อิ่มใจที่ได้ให้ สุขใจที่ได้ทำ ประทับใจที่ได้สัมผัส

3 พ.ค.

1-2 พ.ค. 53 รีไซเคิลจักรยาน # 35 นครปฐม ปั่นไป-กลับ

ตั้งใจไว้แล้วว่าทริปนี้ต้องไม่พลาด ก็เลยส่งชื่อตัวเองเข้าไปในเวบของสมาคม ว่า ขอไปด้วยคนคะ

คืนนี้นอนไปแค่ 4 ชั่วโมงเอง เมื่อคืน 30 เมษาไปไนท์ทริปกับ พี่ๆ อาๆ ลานคนเมืองกลับมา กว่าจะได้นอน ตี 2 แหนะคะ

ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ 6 โมงครึ่ง กะว่าจะนอนให้อิ่มๆ แต่ว่า……..พี่เจี๊ยบโทรมาปลุกตอน 6 โมงเช้า ง่า…….โทรมาถามว่าวันนี้นัดเจอที่ไหน พี่ไม่ได้ไปด้วยนะ แค่โทรมาปลุก และ ก็จะแวะไปส่งเฉยๆ โหย……………………..ตื่นเลยคะ

หลังจากตื่นมาทำหน้าที่ส่งรายงานความคืบหน้าชีวิตวันนี้ผ่านทาง twitter แล้วก็ไปอาบน้ำ เตรียมตัว ทำอย่างช้าๆ เพราะเหลือเวลา อีกหลายนาที กะว่าจะแวะไปกินข้าวหมูแดง แถวบ้านแล้วค่อยปั่นไปสมทบกับสมาชิกที่สนามหลวง แต่ว่า….วันนี้ร้านข้าวไม่ขาย ทำไมละเนี่ย ปกติก็
ไม่หยุดนะ นึกขึ้นได้ว่า วันนี้วันแรงงานนี้เอง ถ้างั้นก็ปั่นตรงไปที่สนามหลวงเลยดีกว่า จะได้รายงานตัวด้วยว่า แนนมาแล้วคะ

ปั่นไปถึง เห็นสมาชิก พี่ๆ อาๆ มามากมายหลายคน บางคนไม่เคยเห็นหน้า อาจเป็นเพราะว่าแนนไม่ได้ไปกับสมาคมมานานก็ได้ ทักทายสวัสดี แล้วก็ขอตัวไปกินข้าวก่อนคะ

เพราะว่าปั่นไปไกลเลยวันนี้ กลัวจะไม่รอด เหลือเวลาอีก 20 นาที จะได้เวลาล้อหมุน แว๊บหายตัวไปนั่งกินข้าวราด 1 จาน ใส่กับ 3 อย่าง ตุนสะเบียงสะสมพลังงาน พี่เจี๊ยบก็มานั่งเป็นเพื่อนด้วยนะคะ แต่ไม่ได้สั่งอะไรทาน ปั่นกลับมาอีกที เหลือเวลาอีก 5 นาที จะเคารพธงชาติ เจอสมาชิกเยอะขึ้นกว่าเดิมแต่น้อยกว่าที่ คิด 🙂 คาดว่าน่าจะเยอะกว่านี้ อาจเพราะ……….สงสัยคงเป็นวันหยุดยาวเลยไปทริปอื่นที่น่าสนใจมากกว่า

หลังจากนั้น 8 โมง อะนะ ยังไม่ออกเพราะพี่หล่อ ติดถ่ายรายการ ว้าว…..ว๊าว พี่หล่อของเรา ดังใหญ่ซะแล้ว มีรายการมาขอสัมภาษณ์ด้วย

แล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง โอ้โห ทริปนี้ไม่ธรรมดา มีรถทีวีช่อง 5 ติดตามบันทึกภาพตลอดด้วย มีกล้องหลายตัว คอยจับภาพพวกเรา เพราะมีกล้องอีกตัว จากนิตยสาร image หรือเปล่าคะ เอาเป็นว่าทริปนี้ทุกคนที่ไปได้เป็นดารากันทั่วหน้าทุกคน รอชมภาพนะคะ

เราเริ่มออกปั่นตัดข้ามสนามหลวง มาขึ้นสะพานปิ่นเกล้า วิ่งตรงยาวๆ ไปถึงสายใต้

ตรงยาวต่อไปอีกตามทางเส้นทาง ที่บนหัวมีสะพานบรมราชินี อากาศเริ่มร้อน แดดเริ่มออก พลังก็เหลือเฟือ ก็เลยแซงหน้า หลุดออกจากขบวน แล้วไปดูดท้ายอาเสแดง ยิงกันยาวๆ ไปก่อนเลยคะ

มาหยุดพักที่พุทธมณฑลสาย 1 เพราะว่าเห็นคนใส่ชุดจักรยาน ยืนโบกให้หยุด ใครกันนี่มากันเยอะเลย พวกเราหรือเปล่า ไม่ใช่นี่นะ ลองสังเกตุจากชุด มีเขียนว่า SDL ด้วย เอ๊ ใส่เหมือนกันทุกคนเลย ก็เลยไปถาม สืบความมาว่าจะมานำทางไปแวะที่ SDL โถ่….คิดว่าจะไปส่งที่นครปฐมซะอีก 😛

ยืนรอและคุย อยู่พักในึงๆ ก็มีรถตู้มาจอด ในรถมีช่างกล้องด้วยนะ ใครกันนั้นลงมาจากรถ มาถามแนนว่าปั่นไปทางไหน เข้าอักษะหรือเปล่า งะ….. 😐 มีอยู่ตั้งหลายคน คุณพี่เลือกถามคนอื่นจะดีกว่าไหม แนนรู้แต่ว่าตรงไป จุดหมายปลายทางนครปฐม
เรื่องเส้นทาง แนนไม่รู้หรอกคะ เพราะไม่ได้ตั้งใจฟัง ตอนที่น้าหมีบอก 😛

ถามอาเสแดงแล้วกันนะคะ อ้าวอาไม่อยู่ด้วยสิ อาแวะไป 7/11 มา เอ้าดื่มน้ำก่อน ขอบคุณมากคะ อาซื้อน้ำแอ๊ปเปิ้ลมาฝากแนนด้วย อาบอกว่า
คนนี้นะแนนเข้าเป็นเจ้าของร้าน SDL ไง หรอคะ เขาบอกว่าจะนำทางไป SDL นะ มีต้นข้าวต้มเตรียมไว้ต้อนรับ โห………..รู้งี้นะ กินแค่ขนมปังชิ้นเดียวดีกว่า จะเอาท้องที่ไหนใส่ละเนี่ย อิ่มจะแย่ 😛

รอสักพักใหญ่สมาชิกทั้งหมดก็มากันครบ เราก็เริ่มออกปั่นอีกครั้งมุ่งตรงไปยัง SDL ศาลายา ปั่นไปคุยไป ใครละนั่น ยังไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ผมชื่อ เจ ครับ หน้าคุณคุ้นๆ นะ ที่เล่น twitter ใช่ป่าว ใช่เลยคะ ที่แท้แฟนคลับของแนนนั้นเอง 😀 555

พอไปถึงที่ SDL พวกเราก็จอดจักรยาน

บนโต๊ะก็มีข้าวต้มสีขาว หม้อใหญ่ๆ และ กับข้าว ก็ทยอยออกมา โอ้โห……น่ากินทั้งนั้นเลยคะ มีทั้ง ไข่เค็ม ยำไขเค็ม ปลาหมึกทอด ยำกุ้งแห้ง แล้วทุกคนก็เขาแถวตักและกิน กันอย่างเอร็ดอร่อย

พี่ๆ อาๆ ก็ถามทำไมแนนไม่กิน ก็ท้องมันยังอิ่มอยู่เลยนะคะ กินสักนิดสิ ข้าวต้มร้อนๆ กำลังอร่อย แถมย่อยง่ายด้วย โอ้ว…….ชวนอีกแล้ว ใจอยากจะชิม เพราะน่ากินเกินห้ามใจ และแล้วก็ตักข้าวต้มมานิดหน่อย ราดหน้าด้วยกับข้าวทุกอย่างเลย ชิมให้หมด อร่อยมากๆ เลย แทบ
จะอดใจไม่ไหวเพิ่มข้าวอีกถ้วย แต่ว่า….สัญญาณจากท้องบอกว่าถ้ากินมากกว่านี้จะจุกและปั่นไม่ไหวนะแนน 5555 พอดีกว่า

จากนั้นพวกเรา TCHA ก็ปั่นกันมา เพราะ SDL เขาบายๆ เราแล้วจากที่นั่น ปั่นกันไปอากาศก็ร้อน

ปั่นมาเรื่อยๆ ทางทางสวน จากนั้นออกถนนใหญ่ ตัดข้ามถนน แล้วตรงอย่างเดียวเลย ก็เลยทำตัวเกเร ชิ่งจากขบวน แซงหน้าอีกแล้วคะ ตามพี่ๆ นักปั่นนครปฐม จุดหมายข้างหน้าช่างไกลเหลือเกิน เริ่มหิวแล้วสิ แดดก็ร้อนเปรี้ยงๆ เลย คิดอยู่ในใจเมื่อไรถึงนะ จะมาทำไมเนี่ยเราอยู่บ้านดีๆ ไม่ชอบ มาปั่นตากแดดร้อนๆ อีกละ น้ำในกระติกก็อุ่นเหลือเกิน ดื่มไปหลายอึกไม่ชื่นใจเลย วัดนี้เราต้องหยุดไม่ใช่หรอคะ ว้าไม่มีใครหยุดเลยแฮะ งั้นก็ปั่นต่อไป……..จนมาถึงร้านจักรยาน

ที่มีนักปั่นทีมนครปฐมรอนำทางให้อยู่ เราแวะที่นี่ไม่นาน แล้วก็ออกปั่นต่อเลย อากาศร้อนมาก แดดจัดๆ เลย ปั่นไปตามทาง มองเห็นอะไรก็น่ากินไปหมดเลย อยากจะจอดแวะซื้อ ก็ไม่มีใครจอดเลยคะ ก็เลย ต้องรักษาระเบียบปั่นกับขบวนมาเรื่อยๆ

จุดหมายนี้ไกล แต่ก็ถึงละ วัดทรงธรรมกัลยาณี วัดนี้สมาชิกท่านหนึ่งของพวกเรามาบวชกันที่นี่ ก็เลยอยากเลี้ยงน้ำชาวสมาชิกที่ปั่นผ่านวันนี้ วัดนี้ไม่เคยมาเลยแฮะ ที่ชอบมากับ TCHA ก็แบบนี้แหละคะ ได้มาในที่ไม่เคยมาทุกครั้งไป

เลี้ยวซ้ายเข้าไป ยังไม่ค่อยมีใครมาถึงเลย หิวก็หิว มองซ้ายมองขวา ที่นี่มีแต่พระผู้หญิงทั้งนั้นเลย แถมเตรียมขนมของว่างและน้ำหวานเอาไว้เยอะเลย รีบจอดจักรยานแล้วไปกินดีกว่าเรา กินเลยนะคะ ส้ม เงาะ น้ำส้ม ขนมอะไรวางไว้ หยิบชิมหมดเลย พระก็พูดเล่าประวัติวัดไปไม่ได้ฟังเลยคะ

มาสะดุดกึกอีกที ตอนที่บอกว่า ท่านย่าเป็นนักปั่นจักรยานหญิงคนแรกที่ปั่นจากไทยไปสิงคโปร์

เลยละตัวจากโต๊ะสะเบียงมาโต๊ะของพระ ขอยืมดูหน่อยคะ อยากเห็นจังเลย ว่าท่านเป็นใคร หน้าตาแบบไหน ไม่รู้จักมาก่อน โอ้โห สวยจังเลยเลย ขอยืมอ่านได้ไหมคะ ได้สิ แต่มีขายด้วยนะ

นั่นไงร้านหนังสืออยู่ทางโน้น รีบเดินดิ่งไปเข้าร้านหนังสือ โอ้โห เล่มไหน ก็ท่านย่าเขียนไว้ทั้งนั้นเลย ท่านเก่งจริงๆ มีหนังสือที่ท่านแม่ เขียนด้วยนะคะ ไหนคะ ขอดูหน่อย ช่วยแนะนำเล่มที่อ่านง่ายๆ นะคะ เอาแบบสนุกๆ นะ หนังสือพระทางการอ่านไม่ไหว เล่มนี่เลยคะ
โยม “สามเณรี เป็นปลื้ม” หนังสืออะไรคะเนี่ย หน้าปกโดนใจมากๆ เลยคะ มีแต่ลายเส้นการ์ตูน

ทั้งนั้น เปิดพลิกไปมา ก็เริ่มสนใจ ก็เลยได้หนังสือจากที่นี่มาเกือบสิบเล่ม ไม่ได้ซื้อเยอะขนาดนั้น หนังสือแถมหลายเล่มเลยคะ ซื้อจริงๆ นะ 4 เล่ม เอง สิงสถิตย์อยู่ในร้านหนังสือซะนาน ออกมาอีกที สมาชิกหายไปหมดแล้ว พวกเขาเดินไปดูโบสถ์ และพระกัน แล้วจะรู้จักทางไหมเรา พระก็เลยใจดีนำทางแนนไปหาพี่ๆ อาๆ ที่ไปก่อนหน้า และบรรยายให้ฟังตลอดทาง ซ้ายนี้เป็นกุฏิ น่าอยู่จังคะ เหมือนบ้านปกติเลย

ข้างหน้าเป็นรูปปั้นท่านย่า ท่ายืนอยู่บนเรือ

ตรงนู้นเป็นโบสถ์ มีพระองค์สีฟ้า หา……พระมีสีฟ้าด้วยหรอคะ ไหนคะๆ อยากดูจังเลย เดินตรงไปเลยนะคะ ส่งแค่นี้

ขอบคุณนะคะ

ดูเสร็จเรียบร้อยเตรียมออกปั่นอีกครั้ง ฟ้าก็ส่งน้ำมนต์ชุดใหญ่ มาพรมพวกเราที่ร้อนให้สดชื่น แต่มันชุดใหญ่เกินจนพวกเราปั่นออกไปไม่ได้ เพราะมีแฉะ แน่ๆ คะ ก็เลยต้องหยุดรอที่วัดอีกพักนึง ได้โอกาสเข้าไปในร้านหนังสืออีกรอบ คราวนี้ไปนั่งอ่านจดหมายข่าวของวัด สนุกมากเลยคะ เป็นเรื่องราวเยือนอินเดีย เนปาลของท่านแม่อ่านทุกหน้าทุกบรรทัด จนอยากอ่านต่อฉบับถัดมาเลยคะ มีส่งมาที่บ้านไหมนะ จะได้สมัครสมาชิก 😀

พอฝนหยุดพวกเราก็ออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้ข้ามสะพานเข้าสู่นครปฐม เมื่อกี้กับตรงนี้ มันคนละที่หรือเนี่ย ไม่มีแม้แต่รอยน้ำที่พื้น แถมแดดเปรี้ยงเลยด้วย ปั่นมาไม่ไกล ก็มองเห็นประกายแสงทอง จากองค์พระปฐมเจดีย์

แล้วเราก็หยุดพักที่นี่ รับประทางอาหารกลางวัน ตอนนั้นยังไม่เที่ยงเลย….มาที่นี่ต้องกินอะไรนะ ข้าวหมูกรอบ แต่ทำไมไม่มีขายเลย มีแต่ข้าวมันไก่ เจ้าถิ่นนครปฐมพามากินผิดที่ป่าวคะ ไม่นะ ร้านข้าวหมูกรอบ ตอนนี้เขาทำไม่อร่อยแล้ว กินที่นี่ดีกว่า ข้าวมันไก่ ว้า……..เหมือนมาเยือนไม่ถึงถิ่นเลย แต่ก็นะมาทำตัวเรื่องมากได้ไงเรา แม่น้องปอนด์แนะนำว่า อากงมาทีไรก็กินข้าวมันไก่เจ้านี้ อากงรับประกันความอร่อยขนาดนี้ ขนาดมาทุกปีก็กินแต่เจ้านี้ ต้องลองบ้างแล้วเรา งั้นก็เอาข้าวไก่ทอดมาจานนึงคะ 😀

ท้องอิ่มแล้วเราก็ปั่นต่อไปยังจุดหมายหลักของเราในวันนี้นั่นคืน โรงเรียนวัดกงลาดอากาศยังร้อนอยู่เหมือนเดิม

ระหว่างทางมียางแตกด้วย พวกเลยก็เลยได้หยุดพักคะ

แล้วพวกเราก็ยังปั่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครบ่นให้ได้ยินเลยคะ ไม่รู้แอบบ่นในใจกันหรือเปล่า 😛 เส้นทางแบบนี้หาไม่มีในกรุงเทพคะ คิดแล้วอยากออกมาปั่นอีกครั้งตอนเย็นๆ จัง สองข้างทางเป็นทุ่งเขียวๆ ปลูกผัก หลากหลาย และก็มีบ้านชาวบ้าน แต่บ้างช่วงนี่สิคะ กลิ่น…..นี้ใช่เลย ต้องที่นี่ นครปฐม ร้องอ๋อกันเลยใช่ไหมคะ ก็กลิ่นขี้หมูนั่นเอง มีป้ายติดว่าวัดกงลาดแล้ว สงสัยจะอีกไม่ไกลคงถึงละ 5 กิโลผ่านไป ก็มีป้ายวัดกงลาดอีก น่าจะเขียนเพิ่มอีกนิดนะคะว่า อีกกี่กิโล ถึงจะถึงวัดกงลาด สรุปแล้วก็ไม่ไกลเท่าไร แต่แดดร้อนมากเลยรู้สึกไกลไปเองคะ
มาถึงที่วัด ปกติก็น่าจะซ่อมอยู่ที่โรงอาหาร แต่ว่า ไม่มี เอ๊ หรือยังไม่มีใครมา ปั่นวนหา สรุปว่าอยู่ที่ใต้หลังคาทางนู้นเองคะ

อะโห……….เห็นภาพอาๆ แล้ว ดูท่าว่าจะมานานมากๆ แล้ว เพราะเห็นว่าจักรยานกลายคันก็ซ่อมเสร็จแล้ว พวกสมาชิกที่มาด้วยกันก็จอดจักรยานและลงซ่อมทันที

ลืมความเหนื่อย ความร้อนที่ปั่นมากันหมด มีคนมาเยอะเลยคะ ทั้งเด็กๆ ที่มารอรับจักรยาน

และชาวบ้านแถวๆ นั้น มีทั้งยายแก่ๆ เอารถจักรยานแม่บ้านที่ปั่นประจำมาเปลี่ยนเบาะ คุณพี่บางคนก็ขนจักรยานมาให้เปลี่ยนยาง แต่ที่เห็นแล้วต้องตะลึงเพราะรถกระบะหลายคันขนจักรยานมาเต็ม 4-6 คัน สภาพแต่ละคัน เหมือนใช้ได้แต่เฟรม

เห็นแล้วกลัวเลยคะ 5555 เปลี่ยนใจเป็นช่างภาพดีกว่าเรา ก็เลยถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศมาฝาก แล้วก็ไปนั่งคุยกับน้องๆ

ชื่ออะไรคะ
– เปิ้ลคะ

เรียนอยู่ ป. อะไร
– ป.4 คะ

หา ป. 4 หรอ ทำไมตัวเล็กจัง
– จินตการภาพเทียบกับน้องที่บ้านตอนอยู่ ป. 2 มันตัวโตกว่านี้เยอะเลย

รู้ข่าวล่วงหน้ากี่วันว่าจะได้จักรยานคันใหม่
– 1 วันคะ

หา!! เมื่อวานนี้เองหรอ ทำไมรู้เร็วขนาดนี้ คิดว่ารู้ล่วงหน้าสักเดือน หรือ 2 อาทิตย์ประมาณนี้ซะอีก

แล้วน้องรู้ไหมทำไมได้รับเลือกให้ได้รับจักรยาน
– หนูเป็นเด็กดีคะ

อ๋อ หรอคะ แล้วปกติมาโรงเรียนยังไง
– ปกติ พ่อกับแม่มาส่ง

โห…..มาส่งที 2 คนเลยคะ
– คะนั่งมอไซด์มา แต่ต่อไปนะ หนูจะปั่นจักรยานมาโรงเรียนเอง

ไม่กลัวรถหรอ
– ไม่คะ แถวนี้ไม่มีรถ

แล้วเอากระเป๋าใส่ไว้ไปไว้ไหน
– ก็ไว้ที่ตระกร้าข้างหน้าจักรยานไงคะ

เคยมีจักรยานมาก่อนไหม
– คันแรกของหนูเลยคะ

อ้าวแล้วแบบนี้ปั่นเป็นยังเนี่ย
– เป็นแล้วคะ ยืมของคนข้างบ้านหัดปั่นมานานแล้ว

แล้วมารอตั้งแต่กี่โมง
– 5 โมงเช้าคะ

กี่โมงละเนี่ย ใช่ 10 โมงไหมนะ
– คะ ประมาณนั้นแหละ

โห…….แต่ตอนนี้มัน บ่าย 2 แล้วนะ

ทานข้าวกันยัง
-เรียบร้อยแล้วคะ

แล้วเขาจะแจกวันนี้จริงๆ หรอ ปกติพี่มาเขาแจกวันที่ 2 นะ
– พี่เขาบอกว่าวันแจกจริงๆ คะ

แล้วเอาไปแล้วจะแบ่งเพื่อนๆ น้องๆ ปั่นด้วยป่าว
– ไม่แบ่งคะ กลัวเขาทำพัง

อ้าวๆ ได้ไง ก็เลยสอนไปนิดหน่อยคะ ว่าให้แบ่งกับเพื่อนๆ น้องๆ ปั่นด้วย 🙂 น้องเขาก็รับปากว่าจะแบ่งให้เพื่อนๆ และ น้องๆ ได้ปั่นด้วยกัน

น้องๆ ทุกคนดูมีความสุขมากเลยคะกับจักรยานคันใหม่ หรือไม่บางคนก็เป็นจักรยานคันแรกมีน้องบางคนมีจักรยานอยู่แล้วก็มีนะคะ แต่บอกว่าถ้าได้ไปก็จะยกให้น้องที่บ้านคะโชคดีจัง คราวนี้จักรยานคันใหม่ๆ ทั้งนั้นเลย ครั้งที่ผ่านมาเห็นมีจักรยานใหม่ๆ ไม่เกิน 10 คัน คราวนี้ที่เห็น 20++ ได้เลยคะ เป็นไซด์เล็กๆ เหมาะสำหรับความสูงของเด็กเลยคะ

จากนั้นเริ่มรู้ละอายใจ ที่มาทริปแล้วไม่ได้มาซ่อมจักรยาน ก็เลยไปดูว่ามีจักรยานคันไหนรอซ่อมบ้าง เห็นอยู่คัน ล้อหน้าก็แบบ ล้อหลังก็แบบ วงล้อก็มีสนิม แถมมีเกียร์ด้วยนะ แต่ว่าโซ่ตก เบรคก็มีสนิม เฟรมก็ขึ้นสนิมอีก ยังจะซ่อมหรอคะ แนนหันไปถามเจ้าของ 555 ซ่อมคะ เจ้าของตอบ ก็เลยจัดการถอดล้อหน้าออก แล้วก็เอาเดินไปหาที่งัดล้อ เท่านั้นละคะ อาสักคนก็ยื่นที่งัดล้อส่งมาให้ พี่ชายน้องปอนด์ ยังไม่รู้ชื่อคะ ก็มาผมช่วยพี่แนนเองครับ มาช่วยงัดยางออกให้ น้องๆ พี่ๆ อาๆ มาช่วยกันใหญ่ เห็นแล้วประทับจริงๆ ไม่มีใครเกี่ยงใครเลยคะ ทุกคนช่วยกันอย่างสนุกสนาน แต่ปรากฏว่า คันนี้สาหัสเกินกว่าที่แนนรักษาเยียวยา เลยยกหน้าที่ให้อา ช่างช่อมมืออาชีพแทนคะ

มาดูคันที่ 2 คันนี้จักรยานแม่บ้านของคุณยาย ยางแบนสองล้อ เช่นกัน แถมเบาะ ก็จะหลุดออกจานอานเหล็กด้วยคะ อาการที่มาประมาณนี้ทั้งนั้นเลย น๊อตก็ขึ้นสนิมแรงจะขันออกก็ไม่มี จะทำแต่ละคันที ต้องรบกวนพี่ๆ อาๆ ที่อยู่ข้างๆมาช่วย ทั้งๆ ที่เขาก็ซ่อมอีกคันอยู่ แต่ก็ยังละคันของตัวเองมาช่วยแนน คิดๆดูแล้ว ก็เลยเปลี่ยนหน้าที่จากช่างซ่อมมือสมัครเล่น เป็นผู้ช่วยช่างซ่อมมือสมัครเล่นก่อนดีกว่าเรา ช่วยหยิบของแทนดีกว่า ความสามารถยังไม่ถึงขั้น ยังไม่สามารถบรรจุตำแหน่งช่างซ่อมมือสมัครเล่นให้ตัวเองได้

ผู้ช่วยช่างซ่อมมือสมัครเล่นตำแหน่งนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนจะเริ่มเดินชนกันเองแล้วคะ ก็เลยเปลี่ยนหน้าที่ดีกว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เลยเปลี่ยนมาเป็นตำแหน่งเด็กเสริฟน้ำ ทำหน้าที่แจกน้ำเย็นๆ ให้ช่างและผู้ช่วยช่างแทนคะ เพราะตำแหน่งนี้ยังว่างไม่เห็นมีใครทำเลย จากนั้นพี่สาวคนสวยจากชมรมนครปฐม ก็ขนขนมถุงใหญ่มาให้ มีทั้งขนมปัง และผลไม้ เห็นแล้วอดใจไม่ได้ต้องไปชิม มีหลายอย่างเหลือเกิน
กินซะอิ่มเลยคะ แบบว่าไม่ต้องกินข้าวเย็นแล้ว ก็เลยเดินแจกให้ พี่ๆ อาๆ ได้ทานกันด้วย สรุปแล้วว่าหน้าที่ ที่เหมาะที่สุดคงจะเป็นตำแหน่งนี้ละคะ 🙂

ให้เห็นน้องๆ ยิ้มใสๆ แล้วมีความสุขจัง…………แต่ยังไม่เท่า ได้คุยกับพี่ๆ อาๆ ที่มาซ่อมจักรยานในวันนี้

พี่ๆ อาขา เหนื่อยไหมคะ
– ไม่เหนื่อยเลยแนน

อามาตั้งแต่กี่โมงคะ
– อาบางท่านก็บอบว่า มาก่อนช่างซ่อมมาก่อนใครมาถึงตั้งแต่ 8 โมงแล้ว

โห……อาแต่นี่มันจะ 1 ทุ่มแล้วนะคะ
– อืม….ความสุข นะแนน ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ ความสุขที่เราได้ให้คนอื่นไง ถ้าอยู่บ้านเราก็สบายๆ นั่งดูทีวี หมดวันไป แต่มันไม่สุขใจเท่าแบบนี้นะ มันปิติ อยู่ในใจ

แต่เมื่อยนะอา นั่งมาแต่เช้าแล้ว
– เมื่อยนะก็เมื่อยอยู่ แต่พอทำเสร็จ เห็นน้องๆ เขายิ้ม และยกมือไหว้ พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ มันสุขยิ่งกว่าอะไรเลยนะแนน ความสุขของช่างที่แนนไม่รู้

คืออะไรคะอา
– ช่างนะ จะมีความสุขก็เมื่อเห็นอะไรที่พังแล้วซ่อมให้กลับมาใช้ได้นั่นละความสุข

แต่พวกอาไม่ใช่ช่างนี่คะ
– ก็แค่สมัครเล่นเป็นครั้งคราวก็จริง แต่พอเห็นน้องๆ เขาได้ปั่นจักรยาน อีกครั้ง ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยละ

ทุ่มนึงแล้วนะคะยังไม่ไปทานข้าวกันหรอคะ
– เดี๋ยวนะ อีกคัน น้องคนนี้เขามารอ เดี๋ยวไม่มีปั่นกับเพื่อน

แต่นี่มันดึกแล้วนะคะ ไฟก็ไม่มี
– ใครว่าไม่มีไฟ ไฟจักรยานเราก็มี แล้วก็มีพี่คนนึงเดินไปถอดไฟหน้าจักรยานของตัวเอง แล้วก็ส่องให้พี่อีกคน แล้วก็ทำการซ่อมต่อไป

จนน้าหมี พี่หล่อ ต้องสั่งให้หยุดพัก ถ้าอยากซ่อมต่อให้ไปกินข้าวก่อน แล้วขนไปพักซ่อมก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ค่อยให้น้องเขามาเอาตอน 8 โมงเช้า

เห็นบรรยากาศ สุดแสนจะประทับใจ ในการซ่อมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย + รอยยิ้ม ของ พี่ๆ อาๆ ที่ช่วยกันคืนชีพจักรยานให้น้องๆ และชาวบ้านแถวนั้น จากเศษเหล็กข้างบ้าน มาเป็นจักรยานคันเก่งคันเดิม ตั้งแต่เช้า – ค่ำมืด

ปกติที่ผ่านมา แนนเห็นมีแต่ จักรยานของน้องๆ นักเรียน แต่คราวนี้ มีของผู้ใหญ่มาซ่อมเยอะเลย เพิ่งทราบว่ามา จักรยานทั้งหมด มาจาก 3 หมู่บ้าน มีใครสักคนไปประกาศ ว่าจะมีนักปั่นอาสามาซ่อมจักรยานให้ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นคะ ขนใส่รถกระบะกันมา อาการแต่ละคันแบบว่า ตากฝน / พังมาหลายเดือน หรือ ทิ้งไว้ในหลังบ้างมาเป็นแรมปี

จากนั้นพวกเราก็ล้างมือและไปทานอาหารเย็นกัน กะว่าจะไม่กิน ก็อดใจไม่ไหว มีขนมจีนแกงไก่ด้วยคะ แล้วก็ยังมี แกงป่าไก่ ลาบเป็ด น้ำพริกกะปิ ชะอมไข่ มะเขือทอด แกงจืดฟักไก่ และยังมีกับข้าวอีกหลายอย่างเลย หม้อใหญ่ๆ ทั้งนั้น เติมแล้วเติมอีก กินกับเปล่าๆ ก็แล้ว…กินกันจนท้องจะแตก ก็ยังไม่หมดเลยคะ ขอบคุณชมรมจักรยานนครปฐม สำหรับมื้อเย็นนะคะ

มือนี้มีเพื่อนนักปั่นจักรยานโบราณมาร่วมทานอาหารมือเย็นด้วยคะ จากนั้นก็ปั่นตัวกลมๆ พุงโตๆ กลับเข้าที่พัก

ก็ยังมีแวะซื้อน้ำเต้าหู้ กับปลาท่องโก๋ น่าโรงเรียน กลับไปเป็นสะเบียงก่อนนอนด้วยคะ พอไปถึงที่พัก ก็เลือกว่าใครจะนอนตรงไหน แนนไม่เลือกหรอกคะ ตรงไหนว่างก็นอนตรงนั้น ขอมีแค่พักลม พัดถึงก็พอ เราพักที่นี่บ้านเด็กเล็ก มีตุ๊กตาเต็มเลย

อาๆ บางคนที่เอาเต้นท์มาด้วยก็มากางนอนกันที่หน้าบ้าน อานอนไหวหรอคะ มันร้อนนะ สบายมาก อาบน้ำทาแป้งเย็นๆ แต่ว่ามัน
ร้อนจริงด้วย เอาพัดลมมาสักตัวดีกว่า 555

ฟ้ามืดแล้ว แต่ยังอยากปั่นจักรยานอยู่เลย พี่หล่อคะ ไปเที่ยวพระปฐมเจดีย์กันดีกว่า แล้วพี่หล่อก็ทำการขายไนท์ทริป ขายแล้วขายอีก เลแล้วเลอีก มีสมาชิกอยู่แค่ 7 คนเองคะ แต่ละคนก็ไม่รู้จักทางกันเลย ตอนไปยังคิดกันอยู่เลยว่าจะกลับมาที่พักถูกหรือเปล่า 5555

แล้วพวกเรา 7 คนก็ออกเดินทาง ปั่นไปตามทางที่มีเสาไฟ หมาก็หอนด้วย มาหอนอะไรตอนนี้ อากาศดีจัง โล่งๆ สดชื่น รถก็ไม่มี ถนนก็เรียบ เราปั่นเสพบรรยากาศ ถึงระยะทางจะไม่ไกล แค่ 12 โล แต่ถ้าเราปั่นความเร็ว 12 ก็ต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมงนะคะ เร่งความเร็วกันดีกว่าไหม 20-25 ก็ดีนะคะ จากนั้นพี่ที่นำหน้าก็เริ่มหมุนขาเร็วขึ้น ลมเย็นๆ ก็พัดมา สนุกสนานกับการปั่น ทำให้นึกถึงพี่ๆ อาๆ ที่พักอยู่บ้าน ไม่ได้มาเสพบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ข้างหลังคอยส่งเสียงอ่านป้ายชื่อถนน และเมื่อเห็นสถานที่แปลกๆ ทำให้ช่วยเตือนว่าขากลับเราต้องผ่านสิ่งนี้อีกที เพื่อยืนยันเส้นทางว่าไม่หลง 555

ไม่นานเราก็เห็นองค์พระปฐม แล้วเราก็เลี้ยวเข้าไปปั่นวนด้านใน พอไปถึงเท่านั้นแหละคะ ตลาดยามค่ำหรือเนี่ย ใหญ่จัง ของกินเยอะมาก น่ากินทั้งนั้นเลย

แต่ว่า………..อาหารเย็นเมื่อกี้ยังไม่ย่อยเลย ก็เลยได้แค่เดินชม แล้วก็แวะกินน้ำแข็งใส แนนขอเก็บพื้นที่ว่างอันน้อยนิดไว้กินไอติมลอยฟ้าดีกว่า

หลังจากนั้นเราก็เข็นจักรยานแวะดูทุกร้าน ได้แต่สูดกลิ่นอาหารเพราะแต่ละคนกินกันไม่ไหว ครบรอบแล้วหรือนี่ทำไมเร็วจัง ยังไม่ย่อยเลย

แต่ก็อยากลองชิมไอติม คนขายโชว์ลีลา โยนไอติม ขึ้นไปด้านบน สูงหลายเมตร 1-2 เท่าของของสูงคนได้ โยนไปด้านหน้า ยื่นแขนมารับ
เหมือนกับดูการแสดงเลยคะ ดูเพลิน ลืมสั่งไอติม กว่าจะมานั่งโต๊ะ และได้คิวสั่งไอติม และ รอไอติม นานเหมือนรอกินข้าวกระเพราะ 1 จานเลยคะ นานมากๆ

ระหว่างนั่นรอเจ้าของร้านก็ขึ้นมาโชว์ลีลาอีกครั้ง ทำเอาแนนสนใจ กินเสร็จต้องเข้าไปถาม ว่าใช้เวลาฝึกนานแค่ไหน ได้คำตอบว่า 3 เดือน จะโยนรับได้ ส่วนลีลาเด็ดๆ แบบนี้ ต้อง ฝึกต่อ 1 ปีคะหรอคะ……..เก่งจังเลย 🙂

แล้วเราก็จากลาพระปฐมเจดีย์ ด้วยการปั่นวน 1 รอบ เนื่องจากประตูที่เราเข้ามันปิดไปแล้วคะ

เปิดแค่ ด้านหน้าที่ขายอาหาร ขากลับเราก็ช่วยกันคลำทางกลับกัน มีเลยซอยนิดหน่อย ตอนแรกๆ แต่แล้วก็ไม่มีปัญหา ถึงที่พักด้วยเวลาอันรวมเร็วคะ ขากลับปั่นกันเร็วแบบไม่ต้องบอก สงสัยจะง่วงกันแล้วคะ เลยรีบกลับไปนอน ถึงที่พักแล้ว บ้านปิดไฟมืดหมดเลย คาดว่าน่าจะหลับกันหมดแล้วคะ

แต่สมาชิกไนท์ทริปทั้ง 7 ต้องรอคิวอาบน้ำ เพราะห้องอาบน้ำมี 2 ห้องเอง แถมน้ำก็ไหลช้ามากๆ ได้ข่าวว่าตอนเย็นๆ มีพี่ๆ และอาๆ บางคน ไปอาบน้ำกันที่คลองน้ำชลประทาน กว่าจะได้อาบน้ำและได้นอนก็ 4 ทุ่มคะนอนยังไม่หลับ เพราะอากาศร้อน ขนาดชุบตัวด้วยแป้งเย็นแล้วนะคะ ก็เลยอ่านหนังสือด้วยไฟหน้าจักรยาน ยังไม่ทันจบ 1 หน้าก็ง่วงหลับซะแล้วเรา

ตื่นมาอีกที ตี 5 ยังไม่กะจะอาบน้ำเลยนะ เพราะวันนี้นะ ออกตั้ง 9 โมง กินข้าวเช้า 7 โมง ยังไม่รีบ แค่หยิบโทรศัพท์มาอ่านข่าวใน twitter น้องปอนด์บอกว่า พี่แนนครับ ห้องน้ำว่าง ไปอาบได้เลย ยังไงละเนี่ย ให้ตื่นเลยหรอ……ก็เลยหยิบกระเป๋าแล้วเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดจักรยาน เรียบร้อย

แต่ว่าท้องเริ่มทำงานเลยต้องเขาห้องสุขา ไม่คิดว่าทุกอย่างที่เห็นจะเล็กไปหมดจนกระทั้ง โถส้วม เดินดูห้องน้ำ 3 ห้อง ไม่มีโถของผู้ใหญเลยคะ ก็มันเป็นศูนย์อนุบาลเด็กเล็กนี่นะ จะไปมีโถผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน มีอย่างไหนก็ใช้อย่างนั้นก็แล้วกัน แต่ฝากถามหน่อยคะ ว่าคุณครูที่นี่ เขาเข้าห้องน้ำที่ไหนคะ 🙂

เหลือเวลาเยอะแยะเลย เพราะเพิ่งจะ 6 โมงเช้าเอง พวกเราเลยนั่งเล่นกันอยู่หน้าบ้าน เปิดสภากาแฟ บางคนก็เก็บเต้นท์ บางก็ยังไม่ได้อาบน้ำ เพราะคิวรออีกนาน นั่งคุยเม้าท์กันสนุกไปเลย นานๆ จะได้นอนรวมกันเยอะๆ อบอุ่นอีกแบบ

7 โมงได้เวลาอาหารเช้าแล้วคะพวกเราปั่นออกจากบ้านเด็กเล็กไปที่โรงเรียนกงลาดรับประทานอาหารเช้ากัน ที่จริง โรงเรียน กับ บ้านที่พัก อยู่ห่างกันแค่รั้วกันเอง 🙂

ปั่นไปถึงโรงเรียนมองไปไม่เห็นมีหม้อข้าวต้มเลยนะ พวกเราก็เลยปั่นวนรอบๆ วัด เจอของเล่นเข้าแล้ว ก็เลยถ่ายรูปเล่นกันอยู่นาน

และยังมีน้องเอาจักรยานยานมาให้ซ่อมอีกแหนะ

จนเห็นรถกระบะ ขนหมอข้าวมา พวเราก็เลยปั่นไปที่โรงอาหารอีกครั้ง มีข้าวต้มกระดูกหมูกลิ่นหอมๆ หม้อใหญ่วางไว้ 1 หม้อ แต่ว่า…….ไม่มีทัพพี

พวกเราก็หาวิธี แล้วก็มีฮีโร่ หาทัพพี มา คราวนี้ ต่างคนต่างไปหา เลยได้ทัพพีมา 5 อันเลยคะ

กินข้าวต้มที่นี่รองท้องก่อนนะ เดี๋ยว 9 โมงเพื่อนๆ นักปั่นนครปฐมมารับไปเที่ยวตลาดน้ำลำพญา งั้นก็กินนิดเดียวพอดีกว่า เดี๋ยวไปต่อขนมที่ตลาดน้ำ พวกเรากินกันเสร็จตั้งแต่ยังไม่ 8 โมง ก็เลยเหลือเวลานั่งคุยเยอะเลย ก็เลยย้ายโต๊ะมานั่งคุยกับอาสุธิชัย ได้รู้อะไรเยอะเลย ไว้จะเล่าให้อ่านอีกครั้งนะคะ รอติดตามอ่านใน blog ของแนนแล้วกันคะ

9 โมงเพื่อนๆ นักปั่นมาถึงยังบางคนไม่ได้ทานข้าวเช้า ก็เลยได้ทานข้าวต้มกระดูกหมู จากนั้นก็ออกเดินทางปั่น

ระหว่างนั้น ก็ได้ยินเสียง โซ่ร้องเสียงดัง จากจักรยานข้างๆนี่เอง จำได้ว่าอาเสแดง มีน้ำมันหยอดโซ่ เพราะมองเห็นอาเสียบไว้ที่กระเป๋าท้ายอาน ก็เลยชลอความเร็ว ขอน้ำมันของอาไปให้พี่เขา จากนั้นก็คุยไปปั่นไปจนได้เพื่อนใหม่จากทริปนี้อีกคน

คุยกับเยอะเลย คุยกันตั้งนานถึงได้ถามชื่อ พี่เขาชื่อว่า วัตร สะกดถูกป่าวไม่รู้คะ เคยมาเข้ามาปั่นกรุงเทพฯ แค่ 1 ครั้งเอง บอกว่าต้องใช้ทักษะเยอะมาก เพราะรถยนต์ และรถเมล์ ชอบเบียบ แล้วก็เลยไม่กล้ามากรุงเทพฯ อีก พวกปั่นลัดเลาะถนนเส้นใน

ไปจนถึงตลาดน้ำลำพญา ของกินเยอะมากๆ น่ากินหมดทุกอย่างเลย มีเวลาเดินเที่ยว 1 ชั่วโมง ถ้าไปนั่งกิน หมดเวลาแน่ๆ ก็เลยเดินไปกินไปมันซะเลย 555 มองหาเจ้าไหนนะที่ทำที่นี่ ไม่ได้รับมา แต่ว่าสัปปะรด ดูแล้วหวานฉ่ำน่ากิน ขอ 1 ถุงนะ ไม่ต้องใส่พริกเกลือ และถุงหิว ใส่ถุงหน่อยนะเผื่อกินไม่หมด ถ้างั้นกินไม่หมดแล้วจะกลับมาเอาถุงคะ จะเหลือหรอ 🙂

หมดเรียบร้อย เมี่ยงคำน่ากินจังเลย ใบไม้เขียวๆ ผ่านไปก่อนกินยากเกิน ลูกชุบสีสวย ทำเองหรือเปล่าคะ ข้าวต้มมัดใบจากก็อร่อยนะ นี่คือะไร ดูหน้าตาไม่เคยเห็น เหมือนทองม้วนสดก็ไม่ใช่เพราะข้างในมีไส้ ถั่วเหลือน้ำตาลและก็งา จัดมาอย่างละชิ้น เดินดูไปกินไป สนุกสนานอยู่คนเดียว เพราะใครๆ ก็ไปนั่งกินเป็นระเบียบ มีมารยาทกันทั้งนั้น ยังไม่หมด เจ้านี้ก็น่ากินนะ ขนมแป้งจี่ มะพร้ามเยอะเลย ซื้อกลับบ้านได้ไหมคะ ไม่ได้หรอกนะ น้องปั่นจักรยานกลับไปมะพร้าวอาจจะเสีย งั้นก็ 1 กล่องพอคะ แต่ใจยังอยาก กินเมี่ยงคำอยู่ ก็เลยวนกลับไปร้านเดิมอีกครั้ง ยืนด้อมๆ มองๆ หาอุปกรณ์ที่ดูแล้วว่านั่งกินที่นี่ได้ มองอยู่นานก็ไม่เห็น ก็เลยถามคนขายว่าทานที่นี่ได้ไหมคะ เขาก็เลยหาถ้วยจากร้านข้างขวา ขอโฟมจากร้านข้างซ้าย โอ้โห มีบริการกินที่นี่ด้วยหรอเนี่ย สมใจอยากเลย คนขายก็เลยจัดการตัดน้ำจิ้มเทใส่ถ้วย เทเครื่องเคียงใส่โฟม จากนั้นก็ยกไปกินข้างๆที่จอดจักรยาน จำได้ว่ามีขื่อไม้ ให้นั่ง ชวนใครกินด้วยก็ไม่มีใครกิน เพราะทุกคน

พุงจะแตกแล้วคะ เลยนั่นเป็นยายเคี้ยวหมากอยู่คนเดียว 555

ก่อนกลับพี่เขาให้ไฟติดล้อมาเป็นของที่ระลึกด้วยะคะ ขอบคุณพี่วัตรมากๆ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน แต่ไม่มีของที่ระลึกให้กลับนะคะ แต่ว่ามากรุงเทพฯ ครั้งหน้ามีเพื่อนปั่นด้วยแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนนะคะ

ได้เวลาปั่นกลับกรุงเทพแล้วคะ พี่ๆ จากชมรมนครปฐม ปั่นออกมาส่งนิดหน่อย ที่เหลือพวกเราก็ปั่นต่อไปเอง ตามสายใน สุดทางจะเป็น ม.หิดล ศาลายา แดดร้อนมากๆ กลัวอาการปวดหัวจะกำเริบอีกครั้ง เลยรีบปั่นนำหน้าก่อนใคร ตอนแรกเกาะอาเสแดง และก็มาเกาะพี่อีกคน ไปๆ มาๆ
ปั่นคนเดียว เพราะน้ำหมด รีบไปซื้อน้ำ เรื่องมากอีกเราต้องหาร้านน้ำที่ไม่ต้องจอดจักรยาน แล้วเดินเข้าร้านเพราะไม่ไว้ใจออกมาจักรยานอาจหายได้ เลือกไปเลือกมาเลยจากกลุ่มมาไกล ระหว่าทางก็มีแต่ก่อสร้าง จะหยุดรอ ก็ดูไม่น่าปลอดภัย และอากาศก็ไม่เป็นใจ ฝุ่นเยอะมากเลยคะ รถบรรทุกคันใหญ่ปั่นผ่านหน้า คิดว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำหรือ ไม่ใช่ เพราะตัวไม่เปียก น่าจะเป็นเปลือกข้าวนะคะ สีน้ำตาลเหลืองๆ ฟู เขาเต็มตัวเต็มหน้า ดีนะ ที่ใส่แว่นตาและผ้าโพกไว้ ไม่งั้นคงมีเข้าตาปากจมูกแน่ๆ

ทำเก่งปั่นคนเดียว ทำเป็นรู้จักทาง พอไปถึงศาลายา อะไรเนี่ย งง ไปเลย รถใหญ่ก็เยอะด้วย โทรหาพี่หล่อก็ไม่ติด มีแต่เบอร์ PCT ดีนะ ยังมีเบอร์น้าหมี ตู๊ด…ตี๊ ติดละ น้าหมีคะ แนนรอที่สถานีตำรวจนะ ไม่ผ่านนะ เรามากันอีกทาง แป๊ววววว………ไปไงดีละเรา กลัวรถใหญ่ๆ กลัวที่
ต้องปั่นข้ามเลน ทำไงดี รอตรงหอนาฬิกาแล้วกัน ก็เลยไปซื้อชาไข่มุกปั่นดื่มเย็นๆ ยืนรอสมาชิก ปรากฏว่าน้าหมีโทรมาอีกครั้ง บอกว่าไม่ผ่านมาละให้มารอที่คลองทวีวัฒนา ก็เลยไปแวะกินไอติม รอ แล้วก็มีสายน้าหมีโทรมาว่า เขาปั่นเส้นในกัน มาเจอกันที่พุทธมณฑลสาย 2 เลยนะ ได้คะ ปั่นไปเรื่อยๆ น้าหมีโทรมาอีกว่าเห็นป้ายยังแนน เห็นคะเขียนว่า พุทธมณฑลสาย 2 3 นั่นละปั่นมาเลยพวกเราปั่นช้าๆ อยู่หน้าแนนไม่ไกล อัดมาเร็วๆ ทันแน่นอน คะ ก็ปั่นซะ 30 เลย คาดว่าคงได้เจอกันแน่ๆ น้าหมีโทรมาอีก อยู่ไหนแล้วแนน พุทธมณฑลสาย 1 แล้วคะ ซอยทุ่งมังกร อ้าว คราวนี้แนนเลยพวกเราไปละ จะกลับก่อนไหม ไม่เป็นไรคะ น้าหมีไปทางไหนคะ ไปทางใต้สะพานเรียบทางรถไฟ ถ้างั้นเดี๋ยวไปรอตรงนั้นแล้วกันคะ เป็นครั้งแรกที่ปั่นข้ามเลนถนนสายใหญ่ๆ คนเดียว กลัวก็กลัวแต่ทำไงได้ ใช้วิธี โบกมือและปั่นตามเส้นถนนสีขาว จนมาถึงอย่างปลอดภัย คราวนี้มาถึงเร็วเกินคะ เพื่อนๆ พี่ๆ อาๆ ยังไม่มากันเลย ก็เลยปั่นไปเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชันคนเดียว

ปั่นเข้าไปเที่ยวมีคนขอถ่ายรูปด้วยนะคะ ได้น้ำตาลสดมา 1 ขวด หวานมากๆ เลย อยากกินน้ำเย็นๆ เลยให้คนขายช่วยอัดน้ำแข็งใส่ลงในขวด กินหมดก็แล้ว ปั่นเล่นก็แล้ว ยังไม่มากันเลย ก็เลยมาจอดเฉยๆ หลบแดดที่ใต้สะพาน รอจนกว่าเพื่อนๆ สมาชิกจะมา สักพักใหญ่เลยคะ ก็เลย
ปั่นร่วมกับขบวณมาตามทาง ตรงไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานอรุณอัมรินทร์ แล้วข้ามสะพานปิ่นเกล้า และตรงเข้าลานคนเมือง พอดีเลย ปั่นผ่านบ้านอาเลยได้ส่งอาเสแดงที่บ้านเลย 🙂 ปั่นมาถึงที่ชมรม ดื่มน้ำเย็นๆ ยืนคุยพักนึก กล่าวลาทุกคน แล้วก็ปั่นกลับบ้าน

ฝากขอบคุณ
เจ้าของร้าน SDL และเพื่อนๆ นักปั่นจากทีม SLD ทุกคน
พระภิกษุณี จากวัดทรงธรรมกัลยาณี ทุกรูป
พี่ๆ อาๆ และเพื่อนๆ นักปั่นจากชมรมนครปฐมนะคะ
ที่ดูแลต้อนรับพวกเราอย่างดี
และสมาชิกที่น่ารักทุกคนของ TCHA คะ ที่ร่วมสร้างความประทับใจ

ถ้าสมาชิกท่านใด พอมีความสามารถในการซ่อมจักรยาน ครั้งหน้าอย่าพลาดไปร่วมสร้างและสัมผัสความประทับใจแบบนี้นะคะ แล้วคุณจะรับรู้ความสุขอีกแบบของการปั่นจักรยาน….เพราะจุดหมายปลางทางวันนี้มันยิ่งใหญ่เกินบรรยายคะ……

Advertisements

2 Responses to “อิ่มใจที่ได้ให้ สุขใจที่ได้ทำ ประทับใจที่ได้สัมผัส”

  1. Nung พฤษภาคม 5, 2010 ที่ 3:45 pm #

    อ่านไป ยิ้มไป อิ่มใจไปด้วยคน เดี๋ยวมาอ่านเรื่องอื่นต่อนะ……ทามงานก่อง -..-

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: