จอดที่ไหนดี

ชวนคนมาปั่นจักรยานก็ว่ายากมากแล้ว แต่จะหาที่จอดจักรยานปลอดภัยนั้นยากมากกว่า เฮ่อออ…………….

ช่วงนี้ได้ยินเรื่องจักรยานหายเกือบทุกวัน ทำไมคนถึงได้เห็นของคนอื่นเป็นของตัวเองไปได้ นิสัยแบบนี้จับได้ควรตัดนิ้ว ขโมยจะได้ไม่กล้าทำอีก คุณตำรวจก็อีกนะไม่จับอะไรให้เลยเวลาพวกเราผู้ใช้จักรยานไปแจ้งความก็ทำได้แค่บันทึก กล้องวงจรปิดไม่ทราบว่าติดไว้ทำอะไร มีตั้งเยอะตามสี่แยกใหญ่ ก็ดูสักหน่อยจะได้ไหมว่าโจรขโมยไปทางไหน เพราะบางคนที่หายนั้นจอดในรั้วบ้านตัวเอง ที่จริงแล้วไล่ไปตามกล้องทีละตัวดูใครมั่วมาเอาไป หรือ ถ้ากล้องวรจรปิดเป็นแค่ของเล่นบนยอดเสาไฟ ขอเอาเงินไปซื้อจักรยานมาจอดเล่นให้ทั่วเมืองแบบว่าใครอยากปั่นก็หยิบไปปั่นก็ได้ดีกว่านะ

ตามห้างใหญ่โฆษณาไว้ว่ามีที่จอดจักรยาน แต่ไม่มียามเฝ้า แบบนี้มีก็เหมือนไม่มีนะเพราะเราก็ไม่กล้าจอด ในที่จอดรถก็รู้ว่าคุณทำไว้ให้มอเตอร์ไซด์จอด มียามเฝ้าน่าประตูเข้าออก แต่จักรยานไปจอดข้างตู้ที่คุณอยู่ก็ยังหาย อะไรจะไม่มีน้ำใจดูให้กันสักหน่อยหรือ สถานที่ไม่น่ารักเราพอไว้แค่นี้ ถ้าใครอยากไปใช้บริการคงต้องใช้บริการที่จอดข้างเคียง

ได้คุยกับหลายๆ ร้านจักรยานพวกเขาน่ารักมากบอกว่ามาจอดได้ยินดีต้อนรับจักรยานทุกคัน ที่แรกก็ลำบากใจว่าจะไปจอดอย่างเดียวนะ ของเรามีครบละเราคงไม่ได้ซื้ออะไร น้องที่ร้าน bike zone บอกมาเลยครับพี่มาแถวนี้แวะมาจอดได้ ครั้งนั้นก็เลยเอาไปฝากไว้แล้วก็เดินไปต่อที่อื่นๆ เย็นๆ ก็กลับมาเอา น้องบอกว่ามาก่อนร้านปิดแค่นั้นแหละพี่ ไม่งั้นพี่ก็ต้องมาเอาวันรุ่งขึ้นเพราะพวกผมกลับบ้านแล้ว

อีกวิธีที่ใช้ คือไม่เอาจักรยานไปจอดในที่จอดเฉยๆ แต่ทุกครั้งที่จอดจะกำชับบอกเจ้าหน้าที่ พี่ค่ะ ช่วยดูจักรยานให้ด้วยนะคะ ถ้าไม่ใช่หน้าตาแบบนี้นะ ใครมาหยิบนะจับได้เลย บางครั้งก็ไม่มีสายล็อกไปด้วย กลัวก็หายไหมก็กลัวนะ แต่ที่ผ่านมาจักรยานที่หายก็มีสายล็อกทั้งนั้น และเชื่อใจว่าเจ้าหน้าที่ที่รับปากแล้วเขาดูแลให้ อาจจะเป็นความโชคดีที่เจอคนที่รับผิดชอบกับสิ่งที่พูด

หลายๆ ครั้งก็ไม่รู้ว่าจะฝากใครดีเจ้าหน้าที่ก็ไม่มี ก็เลยเอาไปกับเราด้วย เช่นไปธนาคาร ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว วัด สถานที่นัดประชุม ตลาด ฯลฯ มันรู้สึกสบายใจกว่ามากที่จักรยานจะอยู่ข้างตัว บางสถานที่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องขนจักรยานเข้าไปด้วย เราก็ได้อธิบายว่า ช่วงนี้มีจักรยานหายบ่อยจึงไม่วางใจที่จะจอดข้างนอกได้แต่ถ้าคุณมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้เรา เราก็ยินดีนำไปจอดที่ที่คุณจัดไว้ ถ้าไม่มีเราของจอดข้างในนี้นะ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี ที่ไหนไม่เข้าใจเราก็คงต้องขอตัวไปไม่มาใช้บริการอีก ต่อไปคงต้องมีคำว่า serve me serve my bike

แต่ถ้าเกิดไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ก็สบายใจได้โดยใช้วิธีการผลัดกันเเฝ้าด้วยสายตาอยู่ห่างที่จักรยานจอดไม่ไกลนัก รู้สึกว่าเวลาจอดเป็นกลุ่มใหญ๋โอกาสของเราจะหายก็มีน้อยกว่าด้วย เพราะเพื่อนๆ แต่งสวยกว่า

ก็เริ่มจะมีหลายๆ ที่ ที่พวกเราทีมงาน BBC พอจะคุยได้กับเจ้าของสถานที่ให้ทำที่จอดปลอดภัย อย่างใน K Village คุณสามารถเข็นจักรยานไปได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 ชั้น 2 หรือจะจอดตรงที่จอดจักรยานก็ได้ไม่ว่ากัน นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าคนอื่นๆ ก็น่าจะช่วยกันได้ โดยการชวนให้ร้านประจำที่พวกเราปั่นไปใช้บริการอยู่บ่อยๆ เริ่มทำที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยก่อน คิดเล่นๆ ว่าคนหนึ่งมีร้านประจำแค่หนึ่งร้านพอ ปีนี้เราคงได้ที่จอดจักรยานปลอกภัยนับแค่วันละ 1 ที่ ก็ได้ตั้ง 365 สถานที่แล้ว ลองดูนะคะ

ในที่สุดแล้วจอดที่ไหนดีให้ปลอดภัยคงต้องให้ใก้ลตัวที่สุดเท่าที่สามารถ ถ้าไม่งั้นก็ต้องมีคนเฝ้าที่วางใจได้ ถ้าหวังพึ่งรัฐคงอีกนาน ทางที่ดีใช้วิธีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไปก่อนนะ อยากให้พวกเราภูมิใจไว้ว่า เรามันรุ่นบุกเบิกวัฒนธรรมจักรยานของ กทม

Posted in เรื่องทั่วไป | Tagged , , , , | ใส่ความเห็น

ลายงู

วันที่ปั่นขึ้นอุโมงค์ต้นไม้ จำได้ว่าตอนไปปั่นขึ้นปิล็อก อาที่ไปด้วยสอนไว้ แนน ถ้าทางขึ้นชันๆ มันปั่นยากนะ แนนต้อง ปั่นปาดซ้ายปาดขวาจะช่วยให้ปั่นง่ายขึ้น

แต่วันนี้ได้ลองเทคนิคใหม่รู้สึกง่ายดีเหมือนกัน ไม่ต้องถึงกับไปปาดกินพื้นที่ถนน แค่ส่ายหัวจักรยานไปมา เหมือนเวลางูเลื้อย

ก็ปั่ั่นขึ้นตามปกติแล้วก็บังคับแฮนด์ไปทางซ้าย อีกทีก็บังคับไปทางขวา มันจะรู้สึกว่ามีแรงส่งตอนหักหัวไปมาเหมือนได้ลงเนินแล้วขึ้นเนินใหม่ ลองปั่นแบบนี้ตอนขึ้นเขาดูสิ แล้วจะเห็นว่ามีพลังเทอโบมากขี้น :)

Posted in ประสบการณ์สอนไว้ | Tagged , , , , , | 1 ความเห็น

จักรยานสีแดงที่น่าสงสัย

คันนี้ยังไม่เคยเห็น ด้วยความเป็นสีแดงโดดเด่นทำเอาสงสัย จากที่รีบจะไปต่อที่ไหนๆ ก็จอดเลย ทีแรกไม่คิดว่าลุงจะให้ความสำคัญกับแนนที่ช่างสงสัย ดูน่าลุงจะต้องทำงานของเขาไป ไม่น่ามาสนใจคนปั่นจักรยานคนนี้ เพราะเวลานั้นดูยุ่งมากในการขนย้ายปี๊บ

เรื่องแรกที่เล่าทำเอาเราสะเทือนใจว่าจักรยานสีแดงโดดเด่นแบบนี้จะหายไปได้อย่างไร ในเมื่อไม่เหมือนใครแล้ว คนแถวนั้นก็ต้องรู้สิว่าเป็นของใคร แล้วทำไมยังหายไปได้ คันใหญ่ๆ ด้วยนะไม่ใช่คันเล็กๆ เพราะคันที่หายไปนั่นคิดว่าพวกเราเคยเห็นผ่านตามาบ้าง ขนาดลุงเล่าแนนยังรออ๋อเพราะคันนั้นคือ ซาเล้งสีแดง จำได้เคยเห็นผ่านแถวบางรัก ไปรษณีย์กลาง สงสัยมานานว่าในนั้นมีอะไร อยากจะถามแต่เห็นปั่นแบบปิดหน้าปิดตา แล้วเขาอยากจะคุยกับเราหรือเปล่านะ ดูเหมือนรับซื้อของเก่า ของคนที่อาจจะไม่ปกติ

คันนั้นลุงใช้มา 20 ปีแล้ว คิดดูสิคืนนั้นมีงานปิดถนนลุงเข้าไม่ได้ก็เลยไปจอดไว้ข้างวัดโพธิ์แทน เช้ามาไปที่เดิมจักรยานหายไปแล้ว มีคนบอกว่าเจอแต่ตามไปแล้วก็จำได้นะว่าของเราแต่มันเป็นซากไปหมดแล้ว เขาเอาแก๊สตัดเป็นชิ้นกะให้เจ้าของทำไม่ได้ แต่ยังไงลุงก็จำได้ แล้วก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานแล้วมันก็แค่ท่อนเหล็กสีแดงๆ เศร้านะมันอยู่กับเรามานานเสียใจมาก แต่ก็ไม่รู้ทำไง ได้แต่คิดว่าวันหนึ่งเราก็ต้องจากสิ่งที่รักไป…มันก็เป็นเรื่องธรรมดา

คุณลุงนี่จักรยานอะไรคะ จักรยานสมัยโบราณไง เอาใหม่ค่ะสงสัยว่าจะถามผิดไป คุณลุงนี่จักรยานอะไร อ๋อ เป็นจักรยานส่งน้ำมัน ส่งน้ำมันยังไง ลุงทำท่าสาธิตโดยการไปหยิบบี๊บมาใส่ตระแกรงหลังพร้อมเอาผ้าพลาสติกสีแดงคลุมปิดทับ ส่งน้ำมันแบบนี้ไง แต่ที่เห็นอยู่ที่พื้นมันหลายปี๊บนะคะ ใช่คันนี้ขนได้แค่ทีละปี๊บเองไม่เหมือนซาเล้งคันเก่าขนได้ทีเยอะๆ แบบนี้ก็ต้องปั่นหลายรอบหน่อยสิค่ะ ใช่แล้ว

ขนได้แค่ทีละปี๊บแล้วก็เอามาเก็บไว้ที่นี่ แล้วก็ปั่นไปรับของอีกเจ้าแล้วก็มาเก็บไว้ที่นี่ ลุงทำอาชีพนี้มาสิบกว่าปีแล้วอยู่วงการน้ำมันเนี่ยแหละ ตอนแรกอยู่ที่อื่นเพิ่งมาได้ทำเลแถวนี้สองสามปี ลูกค้าลุงเยอะนะทั่วทั้งเขตพระนคร รวมๆ ก็สองร้อยกว่าเจ้า ลุงปั่นไปรับหมดเลย

ปี๊บไหนน้อยๆ ก็มาเทรวมกันไว้ สองวันก็ไปส่งที เหมาสามล้อไปเพราะขนได้เยอะดี มันหนักมากด้วยให้ปั่นคงไม่ไหว ขาลุงไม่ค่อยดี ยกของหนักไม่ได้ เนี่ยขาซ้ายลุงใส่ขาเทียมนะโดนเศษแก้วตอนเด็กๆ ก็เลยโดนตัดขาไป ลุงค่ะน้ำมันเอาไปทำอะไร ทีแรกคิดว่าเอาไปทำสบู่ เอาไปทำไบโอดีเซลไง ว้าวดีจังดูเป็นอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อม ลุงก็ยิ้มให้

ไปส่งไกลไหมคะ พระรามสามได้นะ เนี่ยลุงก็เหมาสามล้อไปคันนี้เป้นเจ้าประจำที่มารับ เขาคิด 300 บาท คันนี้พิเศษตรงที่กว้ากว่าสามล้อปกติวางได้เยอะขึ้นหน่อย ดูพี่สามล้อไม่เห็นช่วยคุณลุงยกเลย คิดแพงจัง คุณลุงค่ะรายได้ดีไหมดูเหมือนค่าใช้จ่ายสูงจัง ก็ใช้ได้นะหักแล้วกำไรปี๊บละ 30 บาท รอบหนึ่งก็ประมาณ 300 ได้ ว้าว รายได้ดีอาชีพอิสระ ได้ปั่นจักรยานด้วย

ตั้งแต่คันเก่าหายไปพี่ชายลุงก็ยกจักรยานให้ ลุงก็เอามาแต่งใหม่เป็นสีแดง ลุงค่ะหนูสงสัยมากกก……..ทำไมต้องเป็นสีแดง หรือว่า…………นั่นละคือปัญหาเลยนะ ช่วงนั้นที่มีการเมืองเหลืองแดงจนถึงตอนนี้ทำเอาลุงจะใส่ชุดสีแดงไม่ได้อีกแล้วเพราะกลัวอันตราย ที่ชอบสีแดงไม่ได้มีอะไรพิเศษของสีแดงที่ชอบ เพียงแต่พ่อแม่ให้ชื่อเล่นมาว่าแดงแค่นั้น ทุกอย่างก็เลยเป็นไปตามชื่อของลุงไงละ ตรงก็สีแดงด้วย กรรไกรก็สีแดง ก็ทุกอย่างทั้งหมดแหละถ้ามีขายเป็นสีแดงก็เลือกสีแดงก่อน สังเกตุเห็นว่ามีพนักพิงนุ่มๆ สีแดงด้วยเป็นจักรยานที่ปั่นแล้วสบายน่าดู

คุณลุงค่ะทำไมต้องติดนาฬิกาใหญ่ๆ ด้วย มันตรงเวลานะดูสิขณะนี่เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาห้าสิบสองนาที ก็เอาไว้ให้คนไม่มีนาฬิกาได้ดูไง เวลาลุงปั่นผ่านลุงเห็นคนข้างทางบางคนไม่มีนาฬิกาใส่ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว เหมือนแนนเลยลุงแนนก็ไม่มีนาฬิกาใส่ ลุงใจดีจัง

คุณลุงเตรียมพร้อมจังพกที่สูบลมด้วย ก็ถ้ายางแดงลุงก็ปะเองได้ไงมีเครื่องมืออุปกรณ์พร้อม แล้วลุงยางแดกบ่อยไหมคะ ไม่เลยนานๆ นานมากแล้ว แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลานะ เดี๋ยวลุงต้องไปแล้วนะนี่ก็เที่ยงห้านาทีแล้วต้องเอาน้ำมันไปส่ง แล้วจักรยานคันนี้จะเอาไปด้วยไหมคะ ไม่นะลุงจอดไว้ที่นี่ ไปส่งน้ำมันเสร็จค่อยกลับมาเอา มีป้าที่นั่งอยู่หัวมุมทางนู้นลุงจ้างเขาเฝ้าให้ ครั้งหนึ่งลุงให้ยี่สิบบาท ก็สองวันให้เฝ้าทีแกจะได้มีเงินใช้ลุงก็สบายใจมีคนดูจักรยานให้ เมื่อตรุษจีนลุงให้แตะเอียด้วยนะ 100 บาท

ลุงค่ะถ้ามีร้านอาหารสนใจให้ลุงไปรับน้ำมันอีกลุงรับไหมคะ เอาสิแต่ต้องไม่ไกลมากนะถ้าอยู่ในเขตพระนครละก็ดีเลย แล้วปกติลุงปั่นมาทางจากไหนคะ เผื่อเป็นทางผ่านไงลุงจะได้ลูกค้าเพิ่ม บ้านลุงอยู่แถววัดพระยาไกร บางรักทางนู้นไง งั้นถ้ามีใครให้เขาติดต่อลุงยังไงดีค่ะ โทรมาได้นะลุงมีมือถือ 080-585-1324 บอกของสายวันโชคนะ

คุณลุงดูยังหนุ่มยังแข็งแรงมากๆ ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรแล้วค่ะ 56 ปีแล้ว เกิดปี 2499 โอ้ปีอันธพาลครองเมืองนี่น่า ลุงต้องรีบไป ลุงบอกให้สามล้อไปจอดรอตรงข้ามก่อนขณะยืนล็อกจักรยาน ยังพอมีเวลาได้ถาม ลุงคะทำไมลุงถึงเลือกใช้จักรยานขนละคะน้ำมันก็หนักอยู่นะ จักรยานความคล่องตัวมันมีมากลุงชอบ ลุงว่าทางจักรยานของกทมเป็นไงคะ ลุงว่าดีนะให้จักรยานได้มีถนนของตัวเอง คนที่ไม่เคยจะได้กล้าปั่น ลุงก็ใช้นะ ชอบด้วยเขาทำดี(บางเส้นนะ) ลุงต้องไปแล้วนะ ลุงค่ะ โชคดีนะคะ ไว้เจอกันครั้งหน้าบนท้องถนนอีกค่ะ แล้วจะทักว่าลุงแดงงงงงงง ขอบคุณนะคะ

หลังจากที่ได้พูดคุยกับลุงแดงแล้วรู้สึกว่าใจดี มีน้ำใจ มองคนจากภายนอกที่เห็นไม่ได้จริงๆ น่าเสียดายจังค่ะ ไม่ได้เอาเสื้อปั่นเป็นฮีโร่มาด้วย ไม่งั้นจะให้ลุงเป็นที่ระลึก เพราะลุงคนนี้คือฮีโร่ของเรา เพราะลุงใช้จักรยานไปทำงานทุกวันเลย

เอาละละคราวนี้ถึงตาพวกเราแล้ว แนนอยากให้คนรู้สึกว่าจักรยานที่พวกเราปั่นกันไม่ว่าจะแพงหรือถูกพวกเราก็เป็นเพื่อนกันหมด หลังจากอ่านก็ได้รู้จักคุณลุงกันแล้ว ทีนี่ถ้าพบเจอจักรยานสีแดงลักษณะแบบนี้บนถนน เราตะโกนดังๆ ไปเลยว่า ลุงแดงสวัสดีค่ะ/ครับ แนนว่าเขาน่าจะรู้สึกดีนะที่มีคนจักรยานด้วยกันทักทาย แล้วก็จากลาด้วยคำว่า ขอบคุณที่ใช้จักรยานะคะ/ครับ ลุงคงจะปั่นแล้วแอบอมยิ้มอยู่ในใจหากไม่แสดงสีหน้าออกมา เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้ผู้ใช้จักรยานรู้สึกมีกำลังใจว่าฉันไม่ได้ต่ำต้อยนะ น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยกันเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้จักรยาน :) ขอบคุณทุกคนนะคะ

Posted in ผ่านพบเจอเพื่อนร่วมทาง | Tagged , , , , , , | 4 ความเห็น

ซ้อมขาศาลายา

ทริปนี้เป็นทริปซ้อมขาครั้งที่ 3 ก่อนออกปั่นทั่วประเทศของทีมงาน aday ฉบับจักรยาน ทริปครั้งที่สองแนนโดดไปเพราะเขาไปบางปูกัน ในความรู้สึกเหมือนเพิ่งกลับมาเอง อยากจะไปงาน joy performance มากกว่าแต่ว่าเขานัดตี 4 ก็ตื่นมาก็ไม่กล้าออกจากบ้านอีก ทำเอาพลาด 2 ทริป วันเสาร์ที่แล้วก็เลยนั่งเล่าเรื่องผ่าน blog แทน

ปกติจะไปเจอที่เอกมัย 10 แต่วันนี้เห็นว่าจะผ่านสะพานปิ่นเกล้า ไม่ขอทำระยะแล้วกันจะไปรอที่โลหะปราสาทแทนนะ ได้ครับพี่ 7:45 นะ ตื่นมาก็มั่วเล่น facebook ทำเอากว่ากินข้าวออกจากบ้าน 7 ครึ่งแล้ว ปั่นรีบๆ อีกตามเคย :P

เจ็ดโมงสี่สิบห้าถึงที่หมายนัดไว้พอดี ถนนเวลานี้น่าปั่นจักรยานมากๆ แปดโมงแล้ว เอ๊หรือเรามาช้าเกินจาเอกมัยมาที่นี่อาจจะไม่ถึง 45 นาทีก็ได้นะ ทางนั้นบอกจะออก 7 โมงโทรหาเอี่ยวดีกว่าเผื่อกลุ่มไปแล้วจะได้ปั่นตามไปทัน

พี่ครับผมยังไม่ถึงกันเลย แตงโมงยางรั่วอีกแล้ว คงจะถึงช้าหน่อยครับ แต่มีพวกกลุ่มขาแรงปั่นไปหาพี่แล้วครับ เรายืนคุยกันอยู่นานพักใหญ่ ถึงจะมีสมาชิกตามมากันครบ

พี่ครับแตงโมบอกว่าเดี๋ยวตามไปเจอที่พูทธมณฑลครับ ร้านจักรยานยังไม่เปิดต้องรอช่างอีกครึ่งชั่วโมงให้เราไปกันก่อนเดี๋ยวขนขึ้นแท็กซี่ตามไป อีกพักหนึ่งเราออกเดินทาง

พี่ก้องเปลี่ยนจักรยานอีกคันแล้ว คราวนี้เป็นทัวร์ริ่งเต็มรูปแบบ ปั่นสบายมากครับวันพุธไปซ้อมตอนเย็นมาไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ตอนปั่นโตเกียวไบค์รู้สึกตามไม่ทัน จะเอาคันนั้นไปเป็นภาระกลุ่มแน่ๆ ครับ เหลือแต่เปลี่ยนเบาะ brooks ใช่ค่ะ สบายสุดๆ กายเกงจักรยานไม่ต้องใช้ก็ยังไม่รู้สึกทะเทือน นุ่มจริงๆ วันนี้กะจะแวะไปครับ วันนี้ร้านปิดนะคะ มาวันไหนบอกได้ร้านอยู่แถวบ้านเองค่ะ

เราจะปั่นข้ามปิ่นเกล้าตรงยาวข้ามสายใต้เก่าแล้วตรงต่อ แต่พี่ว่าอันตรายไปนะเอี่ยวตรงข้ามแยกสายใต้เก่า พี่เสนอว่าเราไปเส้นในเรียบทางรถไฟดีกว่าถนนโล่งปั่นสบายไม่ต้องข้ามแยกตัดรถด้วย ดีครับพวกผมก็ไม่รู้ทางฝั่งนี้กันเลยงั้นพี่แนนนำเลยครับ วันนี้รถเยอะจริงๆ เข้ามาหลบใช้เส้นในรถยังติด ทุกซอกมุม จนออกมาถึงทางรถไฟได้ถนนถึงโล่ง พอถึงทางโล่งๆ ก็ปั่นกันสนุกขึ้น มาถึงทางออกแยกบรมราชินี เราต้องไปรับใครไหมคะ ครับไปรับณัฐที่สถานีตลิ่งชัน งั้นต้องย้อยกลับ เราย้อยกลับไปตามถนนเกือบถึงแยกเข้าตลาดน้ำ นึกได้ว่า ส.น. ต้องใหญ่ๆ สิค่ะ นั่นมันป้อมตำรวจหน้าทางเข้าตลาดน้ำ

ทุกคนพี่ขอโทษด้วย สถานีต้องตรงไปทางนู้น ที่จริงเราออกจากถนนเมื่อกี้เลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้ว ระหว่างรอโตก็หิวน้ำ เดินเข้าไปในสถานีได้น้ำมาหลายด้วย ว้าวดีจริงสถานีมีบริการน้ำดื่มให้ประชาชนด้วย พอๆ กับคืนนั้นไปทริป coffee bike น้ำไม่ได้เอามากันพอดีจอดปะยางก็เข้าไปป้อมตำรวจขอน้ำดื่ม และเติมกัน

พี่แนนหนูเองจำได้ป่าวที่เคยสัมภาษณ์พี่ในงาน aday foundation ไง ว่าแล้วน่าคุ้นๆ น่ารักแบบนี้ยังแอบคิดในใจว่าหนุ่มคนไหนจะได้ใจเธอไปครอง ทริปแรกไม่เห็นมาด้วยกันนิ ทริปบางปูก็มา แต่พีแนนไม่ได้ไป แล้วก็เพิ่งสังเกตุเห็น พี่ก้องถอยหมวก burn มาแล้ว น่ารักจัง หมวกนะคะ แล้วเราก็คุยเรื่องหมวกกัน เท่าที่ได้รู้มาหมวกจะกันกระแทกได้ตามคุณภาพของราคา ล้มแล้วหัวไม่แตกแต่โนเป็นซาลาเปา กับไม่เป็นอะไรเลย มากสุดๆ ก็หมวกแตก แล้วขอพี่ละครับแนน ราคาแบบนี้น่าจะกันได้ดี 100% ค่ะ นัฐมาพอดี และเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้ด้วย ส่งไม้ต่อเลย ณัฐน้ำต่อเลยครับ

เลี้ยวไปทางถนนราชพฤกษ ตรงข้ามสะพานที่หนึ่ง สะพานที่สองเราไม่ขึ้นแต่กลับรถใต้สะพานปั่นเส้นในแทน เส้นในรถน้อยดีปั่นสบาย ข้ามไปทีละแยกจนถึงพุทธมณฑลสาย 1 เห็นแล้วอยากให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางน่าปั่นทำไบค์เลน ดูแล้วน่าจะมีจักรยานมาปั่นเยอะน่าดู ใช่ครับช่วงเช้ามีคนมาปั่น ตอนเย็นๆ ก็เยอะนะครับพี่เจ้าถิ่นอย่างณัฐบอก

พวกเราก็ข้ามถนนมาอีกฝั่งเพราะต้องตรงไปต่อ ไม่รู้ว่าวันธรรมดารถจะเยอะไหม แต่ตอนนี้วันเสาร์สิบเอ็ดโมงรถยังไม่เยอะข้ามได้สบายๆ

เข้ามาอีกฝั่งก็ต่อซอยคาดว่าถ้าไม่ตัดถนนขวามซอยคงต่อกันยาว จอดรอรถเซอร์วิส ในที่สุดพวกเราก็ปั่นต่อพี่ก้องบอกปาลม์ว่าไปเจอกันที่พุทธมณฑลเลยแล้วกัน แยกถัดมาต้องยกข้ามสะพานด้วยสิ ดีนะเอาคันนี้มายกได้สบายๆ

แล้วก็ปั่นต่อในซอย เราต้องข้ามแยกแบบนี้อีกหลายแยกแต่ไม่มีแยกใหญ่ที่ต้องยกข้ามแล้ว ตรงอย่างเดียวก็ถึงสาย 3

เริ่มแดดออก ตอนนี้กลุ่มเลยขาดเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกไปก่อนแล้ว แนนอยู่กลุ่มสองไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็จอด พี่ก้องบอกว่าเอี่ยวพักกินน้ำก่อน อีกสักพักโทรมาอีกทีเอี่ยวขอกินก๋วยเตี๋ยวเรือก่อน ชามเล็กๆ เองไม่นาน ได้นั่งพักนานๆ ที่ใต้หลังคาวินแถวนั้น ดูใจดีเพราะเห็นคนจอดถามทางอยู่บ่อยๆ ขนาดนั่งพักไม่นานยังเห็นตั้งสามคันแล้ว

ตรงไปเลี้ยวขวาไฟแดง เลี้ยวซ้ายเขาถนนอักษะ บอกทางพวกเราเสร็จ ขอบคุณนะคะ ออกเดินทางต่อ เส้นทางก็เรียบดีปั่นสบายเห็นขาวบ้านปั่นจักรยาขนของลองปั่นประกบถามได้ความว่าซื้อไปไหว้ตรุษจีน จะเก็บภาพด้านหน้าก็ไม่ทันเพราะกลุ่มตามมาแล้ว จักรยานนั้นก็ยังปั่นมาไม่ถึง ปลายๆ ทางออกคดไปมาเล็กน้อย แล้วรถก็ค่อยๆ เยอะขึ้น ได้รู้จักทางลัดเพิ่มอีกทางแล้ว เพราะทีแรกจะมาอีกทางตามกลุ่มแรกไป

ถึงแล้วถนนอักษะมีเลนจักรยานด้วย ต้องขอใช้สักหน่อย ทางเรียบกว้างที แต่ปลายทางไม่ดีถนนแตกหัก ร้อนจริงวันนี้ทำเอาน้ำหมดกระติก

เราจะจอดรอแตงโมตรงนี้ งั้นขอไปเติมพลังซักหน่อย นมไปขวดหนึ่ง เติมน้ำใส่กระติกอีกขวด สักพักใหญ่แตงโมก็มาพร้อมพาสมาชิกมาด้วยอีกหนึ่ง คือคุณอาที่มาช่วยดูยางให้ หลังจากนั้นพวกเราก็รู้สึกเหมือนมาค่ายลูกเสือ

นี่ก็เที่ยวกว่าได้เวลากินข้าวแล้ว เอี่ยวบอกทีแรกผมกะว่าจะกินที่ศาลายากัน ตอนเช้าพี่ไม่เห็นเขาขายของนะ อ้าวหรอครับ โตบอกว่าไปกินในโรงอาหารได้ครับมีเขามีขาย ตกลงตามนั่น ไม่เจอรถเซอร์วิส เราปั่นข้ามสะพานก็ถึงศาลายาแล้ว มุ่งหน้าเข้าโรงอาหาร บนโต๊ะอาหารเริ่มแลกเปลี่ยนบทสทนาก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น คิดๆ ดูว่ามันต้องรักสิเนอะถึงเอาเวลาช็อปปิ้งโปรดของหญิงสาวมาขับรถแบบเจอบ้างไม่เจอบ้างมาตามบริการ แบบนี้ถ้าได้อยู่ใกล้ชิดมากขึ้นเช่นปั่นจักรยานด้วยกันเป็นไปได้สูง ปาลม์สนใจปั่นจักรยานไหม สนค่ะพี่ แล้วไม่คิดหาซื้อจักรยานสักคันหรอ สนุกนะ ไม่ต้องขับรถตามด้วย ไปด้วยกันกับพี่ก้องเลย หรือถ้าจะเอาขนขึ้นรถไปปั่นก็ได้ ติดแร็คบนหลังคาไง น่าสนใจมากค่ะ ที่นี่มีจักก้าเซ็นต์เตอร์มีจักรยานให้ยืมนะ จริงหรอค่ะ

รีบกดหาอ.บิ๊ก วันนี้มาปั่นที่นี่ค่ะ ว้าผมเพิ่งออกมาเอง จะขอยืมจักรยานค่ะ วันนี้เขาหยุดครับ พอจะมีที่ไหนยืมได้ไหมครับ จักรยานเจ้าหน้าที่แต่ไม่มั่นใจครับ ขอบคุณค่ะ ยังไงก็ต้องหาจักรยานให้ปาลม์ปั่นให้ได้ ลองไปจักก้าเซ็นต์เตอร์เผื่อมีใครอยู่ ปิดไม่มีคน ลองไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ไม่มีกุญแจ ระหว่างนั่นก็มียามใจดีบอกว่ายืมจักรยานผมได้ ได้โอกาสไม่รอรี ขอบคุณนะคะ ปามล์ได้จักรยานมาก็ปั่นไปทั่วหายไปพักหนึ่งกลับมา ดูท่าสนุกกับจักรยานแล้ว แตงโมพี่ขอยืมจักรยานเราหน่อยสิจะใหปาลม์ลองปั่นแบบมีเกียร์ดู เข้าทางแตงโมบอกว่าจะพาชมมหาลัยในฐานะศิตย์เก่า

ติดใจแล้วสิปั่นได้สบาย แต่ปาลม์เกรงใจก็เลยขอปั่นแม่บ้าน พวกเราไปข้ามสะพานกันปาลม์ก็ปั่นจักรยานยามตามมา ดูท่าจะสนุกติดใจก็เลยถาม ปาลม์ไม่ได้ปั่นจักรยานนานแค่ไหนแล้ว คราวที่แล้วไปลาวกับพี่ก้องก็ปั่นนะ จักรยานเก่าแม่บ้านที่บ้านก็เอามาปั่นอีกครังหลังกลับมา แล้วก็ไม่ได้ปั่นอีก แต่วันนี้เห็นคนปั่นกันเยอะๆ ดูน่าสนุกดี หลังจากได้ลองปั่นของแตงโมก็รู้สึกว่าปั่นสบาย วันที่ปั่นกลับมาจากลาวยังไม่รู้สึกอยากได้จักรยานนะ พี่แนนตอนนี้หนูอยากได้จักรยานแล้วค่ะ

ไปซื้อเลยจะได้มาออกทริปด้วยกัน ค่ะซื้อแน่ๆ จากนั้นเราก็เอาจักรยานไปคืนยามแล้วมุ่งหน้าไปร้านจักรยานข้างหลังมอ

น่าเสียดายแบตมือถือหมดซะแล้ว ที่ร้านไม่มีสีโดนใจ แต่แตงโมงก็ได้เสียเงิน ได้เปลี่ยนล้อใหม่ ซื้อปอกขาและของจุ๊กจิ๊ก เอี่ยวได้ขาตั้งคู่ ตั้งแต่เริ่มทำฉบับนี้พวกเราวันๆ ก็เปิดแต่ web thaimtb เห็นแล้วก็อยากได้ไปหมดทุกคัน ไม่มีเงินก็เปิดดูทุกวัน จักรยานใครมีปัญหานิดหน่อยก็แห่งไปร้านจักรยานกันหมดออฟฟิศ ไปเวลางานกันด้วยครับ ไปหลายทีเลย บางที่แนนยังไม่เคยไปเลยนะนั่น ครับหัวหน้าเอาด้วยก็เลยว่าใครไม่ได้ พราะพี่ก้องก็ตามไปด้วยทุกครั้งไงครับ ดีจริง

แล้วก็ปั่นออกจากร้าน ตอนปั่นตามหลังเอี่ยวได้ยินเสียงอี๊ดๆ ทำเอาขัดใจบอกว่าเรากลับไปให้เขาดูเถอะเพิ่งซื้อเมื่อกี้เอง ครับพี่ เราก็กะจะรีบปั่นตามไปบอกข้างหน้าให้รอ ปรากกฏว่าคนที่หลงกลุ่มคือแนนเอง ปั่นออกไปถึงทางที่นักกันก็ไม่เจอ ถามคนขายของแถวนั้นบอกไม่เห็น หรือว่าจะไปถนนใหญ่ ปั่นออกไปถนนใหญ่เกือบปากทางเห็นรถกะบะจอดอยู่ก็เลยถามเห็นกลุ่มจักรยานไหม ไม่มีผ่านมานะ พวกผมอยู่ที่นี่ 20 นาทีไม่เห็น แบตหมดติดต่อใครไม่ได้ น้องที่อยู่ในรถกระบะก็บอกถ้าพี่จำเบอร์ได้ผมให้ยืมโทรศัพท์นะ เครื่องก็เหมือนจะเปิดติดแล้วก็ดับไป

ปั่นย้อนทางกลับมาทางสายในอีกครั้ง คนขายเจ้าเดิมบอกว่าเพิ่งไปเมื่อกี้ข้ามสะพานไปแล้ว โชคดีเอาเสือหมอบมาทำความเร็วได้สบาย แต่ลมก็แรงมาก อัดได้อยู่ สามสิบต้นๆ แค่นั้นฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็ตามทัน ได้เหนื่อ ได้เหงื่อก็ตอนนี้แหละ ผมติดต่อพี่แนนไม่ได้ครับเอี่ยวบอก ใช่แล้วพี่แบตหมด คุณอานำทางมาครับพวกผมไม่รู้หรอก จากนั้นก็นับจำนวนสมาชิกทุกแยก เหมือนมาเข้าค่ายลูกเสือเลย มีเป่านกหวีดด้วย คุณอากลัวพวกเราหลงทาง

ขากลับลัดมาตามทางสวนผักปั่นสบายๆ รถไม่เยอะ มาเยอะตอนจะออกปิ่นเกล้า ก่อนออกจาซอยมีทางกลับรถเป็นอุโมงค์กำลังสร้าง มืดมากพวเราได้ลองปั่นด้วย สนุกดีเพิ่งเคยได้ปั่นครั้งแรก ทำเสร็จอาจจะดีกว่านี้ จอดรอกันหมด จะข้ามแยกยังไงดี จะตัดขวาสุดก็อันตราย ตะตรงไปก็อ้อมน่าดู แนนก็ลองเสนอว่าเราเข็นขามไปจอดแล้วทุกคนพร้อมเราเห็นรถเลนสามไม่มาเราปั่นตามกันออกมาดีไหม ทุกคนเห็นด้วยยกเว้นคุณอา

เราก็จูงข้ามถนนกันมารอ ส่วนคุณอาก็ปั่นตัดข้าม พอเห็นถนนว่างๆ แนนก็นำออกมากลาง ให้เพื่อนๆ ทุกคนออกหมดแล้วก็ชิดขวาข้ามแยกแล้วเกาะซ้ายเข้าขอบทาง ในที่สุดก็ผ่านแยกมาได้ปลอดภัยทุกคน จากตรงนี้รถเริ่มแน่น มีทั้งรถเมล์จอด คนเรียกรถจอด ทำเอาปั่นต้องใช้ทักษะการปั่นบนถนนมากกว่าปกติ ทุกคนก็ผ่านมาได้ มาเลี้ยวเข้าพระราม 8 เพราะปิ้นเกล้าขามาใช้แล้วไม่อยากให้ซ้ำทางเดิม

เราแวะรอสมาชิกที่ใต้สะพานพระรามแปด คนเยอะมากๆ เหมือนเป็นใต้สะพานที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ดูใช้พื้นที่คุมดีจังมีกีฬาทุกประเภทเต็กๆ เล่นแบบปลอดสิ่งเสพติด ถ้ามีการส่งเสริมแบบนี้ทุกจุดก็จะดี ก็เลยถือโอกาสไปเจอ Onix ทีแรกตั้งใจว่าจบทริปจะแวะมาตามคำชวนไหนก็ผ่านแล้วก็เคยแวะ พักหนึ่งสมาชิกมาครบแตงโมเดินมาตามเราก็เดินทางกันต่อ เข็นขึ้นสะพานยากจริง เพราะทางลาดจักรยานอยู่ชิดซ้าย แต่พวกเราถนนขวา วันนี้เอาคันเบาๆ มาไม่ง้อนะ ยกเองเลย ไปปั่นต่อบนสะพาน แล้วก็จบไปจบทริปที่ร้านข้าวสามเสนสอง คนเยอะมาดีนะปาล์มาสั่งรอไว้ก่อนแล้ว ขนาดมารอไว้ก่อนแล้วยังนาน กว่าไข่เจียวจานสุดท้ายจะมาก็สามทุ่มกว่า หารเงินลงตัวแยกย้ายกลับบ้าน

จบทริปแบบสนุกอีกหนึ่งวัน วันนี้จะได้สมาชิกมาใช้จักรยานเพิ่มอีกคนด้วยสิ ดีจริงๆ

Posted in aday human ride | Tagged , , , , , , | ใส่ความเห็น

พิชิตอุโมงค์ต้นไม้

นับๆ ดูแล้วอุโมงค์ต้นไม้ที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Bicycle Campaign (BBC) ชื่อโครงการ ปั่นตะลุย ใครๆ ก็ปั่นได้ จุดประสงค์คือเราอยากพามือใหม่ไปออกทริปต่างจังหวัด ก็เลยจัด 20 โล ทางสบายๆ สำหรับมือใหม่ และ 80 โลสำหรับขาแรง แนนได้ติดต่อไปยังทีมมวกเหล็กให้ช่วยดูแล เตรียมกล้วย น้ำ และวางแผนเส้นทาง เกือบทุกวัน ตั้งแต่ที่ติดต่อไปท่านประธานกลุ่มมวกเหล็ก พี่สุเทพ โทรหาถามความคืบหน้าทุกวัน ทางนี้มีไปกี่คนครับ จะมีกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่กี่คน เส้นทางแบบนี้ดีไหม ทำการบ้านส่ง ดูทางทีมมวกเหล็กเตรียมพร้อมกว่าทางทีม BBC ที่อีกนะ

วันเสาร์ก่อนไปพี่สุทเพโทรบอก พี่จะไปซื้อกล้วยว่าแต่เอากล้วยหอม หรือน้ำว้า ก็เลยถามพี่กลับไปว่าปกติพี่ทางแบบไหนค่ะ ผมทางน้ำว้าครับ ค่ะเอากล้วยน้ำว้า แล้วตัวย่อที่กลุ่มใช้ตัวอะไรครับ ผมจะไปทำสัญลักษณ์ที่พื้นให้ และก็จะไปกวาดจุดอันตรายด้วย สรุปคนมากี่คนครับ น่าจะ 50-60 ได้ค่ะ

พรุ่งนี้ไปรับตี 5:30 นะ รีบนอนนะครับ เวลานั้น 4 ทุ่ม เพิ่งกลับมาถึงบ้านจากทริปศาลายาเอง 83 km ตัวอย่างมอมแมม เพิ่งกินข้าวมื้อเย็นเสร็จตอนเกือบสี่ทุ่มจะให้กลับมาถึงบ้านอาบน้ำก็คงไม่ไหว ยังอิ่มๆ อยู่ขอนั่งเล่นเนตอัปรูปและดู facebook ของเพื่อนๆ ก่อนวันนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง เมื่อไรที่อยู่หน้าคอมมันก็ยาวเพราะมีเรื่องราวให้เล่าและอ่านเยอะมากจนเวลาล่วงเลยไปทุ่มกว่าๆ อาบน้ำสระผม รอแห้งอีกก็เที่ยงคืนนิดๆ ตั้งโทรศัพท์ปลุก เครื่องก็จำคำนวณเวลานอนที่เหลือให้ คุณมีเวลานอน 4 ชั่วโมง คิดในในทริปพรุ่งนี้มี 20 โลนิ ปั่นแค่นี้ก็พอ

ติ๊ ติ๊ อะไรเนี่ยได้เวลาตื่นแล้วหรอ เหมือนเพิ่งนอนไม่เอง เอาไว้นอนในรถก็ได้ ตีสี่ครึ่งตื่นมาเตรียมตัว ค่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบ อาบน้ำเสร็จก็มาจัดกระเป๋า เตรียมรองเท้าคลีต ถ้าออกทริปยาวๆ แบบนี้ถึงกล้าหยิบมาใส่กับเสือหมอบ เตรียมชุดสำรองไปเปลี่ยน ครีมกันแดดที่สำคัญห้ามลืม ของที่จำเป็นอื่นๆ เอาไปแขวนไว้ที่จักรยานแล้ว หมวก ถุงมือ แว่นกันแดน สุดท้าย เตรียมน้ำใส่กระติก มาตรวจดูจักรยานต่อ ไฟหน้าหลังพร้อม ตรวจดูลมยางยังแข็งอยู่ถ้าเติมก็ดีไม่เติมก็ได้

ที่จริงแล้วควรจะมียางในสำรอง ชุดปะ ที่งัดยาง แต่ของแบบนี้มีภูมิไปด้วยไม่ต้องพกเอง สบายไม่หนักจากนั้นก็นอนเล่นรอภูมิมารับ มีได้ยินเสียงรถเลี้ยวเข้ามาในซอยพร้อมกับเสียงข่าวนั่นละใช่เลย เปิดประตู ขนจักรยานออกไปจอดรอหน้า แล้วก็เข้ามาขนกระเป๋าอีกที ที่เหลือต่อจากนี้ภูมิจัดการให้ ถอดล้อเอาขึ้นหลังคารถ เก็บของใส่ท้ายรถ แนนก็ถือกระติกแล้วส่งกำลังใจพอละ เตรียมขึนรถออกเดินทาง

กินอะไรดีครับ ตอนนี้ยังไม่หิวค่ะ เราไปเรื่อยๆ เจออะไรก็ค่อยจอดแวะก็ได้ค่ะ เราไปขึ้นทางด่วนตรงยาว มาเจอ march สีขาวแถวรังสิต นั่นรถเฮียนิครับ ไหนๆ เราแซงขึ้นไปแล้ว สักพักมีเสียงโทรศัพท์ดัง แนนจะไปกินข้าวที่ไหน เฮียตามหลังแนนอยู่ เฮียแนะนำเดี๋ยวให้ภูมิตาม เราไปแวะกินข้าวราดแกง ดูร้านใหญ่โตแต่อาหารที่กินเป็นแทบไม่มี ก็เลยใช้เมนูไข่ ข้าวราดไข่ลูกเขย สองคนอิ่มเมนูเดียวกัน

ไม่นานนักก็ถึงมวกเหล็กที่จำได้เพราะมีฟราม์ไทยเดนมาร์ จำได้ว่าเมื่อต้นปีเปิดหน้าตายังหนาวมากเห็นคนขายใส่เสื้อหน้าขายของกันตอนนี้ร้อนแล้วสิ เฮียโทรมาอีกครั้ง แนนอำเภอมวกเหล็กไปทางไหน ไม่รู้ทางเหมือนกันตรงๆ ไปคงเจอเพราะคราวที่แล้วมาไม่ได้นัดที่นั่น ไปถึงเห็นเสื้อสีส้ม ดูเยอะกว่าสมาชิกพวกเราอีกนะ เพราะมองไปรอบๆ มีแต่ทีมงานและคนรู้จักกันเองที่ชวนกันมา ภูมิเอาจักรยานลงประกอบล้อ ส่วนแนนก็เดินทักทายคนที่รู้จัก หันมาอีกทีก็เห็นภูมิเติมลมอยู่ เติมคันของแนนให้ด้วยพร้อมปั่นเต็มที่

ต่อมาก็มารอลุ้นว่าคนจะมากี่คน ตรงกับเทศกาลตรุษจีนพอดี ทริปก็ลงประกาศชวนกันล่วงหน้าแค่ไม่กี่วัน สมาชิกที่ลงทะเบียงไว้จะเบี้ยวไหมนะ ที่มาแล้วมีแต่ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าทั้งนั้น ใกล้ได้เวลาพวกเราทีมงานช่วยกันโทรติดต่อ แนนก็พยายามโทรหาพี่ที่บอกว่าจะมาทางรถไฟ แต่เบอร์ไม่สามารถติดต่อได้ ทำไงดีใกล้ได้เวลาออกแล้ว ถามพี่ๆ ทีมมวกเหล็กว่าถามรถไฟผ่านมาอยู่ที่นี่ได้ยินไหม ได้ยินแน่นอนครับเสียงรถไฟดังมาก แต่รู้สึกอยากรู้จริงๆ ว่ามาถึงกี่โมงจะได้รอ เพราะพี่เขาบอกจะมาถึงเก้าโมง ไม่อยากให้คนอื่นๆ รอนาน แล้วก็ไม่แน่ใจการรถไฟไทย แนนขอปั่นไปที่สถานนีสอบถามดีกว่า

ใกล้มากๆ ไม่กี่เมตรก็เห็นรถไฟจอดอยู่ ขบวนนี้ใช่ที่มากรุงเทพไหมคะ เห็นน้องจักรยานกลุ่มใหญ่ ใช่ที่จะมาปั่นตะลุยไหมคะ ครับ/ค่ะ พวกเรามาจากปากช่อง ขึ้นไปถามเจ้าหน้าที่ดีกว่า ยกจักรยานขึ้นไดมองหาเจ้าหน้าที่ รถไฟจากกรุงเทพฯ มาถึงยังค่ะ ขบวนที่จอดมาจากดอนเมืองครับ ดูไม่น่าใช่ขบวนนี้นะคะเพื่อนบอกว่าจะมาถึงเก้าโมง เวลานั้นมองดูเก้าโมงนิดๆ ตอนนี้ข้างหน้าซ่อมรางอยู่ครับปกติขบวนนี้ไม่ได้จอดที่นี่ แล้วถ้าอีกขบวนมาจะจอดได้ไหมคะ ปกติแล้วรถไฟต้องจอดห่างกันหนึ่งสถานีเพื่อความปลอดภัยครับ คงจะสิบโมงโน่นแหนะ ขอบคุณนะคะ

ปั่นกลับไปบอกทีมงานว่าแบบนี้รอไม่ได้แล้วปล่อยตัวปั่นดีกว่า ทีมงานประกาศรายละเอียดเส้นทาง และปล่อยตัวกลุ่มปั่น 20 กิโลออกไปก่อน เยอะดีจังมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ ผู้ใหญ่มือใหม่ใช้รถพับ ไปจนถึงน้องฟิก แล้ว 80 โลก็ปล่อยตาม เส้นทางช่วยแรกรถเยอะ เส้นทางช่วงถัดมาหลุมเยอะ พี่สุเทพได้บอกแล้วว่าทางของ 80 ช่วงแรกต้องระวัง ทางจะดีหลังจาก 20 โลแรก แต่ถึงทางไม่ดีทริปนี้ไม่มีตกหลุม นอกจากตามจุดแยกที่มีการพ้นสเปรย์บอกให้เลี้ยวทางไหนแแล้ว จุดไหนต้องระวัง ก็มีการพ่นเตือนไว้ ตามหลุมต่างๆ ก็มีการพ่นสีเป็นวงกลมล้อมไว้ เห็นชัดไม่หลงและปลอดภัย มืออาชีพจริงๆ ทีมมวกเหล็ก

จุดแรกเราพักกันก่อนขึ้นเขาอีเหลง ย้อนเส้นทางที่เคยมาปั่นเล่นกันครั้งก่อน ครั้งที่แล้วจำได้ว่าลงเขามันส์หยดมาก มีแรงส่งประมาณ 60++ เร็วแบบติดใจ พอจะจำได้ว่าลงมายาวมากเป็นสิบกิโล คราวนี้ต้องปั่นย้อน โอ้ววว…….ไม่คิดดีกว่า ปั่นไปตามหลังใครทุกคน พวกเขามากันไม่รู้แน่ๆ ว่าทางมันโหดขนาดไหน ปั่นกันแบบมีแรงเท่าไรจัดไป กะว่าจะเก็บแรงไว้ขึ้นเขา พอถึงช่วงทางเนินๆ คนเริ่มลงเข็น แต่แนนก็ยังดึงครีตสลับยืนกดบันได ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปมองดูทีไมล์ บวกลบ 6 เอง เวลานั้นเป็นช่วงคนอื่นๆ แรงหมด เรายังพอมีแรง ก็เลยได้แซงทีละคันๆ มองไปทีล้อหน้า อ้ายยะลืมล็อกเบรคหน้าหลังจากใส่ล้อ รีบจัดการล็อกแต่ปกติเบรคหน้าแทบไม่ได้ใช้อยู่แล้วถ้าไม่ใช่ลงเขา

ก็ทึ่งคนที่มาบางคนเป็นรถพับยังปั่นขึ้นเขาได้ เก่งกันจริงๆ เห็นฟิตขึ้นเขาแบบนี้ ทำเอานึกถึงน้องๆ ฟิตที่ปั่นในเมืองน่าชวนมาขึ้นเขา แทนทีจะไปแข่งบนถนนลองแบบนี้เลยเจ๋งกว่าเยอะ ทักทายส่งกำลังใจให้เวลาปั่นผ่านทีละคัน แล้วก็นึกในใจเมือไรจะขึ้นถึงสูงสุดสักที ทางนี้ยังเบาๆ นะ มีอีกทางเนินซึมๆ หนักกว่านี้เจ้าถิ่นมวกเหล็กบอกอย่างนั้น มาถึงจุดพักที่สอง อะไรเนี่ยเพิ่งยี่สิบโลนิดๆ เองหรอเนี่ย เราแทบหมดแรงแล้วนะ ภูมิมาถึงก่อนแล้ว เดี๋ยวผมไปซื้อเกลือแร่มาให้นะ เมื่อเช้าก่อนออกก็ออกก็ดื่มไปคนละขวดแล้ว ยังดื่มได้อีกหรอคะ เดินออกมาจากร้านพร้อมชาเขียวแทน หมดแล้วครับ ร้านคงไม่คิดว่ากลางเขาใครจะมาอุดหนุนเยอะขนาดนี้ พวกเรามาก่อนก็จัดกันคนจะขวดหมดตู้เย็น

เติมน้ำใส่กระติกก่อน แล้วก็ออกปั่นได้แล้วเฮียบอกว่าพักนานเดี๋ยวไม่หัวเทียนดับ ขึ้นๆ ลงอีกรอบกว่าจะได้ถึงจุดพัก A50 อย่างที่ปอมบอกไว้ ขึ้นเขาไปเรื่อย แต่ไม่โหดเท่าเดิม แล้วก็ได้เวลารถไฟเหาะแล้ว ว้าวลงเนินยาวๆ สนุกมากแต่ทำไมล้อสั่นดุกๆ ดิ๊ก หรือแกนปลดล็อกไม่แน่น อ้ายยยยะ ล้อส่ายตลอดเลย ลงไปถึงข้างล่างต้องให้เฮียดูล้อให้แล้ว ถึงช่วงโค้งเสียวสุดๆ เพราะล้อส่ายไม่หยุดกลัวหลุดโค้ง จะเบรคก็ไม่ได้มีกลิ้งแน่ ทำได้แค่ทรงตัวดีๆ แล้วปล่อยไหล หรือถนนไม่ดี ล้อเลยส่ายแต่ไม่น่าใช่มองถนนดูก็เรียบดี เห็นเสื้อสีส้มแต่ไกล มองไปเหมือนสกัดให้หยุด กำลังลงเขาสนุกๆ ลงมาให้หยุดเปลี่ยนเกียร์ไม่ทัน มาถึงด้วยเฟืองหน้าใหญ่สุด เฟืองหลังเล็กสุด

จอดแล้วให้ภูมิช่วยประเกียร์เขาสู่โหมดปกติ เราพักที่นี่ก็ซัดเกลือแร่ไปขวดตามด้วยกล้วยน้ำว้า เฮียมองดูเวลาแล้วบอกว่าเที่ยงแล้วแนนเราจะไปกินข้าวที่ไหน เดินไปปรึกษาทีมงานด้วยกันว่าเรากินที่นี่ไหม เพราะอีกสาบสิบกว่าโลขึ้นเขาลงเขามีอีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงแน่ ถ้าถึงบ่ายสองก็คงหิวแย่ งั้นกินกันที่นี่ละกันจะได้มีแรงปั่นต่อสบายๆ ข้าวกระเพราหมูไข่ดาว เฮียเอาด้วยเป็นสอง ภูมิเอาข้าวผัดปลากะป๋องคนเดียว คนอื่นๆ สั่งอย่างอื่นแต่ก็เห็นมีเพื่อนสั่งหลายจาน

ขัาวกระเพราได้ก่อนใคร ภูมิบริการเสริฟ์ให้เองเลย กินก่อนเลยครับ พี่กิ๊วก็มานั่งด้วยกัน เพิ่งจะได้นั่งพักนานๆ กว่าของภูมิจะได้คนสุดท้ายเลย แนนกินอิ่มได้นั่งย่อยแล้วสบาย ได้เวลาปั่นอีกครั้งจากนี้ไปลงเขาก่อนเลย ออกตัวคนสุดท้ายอีกแล้วเรา เห็นเนินลงส่งกับพร้อมกับกำลังอาหารในท้อง ทำเอาปั่นสนุกแซงใครเขาขึ้นลงเนินบนทางสวยๆ บรรยากาศดีคิดเพลินๆ เหมือนใน TDF ซ้ายมือมีทุ่งขนาดใหญ่ บางช่วงเป็นทุ่งทานตะวันอยู่ ขึ้นลงเนินตลอดทาง TDF ก็ ตูร์เดอร์ฟองซ์ก็เถอะไม่แพ้กันวิวที่นี่สวยมาก ทำเอานึกไปถึงทีมงานมวกเหล็ก ขอบคุณใจทีจัดทางให้สวยเกิดคาดคิด เพราะที่มาปั่นเล่นๆ เองก็ชอบบรรยากาศสองข้างทางที่มีต้นไม้ใหญ่แล้ว แต่นี้อีกบรรยากาศ มาทริปกับจักรยานหลายทีนี่ก็ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน

และแล้วก็เล่นสนุกของเนินก็จบลง แรงหมดแล้วละภูมิ ก็ถูกทุกคนแซงอีกครั้ง คราวนี้ไม่สนใจละ ใครจะรีบไปก็ตามสบายขอไปช้าๆ มองสองข้างทางสูดบรรยากาศกลางทุ่งสวยๆ ดีกว่า เห็นมีทีมงานคอยบันทึกภาพเยอะแล้วก็เลยไม่ได้เก็บจากมือถือมา รอชมภาพจากทริปแล้วกันค่ะ

จุดหมายข้างหน้าน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตอนที่ถึงทางซ้อนทับกับ 20 โล สนุกมากเป็นทางลง แบบไม่ต้องปั่นยาวๆ แต่ว่าอดดิ่งลงอย่างสนุก เพราะดันมีรถเซอร์วิสนำทางอยู่ข้างหน้า อดสนุกเลย คิดในใจว่่าแล้วบอกเพื่อนที่ปั่นมาเจอข้างๆว่า ที่ดิ่งลงมานี่ต้องปั่นกลับขึ้นทางเดิมเพื่อกลับไปยังอำเภอไหมเนี่ย มีหมดแน่ๆ พอไปถึงทางออกเชื่อมสู่ถนนค่อยโล่งใจ อ๋อมีทางไปถนนใหญ่ได้

น้ำหมดกระติดแล้ว มองตรงไปตลอดทางไม่มีร้านขายน้ำเลย แล้วเราจะถึงอุโมงค์ต้นไม้ไหมเนี่ย ค่อยๆ กระดืบๆ ไปละกันเดี๋ยวคงมีรถเซอร์วิสผ่าน เห็นไกลๆ เสื้อส้มๆ ชี้ให้เลี้ยว เย้ ได้พักเติมน้ำแล้ว ลงจากจักรยานแล้วฝากภูมิจับไว้ แวะไปเข้าห้องน้ำ ซื้อน้ำมาสองขวด ดื่มครึ่งขวด เทใส่กระติกแบ่งกับภูมิอีกขวด จากนั้นก็มีรถเซอร์วิสเข้ามาทีละคัน บนรถนั้นขนจักรยานป่วยๆ มาเต็ม คันนี้ยางแตกหน้าหนัง คันนี้ยางหน้าแตกอย่างเดียว คันนี้โซ่ขาด พวกเราช่วยกัน

ดีใจได้จอดพักที่นี่นานเลย ออกจากที่นี่คนสุดท้ายอีกแล้วเรา แรงปั่นแทบไม่มี ยังเหลืออุโมงค์ต้นไม้ และอีกหนึ่งเนิน ภูมิค่ะ คราวนี้แนนอาจจะลงเข็นนะ ไม่ไหวแล้ว

ป้ายบอกว่าอีกสองกิโลอุโมงค์ต้นไม้ เอาลองดูสิไหนๆ ก็มาแล้วจะกลัวเนินนี้ไม่อีกนานแค่ไหนกัน ปั่นขึ้นทางนี้ให้ได้สักทีคิดได้ดังนนั่งก็ก้มตัวลงเอื้อมมือไปหยิบกระติกน้ำ ดื่มไปอึกนึ่ง ที่เหลือบีบฉีดพ่นใส่ต้นขา น่อง เปียกกางเกงไปหมด อื่มอีกอึกหนึ่ง แล้วตั้งใจดึงขึ้นให้ถึง แรงแทบไม่เหลือแล้วถ้าหยุดก็ล้ม จำเทคนิคการขึ้นเนินได้ว่าอย่าปั่นตรงให้ส่ายไปมาจะช่วยได้เยอะ เอาละส่ายหัวแฮนด์ตลอดเป็นงูเลือยตามทางถ้ามองจากลายกายปั่น ในที่สุด เย้ ถึงอุโมงค์ต้นไม้แล้ว ดีใจจริงๆ สีเชียร์และให้กำลังใจจากทีมงานที่รอบันทึกภาพ อีกเนินหนึ่่ง

เนินสุดท้ายไม่ไหวน้ำหมดต้องจอดเติมน้ำจากรถเซอวิสที่ผ่านมาเต็มขวด แล้ว อึบๆ อึบๆ คลีตจนหมดเอ้าไหนๆ ก็เป้าหมายข้างหน้าอีกไม่ไกลก็ทางลงแล้ว ยังไงซะก็ต้องไม่ลงเข็นหมดไม่เหลือแรงแล้วค่อยๆ ไปดีกว่า ทีมงานมาเตือนว่าทางลงข้างหน้าชันมาก อะยะ โห มันชันจริงๆ ด้วยจะหลุดโค้งไหมเรา บีบเบรคแล้วก็ยังเอาไม่อยู่ปล่อยไหลแล้วบังคับทางอย่างเดียว ในที่สุดก็ปลอดภัย

ไปถึงหลังสุด ภูมิบอกเฮียแบ่งข้าวผัดไว้ให้ ไม่ไหวค่ะ ภูมิกินแทนให้หน่อยนะ เราพักกันที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แต่ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำนั่งคุยกับเจ้าถิ่นแทน ว้าวๆ เพิ่งรู้ว่ากลุ่มมวกเหล็กเพิ่งตั้งมาไม่ถึงปี และนี่เป็นทริปแรกที่ได้ต้อนรับนักปั่นต่างพื้นที่ พวกเรามีกัน ยี่สิบคนเองก็ช่วยกัน ทริปนี้เหมือนเป็นการฝึกดูว่าถ้าทีมเราจะจัดทริปประจำปีไหวไหม แนนว่าสบายค่ะหาทำได้ขนาดนี้ อยากจะบอกว่าดีกว่าทริปเปิด ทริปปิดที่เคยมาอีกค่ะ วันนี้พวกผมไม่ได้ปั่นกัน ก็ช่วยกันดูแลแต่ละจุด พอจุดนีเสร็จก็รีบไปอีกจุดข้างหน้า การพ่นสีก็ช่วยได้มากครับ ประหยัดคนได้เยอะ เราไม่ต้องยืนเฝ้าตลอดชี้บอกว่าไปทางไหน เป็นไอเดียที่ดีมากค่ะ ยังอยากนำไปใช้บ้าง

อีก 20 โลสุดท้ายกลับสู่อำเภอมวกเหล็ก คราวนี้พวกเราออกมาก่อนเพื่อนๆ ทางปอมจะไปเตรียมบล๊อกสกีน แต่แนนก็อยู่หลังสุดของที่ออกก่อนเหมือนเคย ภูมิบอกว่าผมปั่นช้าๆ รอแล้วแนนก็ยังตามไม่ติดหรือเนี่ย ค่ะหมดแรงตั้งแต่ลงเขาแล้ว ปั่นกลับคราวนี้ก็ได้แต่หมุนขาไปเรื่อยๆ ความเร็วอืดๆ ไม่เกินยี่สิบ ปั่นไปคิดถึงแต่ไอติมๆ พอไปถึงที่อำเภอจอดจักรยานเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ มุ่งหน้าไปร้านขายของหาไอติมก่อนเลย แล้วค่อยมาถ่ายรูปกลุ่มคู่กับไอติมโคนที่ถืออยู่ในมือ แล้วก็เปลี่ยนชุดเตรียมกลับกรุงเทพฯ

ขอบคุณทีมงานมวกเหล็ก ที่เตรียมพร้อมทุกอย่างให้ ดูแลอย่างดี โอกาสหน้ามีจัดปั่นใน กทม อยากจะขอต้อนรับพี่ๆ บ้าง เอาไว้ขอปิดถนนได้ก่อนนะคะ แล้วจะส่งข่าวไปบอก
ทีมงาน be>>our>>friend ที่ยกมาแทบทั้งออฟฟิศ มาช่วยเก็บภาพ และมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกำลังสำคัญของทีมงาน BBC ในนาม f>>o>>b และที่สำคัญขอบคุณเพื่อนๆ นักปั่นที่ขับรถมากันจากกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ มันคงไม่สนุกแน่ถ้าขาดพวกคุณ ขอบคุณมากๆ โอกาสหน้าพบกันใหม่

Posted in ทริปวันเดียว | Tagged , , , , , | ใส่ความเห็น

รั่วนิ่มๆ

ชื่อน่ากลัวไปไหมสำหรับผู้ใช้จักรยาน กลัวที่สุดคือยางรั่วนี่แหละ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พกกัน ชุดปะ ยางใน ที่งัดยาง นอกจากจะเป็นช่างประจำกลุ่ม ปกติแนนเองก็ไม่พกเพราะคิดว่าใครสักคนในทริปคงมี ที่จริงก็ไม่ดีแต่ขี้เกียจพกเพราะเส้นทางปั่นไปทำงานมีร้านจักรยานอยู่ แต่พอฟังราคาดูก็ตกใจเหมือนกัน แพงเวอร์เชียว บางร้านก็ราคาสมเหตุ แต่ไม่มีหัวสูบลมเล็กอย่างเสือหมอบ ไม่ก็โทรตามเพื่อนในกลุ่มมาช่วย ไม่ก็ขึ้น taxi กลับสมาคมไปถึงที่นั่นมีคนช่วยแน่นอน

ปะเป็นไหมก็ปะเป็นแต่ไม่เคยไปปะตามทาง เคยเรียนปะยางจากเพื่อนจักรยานรุ่นพี่ สะสมยางรั่วๆ ไว้ เป็นสิบเส้นได้ นั่งหัดปะจากเย็นจนค่ำ หลังๆ ลองซื้อแบบชุดปะเร็ว ไม่ต้องทากาวก็สะดวกดี แต่แพงหน่อย ยังคงสไตล์เดิมเอากลับบ้านปะ ยังไม่ชินกับการไปนั่งปะบนถนนคนเดียว

ส่วนตอนออกทริปไม่ต้องห่วงในทีมส่วนใหญ่จะมีแผนกเซอร์วิส สบายๆ มีหนุ่มๆ จัดการปะ สูบ ให้พร้อมกันอีกครั้ง ขอบคุณนะคะ

หลังจากไม่ได้ออกทริปค่ำคืนมานาน พอไปออกทริปอีกครั้ง ก็พบว่า ยางรั่วเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดได้ทุกทริป ทั้งไปและกลับในคืนนั้นก็รั่วไปสองคัน โชคดีที่ไม่ใช่แนน ทำเอาปรึกษาเพื่อนๆ ที่ปั่นด้วยกันว่า สาเหตุยางรั่วมาจากอะไร เราปั่นทุกวันก็ไม่เป็นไร เฮียม้อก็บอกว่าผมปั่นมาเป็นปีก็ไม่เคยรั่ว

มีข้อมูลตรงกันคือเราชอบสูบยางแข็งๆ เหมือนกัน แล้วก็รู้สึกว่าเวลาปั่น หินหรือเศษอะไรต่างๆ ที่ล้อไปทับโดยไม่ตั้งใจก็กระเด็นกระดอนไปทั่วทิศทาง บางครั้งก็มีเสียงดังน่าตกใจตอนปั่นทับ แล้วก็ทำเอาหลอนๆ ต้องจอดมาบีบๆ ยางดูว่านิ่มลงไหม เวลามีหลุมก็หลบ ถ้าเป็นทางขรุขระ หรือเนินก็ยกก้นขึ้นรู้สึกว่ามันน่าผ่อนแรงกดทับจะได้ไม่รั่ว

และเฮียม้อก็ได้บอกต่อว่าส่วนใหญ่ที่รั่วๆ ก็เพราะสูบยางไม่แน่นกัน เวลามีหินมาทับ หรือเศษต่างๆ มันก็เกาะติดกับยางฝังตัวลึกขึ้นจนรั่วได้ ก็ยังสงสัยว่าทำไมเวลาลงแทร็ึคให้ใช้ยางนิ้มๆ ละคะบางครั้งถึงขนาดต้องเอาลมออกครึ่งหนึ่งของการปั่นบนถนนปกติ ก็เพราะในทางแทร็กส่วนใหญ่มีแต่พื้นนิ่มๆ ไง หากปั่นไปทับหินเข้าหินก็จบลงในดินหรือทราย ส่วนถนนพื้นมันแข็ง พอสูบยางเสืิอภูเขาไม่แน่นยางในกับวงล้อจะกดทับกันจนรั่วใน

สาเหตุยางรั่วที่เจอมาคือ ตกร่องถนน เศษแก้ว หลุม ทางขรุขระ เศษเหล็กเหมือนลูกแม็ค ตะปู ฯลฯ

มีบางคนบอกว่าพกชุดปะไว้ถ้าไม่รั่วก็โชคดีไป หรือทำบุญเยอะๆ เข้าไว้จะได้ไม่รั่ว ชุดปะยางก็เหมือนพระนั่นเอง คุ้มครองกันยางรั่ว บางคนรู้สึกอย่างนี้จริงๆ พกให้อุ่นใจ

สรุปว่าควรสูบยางแข็งๆ ดูแรงอัด psi ที่ขอล้อ กำหนดไว้ มองหาดีๆ จะมีเขียนไว้อยู่ที่ข้างยาง และยังบอกอีกว่าเป็นยางรุ่นไหน

Posted in ประสบการณ์สอนไว้ | Tagged , , , , , , | ใส่ความเห็น

วางแผนตามเส้นทางฝัน

รู้สึกอิสระขึ้นเป็นกอง ฉันจะไปทำอะไรที่อยากทำก็ได้ สุดยอดเลย เวลาไม่ต้องดู แค่รู้จะไปไหนก็พอแล้ว

วัน พฤ ที่ 19 ม.ค. 55 เรามีนัดกับทีมบ.ก. aday วันนี้มีประชุมเส้นทางที่จะปั่นนะ เจอกันที่เสาชิงช้า 10 โมงเช้า ด้วยความที่ใกล้บ้านมาก ไม่ต้องไปถึงเอกมัย ทำเอาตื่นสายๆ ได้สบาย ตื่นมาแล้วก็ยังไม่ต้องรีบร้อนอะไรนั่งเล่นคอมต่อได้อีกพักใหญ่ แล้วค่อยไปอาบน้ำ ทำเอาอี้งงว่าวันนี้ทำไมสายจริงๆ ที่บ้านยังไม่มีใครรู้แผนการออกจากงานมาปั่นจักรยาน จุ๊จุ๊ ทำนิ่งๆ เนียนๆ เหมือนไปทำงานตามปกติ เพราะผู้ใหญ่ไม่ได้เข้าสู่โลกไร้สายกัน ยังใช้โทรศัพท์บ้านโทรสอบถามทุกข์สุขกันอยู่

ไปถึงเสาชิงช้า 10 โมงพอดี สมาชิกที่นัดไว้ไม่เห็นใครสักคน nobody nobody but u โทรหาดีกว่าร้านพี่ปานก็ไปไม่ถูก รู้แต่อยู่แถวๆ นี้ มาตามถนนราชบพิตรนะพี่ สอบถามหลายทีก็ยังงงอยู่ วัดเยอะเหลือเกิน แต่น่าจะใช่ งั้นผมไปรับที่เสาชิงช้าละกันครับ

ใก้ลๆ กะไว้ผิดจริงๆ ด้วย ถ้ามาเองคงวนไปอีกพักใหญ่ จากลานคนเมืองหันหน้าเข้าเสาชิงช้า จักรยานจูงข้ามถนนไปทางขวา มีซอยรถตรงออกมาสวนทางกันได้ ตรงเข้าไปทางขวามือจะมีซอย ผ่านซอยที่หนึ่งปล่อยผ่านไป ไปเลี้ยวขวาซอยที่เขียนว่าราชบพิตร ปั่นตรงยาวไปเกือบสุดทางมีร้านจักรยานอยู่ทางขวา

ดูยังไงก็ไม่คิดว่าเป็นร้านจักรยานนี่สิ เพราะพี่ปานแต่งและจัดมา 2 ปีแล้วก็ยังไม่เสร็จ พี่ปานบอกว่าตอนน้ำท่วมก็กลัวจะท่วมก็ขนของขึ้นข้างบนปล่อยข้างล่างโล่งไว้ เพิ่งขนลงมาจัดแต่ก็ยังจัดไม่เสร็จ ถ้าเอี่ยวไม่บอกว่าถึงแล้ว คงมีเลยอีกแน่ๆ ข้างหน้าว่างๆ ตั้งใจทำ cafe รอเพื่อนมาชงกาแฟ

มาถึงแล้ว ไม่ทันสังเกตุว่าพี่ก้องก็มาแล้ว ทำเอาพี่ก้องทักไว้ ได้ข่าวว่าลาออกเลยหรือ ค่ะ ดีเลยจะได้ปั่นได้นานๆ เหมาะเหมือนทริปจะยาวนานกว่าที่คิด ตามแผนที่วางไว้ก็ 2 เดือนได้ เย้ แอบคิดในใจสำรวจกิริยา ฮะฮ่า ปั่นช้าๆ ไปเรื่อย ตรงไหนน่าสนใจก็จอด เมื่องไหนน่าอยู่ก็ค้างสักคืน เจอคนปั่นจักรยานผ่านมาก็จอดคุยกัน ชิววววว…..

แล้วก็เริ่มมีสมาชิกมาจนครบ พี่ปานเป็นที่ปรึกษาเส้นทาง เพราะเคยปั่นทางพวกนี้มาก่อน เป็นครั้งแรกเลยนะตื่นเต้นดี ยังไม่ได้ไปใจเย็นๆ เราจะไปเริ่มที่เชียงใหม่ ไล่จากเหนือไปอีสาน กลับมากรุงเทพฯ แล้วดูความพร้อมของทุกคนอีกทีแล้วค่อยลงใต้ แค่ได้ฟังก็สนุกกับการเดินแล้วสิ

เส้นทางพวกนี้ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นยังไงเพราะตอนนั้นนั่งรถไปก็หลับตลอดทางจะได้ไม่เมา คราวนี้จะได้ปั่นไปทุกๆ จังหวัดช่างน่าสนุกนัก ขนายยังไม่ไปคิดไว้ถึงว่า ถ้าจังหวัดนี้ติดใจนักหนา หรือจังหวัดไหนได้แค่ปั่นเสียวเดียวหนากะกลับมาปั่นเก็บกับเจ้าถิ่นอีกครั้ง หมายถึงว่าจะไปตามหาใน thaimtb มีใครอยู่ที่จังหวัดนั้นบ้างจะขอตามไปปั่นด้วย ยังคิดเล่นๆ อีกว่า อยากลองปั่นจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาวนกลมแม่ฮ่องสอน คิดไว้เยอะ กะแบบให้พรุน

พี่ก้องมาฟังได้ยังไม่ถึง 10 วันของการปั่นก็ขอตัวกลับไปก่อน พวกเราก็ประชุมกันต่อ อีกชั่วโมง ชั่วโมงที่เหลือคุยโม้เรื่องจักรยาน ให้พี่ปานเล่าประสบการณ์นู่นนี่นั่น ด้วยคำถามมากมายจากสมาชิกที่จะไปปั่น แล้วทุกคนก็เงียบหมดคำถาม สวัสดีอำลา แนนก็ถามต่ออีกนิด พี่ปานตอบ แนนถามต่ออีก ยาวเป็นชั่วโมง จนเลยเที่ยงอย่างไม่รู้ตัว สวัสดีอำลาอีกครั้ง เห็นจักรยานจอดอยู่ตอนเดินไปห้องน้ำก็ถามต่อ ทำเอายืนคุยกันอีกพักใหญ่ จึงได้กล่าวคำอำลา น้องแดงโมงขอลาไปก่อน

ก็เลยชวนน้องๆ ไปกินข้าวหมูแดงแถวลานคนเมือง จอดกันอย่างดีเห็นมีเหล็กทางลาดจากฟุตบาทก็เลยเอาล้อจักรยานเสียบไปต่างช่องว่างของเหล็ก พอกินอันอิ่มก็ได้เสียงจักรยานล้ม มอไซด์คันนั้นจอดอยู่พอจะออกคนดันมาเกี่ยวแฮนด์จักรยาน ทำเอาล้อมเป็นโดมิโน่ โชคดีคันของแนน แนนจับไว้ทันเพราะจอดข้างกาย แต่คันของเอี่ยวนี่สิล้มเบาๆ เหมือนไม่มีอะไร เพราะล้อยังเกี่ยวในร่องเหล็กเฟรมก็เลยลอยกับพื้น

กะจะกล่าวคำอำลาพวกเรากันเองแล้ว น้องณัฐขอตัวไปทำงานต่อ พอเห็นเอี่ยวหมุนล้อแล้วติดๆ ทำเอางงว่าอะไรจะทำขอบล้อเบี้ยวเชียวหรือนี่ โตลองหมุนก็คิดว่าแค่ต้องตั้งล้อใหม่ สรุปแล้วเราได้กลับไปคุยกับพี่ปานอีกครั้ง แต่ดูอาการหนักและรอนาน เอี่ยวก็เลยขึ้นรถกลับไว้มารับจักรยานทีหลัง สรุปข่าวจากวันนี้คือต้องเปลี่ยนวงล้อใหม่ ยังไม่ทันได้ออกทริปก็เสียตังค์ค่าอะไหล่กันแล้ว

จากนั้นก็ว่าจะไปทำงาน ดูเวลาบ่ายสองจะบ่ายสาม ปั่นไปก็นะแทบไม่เหลือเวลางาน ก็เลยไปมูลนิธิโลกสีเขียวแทน กะไปดูจักรยานปั่นไฟ และไปช่วยเตรียมงานปั่นเมือง เห็นว่าต้องติดต่อขอยืมจักรยาน ก็ไปดูว่าคันไหนจะยืมใครดี ซันก็บอกว่าพี่แนนมีเบอร์ทุกคนเลย ก็ไม่ขนาดนั้นปกติหาเอาใน facebook เนี่ยแหละ เพราะไม่ค่อยของเบอร์ใคร เคยแต่คุยกันในทริปและใน facebook หรือ เจอตามทาง

ต่อด้วยคุยเรื่อง bike cafe’ กับพี่อ้อย เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวประสบการณ์กันอย่างสนุกสนานหลังจากนั้น ได้คำแนะนำจากพี่อ้อยมาเยอะมาก ขอบคุณนะคะ หลังจากไปตามเส้นทางฝัน ภาค 1 กลับมา ถ้าทำรายการจริงจังจะไปขอคำปรึกษาอีกครั้งค่ะ ต้องหาแนวร่วมก่อน :)

Posted in aday human ride | Tagged , , , , , , , , , , , , , , | 1 ความเห็น

ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ

เหมือนจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์จักรยานที่ชื่อ NONLANY บน Facebook คนกด like เยอะมากและให้กำลังใจกันด้วย

จะบอกว่ายังไม่รู้อนาคตเหมือนกัน แค่มองเห็นเป้าหมาย และทางเดิน

เรื่องนี้นานมากที่คิด เคยคิดเมื่อปีก่อนตอนคิดทำ bikexenger และแล้วก็มีพี่ตรีทำให้ แล้วด้วยความอยากไปทริป อยากปั่นในเมืองที่มีจักรยานเยอะๆ ก็พลาดและหาโอกาสไม่ได้ ทำให้ 3 ปีผ่านความคิดนั้นยังคงค้างอยู่ในใจ ปีนี้ 2012 มีหลายคำทำนายว่าโลกจะแตก งั้นขอทำอะไรตามฝันสักหน่อย นี่คือความคิดเมื่อปี 2011

ตั้งใจเตรียมงานทั้งหมดเพื่อจะออกปั่นในปี 2011 ขอแค่ 1 เดือนเต็ม เตรียมและวางแผนงานล่วงหน้าของทั้งปี แจกงานให้น้องทุกคน ส่งemail ขอลาล่วงหน้าข้ามปี และเขียนใบลาจริงเมื่อวันก่อน เมื่อวานก็ไม่ได้เข้าติดประชุมหลายที่ มาเข้าอีกทีวันนี้ มาถึงก็โดนตามจากฝ่ายบุคคล ไม่ต้องสงสัยเลยคำตอบคือใบลาไม่อนุมัติ แบบนี้ก็ฝันสลายสิ

พี่ฝ่ายบุคคลก็ถามต่อว่าตกลงเราจะเอายังไง รอบแรกเสนอไปขอทำงานส่วนรวมด้วยหักไปเลย 20% ส่วนค่าคอมที่เคยได้ก็แบ่งครึ้งให้ทีมงาน หักเวลาที่ลาไปได้เลย มาดูกันที่ผลงานดีกว่า เวลางานไม่ต้องนับ เวลาผ่านไปก็โดนเรียกไปคุย ด้วยความงงว่าเรื่องประมาณนี้เราคุยกันไปแล้ว น้องในทีมทุกคนก็มีงานส่ง แล้วเขาจะมาสาย เราดูกันที่ผลงานไม่ได้หรือ เห็นๆ อยู่ว่าทีมที่ทำงานด้วยการมาตรงเป๊ะกับทีมเราผลงานออกมาต่างกันแค่นั้น ความอิสระสร้างสรรค์ผลงานได้ดีกว่าเยอะมาก ก็ทราบอยู่ว่าปกครองคนส่วนใหญ่ ที่ต้องให้ทุกคนอยู่ในกฏ ไม่ขาดลามาสาย คงไม่สามารถ

ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้อยู่ในสิ่งที่ชอบอย่างการ์ตูน แต่ ณ เวลานี้เหมือนว่าค้นหาตัวเองเจอว่าชอบจักรยานเอามากๆ และสิ่งที่คิดไว้คืออยากจะปั่นไปที่ต่างๆ ที่ไม่เคยไป โดยเฉพาะเมืองที่มีจักรยานอย่าง โคเปนเฮเก้น เดนมาร์ค อัมเตอร์ดัม และ อีกหลายเมืองขอแค่มีจักรยานก็อยากไปละ อยากไปศึกษาว่าเมืองจักรยานต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง เขามีอะไรบ้าง อยากจะคุยกับคนทำงานในภาคส่วนนี้

เคยคิดไม่อยากอยู่ กทม อยากไปอยู่ ตจว ด้วยความที่อากาศดีกว่า กทม คนก็น่ารัก ชีิวิตที่เรียบง่าย แต่แล้วก็มาหลงรัก กทม อีกครั้งหลังจากได้ใช้ชีวิตการเดินทางด้วยจักรยาน ทำเอาคิดว่าถ้าทั้งเมืองเป็นเมืองจักรยานกรุงเทพฯ ก็น่าอยู่ไม่น้อยไปกว่าเมืองไหนๆ น่าอยู่ ไม่ใช่แค่น่าเที่ยว และคิดไปไกลขึ้นอีกหลังจากได้รู้จักหลานที่ชื่อ ต้นน้ำ ทำเอาคิดว่า รุ่นเราที่มีกำลังทำอะไรบ้าง เรายังไม่อยากอยู่กรุงเทพฯเลย แล้วในอนาคตของคนรุ่นต่อไปจะเป็นยังไง ลองทำอะไรสักอย่างดีไหม อย่างน้อยเราก็ทำดีที่สุดแล้ว

มันเลยเป็นที่มาของการตัดสินใจอย่างง่าย ที่ดูเหมือนโง่และบ้ามากมาย เพราะหลายคนบอกทำไมทิ้งงานประจำไปปั่นจักรยานละ ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไม ก็ลองหาจักรยานสักคันปั่นดูสิ ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไงมาทริปที่จัดเพื่อมือใหม่ก่อน หรือ ลองไปปั่นในสวนรถไฟก็ได้

แล้วโอกาสก็ไม่รู้จะมาอีกเมื่อไร ครั้งนี้ aday จัดปั่นไปทั่วประเทศเพื่อสัมภาษณ์ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจักรยานมาทำเป็น aday ฉบับจักรยาน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน แค่ได้ยินก็หูพิ่งแล้ว ไม่ต้องมาชวนหรอกขอเสนอตัวเองเลย แล้วจะไปได้หรอ ถ้าใจมันไปแล้วมันก็ไม่มีอุปสรรคอะไรขวางได้

แล้วด้วยหลายเรื่องผสมผสานจากคนรู้จัก ทำงานอยู่ดีๆ ก็ป่วยซะงั้น โดยไม่มีสาเหตุที่มา ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลนอนแบบไม่รู้เรื่อง เกือบจะไม่ได้ปั่นจักรยานอีกแล้ว และบางครั้งก็มองว่า คนที่ไม่มีอะไรคงตัดสินใจง่ายกว่าที่จะทำอะไรตามความสุขของตัวเอง เพราะไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะได้รับ เมื่อกลางปีที่แล้วมีพี่คนหนึ่งอยากเดินทางปั่นรอบโลกด้วยตัวเปล่าก็มีผู้ระดมทุนช่วยกัน แต่มีเป้าหมายและตั้งใจก็พร้อมจะมีคนช่วยผลักดัน

หาใช่ว่าคิดปุ๊บทำทันทีขนาดนั้นไม่ แต่ความคิดแรกมันก็ตอบว่าใช่ แต่โดยการกระทำแล้วไม่ใช่ ปรึกษากับตัวเองหลายครั้ง เขียนสิ่งที่อยากและไม่อยาก ทีแรกก็คิดหนักนะ เพราะเหมือนทุกคนที่มองที่รายรับ แต่มาลองคิดใหม่ว่าถ้าเราลาไปเรียนต่อก็คงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้ เราก็มองว่านี่คือปริญญาชีิวิตที่เราอยากทำสิ แล้วก็เอาเรื่องนี้ไปให้เหตุผลกับทางบ้าน เพราะอะไรทำไมจึงเลือกออกมาปั่นจักรยาน

ณ เวลานี้จักรยานเป็นคำตอบสุดท้ายของสิ่งที่อยากทำ สิ่งที่คิดไว้กับเรื่องจักรยานมีตั้งมากมาย ทั้งในเชิงธุรกิจ และ การให้กับสังคม อยากจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน นี่คือความฝันที่อยากให้เป็นจริง

Posted in บรรเจิด | Tagged , , , | 3 ความเห็น

วันวานจักรยานในความทรงจำ

อยากจะเขียน blog ทุกวันแต่งานประชุมเยอะมาก กลับมาก็สลบแล้ว มีเรื่องค้างไว้ในใจอยากเล่าเยอะเลย วันนี้วันเด็กพอดีทำเอาคิดถึงการปั่นครั้งแรกของตัวเอง และย้อนไปถึงว่าจักรยานเข้ามาในวงจรชีวิตเมื่อไรกันนะ ทำไมถึงได้ติดขนาดนี้ พอนึกๆ ดูแล้วก็………..

จำได้ว่าตอนเด็กๆ เด็กมากๆ ไม่กี่ขวบ ที่บ้านอาม่ามีจักรยานแม่บ้านอยู่คัน คันใหญ่ด้วยที่ขาตั้งจอดแล้วล้อหลังลอย อ๋อไฟก็ติดเองด้วยตอนปั่น มีกระดิ่งกริ๊งๆ ด้วย จอดอยู่ในบ้านทุกครั้งก็จะต้องเอามือไปหมุนบันได้ให้ล้อหมุน แค่นี้ก็สนุกแล้ว แต่ผู้ใหญ่ที่บ้านทุกคนก็กลัวว่าจะเอานิ้วไปแย่ที่ล้อ ซึ่งนั้นก็ใช่เลย จะทำยังไงให้ล้อหยุดหมุนก็เอามือไปจับ ก็เจ็บนิดหน่อยแต่ก็ไม่เข็ด จนต้องมีอี้สักคนมานั่งเฝ้าข้างๆ เวลามาหมุนบันไดเล่น

ทุกครั้งที่จะไปตลาด ก็จะขอตามไปด้วย จักรยานจะมีนี่นั่งพิเศษเล็กๆ เสริมอยู่ระหว่าง หลักอานและแฮนด์ นั่นละที่นั่งประจำของเราเลย พอโตมาหน่อยก็นั่งไม่ได้ก้นไม่พอ ก็มานั่งปลายจมูกอานนุ่มๆ แทน อี้พาปันไปทั่วตลาดน้อย แต่เหมือนไม่เคยพาไปออกถนนใหญ่นะ

ของส่วนตัวจำได้ว่าเป็นสามล้อ ก็เอาไปปั่นเล่นกันเพื่อนตรงข้ามบ้าน พอดีบ้านเขาเป็นโรงกลึง มีที่ปั่นแบบไม่ต้องกังวลรถใหญ่ เวลานั้นเพื่อนมีสี่ล้อหน้าตาเหมือนมอเตอร์ไซด์ผู้หญิงน่ารักมากๆ รู้สึกอยากได้ ลากสามล้อกลับบ้านร้องโยเย อยากจะได้สี่ล้อบ้าง ที่บ้านก็ตั้งเงื่อนไขต้องสอบให้ได้ที่ดีๆ ถึงจะซื้อให้ แบบนี้ก็อดสิ เอาเรื่องเรียนมาอ้างกันเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือแบบเรา ในที่สุดก็กดได้ ทำได้แต่เป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่สาวต่อไป

พอโตมาหน่อยประถมสองได้ ตัวก็เล็กมากๆ ขาก็ยังไม่ถึง อยากจะใส่ล้อเพิ่มมากๆ ในใจคิดแต่ก็ไม่ได้บอกไปเพราะคันนั้นไม่ใช่จักรยานของเรา พยายามจะปั่นให้ตรงแต่ก็กลัวจะล้ม ก็เลยปั่นแบบไม่เอาขาตั้งขึ้น อารมณ์เหมือนหัดทรงตัว ทำเอาขูดพื้นบ้านเป็นรอยหมด จำได้ว่าฝึกทุกวัน วันละนานหลายนาที แต่ก็ยังปั่นไม่เป็นสักที ไปไหนก็เลยได้แต่นั่งซ้อนท้าย

สนุกมากๆ ช่วยนั้นพี่ชายปั่น BMX จะมีที่เหยียบอยู่ที่ล้อหลัง ยืนโต้ลมตามพี่ชายไป บางครั้งก็นั่งอยู่บนเฟรมห้อยเท้าลงมา อยากจะขอติดตามพี่ชายไปทุกที่ แต่ก็ต้องกลับมาบ้านนั่งเศร้า มีแต่ผู้ชายแนนจะไปได้ยังไง

อยากจะปั่นจักรยานเป็นจังเลย ทั้งกู๋ ทั้งอี้ พี่ชาย พี่สาว พยายามจะช่วยให้น้องคนนี้ปั่นจักรยานเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ ก็จับให้เราได้ปั่น จับเบาะข้างหลังไว้แล้ววิ่งตาม ฝึกอยู่นานก็ยังไงไม่เป็น แล้ววันหนึ่งก็สำเร็จ ป.3 แหนะ

วันแรกที่ปั่นออกจากซอยคนเดียว รู้สึกว้าวที่นี้จะไปไหนก็ไม่ต้องเดินแล้วนะ จะปั่นไปแทน ตอนนั้นที่บ้านป๊าม๊าอยู่แถวกรมเจ้าท่า ก็ปั่นไปหาด้วยความที่ฟุตบาทสูงมากข้างๆ ก็เป็นท่อ ไม่มีฝาปิด พื้นก็ลื่นด้วยสิ ทำเอาเสียหลักจากฟุตบาทมาอยู่ในท่อ ขาถลอดได้แผลนิดหน่อย จูงจักรยานกลับบ้านอาม่า เข็นไปช่วงระยะ ไม่กล้าไปอีก

มีวันหนึ่งก็ยืนเกาะท้ายจักรยานเฮียมาริเวอร์ซิตี้ แล้วเหมือนต้องยืนเฝ้าจักรยานอยู่ที่นี่ เฮียข้ามไปทำธุระฝั่งนู้น ยืนอยู่นานรู้สึกน่าเบื่อ ก็ลองค่อมจักรยานขึ้นปั่นอีกครั้ง เราต้องปั่นได้สิพูดกับตัวเอง แล้วก็ทำได้ ปั่นวนเล่นบริเวณนั้นหลายรอบจนกระทั้งเฮียข้ามฝั่งกลับมา วันนั้นเป็นวันที่ปั่นสองล้อได้อย่างมั่นใจตั้งแต่นั้นมา

อยากได้จักรยานมีเกียร์ พอปั่นจักรยานเป็นก็อยากได้จักรยานเป็นของตัวเองสักคัน ช่วงนั้นมาอยู่บ้านอี้ เพื่อนข้างบ้านมีจักรยานมีเกียร์ด้วย โห เท่ห์สุดๆ อยากได้บ้าง ก็ไปขออี้เพราะอี้ใจดี พาไปดูที่ร้านจักรยานหน้าตลาดน้อย พอดีมีร้านจักรยานมาเปิดใหม่ เข้าไปดูคันที่อยากได้เขาจอดไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน มองแล้วก็น้ำลายหก อยากได้แต่อดเพราะจักรยานอะไร ราคาเป็นหมื่น อี้บอกว่าแพงเกิน ก็เลยซื้อ BMX ให้แทน

เพื่อนข้างบ้านก็ใจดีให้ยืมปั่น แต่เรานั้นใช้เกียร์ไม่เป็นเลยไม่ขอลองดีกว่า ได้แต่ปั่นคัน BMX ที่อี้ซื้อให้ นัดเจอกันเป็นกลุ่มใหญ่ เกือบสิบคันน่าจะได้ ปั่นวนเล่นกันแถวตลาดน้อย แล้วก็มี เมื่อไรมีเวลาว่าง หรือ ต้องไปตลาดซื้อของก็จะคว้าจักรยานคันนี้ออกปั่นทุกครั้ง ปั่นแต่ไม่เคยดูแล มอมแมมมาก

ได้ออกถนนแล้ว มีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มพาออกถนน เป็นครั้งแรกที่ปั่นจักรยานบนถนน ออกจากหน้าอำเภอสัมพันธวศ์ ถนนโยธา เลี้ยวซ้ายถนนเจริญกรุง เลี้ยวซ้ายถนนทรงวาด เท่านี้แหละ ที่ได้สัมผัสรสชาติการออกถนนครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น ที่แรกไม่กล้าตาม แต่เพื่อนๆ ก็ไปกันเราก็เลยตามกันไป ก็น่ากลัวรถนมิใช่น้อย ปั่นครั้งนั้นถือเป็นความลับไม่บอกผู้ใหญ่ เพราะถ้ารู้คงโดนว่าแน่ๆ หรืออาจจะโดนยึดจักรยานก็เป็นได้

ห่ายหายไปจากจักรยานพักใหญ่ กลางเป็นสาวซิ่งรถป๊อบ และก้าวเข้าสู่วัยรุ่นที่มีรถยนต์ ที่บ้านบอกปั่นจักรยานอันตรายไม่ให้ใช้จักรยานแล้ว

กลับมามีจักรยานอีกทีตอนทำงาน ความอยากได้จักรยานมีเกียร์ยังฝังลึก หลังจากทำงานเก็บเงินได้ก็อยากให้ของขวัญตัวเองสักชิ้น ปีนั้นได้ไปกาญฯ บ่อยๆ เพราะมารู้จักกับคุณโบ โบมีจักรยานเสื้อภูเขามีเกียร์ด้วย ทำเอารู้สึกอยากได้จักรยานแบบนี้บ้า ก็เลยบอกว่าเราอยากได้จักรยานมานานแล้วแต่ที่บ้านไม่ให้เพราะถนนรถเยอะ ไม่เป็นไรมาจอดที่บ้านเราได้มากาญฯ อาทิตย์ไหนก็มาเอาไปปั่น งั้นพาไปซื้อจักรยานหน่อยสิ

ร้านจักรยานที่กาญฯ เข้าไปก็แบบคนไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากได้จักรยานมีเกียร์ คนขายก็ถามมีงบเท่าไร งบก็มีอยู่แต่เห็นราคาแล้วตกใจ มองกู๊สสวยมาก ราคาหมื่นปลายๆ เทร็คยิ่งสวนใหญ่ราคาสองหมื่นต้นๆ ยังไม่สามารถทำใจควักจ่ายได้ มีคันอื่นแนะนำไหมคะ มีคันหนึ่งนะเป็นลิมิเต็ดด้วยเขาผลิตมาแค่ 300 คัน ที่นี่ได้มา 10 คัน ยังเหลือ 1 คันสนไหม อี้ สีเขียว ไม่ชอบเลยอยากได้จักรยานสีส้ม ลองค่อมดูก่อน เห็นไหมพอดีเลย ราคาก็ไม่แพงนะคันนี้หมื่นสอง มีแปดเฟือง ยี่สิบสี่เกียร์ ปั่นสบายด้วยนะ

ในที่สุดก็ได้มา ทั้งๆ ที่สีไม่ชอบแต่เงินสบายกระเป๋าดี ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะปั่นจริงจังขนาดไหน กะว่าแค่มีแล้วก็ปั่นเล่นๆ ให้สนุกหายอยากก็พอแล้ว จากนั้นก็ปั่นกาญฯ ทุกอาทิตย์ ออกไปปั่นจักรยานตอนเช้าคนเดียว จนได้รู้จักมิตรภาพาของจักรยานจากที่นั่น มีกลุ่มปันอยู่ที่นั่น แล้วก็รู้สึกอยากบอกความลับนี้กับที่บ้านแล้วละ แนนมีจักรยานแล้วนะ พอดีบ้านรับทราบไม่ได้ว่าอะไร ก็หาทางว่าทำไงให้ได้เอาจักรยานกลับมาที่กรุงเทพฯ จากนั้นชีวิตบนหลักอานก็เริ่มขึ้น…….

ทำเอายังอยู่แถวตลาดน้อย

โตมาหน่อยน่าจะตอนประถมได้ อยากได้จักรยาน

Posted in เรื่องทั่วไป | Tagged , , , , | ใส่ความเห็น

2554 คุณเห็นอะไร

สำหรับแนนปี 2554 มันเจ๋งมากนะ กับเรื่องของจักรยาน ที่ได้ลงมือทำนิดหน่อยเอง เอาเท่าที่คิดออกมาเล่าสู่กัน ใครเห็นอะไรมากกว่านี้มาเพิ่มได้นะ

ได้โอกาสรู้จักเพื่อนใหม่หลายวงการ มาช่วยกันปลุกกระแสชีวิตจักรยาน ก่อตั้งเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ใกล้ไกลบ้าน บ้างปั่นเล่นบ้างก็ปั่นไปทำงาน เลี้ยวซ้ายแลขวาเห็นมีคนถอยจักรยาน ร้านค้าผุดขึ้นกันอย่างเบิกบาน ปั่นกันสนุกสนานกลางเมืองกรุง ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนมากค่ะ สิ่งดีๆ ที่ได้ในปีนี้ล้วนแต่เป็นจักรยานนำพาให้รู้จักกัน สุดยอดที่สุด

มีใครบ้างลองไล่ดูเป็นน้ำจิ้ม……….เพราะเยอะจริงๆ

พี่อ้อย และ ทีมงาน มูลนิธิโลกสีเขียว ชอบมากเลยค่ะ ขับเคลื่อนได้อย่างมีระบบ แผนแบบไม่เป็นทางการ ทำให้ผลงานมีสีสันมาก ชอบๆ ตั้งแต่การแผนที่จักรยาน และ ที่กำลังจะมาการงานคอนเสริท์ปั่นเมือง โดยส่วนตัวแล้วพี่อ้อยถือว่าเป็น The hub เลยค่ะ เพราะมี connection เยอะมาก หลายๆ คนต่อจากนี้ที่สนิทก็เริ่มพี่อ้อยแทบทั้งเลยค่ะ

พี่สันติ พี่ปุ้ม สองท่านนี้แนนยกให้เป็นฑูต ใครมีเรื่องอะไรจะทำเพื่อส่วนรวมไม่มีงบใช่ไหม ไม่มีคนใช่ไหม ทำจริงๆ ใช่ไหม มาๆ พี่ช่วยประสานเจรจาให้ จนงานออกมาสำเร็จสวยหรูทุกครั้งไป

พี่วุฒิ มาสนิทกันตอนทำสารสองล้อ ปรับปรุงใหม่จนมาเป็นสี่สีทั้งเล่ม อย่างเท่ห์ เป็นอะไรที่อยากเห็นและพี่เขาก็ลงมือทำให้เกิดขึ้นจริงๆ จนได้ ชอบมากกับ http://www.bikegazine.com

ถัดมาเป็นกลุ่มจักรยานที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม

เด่นชัดเป็นสง่า กับเสื้อทีมสีสุดโปรด สีส้ม ต้องขอชมหัวหน้าทีม coffee bike อย่างเฮียม้อ ที่เหมือนพ่อและพี่ชายของทุกคน ใจดีมากๆ ค่ะ และการบริหารจัดการสมาชิก 100++ คน ให้ปั่นไปด้วยความสนุกทุกทริป ที่ยากกว่านั้น คือ ทุก วัน พ. และ ศ. ถ้าคิดอยากจะปั่นแวะไปแจมได้ตลอด มันยากมากนะ ที่จะต้องออกแบบนี้ทุกสัปดาห์ น่าจะเคยจัดเคยรู้สึกบางวันอาจจะอยากนอนพักแต่ด้วยความรับผิดชอบที่นัดกันไว้แล้วก็ต้องมาเพราะเพื่อนๆ สมาชิกรออยู่ ต่อให้ป่วยก็ยังต้องมาปั่น และยังมาช่วยนำทริปปั่นไปชิมของอร่อยประจำเดือนอีก จะว่าไปเป็นโรงเรียนสอนปั่นจักรยานสำหรับมือใหม่ก็ได้นะ เพราะมีทีมงานดูแลอย่างดี เขามีสโลแกนว่า You will never ride alone, baby.

ไม่นานเลยที่เรามาสนิทกัน จะว่าไปก็เดือนสุดท้ายของปีก็ได้ แต่ได้เห็นความจริงจังให้การจะเคลื่อนอะไรมากมาย จากกลุ่มจักรยานเล็กๆ แต่มีดีไซด์ ของ Friend >> on >> Bike ที่จริงพวกเขาอยู่ช่วยเบื้องหลังมานาน เพราะโลโก้สวยๆ ของ Bangkok Bicycle Campaign ก็เป็นผลงานของที่นี่ รอชมและเข้ามาร่วมสนุกกับสิ่งที่พวกเขาจะมามอบให้กับผู้ใช้จักรยานได้เร็วนี้

อีกกลุ่มเคยไปปั่นด้วยครั้งเดียว ปกติเขารวมกลุ่มกันไกล แต่ปั่นกันเป็นประจำ ท่านประธานกลุ่ม ก็ยุให้มาปั่นให้ได้ซื้อจักรยานกันเก่งมากๆ แทบจะออกคันใหม่กันทุกวัน แค่สลับคนไปเรื่อยๆ ชอบตรงที่มีหลายท่านเป็นอาจารย์ที่ทำตัวอย่างเรื่องการใช้จักรยานอย่างจริงๆ และ พี่ๆ ที่ทำด้านงานออกแบบก็ใส่เรื่องจักรยานเขาไปในงานตลอดจนเป็นรูปธรรมจริงๆ

ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้เล่าถึงทุกๆ คนที่ผ่านพบ ได้แค่ยกตัวอย่าง ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนสำหรับโอกาสที่มอบให้ค่ะ

Posted in อื่นๆ | Tagged , | ใส่ความเห็น