บทที่ 13 นิ้วชี้นิ้วโป้ง

22 พ.ค.

อุปกรณ์ก็แต่งเต็มยศแล้ว แต่ยังเปลี่ยนเกียร์ไม่เป็นเลย ร้านเขาจัดมาให้อย่างไหนก็ใช้อย่างนั้นเลย ทำมันมันหนักจัง ไม่เห็นปั่นสนุกเหมือนเพื่อนๆ เลย ตอนขึ้นสะพานหลุดจากกลุ่ม จนต้องลงเข็น พี่คนนึงที่รู้จักสอนมาอย่างนี้………..

มือจับแฮนด์ไว้ เห็นไหม 2 ข้าง มี ที่เปลี่ยนเกียร์ ข้างละ 2 จุด ด้านบนใช้นิ้วชี้ ด้านล่างใช้นิ้วโป้ง เวลาจะเปลี่ยนเกียร์ ก็กดลงไป

เกียร์ที่อยู่มือซ้าย เอาไว้ปรับเฟืองหน้า ก็ตรงที่ใกล้ๆ บันไดถีบนั่นไง เห็นไหมว่ามี 3 ใบ ใบเล็กสุดนับเป็นเกียร์ 1 วิธีการปรับเกียร์ หากว่าโซ่อยู่บนสุดใบใหญ่ ก็กดที่นิ้วชี้ลง 1 ทีี ตรงปุ่มเปลี่ยนเกียร์ ที่อยู่มือซ้าย โซ่มันจะลงมาที่ใบกลาง ส่วน ถ้าโซ่มันอยู่ใบเล็กสุด ก็กดนิ้วโป้ง 1 ที โซ่มันจะขึ้นมาที่ใบกลาง

เกียร์ที่อยู่มือขวา เอาไว้ปรับเฟืองหลัง ก็ตรงที่ใกล้ๆ ล้อหลัง นับดูสิของพี่มี 9 ใบ ของแนนน่าจะมี 8 ใบ ไม่เป็นไร กี่ใบก็ปรับเหมือนกัน เรามารู้จักการนับเฟืองก่อน ว่า 1 – 8 เรียงใบยังไง ใบที่ใหญ่ที่สุด เรานับเป็น 1 ก็คือเกียร์ 1 สังเกตุไหมว่าตรงข้ามกับมือซ้าย จำไว้ โซ่ที่อยู่บนเฟืองยิ่งเล็ก เราต้องออกแรงกดบันไดตอนปั่นมาก ถ้าอยู่เฟืองใหญ่เราก็ปั่นสบาย แต่…เดี๋ยวพี่จะอธิบายรายละเอียดลึกๆ อีกที เข้าใจเรื่องกดเปลี่ยนเกียร์แล้วนะ

อ๋อ………อีกอย่างที่สำคัญ ตอนกดเปลี่ยนเปลี่ยนเกียร์ควรตอนปั่นเลยนะ ไม่ต้องหยุดจอด เพราะถ้าเปลี่ยนตอนจอด โซ่มันไม่มีแรงส่ง เวลากดบันไดลงมันจะทำให้โซ่พัง

เวลาจอดเลิกปั่น ถ้าอยากใช้โซ่เส้นนี้ไปนานๆ ก็ปรับให้อยู่เล็กสุด ทั้งเฟืองหน้าและหลัง หน้า 1 หลัง 8 ใช้นิ้วชี้ มือซ้าย และ มือขวา กดเปลี่ยนเกียร์จนสุด หรือ ไม่สามารถกดได้นั่นเอง

ทีนี้มาดูสภาพถนน

ถนนเรียบๆ ปั่นเล่นทั่วไป ก็ตั้งเฟืองหน้าให้อยู่ใบที่ 2 เฟืองหลังอยู่ใบที่ 3 ถ้าปั่นไปแล้วรู้สึกมันเบาๆ เหมือนไม่ได้ออกแรง ก็กดนิ้วชี้มือขวากดลงไป 1 ที เกียร์จะขึ้นเป็น 4 ถ้าปั่นแล้วยังเบาไปอีก ก็กดอีก แล้วแต่กำลังขาของแต่ละคน ง่ายๆ แค่นี้เอง

ถ้าเป็นสะพาน ที่มันชันมากดูท่าแล้วไม่ไหวแน่ๆ อย่างเช่น สะพานปิ่นเกล้า ก็ใช้ เฟืองหน้าใบเล็ก เพื่อช่วยผ่อนแรง โดยใช้กดนิ้วชี้มือซ้ายกดลงไป 1 ที เราจะรู้สึกถึงความเบาลงของแรงกดที่ขาใช้ไป ที่นี้ถ้ายังรู้สึกหนักอยู่ก็ปรับเฟืองหลังให้เป็นใบใหญ่ โดยการใช้นิ้วโป้งมือขวากดลงไป 1 ที ถ้ายังไม่พอก็กดอีกที รับรองว่าทีนี้ไม่ต้องเข็นขึ้นสะพานแล้ว

เบื่้องต้นสำหรับออกทริปเท่านี้ ก็ไปได้ทั่วประเทศแล้วคะ

** เพิ่มเติมจากพี่อุ๋ย Bike Mania

การใช้เกียร์หนักหรือเบานั้นมันสัมพันกับความเหนื่อยและอัตราการเเต้นหัวใจ ด้วยนะ การที่เราใช้เกียร์เบาในการปั่นนั้นเราอาจจะรู้สึกสบายไม่หนักที่ขามากแต่ ถ้าความเร็วที่สูงขึ้นเราก็ต้องปั่นที่รอบขาที่จัดขึ้นซึ่งก็หมายถึงการ เคลื่อนไหวของร่างกายที่มากขึ้นทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มมากขึ้นจึง รู้สึกเหนือยมากถ้าเกิดอาการอย่างนี้ก็ลองเปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้นซัก เกียร์นึง(โดยทั่วไปใช้นิ้วชี้)ดูสิอาการเหนื่อยหอบจะลดลงเพราะร่างกาย เคลื่อนไหวช้าลง(ที่ความเร็วเท่าเดิม)แต่จะรู้สึกหนักที่ขามากขึ้น แต่เมื่อเราขี่ที่เกียร์หนักนี้สักระยะนึงเราจะเริ่มรู้สึกล้าขาก็ลองลด เกียร์ให้เบาลงซักเกียร์(ใช้นิ้วโป้งกด)เราก็จะผ่อนคลายขึ้น

ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยเสริมรายละเอียด คนอ่านจะได้เข้าใจยิ่งขึ้น รวมทั้งแนนด้วย 🙂

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “บทที่ 13 นิ้วชี้นิ้วโป้ง”

  1. watana พฤษภาคม 24, 2010 ที่ 1:20 pm #

    รถของผมไม่ได้ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ครับ บิดเอาอย่างมอเตอร์ไซค์ เพิ่งรู้ตอนปั่นไปสองสามทริปแล้ว 😀

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: