วันที่ไม่มีจักรยาน

25 พ.ค.

ช่างไม่สนุกเอาซะเลย โหดร้ายนิดๆ น่าเบื่อมากๆ ปนๆ สาหัส

24 พ.ค. เช้าวันนี้ตื่นมาอย่างเร่งรีบไปซะหมดทุกอย่าง ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ 6 โมงอะนะ เพื่อแย่งชิงห้องน้ำที่มีอยู่ห้องเดียว แต่ใช้กัน 4 คน ในเช้าวัน จ. แนนตื่น รีบลงไปได้ใช้เป็นคิวที่ 2 ที่จริงก็ไม่ได้นั่งคอยอะไร แค่นอนฟังเสียงมอเตอร์ปั่นน้ำ ถ้าหยุดเมื่อไรแสดงว่าใกล้เสร็จแล้ว

เรียบร้อยก็ไปแต่งตัวเตรียมไปทำงานวันนี้ทุลักทุเลมาก ทำได้ช้ากว่าวันไหนๆ เนื่องจากแขนใช้ได้ข้างเดียว โดยเฉพาะครีมกันแดด และแป้ง ทาได้ลำบากที่แขนข้างขวา ปกติต้องเทบนฝ่ามือ แต่มือมันพลิกไม่ได้เลยเทใส่หลังมือแทน แล้วก็ถูกๆ เอาเท่าที่สามารถ ส่วนทางแป้งก็ยากกว่า เพราะป๋องหนักกว่า ต้องเอาแขนหนีบไว้ แล้วเอามือขวารองรับ แล้วก็โปะมันเข้าที่หน้า แล้วค่อยมาลูบๆ ให้มันดูไม่ขาวเกินอีกที

จากนั้นก็กินอาหาร ของโปรดคืดสลัด จะหั่นผักก็ไม่ได้ละต้องซื้อผักสลัดสำเร็จรูป ซื้อมาแกะถุงไม่ไหวอีกแม่ค้ารัดยางแน่นเกินไป ดีนะที่มีกรรไกร ไม่งั้นคงอดกิน ตัดถุงมันซะเลย แต่น้ำสลัดลงตัดไม่ได้ มีเลอะแน่ๆ ต้องให้อี้ช่วยแกะให้

ได้เวลาไปทำงานก็ต้องเดินจากบ้านไปป้ายรถเมล์ ประมาณ 1 โล ได้ แค่นี้ไม่เท่าไร แต่ที่เบื่อคือรอรถเมล์นาน สายที่จะไปมีแค่ ชั่วโมงละคัน ที่โหดร้ายก็คือว่า รถที่มาช้าดันซิ่งทดเวลา แขนข้างเดียวที่ใช้ได้ต้องจับราวไว้แน่นๆ ตลอดทาง พอใกล้ถึงก็ต้องสละมือที่มีมากดกริ่งให้รถจอด แล้วค่อยๆ กระดืบๆ มาต่อมอเตอร์ไซด์

มาถึงที่ทำงานเหลือเวลาพอประมาณ เดินไปที่แผนกไหนก็ถามว่า แนน แขขไปทำอะไรมา วันนี้ตอบคำถามทุกคนจนอยากจะห้อยป้ายคำตอบแทนเฝือนนะ

ทำงานพักใหญ่ได้เวลาพักทานอาหารกลางวันแล้วคะ ดีคะที่ร้านทุกร้่านขายดีกันเลยไม่ต้องตอบคำถามเพิ่มเติม คนก็เยอะมาก เดินชนแขนแนนแบบไม่ทันระวังกัน

ข้าวที่สั่งได้แล้วคะ แต่จะกินยังไงดีนะให้เกลี้ยงจาน ขอชาวนาจงให้อภัย เรื่องนั้นคงจะยาก จะให้ย่อตัวลงไปใกล้จาน แบบอยู่ที่บ้านคงไม่เหมาะเกิน ก็เลยกินข้าวเหลือในหลายเดือน

ทีนี่ก็เข้าเรื่องห้องน้ำ ก็ลำบากพอใช้ได้ กลับไปทำงานต่อ

ตอนเย็นก็อยากจะรีบกลับบ้านก็เลยขึ้นมอไซด์แทนเดินมาที่ป้ายรถเมล์ ประมาณ 1 กิโลได้ แว๊บนึงก็ถึงป้าย ยืนรอไปรถเมล์ก็ยังไม่มา ครึ่งชัวโมงผ่านไปแล้วนะ หาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า ท้องร้อง จ๊อกๆ แล้ว ข้ามถนนกลับไปอีกฝั่งจ่ายเงินซื้ิอ อาหารเท่านั้นแหละ รถเมล์ก็มาจะวิ่งกลับไปคงไม่ทันหรอนะคะ เอาเป็นว่ากินให้อิ่มแล้วค่อยยืนรอคันถัดไป รออยู่อีก 1 ชั่วโมง กว่ารถเมล์สายนี้จะมาใหม่ แถมกระเป๋าบอกว่าตั๋วหมดไม่ให้ด้วยนะ จะขึ้นไหม ขึ้นไปใช่จะว่างเบียนกันอย่างปูอัด จะยังไงก็แล้วแต่ขอให้ถึงบ้านก็พอคะ ไปได้เกือบกลางทางค่อยได้ที่นั่ง แต่คนขับซิ่งซะแทบจะเมา นี่ละชีวิตที่แสนสาหัสของวันแรก

ยังต้องเป็นอย่างนี้ไปอีก 5 อาทิตย์

ก็เลยต้องมองให้เป็นธรรมะ โดยการคิดบวก++ ซะ ก็จะได้สบายใจ มันคืออีกรสชาติของชีวิต ฝึกให้เรารู้จักความอดทน มีน้ำใจ จงยิ้มไว้ สู้ต่อไป เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ เอง 🙂

Advertisements

5 Responses to “วันที่ไม่มีจักรยาน”

  1. Kida พฤษภาคม 25, 2010 ที่ 6:24 pm #

    อ่านแล้วนึกถึงนางเอกเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอเลย เหตุการณ์ต่างกันนิดหน่อย แต่ความลำบากพอกัน เอาใจช่วยให้หายเร็ว ๆ นะ

  2. tong พฤษภาคม 25, 2010 ที่ 10:12 pm #

    อ่าน แล้วอมยิ้มดีครับ มีเรื่องในแต่ละวัน ที่อ่านแล้วสนุกดีครับ หายป่วยแล้วมาขี่จักยานด้วยน่ะครับ

  3. B.M.S พฤษภาคม 26, 2010 ที่ 7:31 pm #

    ช่วงนี้ก็ปั่นในใจไปก่อนนะ ขันติครับขันติ

  4. Poom พฤษภาคม 28, 2010 ที่ 1:16 am #

    นึกถึงตอนผมเป็นเก้าท์เลย (อายุเพิ่งจะปลาย 20 ต้น 30 ไม่เคยกินอะไรที่เสี่ยงกับเก้าท์ ก็เป็นได้!) ใช้ขาได้ข้างเดียว ลำบากลำบน จนค่อย ๆ ชินไปเรื่อย ๆ แต่ก็อดปั่นเหมือนกันครับ หายเร็ว ๆ เน้อ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: