก็จะส่งเสริมให้คนอ่าน สนใจข่าวสารรอบตัว ได้รับความรู้ ฯลฯ กันมากขึ้น

    แต่ถ้าเป็นหนังสือเหรอ… คิดดูก่อนนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: