อยู่บ้านสบายเกินนน………………(สีชัง ตอนที่ 2)

1 มิ.ย.

ตอนเด็กๆ ไปเข้าค่ายลูกเสือ ก็ว่า สาหัส แล้วคะ แต่ว่า ชิดซ้ายไปเลย เมื่อมาเจอทริปนี้ ทั้งสอนและฝึก ความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ให้แนนขึ้นอีกเยอะ

มาเล่าตอนต่อจากเมื่อวาน

หลังจากซื้อน้ำเสร็จเรียบร้อย พี่ยาวก็ถามหาน้ำแข็งเพื่อมาแช่น้ำที่ซื้อมาให้เย็นฉ่ำชื่นใจ แต่ในห้าง ไม่มีขายนิ แล้วอยู่ๆ น้ำแข็งก็ไม่รู้ว่าจากไหน มาเต็มกระติดเลย งง จัง สงสัยว่าอาธีรยุทธ เอามาใส่ไว้แน่เลยคะ เรียบร้อยแล้วเราก็ไปกันต่อ

อยากจะกินอะไรจังเลย เริ่มหิวแล้วสิ แต่ยังไม่เที่ยงเลย จะให้พี่ยาวจอดแวะ คงไม่เหมาะ เพราะต้องทำหน้าที่รถเซอร์วิส จะซื้อขนมกิน ก็กลัวอ้วนพี เพราะทริปนี้ ไม่ได้ปั่นกับเขาเลย ได้แต่ถามเป็นนัยว่า เราจะแวะทานข้าวกันที่ไหนคะ บางประกง ไม่ก็ใน ตัวเมืองชล อีกตั้ง ชั่วโมงกว่า ก็เที่ยงลง อดทนไว้แนน บอกกับตัวเอง

เก็บภาพ พี่ๆ อาๆ ไปเพลินๆ ให้ลืมความหิวไปก่อน

อ้าวนั้นใครยางรั่วละคะ อาชื่ออะไม่ทราบใส่เสื้อ Rama 9 แวะจอดช่วยก่อนคะ ปะเรียบร้อยแล้วไปต่อได้

น้ำที่แช่ไว้เริ่มจะเย็นได้ที่ ได้เวลาจอดแวะแจกน้ำให้พี่ๆ อาๆ แล้วคะ

แวะจอดแจกน้ำตรงนี้ พักใหญ่ได้คะ ดีนะ มาศาลาด้วย ไปนั่งเล่นหลบแดดดีกว่า พี่คนหนึ่งกำลังแกะขนมอยู่ ในใจคิด ขอแบ่งสักชิ้น คงจะดี พี่เขาคงแอบเห็นแววตาเด็กน้อยคนนี้เลยแบ่งให้มา 2 ชิ้น รีบรับแล้วขอบคุณ จะกิน 2 ชิ้นคนเดียว ถึงหิวแค่ไหน ก็ทำไม่ได้ พี่ยาว สักชิ้นไหมคะ คาดว่าพี่เขาคงหิวเช่นกัน

ความหิวค่อยลดลงมานิด และเริ่มชิน คราวนี้ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ จะเก็บรูปทริป นั่งนิ่งๆ ดีกว่า งดใช้พลังงาน เข้าตัวเมือง ชลบุรีกันแล้ว ร้านไหนก็ได้คะ พี่ยาว ร้านไหนขายจอดได้เลย จะเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว มื้อนี้ไม่เกี่ยง เดี๋ยวพี่ดูร้านคนน้อยๆ ให้ รถผ่านตามทาง พี่ๆ อาๆ เริ่มแวะตามร้านขายอาหาร มีแต่พวกเราชาวจักรยาน แต่ร้าน ก็เปิดขายกันน้อยซะเหลือเกิน ในที่สุดก็จอดแวะร้านนี้

เห็นเป็นร้านข้าวแกงแต่ปรากฏว่าเป็นร้านอาหาร ข้างในมี คาราโอเกะ ก็ถามหาอาหารจานเดียว สรุปได้ ข้าวผัดพริกเผาหมูไข่ดาว หลังจากเติมพลังกันอิ่มก็ไปกันต่อ

แนนเคยมาเกาะลอยไหม พี่ยาวถาม ไม่เคยคะ เคยแต่ไปบางแสน น่าจะทางเดียวกันไหม เดี๋ยวใช้ Google Map ช่วย ตรงไปเรื่อยๆ เลยคะ อีกหลายโล ดูป้ายข้างทางประกอบ เลี้ยวขวาเกาะลอย เลี้ยวไม่ได้แฮะ ตรงไปกลับรถ ดู Google Map อีกที บอกให้ตรงไปอีก เริ่มสับสน สงสัยมีอีกทาง เลยให้พี่ยาวตัดสินใจเองดีกว่า และแล้วก็ถึง สวนสาธารณะเกาะลอย

เห็นแต่ไกล ทายเอ่ยใคร ลุงพุ่ม เจ้าถิ่นนั่นเอง ยืนรอกับหลานชาย พร้อมกระเป๋ากองโต

ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ ลมเย็นสบาย ดูสิผมปลิวหมดเลย จัดยังไงก็เป็นยายเพิ้ง ผมกระเซิงอยู่ดี

มีเพื่อนๆ จักรยานมาถึงแล้วหรอเนี่ย ปั่นกันเร็วจังเลย ทำไมเก่งอย่างนี้ มาถึงก่อนรถเซอวิส อีกนะ

ที่ไหนได้ขับรถมากันเองทั้งนั้นเลย แนนเดี๋ยวพี่วนกลับไปรับ พี่ๆ อาๆ ที่ปั่นไม่ไหวก่อนนะ จะไปด้วยกันไหม ไม่ดีกว่าแย่งที่นั่งป่าวๆ ที่จริงแล้วกำลังตื่นตาตื่นใจกลับสถานที่นี้อยู่ ก็คนไม่เคยมานินะ เริ่มเดินดูร้าน ขายอะไรกันบ้างเอ่ย มีแต่เปลือหอย ทำเป็นตุ๊กตา และ โมบาย เยอะแยะไปหมดเลย เราไม่อุดหนุนของที่เก็บมาจากทะเล หรอกนะ

เดินไปทะลุร้านขายของเข้าไป ขายอะไรกันนี่เหมือกับของที่ระลึกจากเมืองจีน มีแต่สีแดงๆ เต็มไปหมด สงสัยเขาซื้อไปถวายศาลเจ้าหรือเปล่า ไม่ทราบได้

ตรงนั้นมีบ่อ แต่ไม่มีน้ำ แต่รูปปั้นปลาก็สวยดีแฮะ น่าจะมีน้ำสักหน่อยคงดูดีกว่านี้

เดินวนรอบๆ ดู แล้วก็ยกมือไหว้ ไม่ได้เข้าไปดูใกล้ๆ เพราะรู้สึกเหมือนศาลเจ้าแถวบ้าน

มีจำลองบรรยากาศหาดมาไว้ที่นี่ด้วย อืมสวยดี

ที่แรกคิดว่ามีแค่นี้ ก็มองดูในน้ำไม่เห็นมีอะไรเลยนะ แต่ที่ไหนได้ พอเดินมาเรื่อยๆ เห็นอะไรแว๊บๆ ว่ายอยู่ในน้ำ น่ารักมากเลย เต่าอะไรนี่ ตัวใหญ่มากๆ มีหลายตัวด้วย แป๊บๆๆ วืด………สมองพลิกกลับย้อยคิดไปถึงแม่เพื่อคนนึงที่ชื่อว่าเต่า ถ้าแม่เขาเห็น ต้องชอบ กรี๊ดดดๆๆ แน่ๆเลย ต้องเก็บภาพไปฝากซะแล้ว

ดูมันเชื่องและเป็นมิตรมากเลย มีโผ่ลหัวขึ้นมาพ่นน้ำ ปุดๆ ด้วย มาว่ายอยู่แถวนี้กันหมด เพราะอะไรนะ สระก็ใหญ่

ถึงบางอ๋อแล้ว มากินปลาหมึกนี่เอง มีคู่หนุ่มสาว ซื้อปลาหมึกมาป้อนเต่า อ้ำ อ้ำ คำละตัว น่ารักจริงๆ ทั้งเต่าทั้งคนป้อน

ยังสงสัยอยู่เต่านี้พันธุ์อะไร ทำไมถึงได้ตัวใหญ่เหลือเกิน เดินตามหาป้ายและแล้วก็เจอ พันธุ์นี้มีชื่อว่า เต่าตนุ และ เต่ากระ

ที่นี่สงสัยแล้วสิใครขายปลาหมึก เดินตามหา ทางนี้ก็เด็กๆ กำลังป้อนเต่า แต่ทำไมไม่เห็นร้ายขายเลยนะ

ที่แท้มาหลบขายอยู่ที่นี่เอง ต้องเดินข้ามสะพานมาถึงจะเจอ

เห็นสะพานมุมนี้แล้ว นึงถึงสวนสยาม

ครั้งแรกเดินผ่านวัด แต่ไม่ได้ขึ้นไปเพราะคิดว่าน่าจะมีอะไรน่าสนใจอยู่ข้างล่างอีกเยอะ เดินไปเดินมาก็ทั่วแล้วสิ ทีนี้ก็เลยเวลาเลยขึ้นไปเที่ยววัด

วัดที่นี่น่าจะเปลี่ยนป้ายเป็นศาลเจ้าท่าจะเหมาะกว่า เพราะดูจากพระ รูปแบบตกแต่งของศาล

ขึ้นบันไดไปอีกดูสิว่าจะเจออะไร

คนขายปลา เคยคิดอยู่ว่าการปล่อยปลาเป็นบุญหรือบาป น่าจะเป็นบาป แต่คนขายเล่นเขียนป้ายชวนเชื่อ ซะน่าซื้อไปปล่อยสักตัว แต่ไม่ดีกว่า เพราะสมองยังบอกว่าบาปอยู่

ไอเดียดีจัง ชวนคนชั่งน้ำหนักไปเป็นค่าขนม จะจริงไหมนะไม่เห็นมีเด็กสักคนเลย ถ้าบอกเป็นทุนการศึกษา ค่อยน่าสงเสริม แต่ก็ยังไม่ค่อยน่าเชื่อ

เดินขึ้นข้างบนอีกชั้น เห็นแล้วน่าดีใจ วัยรุ่นเข้าวัดไหว้พระเยอะแยะเลย ดูแล้วน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวกัน

มีของที่ระลึก เป็นที่พึ่งทางใจ ให้เลือกซื้อมากมายหลายแบบ

ข้างบนนี้…ถ้าติดป้ายข้างล่างว่าเป็นจุดชมวิวน่าจะดี เพราะวิวบนนี้ สวยจังเลย ชอบๆ มองไปไกลๆ เขาเลี้ยงอะไรเอาไว้ใต้น้ำ เป็นแผงๆ มองไปแล้วสงสัย แต่ยังไม่ได้หาคำตอบ

ชอบวิวแล้วทำไงดีอยากได้ตัวเองอยู่ในวิวด้วย พยายามถ่ายเท่าไรก็ไม่ใช่อย่างที่ต้องการ เห็นคนถ่ายรูปกัน แง แง อยากได้บ้าง พี่คะช่วยถ่ายรูปให้หน่อยสิคะ เลยได้โอกาส ชี้ไปที่นู่น นั่นไงพี่น้องจักรยาน รออยู่ตตรงนู้น ส่วนแนนหนีกลุ่มมาเที่ยวสบายใจเฉิบๆ

จากที่มองเห็นน่าจะมากันเยอะแล้ว กลับไปรวมที่กลุ่มดีกว่า ตอนเดินลงมาก็เริ่มสงสัย คุณพี่พยายามทำอะไรอยู่ข้างๆ หรอ เอากระดาษยัดใส่ต้นไม้ เพื่ออะไรเนี่ย เป็บใบเซียมซี ที่ไม่ดี เลยฝากทิ้งไว้หรือเปล่า พี่คะ ทำอะไร ได้ใบไม่ดีมาหรอ เปล่าจ๊ะ เห็นเขาทำกันเลยทำตาม ดีหรือไม่ดีไม่รู้ พี่ทำไว้ก่อนตามเขาเท่านั้นเอง แป๊ว……………เป็นงั้นไป

เดินกลับมารวมที่กลุ่ม คุณอาธีรยุทธนั่งปอกมังคุย ดูโปรมากๆ แบบว่าผู้ชำนาญเฉาะทางการปอกมังคุด ซึ่งแนนไม่มีแม้แต่น้อย อาปอกแล้วยื่นให้ แนนรับไว้ขอบคุณโดยไม่ปฏิเสธ อร่อยนะคะหวานดีด้วย อาปอกให้อย่างนี้มือไม่เลอะ กินง่ายสบายไปเลย

มาถึงกันหมดแล้วคนเยอะแยะเต็มไปหมดเลย ทำไมเยอะกว่าตอนที่ปั่นอีกนะ มีอาที่มาจากบางกระเจ้า พี่ที่อยู่ฉะเชิงเทรา มากันมากหน้าหลายตา คนใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักเยอะแยะเลยคะ โหกว่าจะจำชื่ออาได้ตั้งนานคราวนี้ มาเพิ่มอีก จะจำได้ไหมเรา

ต้องขอโทษพี่ๆ อาๆ ทุกคนด้วยคะ ทุกคนรู้จักแนน แต่แนนไม่รู้จักเลย ตั้งชื่อให้ทุกคนใหม่ เป็น อาอา พี่พี่ สั้น ซ้ำกันทุกคน 555

ใครมีแรงเยอะมาช่วยกันยกจักรยานใส่เรือ แนนช่วยเป็นกำลังใจให้อยู่ใกล้ๆ ทำได้แค่นั้น ต่อให้แขนไม่เจ็บ ก็ได้แค่ส่งกำลังใจเช่นกัน

ระหว่างรอขนจักรยานขึ้น ก็มีซาตาครอส ใส่ชุดสีส้ม เอาขนมมาฝาก อร่อยจังคะกล้วยตากทอด ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้วย แล้วนำไปแปรรูปนนี่ของโปรดแนนเลย ขอบคุณนะคะอาเผ่า แนนกินไปตั้ง 2 ชิ้นเลย ใครมาช้าช่วยไม่ได้นะ แนนกินไป 1 ชิ้น อาเสแดงเอามาให้อีกชิ้นก็เลยได้กิน 2 ชิ้น อร่อยไปเลย

จักรยานขึ้นเรือเรียบร้อยคนขึ้นเรือตาม ใครนะช่วยแนนพาข้ามจากฝั่งขึ้นไปที่เรือ พี่ชื่ออะไร ไม่ได้ถามมา ฝากขอบคุณ อีกครั้ง ฝากตัวหนังสือ

แนนได้ที่นั่ง พิเศษกว่าใคร ไม่ต้องเบียด สบายจริงๆ นั่งอยู่ในห้องคนขับ กับพี่อีกคน และลุงพุ่ม เล่าเรื่องชาวทะเล ไปตลอดทาง วันนี้เลยได้ความรู้ว่าเรือต่างๆ มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ใครอยากรู้ต้องไปถามลุงพุ่มเองนะคะ

เฉยสิ้นดี ไม่เคยเห็นเรือใหญ่อย่างนี้ ทั้งๆ ที่ทะเลบ้านเราก็มี ไปทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุง อยู่สิงคโปร์ ตื่นเต้นกับเรือใหญ่เมื่อครั้งไปเห็น 555 ก็เคยไปแต่พัทยา หัวหิน ไม่เห็นนี่นะ ว่ามีเรือแบบนี้

45 นาที ก็มาถึงฝั่ง โชคดีจังที่ลมไม่แรง ทั้งคนขับเรือ และ ลุงพุ่ม เล่าว่า 2 วันก่อน ลมแรงมาก ออกเรือที โคลงเครง อันตรายมาก ดีนะที่วันนี้พวกเราเชื่อฟัง บอกให้ย้ายข้างนั่งเพราะเรือมันเอียง ไม่นั่งด้านข้างตอนเรือออกทะเล เพราะถ้าอย่างนั้นลมพัดที เรือล่มได้เลย ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ

มีรถกระยะมารับ 3 คัน ข้างหลังทำเป็นเก้าอี้นั่งซะน่ารักเลย แนนนั่งท้ายไปกับพี่อีกคน เพราะมาถึงก็ยางรั่ว อดปั่น

แว๊บเดียวเองก็มาถึงที่พัก ช่วยกันเอาของลง เราจะพักกันที่นี่ ศาลา นี้ ตอนแรกคิดว่ามีห้องเหมือนทริปที่ผ่านๆ มาซะอีก

ไม่คิดว่าจะโล่งโจ้ง 4 ด้านอย่างนี้ แล้วจะนอนยังไงละคะ เพราะใน เว็บ ไม่บอกว่าให้เอ้าเต้นท์มาด้วย นั่งอึ่งไปเลย จะทำยังไงกับชีวิต ดีเนี่ย นอนอย่างนี้คงไม่ไหวมั๊ง น่าจะมีอะไรปูนอนสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ความคิดเข้ามาให้หัว สงสัยว่า มาทำไมฟะเรา

นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก คิดแล้วคิดอีก พี่สาตะโกนมาน้ำห้องน้ำเหลืองๆ น้ำไหลออกมาน้ำตาลๆ ยิ่งคิดหนักใหญ่ แขนก็เดี่ยงไปข้างจะอาบน้ำยังไงฟะเรา แถวต้องนอนโล่งแจ้งอย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะมียุงไหม กลิ่นเหม็นอีก พยายามไม่คิดไม่ปรงุแต่งแล้ว แต่อาเสแดงบอกว่า อาก็รับไม่ได้ เอาละสิมีพวกซะแล้ว

จะไปอยู่กับลุงพุ่มได้ไหมเนี่ย โทรหาพี่เจี๊ยบดีกว่า ตู๊ด..ติ๊ด พี่เจี๊ยบคะ พี่พักที่ไหน บ้านคุณอุ ส่วนบ้านลงพุ่งพี่เคยไปพักแล้ว ไม่สะดวก หมดตัวช่วยแล้วเราทำยังไงดี ยังนั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม เก้าอี้พลาสติกไม่ลุกไปไหน

คนอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่เห็นมีปฏิกริยา แปลกๆ อย่างเราทุกคนดูใช้ชีวิตปกติ เปลี่ยนเสื้อผ้า กางเต้นท์ อาเสแดงก็เริ่มจับจองที่กาเต้นท์ แนนเลยทำใจ อาอยู่ที่นี่แนนก็อยู่ที่นี่ ไม่ได้บอกใคร คิดในใจ แค่นี้ก็มาทำความเดือนร้อนมากพอละ

พี่ยาวใจดี ยกเต้นท์สีฟ้าหลังโตให้นอน ตัวเองไปนอนตากลบอยู่หน้าเวที แนนเลยค่อยกลับสู่ภาวะปกติ เพราะนอนในเต้นท์ ค่อยยังชั่วหน่อย ขอบคุณพี่ยาวมากๆ คะ

ใครๆ ก็อาบน้ำกันหมด พี่สาอาบก่อน ก็เลยไปอาบน้ำบ้าง อาบต่อห้องพี่สาที่แหละชัวร์สุดว่าต้องสะอาด มี 6 ห้องก็จะรอห้องนี้ อาบน้ำแล้วค่อยสดชื่นหน่อย เหมือนได้ลอกคราบกะละแมร์ออกจากตัว

คนที่อาบเสร็จก่อนก็ออกไปกินข้าวกัน ไปร้านแนะนำที่อาบอก พอแนนอาบเสร็จ เลยเดินไปกินบ้าง แต่ว่าระยะ 1 กิโล กว่าๆ กับการเดิน มันไกลใช้ได้เลยคะ ทำเอาตัวซึมๆ ไปด้วยเหงื่อ เดินไปถึงที่ร้านถ้าพี่ๆ อาๆ ที่นั่งกินอยู่ก่อนกำลังจะลุก ว่าสั่งอะไรดี มีแต่คนบอกว่าหอยฟันกระต่ายสิ หน้าตาเป็นไงไม่เคยเห็น พี่คนหนึ่งบอก มันหนุบๆ แนน อร่อยดีนะ พี่กินแล้วยังติดใจเลย หอยฟันกระต่ายผัดฉ่า คะ งั้นเอา หอยฟันกระต่ายผัดฉ่า ราดข้าว 1 จาน รอ แล้ว รอ เปลี่ยนโต๊ะก็แล้ว เพราะพนักงานที่ร้านขี้เกียจเก็บจาน

น้ำเปล่า กับน้ำแข็ง ดื่มไปหนึ่งแก้ว ฟ้าเริ่มมืด ทั้งร้านไม่มีพี่น้องจักรยานแล้วกินอิ่มกันหมดแล้ว รอ รอ รอ ก็ยังไม่ได้ข่าว ดูเวลาได้เวลานัดไปเวียนเทียนแล้วสิ ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียง แนน แนน ไปเวียนเทียนไหม โห……กองทับจักรยานอยู่หน้าร้านเต็มเลย จะไม่ไปเวียนก็คงเสียใจ วันนี้วันวิสาขบูชา แต่ท้องก็หิวๆ ทำไงได้ นั่งรอไปไม่รู้เมื่อไรถึงจะได้กิน ก็เลยก็คนขายว่าไปเวียนเทียนก่อนค่อยกลับมากิน

อาวิชัยบอกว่า นั่งซ้อนหลังจักรยานได้เลย ไม่หักหรอคะ พี่หล่อบอกว่าคันนี้แข็งแรง ดีจัง สบายเลยไม่ต้องเดินแล้วเรา กระแทกนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าเดิน

พอไปถึงวัด แทบอยากจะ กรี๊ดๆ ออกมาแต่ต้องสำรวมไว้ ทำไมช่างน่ารักอย่างนี้ โดนมากๆ โรแมนติดสุดๆ เหมาะที่จะมากับ………คิดเอาเองนะ ต้นไม้ใหญ่ๆ ประดับด้วยโคม ที่ขนาดพอเหมาะ ชอบจังเลย น่าเสียดาย กล้องถ่ายไม่เห็น เลยอดเอาภาพมาฝาก

ทางเดินขึ้นวัดก็ไม่กว้างมากเป็นพื้นปูด้วยหินบนทางลาดชัน แล้วสองข้างทางต้นไม้ครึ้มมีโคมประดับตลอดทาง ถ้าไม่ได้มาต้องเสียใจแน่เลย มากับจักรยานทีไร ได้เห็นอะไรประทับใจกลับไปทุกที จะไม่ให้มาได้อย่างไรนี่ แขนเข้าเฝือกก็จะมา

ขึ้นไปยิ่งประทับใจใหญ่ เพราะคนคนมาวัดมากมาย นั่งฟังพระเทศน์ อยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ที่ประดับด้วยโคม ทั้งต้น โห………บรรยากาศ เกินบรรยาย ว่าแล้วทำไมคนถึงมาวัดกัน วัดน่ารักอย่างนี้ ใครๆ ก็อยากมา ทำแบบนี้แหละคะ ถูกต้อง คนส่วนใหญ่ไม่ใช่พระ ต้องเอากิเลสปรุงแต่งมาล่อ วัยรุ่นจะได้อยากเข้าวัดกัน

แนนก็กิเลสเยอะอยู่ สมาธิน้อย เลยฟังไม่ได้เท่าไร ก็ลุกแล้วคะ เดินบิดไปมานั่งนานสักครู่ใหญ่ ขาชาไปหมด แต่ได้ข้อคิดจากพระมานิดนึงคะ จิต นั้นจำ ยิ่งกว่า ฮารท์ดิส
และก็ได้ ข้อคิดอีดนิด ว่า เราควรเลือกอาหารเพื่อสุขภาพใส่บาตรด้วยคะ พระจะได้ ห่างไกลจากโรคเบาหวาน และความดัน

ลองคิดดูใครๆ เขาบอกกันว่าให้ใส่อาหารที่ชอบ ตอบใส่บาตร ดูสิดู แต่ละคนชอบ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ส่วนของฮิตใส่บาตร ที่แม่ค้าทำเป็นถุงๆ ขายก็ แกงไก่ แพนงหมู ปิดท้ายด้วย ทองหยอด ขนมชั้น ฝอยทอง ตักบาตรอย่าถามพระ อาตามา ก็เลย ต้องฉันท์ อย่างที่โยมใส่มา สาธุ ด้วยประการละชะนี้ พระถึงได้เป็นเบาหวานความดันกันเยอะ เพราะพระปั่นจักรยานอย่างเราไม่ได้ ฝากให้คิดถึง ตอนใส่บาตรด้วยคะ

เวียนเทียนเสร็จ ลุงพุ่มก็บอกให้มอไซด์มาส่งแนน แต่แนนไม่อยากนั่งมอไซด์นะละ ก็เลยมากับอาวิชัย ขอซ้อนท้ายจักรยาน จองตัวยาวจนถึงพรุ่งนี้ แวะกินข้าวกันก่อน ที่ร้านเดิมนั่นแหละคะ จะเปลี่ยนร้าน ก็ทำใจไม่ได้ อา บอกว่าอร่อยมาก ต้องลองให้ได้

รอต่อไปจนกว่าจะได้อาหาร ก็ได้พี่หล่อมาร่วมมื้อนี้ด้วยอีกคน ฝนตกหนักมาก กินกันจนอิ่มฝนก็ไม่หยุด พอมันซาหน่อย ก็ออกไป แล้วก็ค่อยๆ ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เราหลบฝนกันหรือลุยดี แนนลุยได้แต่ว่าเฝือกโดนน้ำไม่ได้ ก่อนออกก็เอาถุงสวมมือไว้แล้ว แต่ว่าพี่หล่อมีเสื้อกันฝน เลยจอดแวะใส่ หลบฝนสักพัก เพราะตกหนักอีก แล้วมันซา ก็ลุยต่อ ก็ตกอีก คราวนี้ตกหนัก เปียกปอนด์เลย พี่หล่อ และ อาวิชัย แนนก็เปียกนิดหน่อย

กลับมาถึงที่พัก นั่งเล่น สักพัก ฝนก็ตกหนัก ทำเอายิ้มได้ เพราะเต้นท์ใหญ่ๆ ที่กางเอาไว้ โดนลมพัดกระเด็น เต้นท์แนนไม่มีอะไร ก็เลยยุบๆ พองๆ ตามความแรงลม

ระหว่างนั้นแบตก็หมด ฝนกระสาดย้ายที่นอนกันสนุกสนาน นั่งร่วมสภากาแฟนจนดึกแล้วจะเข้านอน ทันใดนั้นก็ ตกหนักอีกแล้ว หลังคาก็รั่วจะนอนยังไงดี วินาทีนั้น นึกขึ้นได้ว่า สงสัยอยู่บ้านสบายเกินนนนนนนน…………เลยต้องมาฝึกความลำบากที่นี่มั๊งเรา

ก็เลยนอนน้ำหยด อยู่ในเต้นท์คนเดียว แต่คิดๆ ดู พี่ๆ ที่นอนข้างนอกจะเป็นยังไง ก็เลยเอ่ยถามพี่ๆ อาๆ ข้างนอนนอนกันยังไงคะ ฝนตกหนัก เต้นท์เขาดีแนนกันน้ำได้ ดีกว่าพวกเราเยอะ ตี 1 ได้คะ พี่เล็ก พี่เรียม เดินมาเคาะเต้นท์ ทำเอาแนนตื่น ของพี่ 2 คน นอนด้วยนะ ข้างนอกนอนไม่ไหวแล้ว น้ำท่วมเต้นท์ จะเป็นหวัดกันอยู่แล้ว หาเต้นท์อยู่นานเลยสิคะ เพราะย้ายจากมุมนู้น มาอยู่ตรงกลาง ใช่จ้า แล้วก็หลับไป คืนนี้เลยนอน อบอุ่น 3 คนในเต้นท์หลังใหญ่ หลับสนิทจนเช้า

รออ่านตอน 3 พรุ่งนี้นะคะ

Advertisements

10 Responses to “อยู่บ้านสบายเกินนน………………(สีชัง ตอนที่ 2)”

  1. B.M.S มิถุนายน 1, 2010 ที่ 7:40 pm #

    อ่านแล้วอยากกกกกกกไปบ้างจัง อิจฉาคนติดเกาะ

    • nonlany มิถุนายน 2, 2010 ที่ 10:51 am #

      คราวหน้าก็อย่าพลาดสิคะ

  2. veenono มิถุนายน 1, 2010 ที่ 10:04 pm #

    ไปกันเยอะจริงๆ….เหมาเรือเลยหรือเปล่าครับ

    • nonlany มิถุนายน 2, 2010 ที่ 10:51 am #

      เหมาเรื่อเลยคะ จักรยานเกือบไม่พอวางแหนะ ต้องขนขึ้นหลังคาเรือด้วย

  3. Neoscuba มิถุนายน 1, 2010 ที่ 10:26 pm #

    อิจฉาคนหนีไปติดเกาะจริง ๆ ไม่ได้ปั่นยังเล่าซะสนุกขนาดนี้ ถ้าปั่นไปด้วยจะขนาดไหน

  4. tong มิถุนายน 2, 2010 ที่ 12:17 am #

    อ่านแล้ว สนุกดีครับได้มุมมองที่ แตกต่าง ปกติขี่จักรยาน ก็สนุกอย่างเดียว ทีมงานเค้าเหนื่อยกว่าเราน่ะ เป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคนครับ น้องแนนเล่าสนุกฮาๆดี รอตอนต่อไปอยู่น่ะครับ

  5. ice man มิถุนายน 2, 2010 ที่ 8:49 am #

    มารออ่านตอน 3 ด้วยคน ว่าแต่ไปล้มมาเมื่อไหร่?อ่ะ..ทริปผักไห่ยังดีอยู่เลย ไงก็ขอให้หายไวๆนะ..

    • nonlany มิถุนายน 2, 2010 ที่ 10:50 am #

      ล้มเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนคะ ตอนแรกว่าจะไปสวัสดีพี่ ice man ที่บางแสนแล้วคะ แต่พี่เขาไม่แวะให้อะคะ อดเลย

  6. zangzaew มิถุนายน 5, 2010 ที่ 7:09 am #

    อ่านเพลิน สนุกมากเลย.. เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย ว่าแต่น้องแนน..หายดีหรือยัง? รักษาสุขภาพด้วยเน้อ.. ขอให้แข็งแรงและกลับมาปั่นจักรยานได้สนุกสนานเช่นเดิม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: